facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 22 ยัยซื่อบื้อ นี่เธออยู่รอดมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไงกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ยัยซื่อบื้อ นี่เธออยู่รอดมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไงกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2563 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ยัยซื่อบื้อ นี่เธออยู่รอดมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไงกัน
แบบอักษร

หลินเช่อเดินเข้ามาในห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าออกและเตรียมจะอาบน้ำฝักบัว

ห้องน้ำที่นี่มีขนาดใหญ่เสียยิ่งกว่าห้องนั่งเล่นในบ้านเธอ แค่อ่างนวดพลังน้ำอย่างเดียวก็ใหญ่โตเสียแทบจะลงไปว่ายในนั้นได้

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ค่อยใช้อ่างอาบน้ำสักเท่าไหร่เพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยนัก

แต่วันนี้เธอเห็นสาวใช้เปิดน้ำเตรียมไว้เต็มอ่าง น้ำยังคงร้อนจนมีไอลอยขึ้นมาให้เห็น เมื่อลองคิดดูแล้ว เธอก็ตัดสินใจถอดเสื้อผ้าและก้าวลงในอ่างน้ำอย่างระมัดระวัง

เมื่อจุ่มร่างลงไปในน้ำ หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายเป็นที่สุด

เธอนึกถึงคำพูดของแม่เลี้ยงและคำพูดของกู้จิ้งเจ๋อ

ฉินชิงกำลังจะแต่งงานกับหลินลี่แล้ว

เธอได้รู้จักเขาครั้งแรกที่โรงเรียน เขาเป็นหัวหน้าวงโยธวาทิต ส่วนเธอเป็นคนตีกลอง เมื่อได้รับบาดเจ็บ เขาเป็นคนพาเธอมาส่งที่บ้านตระกูลหลิน ด้วยร่างที่ทั้งผอมบางและอ่อนแอของเขา ฉินชิงแบกเธอซึ่งในเวลานั้นเป็นเด็กหญิงร่างตุ้มตุ้ยใส่หลังและพามาส่งถึงที่บ้าน เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้านตระกูลหลิน ตัวเขาก็โชกไปด้วยเหงื่อ ภาพนั้นติดอยู่ในใจของเธอเสมอมาและในเวลานั้นเธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นบุคคลที่ปฏิบัติกับเธอดีที่สุดในโลก

ในเวลานั้นทั้งคู่ยังเป็นเพียงนักเรียนชั้นประถม

ฉินชิงเริ่มได้รับคำเชิญให้มาเล่นที่บ้านตระกูลหลินอยู่บ่อยครั้ง หลังจากที่ทางบ้านของเธอรู้ว่าเขาเป็นบุตรชายคนรองของตระกูลฉิน

และนั่นก็ทำให้เขาได้พบกับหลินลี่

เธอชำระล้างร่างกายในอ่างน้ำจนเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียและใกล้จะถึงจุดที่ผล็อยหลับเต็มที เมื่อยืนขึ้น หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงอาการหน้ามืดอย่างฉับพลันก่อนจะล้มโครมลงในอ่างน้ำ

เสียงน้ำสาดกระเซ็นดังก้องไปทั่วห้อง

กู้จิ้งเจ๋อได้ยินเสียงจากด้านนอก เขารีบวิ่งตรงมา

เขาเปิดประตูออกและได้เห็นหลินเช่อกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากอ่าง ใบหน้านั้นแดงก่ำ และทั้งห้องปกคลุมไปด้วยไอน้ำ สภาพเธอดูไม่ดีเอาเสียเลย

ด้วยความตกใจ กู้จิ้งเจ๋อไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขารีบตรงดิ่งเข้ามาเพื่อฉุดเธอขึ้นจากน้ำ

ราวกับเจอฟางเส้นสุดท้ายที่จะสามารถช่วยชีวิตตัวเองไว้ได้ หลินเช่อยกแขนทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา

ร่างเปียกๆ ของเธอเบียดแนบเขาอกเขาแน่น ทำเอาเสื้อผ้าของชายหนุ่มพลอยเปียกชุ่มด้วย

กู้จิ้งเจ๋อสาวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็พาร่างของหลินเช่อพ้นห้องน้ำออกมา

เขาวางร่างเธอลงบนเตียง ลูบใบหน้าเธอพลางถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ หลินเช่อ ตื่นสิ”

หลินเช่อผวาหาอากาศ ความมึนงงและวิงเวียนทั้งหลายค่อยทุเลาขึ้นทีละน้อย

ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือกู้จิ้งเจ๋อที่กำลังขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างหนัก และสายตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เป็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ แค่หน้ามืดนิดหน่อย” เธอยกมือขึ้นแตะแก้ม

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” เขาถามด้วยความสับสน

“คงเป็นเพราะฉันไม่เคยแช่อ่างอาบน้ำมาก่อนน่ะค่ะ วันนี้เกิดอยากลองขึ้นมาแต่ดูเหมือนว่าฉันจะแช่นานเกินไปหน่อย ตอนที่อยู่ในน้ำฉันรู้สึกเหมือนจะเวียนหัวนิดหน่อยแต่ก็ไม่คิดว่าจะทำเอาทรงตัวไม่อยู่ตอนที่ยืนขึ้นมาแบบนั้น...”

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นงั้นเหรอ ความกังวลของกู้จิ้งเจ๋อมลายหายไป จนกระทั่งเขายืดตัวขึ้นตรงแล้วนั่นแหละเขาถึงได้สังเกตเห็น...

หลินเช่อกำลังโป๊อยู่

ผิวเนื้อเกลี้ยงเกลาของเธอกลายเป็นสีชมพูระเรื่อจากความร้อนของน้ำ เส้นสายส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างปรากฏชัดเจนแก่สายตาเขายิ่งกว่าทุกครั้ง ส่วนบริเวณหน้าอกนั้นก็วาววามเพราะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจนทำให้ยากจะละสายตา

หัวใจของกู้จิ้งเจ๋อเต้นแรง เขารู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่แล่นผ่านสมอง และทันใดนั้นร่างกายส่วนล่างก็เริ่มที่จะขยายตัว

ชายหนุ่มพยายามบังคับตัวเองให้เบือนหน้าหนีจากร่างตรงหน้า เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้เธอ

หลินเช่อเองก็เพิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเช่นกัน ใบหน้าของเธอแดงก่ำจนเหมือนจะหยดออกมาเป็นเลือด มือจิกผ้าห่มแน่นสุดชีวิต หัวใจเต้นระรัวเหมือนกลอง

“นี่เธอไม่เคยแช่อ่างน้ำหรือไงกัน” กู้จิ้งเจ๋อว่า “ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะเป็นลมเพราะแค่แช่น้ำร้อนเดี๋ยวเดียวแค่นี้”

หลินเช่อตอบ “ก็ไม่เคยสิคะ คุณคิดว่าเขาเกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองอย่างคุณทุกคนหรือไง ตอนอยู่บ้านตระกูลหลินนั่น ฉันอาศัยอยู่ในห้องคนรับใช้ตลอดเวลา แน่ล่ะว่ามันไม่มีอ่างน้ำให้ฉันใช้หรอก”

กู้จิ้งเจ๋อมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ”

หลินเช่อถลึงตาใส่เขา “หันไปก่อนสิคะ...ฉันจะใส่เสื้อผ้า”

กู้จิ้งเจ๋อไม่อยากจะหัน “อะไรๆ ฉันก็เห็นมาหมดแล้วทั้งนั้นแหละ”

“นี่คุณ...” หน้าเธอร้อนผ่าวด้วยความโกรธ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นมาอีกหลายเท่า

หลังจากสวมเสื้อผ้าด้วยความเร็วแสงเป็นที่เรียบร้อย เธอก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย

กู้จิ้งเจ๋อหันหน้ากลับมาหาเธอ ใบหน้าเล็กๆ ของหลินเช่อยังคงแดงก่ำ ริมฝีปากนั้นแช่น้ำอยู่นานเสียจนบวมตึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอใช้ผ้าเช็ดตัวบีบเช็ดเส้นผม หยดน้ำก็ไหลลู่จากเส้นผมลงมายังลำคอขาวผ่อง

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายยากเย็น เขารู้สึกเหมือนอุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายองศา

ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นดู เขาก็เห็นชื่อของฮุ่ยหลิงปรากฏอยู่บนจอ

หลังจากกระแอมเบาๆ เขาก็หลบตาเธอและกดรับสาย

“ฮุ่ยหลิงเหรอ มีอะไร” เขาถาม

เมื่อหลินเช่อได้ยินชื่อ ‘ฮุ่ยหลิง’ เธอก็หันหน้ากลับมาหากู้จิ้งเจ๋อ ซึ่งกำลังฟังเสียงของโม่ฮุ่ยหลิงที่พูดอยู่ในสายว่า “จิ้งเจ๋อคะ ฉันลองกลับมาคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว วันนี้ฉันพูดจาหุนหันพลันแล่นเกินไปหน่อย คุณอย่าโกรธเลยนะคะ”

กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “ไม่หรอก ฉันเข้าใจ ฉันไม่ได้โกรธเธอ”

โม่ฮุ่ยหลิงเอ่ยต่อไปอย่างระมัดระวังว่า “ที่ฉันโกรธขนาดนั้นก็เพราะฉันรักคุณมาก เราคบกันมาหลายปีแล้วนะคะ คุณเป็นคนที่เข้าใจฉันดีที่สุด ฉันเป็นคนอารมณ์ไม่มั่นคง แล้วฉันก็กังวลใจที่รู้ว่าคุณอยู่ร่วมบ้านกันกับผู้หญิงคนนั้น ฉันรู้ดีว่าคุณเป็นคนไม่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ หรือเปิดช่องโหว่ให้คนอื่นโจมตีได้ คุณแค่คิดถึงประโยชน์ของเราทั้งสองคน ฉันเป็นคนไร้เหตุผลเกินไปเองแหละค่ะ”

เมื่อได้ยินโม่ฮุ่ยหลิงพูดเช่นนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็ตอบว่า “ไม่เลย ฮุ่ยหลิง ฉันเองต่างหากที่ยังทุ่มเทให้เธอไม่มากพอมาตั้งแต่ต้น เพราะว่าฉันยังทำได้ไม่ดีพอนั่นแหละ เธอก็เลยรู้สึกไม่มั่นคง”

“ต่อไปนี้ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ฉันจะสนับสนุนคุณทุกเรื่อง คุณรู้ใช่ไหมคะว่าฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”

“ขอบคุณนะ ฮุ่ยหลิง” เขาบอก

จนถึงตอนนี้ หลินเช่อเช็ดทำความสะอาดผมของเธอด้วยผ้าเช็ดตัวเป็นที่เรียบร้อยและตั้งใจว่าจะเดินไปหยิบไดร์เป่าผม แต่เมื่อขยับขา เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาและคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการล้มก่อนหน้านี้ เผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บและหยุดอยู่กับที่

ชายหนุ่มสังเกตเห็นอาการเพียงเล็กน้อยนั้น เขาจึงเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คงเจ็บจากตอนที่ล้ม เดี๋ยวฉันจะหายามานวดเอง” หลินเช่อบอกการยืดตัวขึ้นและเกาะโต๊ะไว้เพื่อช่วยพยุงร่าง

กู้จิ้งเจ๋อจ้องเธอนิ่งนาน เมื่อเห็นว่าเธอยังคงพยายามที่จะเดิน เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นและพูดว่า “หยุด อย่าขยับตัวโดยไม่ระวังอย่างนั้นสิ”

เขาพูดพลางโอบมือเข้าที่รอบเอวและยกร่างเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ลังเล

“เอ่อ...”

ขาทั้งสองข้างของเธอลอยขึ้นจากพื้นทันที เธอมองเห็นใบหน้างามสง่าของกู้จิ้งเจ๋อจากมุมด้านล่าง เส้นกรอบหน้าของเขาช่างไร้ที่ติ และแนวคางก็ช่างมีเสน่ห์เร้าใจเสียนี่กระไร เมื่อรวมเข้ากับดวงตาดำลึกล้ำนั่นแล้ว เขาช่างดูสมบูรณ์แบบไปทั้งเนื้อทั้งตัว

หลินเช่อร้องขึ้นว่า “คุณทำอะไรน่ะ”

“อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ โง่จริง” เขาบอกพลางก้มลงมองเธอด้วยสายตาขุ่นเคือง

หัวใจหลินเช่อเต้นแรง แต่เธอก็รู้ดีว่าเขากำลังช่วยเธอ หญิงสาวจึงยอมอยู่นิ่งๆ เธอไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว ทั้งหมดที่เธอทำก็คือเงยหน้าขึ้นมองยามที่เขาค่อยๆ วางร่างเธอลงบนเก้าอี้โซฟา

รอยฟกช้ำขนาดใหญ่บริเวณข้อเท้าของเธอมองเห็นได้เด่นชัด

กู้จิ้งเจ๋อพูดขึ้นว่า “แปลกดีนะ เธอสามารถเอาตัวรอดมาได้ตั้งหลายปีจนถึงตอนนี้ แต่กลับมาเจ็บตัวแค่เพราะแค่ลงไปอาบน้ำในอ่างธรรมดาๆ”

หลินเช่อโต้กลับอย่างไม่ลดละ “ฉันเคยชินกับการใช้ชีวิตรันทด แต่ฉันยังไม่คุ้นกับชีวิตแบบคุณผู้หญิง เข้าใจมั้ยคะ”

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้ามองแล้วทำตาดุใส่เธออีกครั้ง “งั้นก็เริ่มคุ้นได้แล้ว เพราะเธอจะต้องเป็นคุณผู้หญิงแบบนี้ไปอีกสองสามปี”

หัวใจหลินเช่อเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อนึกภาพการใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปอีกสองสามปี... เธออดรู้สึกนิดๆ ไม่ได้ว่าออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

ความคิดเห็น