facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 21 ฉันจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธออย่างแน่นอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ฉันจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธออย่างแน่นอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 13:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ฉันจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธออย่างแน่นอน
แบบอักษร

“คุณแม่เลี้ยงคะ ฉันบอกไปแล้วไงละคะ ว่าฉันจะไม่กลับไปที่นั่นอีก เพราะฉะนั้นลืมไปได้เลย” หลินเช่อว่า 

เมื่อเป็นการเจรจาทางโทรศัพท์แบบนี้ หันไฉ่อิงจึงมองไม่เห็นอีกฝ่ายว่ามีท่าทีเช่นไร ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่กล้าที่จะอาละวาดฟาดงวงฟาดงาอย่างใจคิด เธอปรับน้ำเสียงให้ฟังดูเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเมื่อพูดต่อไปว่า “หลินเช่อ ที่แม่เลี้ยงทำอย่างนี้ก็เพราะหวังดีกับแกนะ ตระกูลเฉิงไม่ได้มีอะไรเสียหายสักหน่อย ถึงแม้ว่าเจ้าปัญญาอ่อนนั่นจะโง่ไปหน่อย แต่อย่างน้อยพื้นเพฐานะของบ้านนั้นก็จัดว่าดีเข้าขั้นอยู่ ถ้าเธอแต่งงานกับเขา ชีวิตเธอจะได้สุขสบาย เธอจะได้กลายเป็นนายหญิงน้อยของที่นั่น แล้วก็สามารถซื้อทุกอย่างที่เธอต้องการได้ ครอบครัวนั้นเขาไม่ลงมาวุ่นวายกับเธอหรอก ส่วนสามีของเธอก็มีอาการป่วย เขาก็จะไม่มายุ่งกับเธออีกเหมือนกัน ถึงตอนนั้นคฤหาสน์ตระกูลเฉิงก็จะตกอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเธอไงล่ะ” 

หลินเช่อพ่นลมพรืดออกทางจมูก “ถ้ามันดีขนาดนั้น งั้นทำคุณถึงไม่ให้หลินอวี่แต่งซะเองละคะ” 

“ก็เพราะพวกเขาไม่ได้อยากได้หลินอวี่น่ะสิ” แต่สิ่งที่ในใจหันไฉ่อิงคิดก็คือ ให้หลินอวี่แต่งเข้าไปในตระกูลนั้นน่ะรึ อีกหน่อยหลินอวี่ของฉันก็กำลังจะได้เป็นนายหญิงน้อยของฉินชิงอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว จะปล่อยให้แต่งกับไอ้ครอบครัวบ้าๆ นั่นเข้าไปได้ยังไง 

หลินเช่อพูดเสียงเย็น “คุณแม่เลี้ยงคะ ฉันไม่ได้อยากจะเป็นนายหญิงน้อยค่ะ นี่ฉันขอให้คนช่วยไปขนข้าวของของฉันจากที่บ้านแล้ว ฉันจะไม่กลับไปบ้านตระกูลหลินอีก” 

เมื่อได้ยินหลินเช่อพูดอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนั้น เสียงของหันไฉ่อิงก็กระด้างขึ้นมาทันควัน “หลินเช่อ นี่แกอยากจะตัดขาดจากครอบครัวจริงๆ งั้นรึ ก็ได้! งั้นอย่างแรกเลย คืนเงินทองที่ฉันใช้เลี้ยงดูแกตั้งแต่เล็กแต่น้อยมาซะก่อน ฉันทุ่มเทไปมากมายแค่ไหนกว่าแกจะโตเป็นสาวขึ้นมาได้ พอมาตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้ว แกคิดจะสะบัดหน้าหนีไปอย่างนี้เหรอ” 

ด้วยความตกตะลึง หลินเช่อโต้ตอบกลับไปว่า “ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่นับความจริงที่ว่าฉันต้องคอยรองมือรองเท้าพวกคุณทุกคนเหมือนบ่าวรับใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันควรจะได้รับค่าจ้างตอบแทนแล้วละก็ ยังไงซะคุณก็ยังให้ที่ฉันได้ซุกหัวนอน เพราะงั้นฉันจะค่อยๆ ทยอยใช้เงินคืนให้คุณก็แล้วกันนะคะ” 

“แก...นังหลินเช่อ นี่แกเป็นบ้าอะไรของแก นี่แกคิดว่าฉันรู้ไม่ทันแผนการของแกสินะ สาเหตุที่แกเข้าไปวุ่นวายกับทีมงานซีรีส์ของหลินลี่เขาน่ะเพราะแกยังอยากจะสะเออะหน้าไปแข่งกับหลินลี่ แล้วก็หาทางทำให้ฉินชิงเขาหันมามองแกอยู่ละสิ ใช่มั้ยล่ะ” 

“คุณแม่เลี้ยงคะ คุณคิดไปไกลมากแล้วละค่ะ” หลินเช่อไม่คิดที่จะเสียเวลาแก้ตัวอะไร 

หันไฉ่อิงตะคอกใส่ “ทำไมแกถึงไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูตัวเองเสียบ้าง แกไม่มีอะไรจะไปเทียบหลินลี่ได้แม้แต่ปลายก้อย แล้วนี่แกก็ยังฝันลมๆ แล้งๆ ว่าฉินชิงเขาจะปรายตามองแกอีกงั้นรึ ถ้าแกไม่ได้คิดแบบนี้ งั้นก็รีบถอนตัวออกจากงานแสดงเรื่องนี้ซะ” 

หลินเช่อหน้าบึ้งตึงและตอบกลับไปว่า “ขอให้เข้าใจให้ชัดเจนด้วยนะคะว่านี่คืองานของฉัน ฉันจะไม่ฟังคำสั่งจากคุณและยอมถอนตัวเพราะว่าคุณต้องการอย่างแน่นอน” 

“แก...” 

หลินเช่อพูดต่อไป “อีกอย่าง ถ้าคุณกลัวนักว่าฉันจะฉกฉินชิงไปจากหลินลี่ได้ละก็ งั้นก็ทำให้ลูกสาวตัวเองสวยน่ามองกว่านี้หน่อยสิ จะมาขู่ฉันหาอะไรเล่า” 

เมื่อพูดจบ หลินเช่อก็กระแทกโทรศัพท์ลงโครมใหญ่ 

เธอเงยหน้าขึ้นและสบตาเข้ากับกู้จิ้งเจ๋อพอดี 

ดวงตาดำสนิทคมปลาบของเขาดูเหมือนห้วงน้ำดำลึก ดูน่าดึงดูดและลึกลับไปพร้อมกัน 

ใบหน้าของเธอมีแววกระอักกระอ่วนผุดขึ้นมา เธอมองหน้าเขาแล้วพูดว่า “ทำไมคุณถึงไม่รู้จักเดินแบบให้สุ้มให้เสียงกันบ้างนะ” 

“การเดินเบาๆ เป็นมารยาทขึ้นพื้นฐานะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นเหมือนเธอสักหน่อยที่เอาแต่ส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งโดยไม่จำเป็นอยู่ตลอดเวลาน่ะ” กู้จิ้งเจ๋อก้าวขายาวๆ ของเขาเข้ามาในห้องอย่างผึ่งผาย 

หลินเช่อทำหน้าท้อใจ “ก็ได้ๆ ก็ได้ค่ะ คุณเป็นมนุษย์ที่มารยาทดีงามที่สุดในโลก ส่วนฉันมันคนไร้การอบรม โชคดีนะเนี่ยที่ยังไงเราก็จะต้องหย่ากันไม่ช้าก็เร็ว ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องคลั่งตายแน่ถ้าจะต้องโดนคุณพร่ำบ่นแล้วก็ดูถูกแบบนี้ไปตลอดทั้งชีวิตน่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อเอามือไพล่หลังแล้วตอบว่า “นั่นก็จริง” 

“อะไรนะคะ” 

“ฉันเป็นคนที่มีมารยาทดีงามที่สุด ส่วนเธอคือผู้หญิงไร้การอบรม นั่นจริงที่สุดเลย” กู้จิ้งเจ๋อว่า 

“นี่คุณ...” หลินเช่อถลึงตาเขียวปั้ดใส่อีกฝ่ายด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะก้าวเท้าออกเดิน โดยแกล้งเดินด้วยช่วงก้าวสั้นๆ ตามแบบอย่างกุลสตรี 

เมื่อเห็นดังนั้น กู้จิ้งเจ๋อต้องรีบกลั้นหัวเราะเพื่อไม่ให้หลุดขำออกมา 

หลินเช่อหันกลับมาและพูดว่า “เดินแบบนี้ชอบมั้ยคะ นี่ฉันเลียนแบบเหมือนหรือเปล่า” 

“ยัยบ๊อง” เขาว่า “ก็ซื่อบื้ออย่างนี้นี่ไง ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะลงเอยด้วยการวางยาผู้ชายผิดคนน่ะ” 

“เฮ้ นี่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกน่ะ” หลินเช่อท้วง สีหน้าโกรธจัด 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธอแล้วก็นึกอยากจะพูดอะไรบางอย่าง และสุดท้ายเขาก็ถามออกไปอย่างอดไม่ได้ “คนที่ชื่อฉินชิงนี่คือผู้ชายที่เธอชอบงั้นเหรอ” 

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเช่อชะงักไปทันควัน ดวงตามีแววเศร้าสร้อยแฝงอยู่ลึกๆ “คุณไม่อึดอัดบ้างเหรอคะที่ต้องมาพูดกับภรรยาตัวเองถึงผู้ชายที่เธอชอบน่ะ” 

“ไม่เลย” เขาว่า 

“...” หลินเช่อนิ่งอั้นไป “เอาเถอะ งั้นก็ตามใจคุณ... ใช่ค่ะ อันที่จริงฉันเล่าให้คุณฟังก็คงไม่เป็นไร เพราะถึงยังไงคุณก็ไม่รู้จักเขา ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะที่จะโชคดีพอที่จะได้พบคนที่เราชอบและเขาก็ชอบเรากลับน่ะ เขากับฉันเป็นเหมือนขวัญใจวัยหวานของกันและกันมากกว่า แต่โชคร้ายที่คนที่เขาชอบมาโดยตลอดก็คือหลินลี่” 

เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอก็ได้พบกับสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งของเขา ในช่วงเวลานั้น เธอรู้สึกราวกับว่าสายตาอันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของเขาแทบจะชำแรกผ่านร่างเธอเข้ามา 

“ถ้าเธอต้องการ ฉันช่วยให้เขาเป็นของเธอได้นะ” 

“เป็นของฉันเหรอคะ” หลินเช่อมองอีกฝ่ายด้วยความสับสน “คุณหมายความว่ายังไง” 

“ก็หมายความอย่างที่ฉันพูดนั่นแหละ ถ้าเธอต้องการ ฉันสามารถทำให้เขาชอบเธอได้และหันมาคบหากับเธอได้” น้ำเสียงทุ้มลึกของเขาฉายชัดไปด้วยความยโสหยิ่งผยองในอำนาจของตัวเอง 

“ฮะ คุณจะทำให้เขาหันมาชอบฉันเหรอคะ” หลินเช่อถาม 

กู้จิ้งเจ๋อตอบ “อย่างเช่นว่า ฉันทำให้เขาไม่สามารถหมั้นหมายกับพี่สาวเธอได้ หรือกดดันเขาแล้วก็บังคับเขาให้หันมาคบหาเธอได้” 

“ฮึ ถ้างั้นก็ลืมไปซะเถอะค่ะ” เธอรีบบอกโดยเร็ว “ทำไมไม่ทำให้เขารีบแต่งงานกับหลินลี่ไปซะเร็วๆ ละคะ ผู้คนจะได้เลิกคิดกันเสียทีว่าฉันพยายามจะแย่งเขามา นั่นเป็นอะไรที่น่าอึดอัดชะมัด” 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้ว “นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นไปได้ แต่เธอแน่ใจเหรอว่าต้องการอย่างนั้นน่ะ” 

“ฉันแต่งงานแล้วนี่คะ นี่มันดีแล้วเหรอคะที่คุณจะมาพูดกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วด้วยเรื่องแบบนี้น่ะ” เธอรีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีเมื่อมองดูใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของเขา 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ไม่สำคัญหรอก ฉันเคยบอกไปแล้วนี่ ว่าฉันเป็นคนทำให้การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นฉันจะช่วยชดเชยให้กับเธอทุกอย่างที่เธอต้องการ นอกจากเงินทองแล้ว ฉันถือว่าเรื่องนี้ก็เป็นค่าชดเชยด้วยเหมือนกัน” 

“ช่างมันเถอะค่ะ สำหรับตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันได้ยินชื่อเขามากเกินพอแล้ว ความรักมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นของฉันก็คือการได้แสดงแล้วก็พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น มีอาชีพที่ก้าวหน้าขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะมีคนที่ดีกว่านั้นมองเห็นฉัน แล้วฉันก็จะได้พบผู้ชายที่ดีกว่ามากๆ สำหรับฉินชิงแล้ว เขาเป็นแค่การแสดงสลับฉากสำหรับชีวิตฉันเท่านั้นแหละค่ะ ชีวิตคนเรามีใครบ้างที่ไม่เคยพบเจอคนที่เรารักเขาแต่เขาไม่รักเราตอบบ้าง จริงมั้ยละคะ” 

“ฉันยังไม่เคยเจอคนแบบนั้น” กู้จิ้งเจ๋อตอบเรียบๆ 

“...” เอาเถอะ หลินเช่อคิดขณะมองดูเขาโดยไม่พูดอะไร แต่เธอรู้ดีว่ากู้จิ้งเจ๋อพูดความจริง 

หลินเช่อพูดต่อไปว่า “เอาละค่ะ ฉันจะไปอาบน้ำก่อนละ” 

“ก็ได้ แต่ถ้าเธอเปลี่ยนใจละก็ เธอบอกฉันได้ตลอดเวลา” 

“ขอบคุณค่ะ” หลินเช่อคิดว่า ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ยังพยายามที่จะช่วยเธอ 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ไม่เป็นไร ฉันเป็นสามีของเธอ ฉันมีหน้าที่คอยดูแลผลประโยชน์ให้เธออยู่แล้ว” 

“รวมถึงช่วยภรรยาของคุณมองหาสามีคนถัดไปด้วยน่ะเหรอคะ กู้จิ้งเจ๋อ คุณนี่จะเป็นคนดีเกินไปแล้วนะคะ” หลินเช่อยิ้มกว้างอย่างลืมตัว 

เมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของเธอ สายตาของชายหนุ่มก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนไปมองทางอื่น “ใช่แล้ว ฉันจะทำตามคำสัญญาทุกอย่างที่ให้ไว้กับเธอ” ตอนที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เขาบอกว่าเขาจะชดเชยให้เธอ และเขาก็กำลังจะทำเช่นนั้นจริงๆ 

หัวใจของหลินเช่อสะดุด เวลาที่เขายืนตัวตรงเด่นอยู่ตรงหน้าและพูดประโยคที่ว่า “ฉันจะทำตามคำสัญญาทุกอย่างที่ให้ไว้กับเธอ” เธอรู้สึกได้ว่าเขาพูดมันออกมาจากหัวใจอย่างแท้จริง 

เธอเบือนหน้าหนีแล้วกะพริบตา ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆ จางหายไป ไม่ว่าเขาจะดีแสนดีสักแค่ไหน เขาก็เป็นของคนอื่นอยู่ดี ยังไงเสียเธอก็จะต้องหย่าขาดจากเขาไม่ช้าก็เร็ว 

ความคิดเห็น