facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 25 มันเป็นของฉัน ฉันเอาน้ำลายป้ายไว้หมดแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 มันเป็นของฉัน ฉันเอาน้ำลายป้ายไว้หมดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2563 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 มันเป็นของฉัน ฉันเอาน้ำลายป้ายไว้หมดแล้ว
แบบอักษร

ระหว่างที่กู้เซียนเต๋อพูด มู่หว่านฉิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังก็เอ่ยขึ้นว่า “พาคุณผู้หญิงลงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างล่างก่อนนะ จิ้งเจ๋อนี่ไม่รู้จักคิดเลย เสื้อผ้าที่ใส่มานี่รัดตัวเกินไป สวมอยู่บ้านแล้วจะสบายตรงไหนกัน” 

สาวใช้รีบเดินนำหลินเช่อไปยังห้องเปลี่ยนชุดอย่างว่องไว 

ระหว่างที่กู้จิ้งเจ๋อมองเธอเดินห่างออกไป เขาก็ได้ยินกู้เซียนเต๋อเอ่ยขึ้นจากในห้องว่า “เป็นผู้หญิงที่ไม่เลวเลยนะ” 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ที่ปู่คิดว่าเธอไม่เลวเลยก็เพราะว่าเธอไม่ใช่ฮุ่ยหลิงละมั้งครับ” 

กู้เซียนเต๋อมองดูกู้จิ้งเจ๋อ “แค่มองครั้งเดียวฉันก็รู้ว่าแล้วเธอเป็นเด็กดีและไร้เล่ห์เหลี่ยมมารยา เธอเป็นผู้หญิงที่ดี เมื่อเทียบกับฮุ่ยหลิงของแกแล้ว คนหนึ่งเป็นเพชร คนหนึ่งเป็นกรวดเลยทีเดียวละ” 

มู่หว่านฉิงยิ้มแล้วพูดต่อว่า “ใช่แล้ว แม่ชอบผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกที่ได้เห็นเลย ปู่ของลูกไม่เคยชมใครมาก่อนเลยนะจ๊ะ ถ้าท่านบอกว่าดีก็แสดงว่าเธอจะต้องดีมากแน่ๆ” 

คำกล่าวของมู่หว่านฉิงเป็นความจริงอย่างที่สุด กู้เซียนเต๋อเป็นคนช่างติ เขาไม่มีทางเอ่ยชมใครง่ายๆ แน่ 

น่าแปลกทีเดียวที่หลินเช่อสามารถทำให้ปู่ของเขายอมเอ่ยปากชมได้ 

กู้จิ้งเจ๋อไม่คิดเลยว่าหลินเช่อจะสามารถทำตัวให้เป็นที่รักของคนในครอบครัวเขาได้ง่ายดายขนาดนี้ มู่หว่านฉิงพูดต่อไปว่า “ยังไงก็มาถึงนี่กันแล้ว คืนนี้ค้างที่นี่นะจ๊ะ” 

หลินเช่อช็อก รีบหันไปมองหน้ากู้จิ้งเจ๋อ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ตกลงครับ” 

ในเวลานั้น หลินเช่อรู้สึกถึงคำถามมากมายร้อยแปดที่ผุดขึ้นมาในความคิด 

จนกระทั่งทั้งคู่เข้ามาอยู่ในห้องนอนของเขาเป็นที่เรียบร้อยและเธอเห็นประตูปิดลงแล้วนั่นแหละ เธอจึงเงยหน้าขึ้นถามเขาว่า “ทำไมเราถึงต้องค้างที่นี่ด้วยละคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “ก็ถ้าค้างแล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ” 

“ไม่ดีสิคะ! ฉันไม่คุ้นกับการอยู่ที่นี่นี่นา” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธอ “แล้วเราจะทำอะไรได้อีกล่ะ ถ้าเรายืนยันกับพวกเขาว่าจะขอกลับบ้าน มันก็จะไม่เป็นการดึงดูดความสนใจมากไปหน่อยเหรอว่าเรากำลังพยายามปิดบังอะไรบางอย่างน่ะ” 

หลินเช่อว่า “เราก็...เราก็บอกว่าเรายังเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ได้นี่คะ เรากลัวว่าจะส่งเสียงดังตอนกลางคืนแล้วก็อาจจะรบกวนพวกเขาได้น่ะ” 

“...” กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “ห้องนี่เก็บเสียงเป็นอย่างดี ไม่มีปัญญาแบบนั้นหรอก” 

“...” หลินเช่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปได้อีก เธอมองดูเขาแล้วคิดกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีแบบไหน มันก็สามารถหาข้ออ้างดีๆ ได้ทั้งนั้นแหละ แต่แทนที่จะทำแบบนั้นเขากลับตอบตกลงหน้าตาเฉย 

หลินเช่อทำได้แค่มองหน้าอีกฝ่ายก่อนหันมองและกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง ขนาดของมันเทียบไม่ได้เลยกับห้องของเขาที่บ้าน มันเป็นห้องชุดที่มีห้องนอนอยู่ข้างในและมีห้องทำงานอยู่ข้างนอก มีเก้าอี้ตัวโตและไม่มีโซฟา... 

หลินเช่อยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความห่อเหี่ยวพลางคิดว่าเธอกับเขาจะนอนกันยังไงในคืนนี้ 

แต่แล้วกู้จิ้งเจ๋อก็ถอดเสื้อนอกออก เขาหันไปมองเตียงนอนแล้วบอกเธอว่า “ฉันนอนพื้นก็แล้วกัน เธอนอนบนเตียงนั่นแหละ” 

เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจของหลินเช่อก็สะดุด เธอไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะเป็นฝ่ายเสนอตัวนอนบนพื้นเองแบบนี้ เธออดรู้สึกดีไม่ได้แต่มันก็ยังน่าขัดเขินอยู่ดี “ทำไมไม่ให้ฉันนอนพื้นแทนละคะ ฉันขอแค่ผ้าห่มรองนอนก็พอ” 

ขณะที่พูด เธอก็เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าและเปิดมันออก เธอมองเห็นเสื้อผ้าของเขาแขวนเรียงรายเป็นแถว ทุกตัวดูประณีตงดงามและแพงลิบเลยทีเดียว แต่เธอไม่ยังเห็นผ้าห่มสักผืนแฮะ 

ให้ตายเถอะ นี่คนในบ้านต้องตั้งใจทำแบบนี้แน่ๆ  

หลินเช่อไม่อยากจะเชื่อ เธอพูดว่า “ฉันคงนอนพื้นไม่ได้แล้ว แต่เตียงก็มีอยู่แค่เตียงเดียว เราขอให้ใครส่งเตียงเข้ามา...” 

“นี่เธอกำลังพยายามจะบอกทุกคนอยู่หรือไงว่าเราแยกเตียงกันนอนน่ะ” 

“งั้น...เราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ” 

เมื่อได้เห็นความพยายามของเธอที่จะรักษาระยะห่างจากเขา กู้จิ้งเจ๋อก็อดหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ 

เขาโยนเสื้อนอกลงบนเตียแล้วพูดว่า “ฉันไม่สนว่าเธอจะทำยังไง แต่ฉันจะนอนแล้ว” 

หลินเช่อเหลือบดูเขา อีตานี่เพิ่งจะเสนอตัวว่าจะนอนบนพื้นอยู่แหม่บๆ พอมาตอนนี้ที่รู้ว่าไม่มีผ้าห่ม เขาก็เลยจะแย่งเตียงคืนสินะ 

“ไม่ ฉันก็อยากนอนบนเตียงด้วยเหมือนกัน คุณเป็นคนยืนกรานที่จะค้างที่นี่เอง เพราะงั้นคุณก็หาทางเอาเองก็แล้วกัน” เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ 

ระหว่างที่พูด หลินเช่อก็กระโจนขึ้นเตียงทันที เธอซุกตัวลงใต้ผ้าห่มแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาก่อนจะโผล่ออกมาเชิดคางใส่เขาอย่างท้าทายเต็มที่ “ตอนนี้ทั้งเตียงมีกลิ่นของฉันติดเต็มไปหมดแล้ว แถมมีแบคทีเรียจากตัวฉันแล้วก็อย่างอื่นด้วย คุณยังอยากนอนบนนี้อีกหรือเปล่าล่ะ” 

เธอพูดพลางแลบลิ้นเลียมือตัวเองแล้วป้ายไปด้วยผ้าห่มอย่างไม่ยอมแพ้ 

หน้าของกู้จิ้งเจ๋อถอดสี “หลินเช่อ นี่เธอทำอะไรน่ะ” 

หลินเช่อผงกหัวขึ้น “อะไร คุณไม่เคยเห็นเวลาที่หมาประกาศอาณาเขตเหรอคะ พวกมันก็จะฉี่รดไปทั่วเพื่อบอกว่าตรงไหนเป็นของพวกมันบ้าง ฉันก็กำลังทำแบบเดียวกันอยู่นี่ไง ตอนนี้เตียงเป็นของฉันแล้วนะ” 

กู้จิ้งเจ๋อชี้ไปที่ผ้าห่ม “ฉันกำลังพูดถึงไอ้ที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ต่างหาก” 

“เช็ดน้ำลายเหรอคะ ทำไม คุณอยากได้มั่งมั้ยล่ะ” 

“นี่เธอ...” 

แค่คิดว่าเธอเที่ยวเอาน้ำลายเช็ดไว้ทั่วผ้าห่ม กู้จิ้งเจ๋อก็แทบทนไม่ได้แล้ว เขาจ้องเธอเขม็งก่อนจะหมุนตัว เปิดประตูแล้วเดินหนีออกไป 

หลินเช่อเริ่มหัวเราะลั่นดังไปทั่วห้อง “ทำไมยอมแพ้ง่ายจังล่ะกู้จิ้งเจ๋อ แบบนี้ไม่แน่จริงนี่นา” 

เธอกลิ้งไปทั่วเตียงอย่างภูมิใจในชัยชนะ แต่แล้วเธอก็ได้เห็นประตูเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้กู้จิ้งเจ๋อย่างสามขุมเข้ามา เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาคุกคามทำเอาหญิงสาวอดรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ ไม่ได้ เธอถอยกรูด 

“เฮ้ กู้จิ้งเจ๋อ คุณจะทำอะไรน่ะ ฉันแค่ล้อเล่นหรอกน่า...” เธอรีบบอก 

แต่แล้วเธอก็ได้เห็นกู้จิ้งเจ๋อกระโดดขึ้นเตียงมา ลากเธอเข้าไปหา แล้วเหวี่ยงเธอพาดไว้บนไหล่อย่างง่ายดาย 

ร่างกายของกู้จิ้งเจ๋อนั้นแข็งแรงมาก ทั้งสูงทั้งล่ำสัน เมื่อเขาลงมือ ทุกอย่างจึงง่ายดายและรวดเร็ว 

หลินเช่อดิ้นขลุกขลักอยู่บนไหล่อย่างไร้ทางสู้ “กู้จิ้งเจ๋อ คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” 

เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ระดมทุบไม่ยั้งแต่ก็เปล่าประโยชน์ 

ประตูห้องเปิดออก แล้วหลินเช่อก็ถูกโยนจากห้องนอนออกไปอยู่ในห้องทำงานด้านนอก 

เธอมองประตูปิดลงต่อหน้าต่อตา หลินเช่อลงมือทุบประตูโครมๆ อย่างมีน้ำโห “กู้จิ้งเจ๋อ นี่คุณเป็นผู้ชายหรือเปล่าน่ะ นี่คุณจะมาแย่งเตียงนอนผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอ” 

“เสียใจด้วย ฉันไม่เห็นเลยว่าเธอจะดูเหมือนผู้หญิงตรงไหน” เขาตอบอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ 

นั่นยิ่งชวนให้โมโหหนักขึ้นไปอีก หลินเช่อรู้สึกเหมือนในอกร้อนผ่าวราวกับไฟ “ใช่สิ ฉันทำตัวไม่เหมือนผู้หญิง ฮุ่ยหลิงของคุณต่างหากที่เป็นกุลสตรีเรียบร้อยดีงามที่สุด” 

กู้จิ้งเจ๋อร้องตอบมาทันควัน “แน่นอน” 

หลินเช่อหายใจสะดุดเมื่อได้ยิน “ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ออกไปหาเธอซะล่ะ พอไปไม่ได้ก็เลยมารังแกฉันแทนแบบนี้น่ะเหรอ” 

เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น กู้จิ้งเจ๋อยิ่งพาลหนักและตอบไปว่า “เธอคิดว่าถ้าฉันทำได้ ฉันจะยังอยู่ที่นี่ตอนนี้เหรอ” 

“คุณมัน...คุณ...” 

หลินเช่อมองดูสภาพห้องรอบๆ ตัว มีแค่เก้าอี้ทำงานตัวหรูตัวเดียวเท่านั้นและมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะนอนบนนั้น หรือมองดูอีกที พรมชั้นดีที่ปูพื้นอยู่นี่ก็ดูน่าสบายทีเดียว เธอนั่งลงและลองสัมผัสมัน นิ่มดีแฮะ แต่ถึงอย่างนั้นจะให้เธอนอนแบบนี้ได้ยังไงกัน 

“กู้จิ้งเจ๋อ นี่คุณมีหัวใจบ้างหรือเปล่าถึงจะปล่อยให้ฉันนอนตรงนี้น่ะ มันหนาวนะ” 

ข้างในห้อง หัวใจของชายหนุ่มอ่อนยวบลงเมื่อได้ยินแว่วเสียงเว้าวอนของเธอ 

แต่ถึงยังไงซะ เมื่อมองดูเตียงนอนที่ยับเยินจนดูไม่ได้ โทสะของเขาก็เริ่มผุดปุดๆ ขึ้นมาอีกครั้ง เขาเดินไปหยิบผ้าห่มขึ้นมา กลิ่นของเธอยังอบอวลอยู่เต็มไปหมด แต่ก็เป็นกลิ่นหอมชวนดมและมากพอที่จะทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว 

“คุณเป็นสามีที่ปฏิบัติกับภรรยาอย่างนี้ได้ยังไงกันคะ กู้จิ้งเจ๋อ นี่คุณใจร้ายแบบนี้จริงๆ เหรอ” 

เขาวางผ้าห่มลงและนึกขึ้นได้ว่าเธอเอาน้ำลายป้ายไว้จนทั่วไปหมด 

เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและหันไปพูดว่า “เธอออกจะตัวสูงแล้วก็แข็งแรงแบบนั้น เธอไม่เป็นไรหรอกน่า ต่อให้ต้องนอนข้างนอกห้องสักคืนก็เถอะ” 

“คุณนี่มัน...” หลินเช่อหมดหวังแล้วจริงๆ เธอทอดตัวลงนอนและครุ่นคิดด้วยความผิดหวัง กู้จิ้งเจ๋อ รอก่อนเถอะนะ 

เพราะว่าเขามีแต่โม่ฮุ่ยหลิงเต็มหัวใจ เขาถึงได้ใจร้ายกับผู้หญิงอื่นแบบนี้นี่เอง 

ความคิดเห็น