facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 23 ฉันเป็นสามีของเธอ ฉันก็จะต้องดูแลเธอสิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ฉันเป็นสามีของเธอ ฉันก็จะต้องดูแลเธอสิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2563 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ฉันเป็นสามีของเธอ ฉันก็จะต้องดูแลเธอสิ
แบบอักษร

กู้จิ้งเจ๋อกดกริ่งที่อยู่ด้านข้างพลางบอกเธอว่า “ถ้าเธอต้องการอะไร อย่าขยับตัว แค่กดปุ่มนี่ เดี๋ยวคนใช้ก็จะเข้ามาเอง” 

เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจอธิบายบางอย่างให้เธอฟังเป็นการส่วนตัว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้เลยสักนิดว่ามีอะไรแบบนี้อยู่ด้วย 

เธอมองปุ่มที่อยู่บนหัวเตียงแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “เป็นคนรวยนี่ดีจังเลยนะคะ คุณสามารถนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไร แถมยังไม่ต้องหิวตายด้วย” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธอ “ตอนนี้เธอเองก็เป็นคนรวยเหมือนกัน” 

“ไม่ใช่เลยสักนิดค่ะ” หลินเช่อว่า 

กู้จิ้งเจ๋อพูด “มีสามีรวยๆ อย่างฉัน ตอนนี้เธอก็รวยแล้วล่ะ” 

เมื่อหลินเช่อได้ยินเช่นนั้น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างวูบวาบขึ้นในอก แต่ก็อีกนั่นแหละ เธอรู้ดีว่ามันเพียงแค่สองสามปีเท่านั้น หญิงสาวจึงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “อย่าเลยค่ะ ถ้าฉันเคยชินกับอะไรแบบนี้มากเกินไป อีกหน่อยฉันจะกลับไปใช้ชีวิตลำบากแบบเดิมๆ ไม่ได้หลังจากที่เราหย่ากัน” 

กู้จิ้งเจ๋อมองเธออย่างขัดใจ “เธอคิดมากเกินไป” 

“ต้องคิดสิคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เขามองเธอแล้วพูดว่า “อย่ากังวลไปเลย ฉันจะให้เงินเธอก้อนใหญ่หลังจากที่เราหย่ากัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องกลับไปตกระกำลำบากอีกหรอก” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเช่ออดยิ้มออกมาไม่ได้ “งั้นเรามารอดูกันไหมคะ” 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ 

แล้วสาวใช้ก็เดินเข้ามา 

กู้จิ้งเจ๋อสั่งสาวใช้ให้นำยาเข้ามาให้ ไม่ช้ายาก็มาถึงมือ 

ในระหว่างที่หลินเช่อกำลังคิดถึงความสะดวกสบายในชีวิตของบรรดาคนมีฐานะอยู่นั้นเอง กู้จิ้งเจ๋อก็ย่อตัวลงและดึงขาเธอมาไว้ในมือข้างหนึ่ง 

ด้วยความตกใจ หลินเช่อรีบดึงขาหนีแล้วบอกว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันทำเอง” 

“อย่าขยับ” กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้ว เขาตวัดสายตาดุดันใส่ผู้ที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง 

กู้จิ้งเจ๋อบอกว่า “เธอเพิ่งหกล้มมา อยู่นิ่งๆ ก็พอ” 

หลินเช่อจึงได้แต่นิ่งอยู่กับที่ เธอมองดูเขาใช้นิ้วยาวป้ายยาด้วยมือข้างหนึ่งและจับขาเธอไว้ด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะป้ายตัวยาลงไปบนข้อเท้าเธอ หญิงสาวอดรู้สึกถึงความอบอุ่นที่พองโตขึ้นมาในอกไม่ได้ 

สีหน้าจริงจังยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลามากขึ้นกว่าเดิม 

เธอรู้สึกได้ว่าในท่านั่งกึ่งหมอบลงไปแบบนี้ กู้จิ้งเจ๋อยิ่งดูเซ็กซี่น่าดึงดูดเป็นที่สุด 

หลินเช่อเผลอยิ้มออกไปโดยไม่รู้สึกตัวพูดว่า “ฉันทำเองได้ค่ะ” 

“เธอไม่คุ้นกับการได้รับการดูแลจากคนอื่นสินะ” เขาเงยหน้าขึ้น 

หลินเช่อตอบ “ใช่ค่ะ ฉันดูแลตัวเองมาตลอดนี่นา” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูด้วยสายตาลึกล้ำ “ฉันเป็นสามีของเธอ มันเขียนไว้ชัดเจนในสัญญาแล้วนี่ นอกจากเรื่องที่ว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตรักของกันและกันแล้ว เราจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนคู่แต่งงานอื่นๆ” 

หลินเช่อยิ้มขณะมองดูเขา อยู่ๆ เธอก็รู้สึกขึ้นมาว่าความจริงการแต่งงานกับเขาก็เป็นเรื่องไม่เลวนัก ถึงแม้หัวใจของเขาจะเป็นของคนอื่น แต่วันเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของเขาและเธอก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสุขและน่าจดจำไม่น้อยทีเดียว 

กู้จิ้งเจ๋อค่อยๆ นวดคลึงตัวยาลงบนข้อเท้า หลินเช่อนั้นแม้จะสูงแต่ตัวเธอกลับไม่หนักเลย ตอนที่เขาอุ้มเธอก่อนหน้านี้ เขารู้สึกได้ว่าร่างของเธอนั้นเบาหวิวแทบจะไร้น้ำหนัก พอมองดูท่อนขาเรียวยาวของเธอ เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าตัวของเธอผอมบางมากจริงๆ 

เท้าเล็กๆ ของเธอน่ารักยิ่งนัก นิ้วเท้าแต่ละนิ้วกลมกลึงและอิ่มเต็ม 

นิ้วของเขาปัดโดนไปทั่วเท้าเธออย่างแผ่วเบา แต่กลับเป็นหัวใจของเขาเองที่ถูกสัมผัสคลึงเคล้าจนเริ่มหนึบชา 

เมื่อหลินเช่อเห็นการเคลื่อนไหวที่ช้าลงของเขา เธอจึงก้มหน้าลงมองแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าแล้วตอบว่า “อ๋อ...เปล่า ไม่มีอะไร” 

หลังจากเลื่อนสายตากลับมายังนิ้วเท้าของเธอ เขาก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพร้อมกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาล 

หลินเช่อก้มลงดูที่รอยแผล กู้จิ้งเจ๋อทายาให้เธอเป็นอย่างดี ตัวยานั้นถูกบรรจงทาด้วยความตั้งใจจนเธออดรู้สึกประทับใจไม่ได้ 

โชคดีที่เป็นเพียงแผลฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น วันต่อมาหลินเช่อก็สามารถกลับไปกระโดดโลดเต้นได้เหมือนเดิม 

ไม่ช้าซีรีส์โทรทัศน์ของเธอก็เริ่มถ่ายทำ ในวันนั้นหลินเช่อรีบไปถึงกองถ่ายก่อนเวลานัดหมาย 

เมื่อเธอแต่งตัวสำหรับเข้าฉากเรียบร้อย นักแสดงคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ทยอยกันมาถึง 

กู้จิ้งอวี่นั้นมาถึงช้ากว่าใครตามเคย ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา เธอก็ได้เห็นบรรดาคนติดตามขบวนใหญ่ที่ส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งตามมาด้านหลังด้วย 

ผู้ช่วยคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเธอยกมือขึ้นเท้าคางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหลว่า “กู้จิ้งอวี่นี่ตัวจริงดูหล่อกว่าในทีวีอีกเนอะ” 

“ใช่ ตัวจริงหน้าเล็กกว่าในทีวีเยอะ แล้วดูสายตาชวนให้หลงนั่นสิ” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นมองบ้าง เธอคิดว่าเขาหล่อมากทีเดียว คนตระกูลกู้นี่กรรมพันธุ์ดีจริงๆ 

เมื่อถึงตาหลินเช่อต้องลองออกไปซ้อมบทโดยยังไม่มีกล้อง เธอก็รีบยกชายกระโปรงยาวขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที การสวมชุดจีนโบราณแบบนี้ออกจะเป็นปัญหาเล็กน้อยโดยเฉพาะเมื่อเป็นซีรีส์ที่มีงบประมาณการถ่ายทำสูงแบบนี้ เพราะชุดนั้นจะถูกออกแบบตัดเย็บและตกแต่งมาอย่างชนิดที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย ทำให้เป็นการยากสำหรับผู้สวมแม้จะแค่จะก้าวเดินธรรมดาก็ตามเพราะน้ำหนักของชุดนั้นไม่น้อยเลย 

ขณะที่หลินเช่อรีบวิ่งไปนั้น เธอก็เหยียบลงบนอะไรบางอย่างโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สนใจ 

“ไอ้หยา นี่เธอเหยียบชุดของเฝ่ยหรานเข้าแล้ว” หลินเช่อได้ยินใครบางคนร้องบอก เมื่อหันกลับมา เธอก็ได้เห็นมู่เฝ่ยหรานกำลังยกชุดขึ้นดูก่อนจะหันมามองหลินเช่อ เธอส่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรหรอก” 

หลินเช่อรีบขอโทษเป็นพัลวัน “ขอโทษค่ะ ขอโทษด้วยค่ะพี่เฝ่ยหราน” 

มู่เฝ่ยหรานมองหลินเช่อแล้วตอบว่า “นี่เธอเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่เล่นเป็นเฉินอี้หันสินะ” 

หลินเช่อรีบตอบโดยไว “ใช่แล้วค่ะ พี่เฝ่ยหราน” 

มู่เฝ่ยหรานยกมือขึ้นลูบไหล่หลินเช่อแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “เธอทำได้ไม่เลวเลยนะ ฉันชื่นชมเธอมาก ฉันคอยเชียร์เธอยู่นะ” 

เมื่อได้ยินคำชื่นชมเช่นนั้น หลินเช่อยิ่งมองดูอีกฝ่ายด้วยสายตายินดียิ่ง “ขอบคุณมากค่ะ พี่เฝ่ยหราน” 

ไม่ช้ามู่เฝ่ยหรานก็ออกจากห้องไปพร้อมบรรดาผู้ช่วยของเธอ 

คนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังมองดูหลินเช่อแล้วพูดด้วยอาการที่ยังหวั่นใจไม่หายว่า “ทำไมเธอถึงไม่ระวังหน่อยล่ะ นี่โชคดีนะที่มู่เฝ่ยหรานน่ะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วก็ยังใจเย็นด้วย” 

หลินเช่อเองก็ประทับใจกับเหตุการณ์ที่ได้เจอเอามากๆ เธอจึงตอบว่า “ใช่ค่ะ เธอใจเย็นจริงๆ” 

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเธอถึงโด่งดังขนาดนี้ ในวงการนี้น่ะ ไม่ใช่แค่ต้องหน้าตาสวยอย่างเดียวเท่านั้น เธอต้องมีทักษะในการเข้าสังคมที่ดีด้วยนะ” 

หลินเช่อถ่ายฉากของตัวเองเสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะการถ่ายทำเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เธอจึงมีฉากที่ต้องเข้าเป็นเพียงฉากสั้นๆ ไม่กี่ฉาก เมื่อเสร็จเรียบร้อยเธอก็หาเก้าอี้นั่งและพักผ่อน 

เธอเป็นเพียงนักแสดงเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่มีผู้ช่วยและผู้จัดการคอยดูแล แต่จะว่าไปการได้นั่งคนเดียวก็เป็นอะไรที่สบายดีเหมือนกัน หลินเช่อนั่งอ่านบทและครุ่นคิดถึงเรื่องราวตอนต่อไปของซีรีส์อย่างเคร่งเครียด 

เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้นลง กู้จิ้งอวี่ก็หันกลับมาและได้เห็นหลินเช่อที่กำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านบทและเขาคิดว่าเธอดูน่าขำเอามากๆ นักแสดงหนุ่มส่งสัญญาณบอกทีมของเขาให้หยุดก่อนจะหันไปบอกกับผู้จัดการส่วนตัวว่า “ฉันไม่เข้าห้องพักนะ ตรงนั้นพอจะมีที่ว่างมั้ย ยกเก้าอี้ไปให้หน่อยสิ ฉันจะนั่งตรงนั้น” 

ผู้ช่วยชะงักก่อนจะบอกกู้จิ้งอวี่ด้วยความลังเลว่า “จิ้งอวี่ พื้นที่นั่งพักตรงนั้นเอาไว้สำหรับนักแสดงเล็กๆ นะ” 

“ฉันเองก็เป็นนักแสดงเล็กๆ คนหนึ่งเหมือนกัน ทำตามที่ฉันบอก อย่าพูดจาเหลวไหลน่า” กู้จิ้งอวี่บอกพลางเดินตรงเข้าไปหาหลินเช่อ 

“เฮ้ หลินเช่อ” เขาก้มหน้าลงแล้วร้องทัก 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้น เมื่อได้เห็นว่าเป็นกู้จิ้งอวี่ เธอก็ช็อกสนิทและรีบลุกพรวดพราดขึ้นทันที “พี่จิ้งอวี่...” 

“ไม่ต้องลุกๆ นั่งลงเถอะ เดี๋ยวเรามีเข้าฉากด้วยกัน ฉันก็เลยว่าจะมาซ้อมบทกับเธอสักหน่อย” 

“อ้อ โอเคค่ะ พี่จิ้งอวี่ ว่าแต่วันนี้เรามีฉากที่ต้องถ่ายด้วยกันด้วยเหรอคะ” เธอจำได้ว่าฉากที่ว่านั่นต้องถ่ายทำพรุ่งนี้นี่นา 

กู้จิ้งอวี่ยิ้มแล้วพยักหน้า “อืม วันนี้ฉันว่างน่ะ ก็เลยว่าจะถ่ายเพิ่มอีกสักฉาก” 

หลินเช่อหมดความสงสัย เธอมองดูกู้จิ้งอวี่แล้วหยิบบทของตัวเองขึ้นมา 

ความคิดเห็น