facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 27 ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอก

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2563 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอก
แบบอักษร

กู้จิ้งเจ๋อเหลือบตามองดูเธอเพียงแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ 

“ก็แค่โฉนดที่ดินแล้วก็เอกสารกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเท่านั้นเอง มีปัญหาอะไรเหรอ” 

“บ้านคุณจะใจดีเกินไปแล้วนะคะเนี่ย” เธอร้อง 

กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “ในฐานะสะใภ้ตระกูลกู้ เธอก็สมควรได้รับแล้วนี่” 

หลินเช่อว่า “ทั้งหมดนี่ให้ฉันเหรอคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ก็ใช่น่ะสิ” 

หลินเช่อก้มลงมองดูโฉนดที่ดินและเอกสารต่างๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “มันมีค่ามากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “รับไปเถอะ ของพวกนี้ถูกเตรียมเอาไว้มอบให้สะใภ้ตระกูลกู้อยู่แล้ว และเธอก็เป็นสะใภ้ตระกูลกู้ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกอึดอัดใจหรอก” 

หลินเช่อคิดว่าคำพูดของเขาก็ฟังมีเหตุผลอยู่ เธอจึงยิ้ม แล้วก้มลงมองซองแดงทั้งสองอีกรอบ “การอดทนกับอารมณ์แย่ๆ ของคุณก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตวัดสายตามอง “ยัยผู้หญิงหิวเงิน” 

หลินเช่อกำลังอารณ์ดีถึงขนาด เธอหันหน้ามาแล้วตอกกลับเขาว่า “ไม่งั้นจะแต่งงานไปทำไมล่ะ จริงมั้ยคะ ถ้าไม่เพื่อความรักก็เพื่อเงิน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าการแต่งงานกับคุณเพราะความรักมันฟังไม่ขึ้นน่ะ เพราะงั้นก็ต้องเพื่อเงินนี่แหละ” 

กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร เขามองดูหญิงสาวที่ยิ้มจนตาหยี แก้มยุ้ยเป็นพวง แก้มนั้นขาวผ่องอมแดงระเรื่อจนทำให้เธอดูน่ารักอย่างยิ่ง 

เขามองเธออยู่ครูหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมา แล้วเขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากโม่ฮุ่ยหลิงนั่นเอง 

กู้จิ้งเจ๋อเหลือบมองหลินเช่อที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว เมื่อเห็นเธอยังคงชื่นชมกับโฉนดที่ดินอยู่ไม่รู้จบ เขาจึงกดรับสาย 

แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ลดเสียงจนเบากว่าปกติ 

“ว่าไง” 

“จิ้งเจ๋อคะ คุณสัญญาไว้ว่าจะมาฉลองวันเกิดกับฉันคืนนี้นะคะ ฉันเลยโทรมาคอนเฟิร์มว่าเราจะไปทานกันที่ร้านไหน คุณอยากทานอะไรคะ” 

“วันเกิดเธอนี่ เธอเลือกสิ” เขาบอก 

“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นฉันจะจองโต๊ะที่ภัตตาคารอาหารตะวันตกที่เราชอบไปทานกันนะคะ” 

“ตกลง” 

“จิ้งเจ๋อคะ คุณไม่สบายหรือเปล่า ทำไมเสียงคุณเบาอย่างนั้นล่ะ” โม่ฮุ่ยหลิงถามด้วยความสงสัย” 

กู้จิ้งเจ๋อเหลือบมองคนข้างตัวอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอเงยหน้าขึ้นและมองตรงมา เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังตอบกลับไปในโทรศัพท์ว่า “ไม่มีอะไรหรอก ฉันอยู่ในรถน่ะ เอาไว้ถึงบ้านแล้วค่อยคุยกันก็แล้วกันนะ ถ้าเธอจองโต๊ะเรียบร้อยแล้วก็บอกฉันละกัน” 

“อ้อ ได้ค่ะ” แล้วโม่ฮุ่ยหลิงก็วางสายไป 

กู้จิ้งเจ๋อวางโทรศัพท์ลงแล้วหันมามองหลินเช่อ “มองอะไรล่ะ” 

หลินเช่อรู้ได้ทันทีว่าเขาเพิ่งคุยโทรศัพท์กับโม่ฮุ่ยหลิง เธอทำทีเป็นไม่ใส่ใจแล้วยักไหล่ก่อนจะพูดว่า “ไม่มีอะไรนี่คะ ก็มีกันอยู่แค่สองคนในรถ จะให้ฉันมองใครล่ะ” 

เมื่อพูดจบ เธอก็ก้มหน้าก้มตาลูบไล้โฉนดที่ดินด้วยท่าทีแบบยัยผู้หญิงหิวเงินอย่างที่เขาบอกไม่มีผิด 

กู้จิ้งเจ๋อถอนหายใจยาวก่อนจะเบือนหน้าหนี 

หลินเช่อคิดกับตัวเองว่า ช่างมันเถอะ ยังไงซะนี่มันก็เป็นการแต่งงานปลอมๆ เขาจะไปออกเดตกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ 

ทรัพย์สินตรงหน้านี่ต่างหากที่เชื่อถือพึ่งพาได้มากที่สุด 

ทั้งสองมาถึงบ้านในไม่ช้า 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่รถกำลังตีโค้งตรงหัวมุมถนนนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีรถอีกคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาชนรถของพวกเธอโดยแรง 

ด้านหนึ่งของรถยุบพังเข้ามา มีควันพวยพุ่งออกมาทางด้านหน้าในทันที 

ผู้คนในรถหลายคันที่วิ่งตามหลังมานั้น รีบลงจากรถแล้วพุ่งเข้ามาหา เมื่อประตูรถเปิดออก พวกเขาก็ได้เห็นกู้จิ้งเจ๋อและหลินเช่อกำลังกอดกันแน่น 

ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ หลินเช่อไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อตัวเธอมากองอยู่บนร่างใหญ่แข็งแรง สติของหญิงสาวก็เริ่มกลับคืนมา 

สภาพภายในรถนั้นค่อนข้างยับเยินทีเดียว สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อเคร่งเครียดและเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง สายตาที่พร่ามัวของเขาค่อยๆ โฟกัสไปที่ใบหน้าของหลินเช่อ 

เป็นรถทางฝั่งเขาที่ถูกพุ่งเข้าชน และทำให้หลินเช่อตกใจกลัวสุดขีด 

กู้จิ้งเจ๋อมองใบหน้าซีดขาวของเธอ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบยกแขนเธอขึ้นอย่างรวดเร็ว 

บนหน้าขาของเธอมีรอยบาดขนาดใหญ่ มองเห็นผิวเนื้อที่มีเลือดไหลซึมออกมาได้อย่างชัดเจน 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อเครียดขึ้นมาทันตา 

“ทุกคน หลบไป คุณผู้หญิงได้รับบาดเจ็บ” เสียงของกู้จิ้งเจ๋อแผ่วเบาและแหบพร่า โดยไม่รีรอให้คนที่อยู่นอกรถได้ทันลงมือทำอะไร เขาก็ดึงแขนหลินเช่อเข้าหาตัวแล้วช้อนร่างเธอขึ้นมา 

ในเสี้ยววินาทีที่เกิดอุบัติเหตุนั้น หลินเช่อโถมตัวเองเข้าหาเขาโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น 

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เขาคงจะเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บแทนเสียเอง 

หลินเช่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นปราดขึ้นมาเมื่อเขายกร่างเธอไว้ในอ้อมแขน ความเจ็บนั้นทวีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

บุคคลที่ยืนล้อมอยู่ภายนอกต่างพากันช็อก เมื่อเห็นกู้จิ้งเจ๋ออุ้มร่างของหลินเช่อออกมาอย่างเร่งร้อน ทุกคนรีบวิ่งตามเขาไป 

ที่โรงพยาบาล 

หลินเช่อเสียเลือดไปมากจนทำให้เธออ่อนเพลียและไร้เรี่ยวแรง เธอหันไปมองกู้จิ้งเจ๋อที่อยู่ข้างๆ รู้สึกได้ว่ามือเขากำลังกุมมือเธออยู่ เธอไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร แต่ความอบอุ่นจากมือนั้นช่วยปลอบประโลมเธอได้ไม่น้อย รู้สึกว่าอาการเจ็บในตอนแรกเริ่มทุเลาเบาบางลงไปมาก 

แต่เมื่อก้มลงไปมอง เธอก็เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาที่ชุ่มไปด้วยเลือด 

หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอมองใบหน้าเฉยชาของเขาแล้วถามว่า “กู้จิ้งเจ๋อคะ ฉันจะไม่ตายใช่ไหมคะ” 

หัวใจของกู้จิ้งเจ๋อเย็นเฉียบ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวโดยไม่รู้ตัว สายตาอันแน่นิ่งของเขาจับจ้องอยู่ที่หลินเช่อด้วยท่าทีตำหนิ แต่เขาก็ไม่กล้าดุเธอรุนแรงนัก “พูดอะไรไร้สาระแบบนั้นน่ะ เธอไม่ได้กำลังจะตายสักหน่อย” 

“แต่ฉันเสียเลือดมากนะคะ” เธอว่า 

“หมอกำลังรักษาเธออยู่นี่ไงล่ะ เธอเสียเลือดมากเพราะว่าเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาถูกตัดจนขาด” 

“อา เส้นเลือดใหญ่เหรอคะ...ฟังดูน่ากลัวจัง บอกฉันหน่อยสิคะ ถ้าฉันตาย คุณจะได้เป็นอิสระแล้วก็ได้ไปอยู่กับโม่ฮุ่ยหลิงไหมคะ” 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อเคร่งขรึมลง ดวงตาสีดำสนิทของเขามีแววสับสนผุดขึ้นมา คิ้วขมวดเข้าหากัน “หุบปากน่ะ ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอก” เมื่อเขาได้ยินชื่อ ‘โม่ฮุ่ยหลิง’ เขาก็อดรู้สึกเหมือนจะหมดความอดทนขึ้นมาหน่อยๆ ไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกไม่อยากจะเอ่ยถึงหล่อนที่ผุดขึ้นมาในใจ 

ถ้าโม่ฮุ่ยหลิงไม่โทรมา เขาก็คงไม่ถูกดึงความสนใจไป และเขาก็คงจะทันไหวตัวกับความไม่ปกติที่เกิดขึ้นข้างนอกรถ 

หลินเช่อถามขึ้น “จริงเหรอคะ แต่มันเจ็บมากจริงๆ นะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดวงหน้าเล็กๆ ที่เหยเกด้วยความเจ็บ มันซีดขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากเล็กๆ เม้มแน่นเข้าหากัน สภาพของเธอตอนนี้ทำให้หัวใจเขากระตุก 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น “ไม่ได้ยินหรือไง คุณผู้หญิงบอกว่าเจ็บยังไงล่ะ รีบไปตามหมอมารักษาเธอเร็วเข้าสิ” 

ฉินเฮ่าตามติดอยู่ข้างตัวกู้จิ้งเจ๋อ เมื่อเขาได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุดของเจ้านายแล้วก็รีบหมุนตัวออกไปตะโกนเร่งคนอื่นในทันที 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อจับจ้องอยู่ที่หลินเช่อ เมื่อเขาเห็นเธอเบือนหน้าหนีไปเพราะต้องการซ่อนความเจ็บปวด แววตาของเขาก็ยิ่งหม่นหมอง เขาใช้มือใหญ่ของเขาประคองหน้าเธอให้หันกลับมาหา เชยคางเล็กๆ ของเธอขึ้น ดวงตาของเขาดำสนิทล้ำลึก “มองฉันนี่ อย่าฟุ้งซ่านไปเลย” 

“ได้ค่ะ...” เธอพึมพำตอบ ยังคงทนเจ็บแทบไม่ไหวอยู่นั่นเอง 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อเคลื่อนไปที่ริมฝีปากของเธอ มันแห้งผากและซีดเซียวจากการเสียเลือดจำนวนมาก ริมฝีปากคู่นั้นเผยอแยกออกจากกันเล็กน้อย ลมหายใจของเธอหนักหน่วง คิ้วขมวดแน่น เขาแตะคางของเธอ ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้น ก่อนที่จะประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปบนปากที่ยังคงขยับไม่หยุดของเธอ 

ความคิดเห็น