facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 26 ท่านอนน่าเกลียดซะจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 ท่านอนน่าเกลียดซะจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 ท่านอนน่าเกลียดซะจริง
แบบอักษร

“กู้จิ้งเจ๋อ ถ้าคุณรักโม่ฮุ่ยหลิงขนาดนั้น ทำไมไม่หนีตามกันไปซะล่ะ ไม่มีเหตุผลเลยนะที่โมโหแล้วมาลงกับฉันแบบนี้น่ะ... คุณเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่าเนี่ยถึงไม่กล้าที่จะแข็งข้อกับครอบครัวของตัวเอง แถมยังไม่กล้าบอกโม่ฮุ่ยหลิงอีกว่าสาเหตุที่คุณต้องแต่งงานกับฉันก็เพราะเธอนั่นแหละ คุณ...คุณมันผู้ชายขี้ขลาดตาขาว” หลินเช่อแหวใส่ไม่ยั้งด้วยความโมโห จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงประตูปิดลงดังคลิกและล็อกสนิท 

กู้จิ้งเจ๋อไม่ส่งเสียงอะไรให้ได้ยินอีกเลย 

หลินเช่อนอนรออยู่เป็นนานสองนาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวยกแขนกอดตัวเองแล้วนอนขดตัวลงกับพื้นพลางนึกสงสัยว่าตัวเองทำเกินไปหรือเปล่าที่พูดกับเขาไปแบบนั้น 

อันที่จริงแล้วก็เป็นเรื่องเข้าใจได้อยู่ที่เขาต้องโกรธ เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เธอก่อขึ้น และมันทำให้ชีวิตของเขาผิดแผนไปหมด แน่ล่ะว่าเขาต้องโกรธ 

แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเธอเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เธอเองแค่อยากจะสร้างข่าวลือแต่ว่าตัวเองกับดาราดัง แต่กลับกลายเป็นต้องลงเอยด้วยการมีอะไรกับผู้ชายเป็นครั้งแรกแทนเสียนี่ 

ยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ 

หลังจากปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกลเสียนาน ในที่สุดหลินเช่อก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน 

แม้จะได้ยินว่าเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอกห้องสงบลงแล้ว แต่กู้จิ้งเจ๋อก็ยังคงนอนหนุนแขนตัวเอง ลืมตาโพลงอย่างไม่อาจข่มให้ตาหลับลงได้ 

ชายหนุ่มเปิดประตูห้องออกไปด้วยต้องการที่จะเข้าห้องน้ำ 

แล้วเขาก็ได้เห็นหลินเช่อนอนขดตัวกลมเป็นลูกบอลขวางอยู่ที่หน้าประตูนั่นเอง ท่านอนนั้นดูไม่น่าสบายเอาเลย 

เขาเดินเข้าไปก้มดูเธออย่างเงียบๆ ก่อนที่จะยื่นแขนออกไปอุ้มเธอขึ้นมา 

เมื่ออยู่ในสองแขนของเขา ร่างของหลินเช่อนั้นเบาหวิวทีเดียว เขารู้สึกราวกับเธอเป็นวัตถุไร้น้ำหนัก ใบหน้ายู่ยี่ที่กำลังหลับปุ๋ยทำให้แก้มของเธอดูกลมยุ้ยขึ้นมา แตกต่างจากยามปกติที่คางแหลมนั้นเชิดรั้น ยามที่เขาก้มลงมองดู เธอเหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังหลับฝันหวานมากกว่าจะเป็นหญิงสาวเต็มตัว แถมยังแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากแดงเรื่อเหมือนผลเชอร์รี่อยู่เป็นระยะอีกต่างหาก 

เขาอุ้มเธอไปไว้ที่เตียง ยืนมองเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ 

เมื่อเขากลับออกมา เธอยังคงหลับลึกไม่รู้สึกตัว 

เขายกผ้าห่มขึ้นแล้วสอดตัวเข้าไปข้างใต้ พลางนึกว่าเขาและเธอน่าจะพอทนอยู่ในสภาพนี้ไหวหรอกน่า ในเมื่อมันก็แค่คืนเดียวเท่านั้น 

แต่ใครจะรู้ล่ะว่าในช่วงค่ำคืนนั้น หญิงสาวไม่ได้เก็บแขนเก็บขาเอาไว้กับตัวในระหว่างที่เธอนอนหลับ 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อเริ่มที่รู้สึกง่วงหลังจากนอนตาค้างอยู่เป็นเวลานาน อยู่ๆ ก็มีมือพุ่งมาฟาดผัวะเข้าที่ตัวของชายหนุ่ม 

เขากัดฟันกรอดแล้วก้มลงมองมือเรียวเล็กที่วางแปะอยู่นั้นก่อนปัดมันออกไปแล้วพลิกตัวไปอีกข้าง ด้วยไม่อยากมีเรื่อง 

จากนั้นพอเริ่มเข้าสู่ช่วงสะลึมสะลือจวนเจียนจะได้หลับอีกรอบ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีขาของใครยกขึ้นมาพาดอยู่บนหน้าขาของตัวเองอีกจนได้ 

ชายหนุ่มนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่แบบนั้น มีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขานอนตาค้างอยู่นานแค่ไหน ทว่าในที่สุดเขาก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าและชินชากับการโดนหวดซ้ายป่ายขวาจากคนที่นอนข้างๆ ไปเอง 

เมื่อหลินเช่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอก็ต้องแปลกใจที่พบว่าตัวเองมานอนอยู่บนเตียง 

จำไม่ยักได้เลยแฮะ ว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง 

หรือว่ากู้จิ้งเจ๋อเกิดสำนึกขึ้นมาเมื่อคืนแล้วออกไปอุ้มเธอมานอนบนเตียงกันนะ 

แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในห้องนี่ 

หลินเช่อรีบถลาตัวออกไปนอกห้องและพบว่าครอบครัวของเขาทั้งหมดกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ในห้องอาหาร 

กู้จิ้งเจ๋อนั่งกินข้าวเช้าทำหน้าไม่รู้ชี้ ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามามองเธอ 

มู่หว่านฉิงยิ้มกว้างแล้วร้องเรียก “มานั่งนี่สิจ๊ะ” 

หลินเช่อแอบทำตาเขียวใส่เขา หมอนี่...ตั้งใจที่จะทำให้เธอขายหน้าใช่มั้ยล่ะเนี่ย เขาตื่นนอนแล้วไม่ยอมปลุกเธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงโต๊ะอาหารเช้า 

หลินเช่อนั่งลงแล้วพูดอายๆ ว่า “ขอโทษทีค่ะ ที่ตื่นสายไปหน่อย” 

ทุกคนต่างพากันยิ้มให้ มู่หว่านฉิงปลอบว่า “อย่ากังวลไปเลยจ้ะ เธอคงจะเหนื่อยมากเมื่อคืน จิ้งเจ๋อไม่อยากจะปลุกเพราะรักเธอมากนะ” 

ก็น่าสงสัยอยู่หรอกนะว่าเขาจะรักเธอมั้ย 

เธอหันไปมองกู้จิ้งเจ๋อที่ถือช้อนตักอาหารท่าทางเอี้ยมเฟี้ยมอยู่ ท่วงท่าการกินอาหารของเขาดูราวกับแมวหนุ่มฝรั่งเศส การเคลื่อนไหวทุกอย่างดูพิถีพิถัน เรียบร้อย ระมัดระวัง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้นไปอีก 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแม้แต่จะปรายตาดูเธอ 

คำพูดกำกวมของมู่หว่านฉิงทำให้หลินเช่อยิ่งขัดเขินหนัก 

ที่เธอเหนื่อยหนักจากเมื่อคืนก่อนก็เพราะมัวแต่ทะเลาะกับกู้จิ้งเจ๋อไปตั้งครึ่งค่อนคืนนั่นแหละ แถมสุดท้ายไม่เพียงแต่เธอจะแพ้เท่านั้น แต่เธอยังลงเอยด้วยการทั้งเหนื่อยกายแล้วก็เหนื่อยใจอีกต่างหาก 

มานึกได้เช่นนี้ หลินเช่อก็อดไม่ได้ที่จะหันไปทำตาเขียวใส่คนต้นเรื่องอีกรอบ 

คราวนี้กู้จิ้งเจ๋อทันสังเกตเห็นสายตาที่ส่งมา เขาจึงหันมาหาเธอแล้วกลอกตาใส่ 

มู่หว่านฉิงสังเกตเห็นปฏิกิริยาเหล่านี้และอดยิ้มออกมาทันทีไม่ได้ 

ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะมีปฏิสัมพันธ์กันไม่น้อยเลยทีเดียว 

ในตอนแรกที่เธอบังคับให้คนทั้งสองแต่งงานกัน ตัวเธอเองก็อดกังวลไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมีปัญหาเพราะบุคลิกเย็นชาไม่สนใจใครของกู้จิ้งเจ๋อ แต่มาตอนนี้ ดูเหมือนสองหนุ่มสาวจะเข้ากันได้ดีทีเดียว 

กู้จิ้งเจ๋อนั้นเป็นลูกที่มีนิสัยแตกต่างจากพี่น้องอีกสองคนอย่างมาก เขาไม่ค่อยพูดและไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร อีกทั้งยังเย่อหยิ่งและเจ้ากี้เจ้าการอีกด้วย เวลาที่เธอบังคับให้เขาพูดคุยกับผู้หญิง เธอก็จะได้เห็นแต่ความนิ่งเงียบไร้ปฏิกิริยาใดๆ จากเขา การได้เห็นเขากับหลินเช่อส่งสายตาท่าทางให้กันแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมากทีเดียว 

มู่หว่านฉิงหันมาพูดว่า “หลินเช่อจ๊ะ เธอผอมเกินไปนะนี่ กินเข้าไปอีกเยอะๆ เลยนะจ๊ะ” 

มู่หว่านฉิงพูดพลางตักอาหารใส่จานให้หลินเช่อเป็นกองพะเนิน 

หลินเช่อรีบห้ามทัพพัลวัน “ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง หนูตักเองได้ค่ะ คุณแม่” 

“ไม่ได้ๆ ผอมออกอย่างนี้” มู่หว่านฉิงพูดต่อไป “ตอนนี้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแล้ว เราจะต้องทำให้เธอมีเนื้อมีหนังมากกว่านี้” 

หลินเช่อถามขึ้น “ผอมๆ แบบนี้ไม่สวยเหรอคะ” 

มู่หว่านฉิงตอบ “มีเนื้อนิดๆ หน่อยๆ ก็สวยเหมือนกันจ้ะ ทำไมเหรอจ๊ะ มีใครไม่ชอบเหรอ นี่จิ้งเจ๋อกล้าเมินใส่ถ้าเธออ้วนงั้นหรือจ๊ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าหญิงสาว 

เธอผอมมากจริงๆ เมื่อยกแขนขึ้นมาวางบนโต๊ะ เผยให้เห็นผิวขาวสะอาดไร้ไฝฝ้าราคีใดๆ ท่อนแขนนั้นผอมบางเสียจนแทบจะหักได้ถ้าถูกใครบิดเข้า 

“ก็ไม่มีอะไรที่ผมจะไม่ชอบสักหน่อย” ชายหนุ่มตอบ 

มู่หว่านฉิงได้ที “เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไรที่จิ้งเจ๋อไม่ชอบหรอก” 

หลินเช่อมองดูเขา ก็แน่ละสิว่าจะต้องไม่มีอะไรให้ไม่ชอบ ยังไงซะเขากับเธอก็แต่งงานกันปลอมๆ นี่นา ตราบใดที่ไม่ใช่โม่ฮุ่ยหลิงที่น้ำหนักขึ้นจนอ้วนตุ้บ เขาก็ไม่เดือดร้อนหรอก 

หลินเช่อรีบเบ้ปากแล้วพูดว่า “คุณแม่ขา อย่าไปฟังเขาเลยค่ะ ผู้ชายก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ ต่อให้พูดปาวๆ ว่าอ้วนยังไงก็รัก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ชอบผู้หญิงหุ่นดีอยู่ดีนั่นแหละค่ะ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่หว่านฉิงก็ชะงักก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น 

จากนั้นคนอื่นๆ ในโต๊ะก็พากันหัวเราะตาม มู่หว่านฉิงมองดูหลินเช่อ เธอชอบแม่หนูคนนี้มากขึ้นทุกที คำพูดของเธอช่างตลกสิ้นดี นิสัยใจคอก็ร่าเริง ไม่มีจริตจะก้านหรือการเสแสร้งใดๆ 

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ มู่หว่านฉิงก็จัดเตรียมอาหารใส่กล่องอีกมากมายให้ทั้งคู่นำกลับไปด้วยก่อนที่จะยอมเดินมาส่งที่หน้าบ้านอย่างไม่สู้เต็มใจนัก 

หลินเช่อเดินตามกู้จิ้งเจ๋อออกมา เธอดึงแขนเขาแล้วถามว่า “ฉันไม่คิดว่าแม่คุณจะน่ารักอย่างนี้ ก่อนหน้านี้คุณพูดอย่างกับว่าท่านเป็นคนเอาใจยาก เล่นเอาฉันกลัวแทบตายแน่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อก้มลงดูใบหน้าที่เต็มปริ่มไปด้วยความสุขของอีกฝ่าย แล้วพิจารณาดูอยู่นาน 

เขาเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่นเสียจริงเมื่อเธอก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลกู้แห่งนี้ เขาบอกได้เลยว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นปู่หรือแม่ของเขาต่างก็ชอบเธอเอามากๆ 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดออกไปไม่ได้ว่า “ตราบใดที่ไม่ใช่โม่ฮุ่ยหลิง แม่ฉันก็ชอบทุกคนนั่นแหละ” 

แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลินเช่อเงยหน้าขึ้นทำตาขวางใส่เขา ทำปากบุ้ยแล้วคิดกับตัวเองว่า ผู้ชายคนนี้นี่ห่วยแตกเป็นบ้า 

หลินเช่อนึกขึ้นได้ว่าเธอได้รับอั่งเปามามากมายและยังไม่ได้เปิดดู จึงตัดสินใจดึงมันออกมาและเริ่มแกะทีละซอง 

เมื่อเธอเปิดมันออกและกวาดตาดู เธอก็ได้พบว่าซองแดงเหล่านั้นไม่ได้บรรจุธนบัตร แต่กลับเป็นโฉนดที่ดิน 

ด้วยความช็อก เธอรีบคลี่โฉนดออกดูแล้วก็ต้องประหลาดใจอย่างที่สุด อั่งเปาที่ครอบครัวของเขามอบให้เธอคือโฉนดที่ดินผืนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังภูเขาของเมืองบี ส่วนอั่งเปาที่ปู่ของเขาให้นั้นก็ไม่มีเงินอยู่ในเช่นกัน แต่กลับเป็นกรรมสิทธิ์ในอพาร์ทเมนท์หลังหนึ่งในย่านใจกลางธุรกิจ 

หลินเช่อตกใจจนร้องออกมาดังลั่น “พระเจ้าช่วย นี่คืออั่งเปาเหรอคะ” 

ความคิดเห็น