facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 20 ตกลงคุณจะย้ายออกไปมั้ยคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ตกลงคุณจะย้ายออกไปมั้ยคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 14:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ตกลงคุณจะย้ายออกไปมั้ยคะ
แบบอักษร

หลินเช่อนึกอยากจะมุดพื้นหนีไปซะให้รู้แล้วรู้รอด มือไม้ของเธอดูจะเกะกะไปหมดเมื่อสบตาเขาแล้วพูดอายๆ ว่า “เมื่อคืนนี้...” 

“ถ้าจะพูดให้ถูกควรบอกว่าเมื่อเช้านี้ เพราะกว่าเธอจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปรุ่งสางแล้ว” เขาถือแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวไว้ในมือแล้วยกขึ้นจิบ 

“...” ก็ได้ หลินเช่อพูดเสียงแผ่วเบา “ขะ ขอโทษค่ะ ฉันเมาไปหน่อย ฉะ...ฉันลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองทำอะไรลงไป” หลินเช่อตั้งใจว่าจะเล่นบทจำอะไรไม่ได้ก็แล้วกัน 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองเธอ “เธอไม่ได้ทำอะไร” 

“งั้นเหรอคะ” เธอรีบโพล่งออกไป 

เขาตวัดสายตาดุจัดมาหา “หรือเธอหวังว่าตัวเองจะทำอะไรงั้นเหรอ” 

“เปล่าค่ะ เปล่า ไม่ทำอะไรก็ดีแล้วละค่ะ” หลินเช่อหลบตาอย่างรู้สึกผิด 

กู้จิ้งเจ๋อหรี่ตาแล้วจ้องหน้าเธอ “ดูเหมือนว่าเธอจะจำอะไรไม่ได้เลยสินะ” 

หลินเช่อรีบตอบ “ค่ะ ใช่ค่ะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง” 

กู้จิ้งเจ๋อเดินเข้ามาใกล้ จ้องหน้าเธอเขม็ง “เธอจูบฉันเมื่อคืนนี้” 

อารามช็อกสนิท หลินเช่อรีบปฏิเสธลิ้นแทบพันกัน “ไม่มีทาง ไม่ได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นสักหน่อย ฉันจำได้ว่าฉันอ้วกใส่คุณก่อนจะจูบคุณต่างหากล่ะ” 

ทันทีที่พูดจบแล้วนั่นแหละ เธอถึงได้รู้สึกตัวแล้วรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที 

กู้จิ้งเจ๋อเลิกคิ้ว “ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ลืมไปหมดทุกอย่างนี่นะ” 

ด้วยความอับอายเหลือแสน หลินเช่ออยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามฉาด 

ตอนนี้หน้าของเธอแดงก่ำ เธอค่อยๆ ก้มหน้าลงแล้วพึมพำพูดว่า “ขอโทษค่ะ ฉันรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวแบบนี้...เป็นความผิดของฉันเอง เมื่อคืนฉันเมาไปหน่อยน่ะค่ะ ก็เลยไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ คราวหน้าฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกค่ะ” 

“ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอ” คิ้วของกู้จิ้งเจ๋อขมวดหนัก 

“ไม่มีแล้วค่ะ ไม่มีอีกแล้ว จะไม่มีครั้งที่สองอีก อย่างน้อยก็ในระหว่างที่เราแต่งงานกันอยู่” หลินเช่อละล่ำละลักบอก 

กู้จิ้งเจ๋อทำตาเขียวใส่ในขณะที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน และเดินออกไปโดยไม่เหลือบมองเธออีกเลย 

หลินเช่อทรุดตัวลงนั่งมือประสานเข้าด้วยกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด 

นี่เธอเรียกกู้จิ้งเจ๋อว่า ‘สามี’ กอดเขา แถมยังขอจูบเขาอีกต่างหาก 

ให้ตายไปเลยยังจะดีกว่า 

จะโทษเขาที่โกรธจัดขนาดนี้ก็ไม่ได้ เธอเป็นคนให้สัญญาเองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องของกันและกัน แต่เมื่อคืนนี้ เธอกลับทำเรื่องบ้าบอเพราะความเมา หนำซ้ำยังกล้าเรียกเขาว่าสามีอีกต่างหาก ทั้งที่มันเป็นแค่การแต่งงานตามสัญญาเท่านั้น 

เขาชินกับการเป็นผู้เหนือกว่ามาโดยตลอด การถูกคนเรียกว่าสามีคงจะทำให้เขารู้สึกแย่เอามากๆ 

อีกอย่าง ต่อให้เขาจะอยากได้ยินคนเรียกว่าสามี ก็คงมีเพียงแค่คุณหนูโม่แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะเรียกได้ ไม่มีทางเลยที่เขาจะอยากให้เป็นเธอ 

ด้วยความหงุดหงิดสับสน หลินเช่อสะบัดศีรษะไปมา 

เมื่อสาวใช้มาเห็นเขา หล่อนจึงรีบเดินตรงเข้ามาหา “คุณผู้หญิงคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” 

หลินเช่อบอกด้วยหม่นหมอง “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ” 

สาวใช้บอกเบาๆ ว่า “คุณผู้หญิงคะ เมื่อคืนนี้นายท่านคงหลับไม่สบายนัก วันนี้ก็เลยอารมณ์ไม่ดี สีหน้าก็แย่มาก อย่ากังวลไปเลยนะคะคุณผู้หญิง” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้น “เขาหลับไม่สบายเหรอ เป็นเพราะฉันหรือเปล่าน่ะ” 

สาวใช้ตอบว่า “ไม่หรอกค่ะ ท่านไปอาบน้ำเย็นจัดเสียแทบค่อนคืนก็เลยนอนไม่สบายน่ะค่ะ” 

อะไรกัน 

หลินเช่อถามอย่างงุนงง “ปกติแล้วเขามีนิสัยแปลกๆ แบบนี้ด้วยเหรอ มาอาบน้ำเย็นโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้น่ะ” 

สาวใช้เองก็ไม่รู้ถึงสาเหตุ ทำได้แต่เพียงคาดเดาเอาว่า “ฉันเห็นคุณหมอเฉินแวะมาเมื่อครู่นี้ อาจจะเพราะนายท่านเพิ่งเปลี่ยนแผนการใช้ยาที่ใช้รักษาใหม่ก็ได้ค่ะ” 

หลินเช่อส่ายหน้า อาการป่วยของกู้จิ้งเจ๋อเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ 

 

ในขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานของกู้จิ้งเจ๋อ 

ชายหนุ่มมองดูผู้เป็นนายแพทย์ประจำตัว “ฉันรู้สึกเหมือนว่าช่วงนี้ร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง” 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายแพทย์เฉินมาช่วยรักษากู้จิ้งเจ๋อ เขาเป็นผู้รับผิดชอบอาการป่วยของกู้จิ้งเจ๋อมาร่วมสิบปีนับตั้งแต่อาการเริ่มกำเริบแล้ว เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดเช่นนี้ นายแพทย์จึงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เปลี่ยนแปลงยังไงเหรอครับ” 

“เดี๋ยวนี้เวลาที่ฉันแตะตัวหลินเช่อ ฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนที่เคยเป็นอีกแล้ว แล้วก็ไม่มีผื่นขึ้นด้วย ฉันสงสัยว่าหรือตัวเองจะมีความคุ้นเคยกับเธอ ร่างกายก็เลยไม่ได้แสดงอาการต่อต้าน” 

เฉินอวี่เฉิงยักไหล่แล้วตอบว่า “ผมคิดว่ามันก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด” 

กู้จิ้งเจ๋อนิ่วหน้า “ฉันต้องการคำตอบที่แน่ชัด ไม่ใช่การคาดเดาความเป็นไปได้” 

เฉินอวี่เฉิงทำได้เพียงตอบกลับด้วยความไม่พอใจว่า “ท่านครับ โรคของท่านเป็นโรคประหลาด อาจจะเป็นเพียงเคสเดียวเท่านั้นในโลกนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นผมก็มีแค่เคสของท่านที่จะสามารถใช้ในการวินิจฉัยได้ แล้วอย่างนี้จะให้ผมให้คำตอบที่แน่ชัดได้ยังไงกัน” 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อหม่นลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม 

เฉินอวี่เฉิงถอนหายใจแล้วพูดต่อไปว่า “แต่ท่านครับ การที่ท่านไม่สามารถแตะต้องตัวผู้หญิงได้ไม่ได้หมายความว่าจะถูกปลุกเร้าอารมณ์ไม่ได้ด้วยนะครับ ร่างกายของท่านยังทำงานเหมือนร่างกายคนปกติทั่วไปทุกอย่าง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาถ้าท่านจะมีความรู้สึกอย่างว่ากับผู้หญิงคนไหน” 

“ไม่มีทาง” กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าอีกฝ่าย “ฉันมีฮุ่ยหลิงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับหลินเช่อเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น” 

“ถ้าเป็นอย่างนั้น...ท่านก็ลองพยายามมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดดูอีกครั้ง แล้วลองตรวจสอบดูว่าร่างกายของท่านรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมหรือเปล่า” 

“ไม่ นี่ไม่ใช่การทดลอง” ชายหนุ่มผุดลุกขึ้น คว้าเสื้อนอก แล้วเดินออกจากห้องมา 

และหลินเช่อก็ไม่ใช่หนูทดลองด้วยเหมือนกัน 

 

ณ ภัตตาคารอาหารตะวันตกแห่งหนึ่ง 

กู้จิ้งเจ๋อจับมีดและส้อมด้วยท่วงท่าอันสง่างาม บรรจงหั่นเนื้อสเต็กบนจาน 

ถัดไปไม่ไกล นักไวโอลินกำลังบรรเลงท่วงทำนองอันไพเราะ ทำให้บรรยากาศของภัตตาคารระดับสูงแห่งนี้เต็มไปด้วยความสงบรื่นรมย์ 

โม่ฮุ่ยหลิงยิ้มเมื่อเอ่ยขึ้นว่า “อาหารที่นี่อร่อยจังเลยนะคะ” 

กู้จิ้งหยูพยักหน้า “ใช่” 

โม่ฮุ่ยหลิงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในสีหน้าของชายหนุ่ม มันคือความสับสน เธอจึงเอ่ยถามว่า “จิ้งเจ๋อคะ ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยล่ะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าขึ้น “คงเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” 

โม่ฮุ่ยหลิงหน้าเสียไปเล็กน้อย สายตาของเธอแฝงด้วยแววไม่พอใจ เธอก้มหน้าเมื่อพูดต่อไปว่า “อย่างที่ฉันบอกไปแล้วนั่นแหละค่ะ ที่เคยแนะนำให้คุณย้ายออกมาอยู่กับฉัน คุณได้ลองคิดเรื่องนี้ดูหรือยังคะ” 

มือที่จับส้อมของกู้จิ้งเจ๋อชะงัก “ฉันยังใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่” 

ด้วยความโมโห โม่ ฮุ่ยหลิงกระแทกทั้งมีดและส้อมลงบนโต๊ะ “จิ้งเจ๋อ นี่คุณได้ลองคิดดูจริงๆ หรือเปล่าน่ะ” 

กับคำถามที่พยายามรุกไล่อย่างหนักนี้ กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมานิดๆ แต่เขาก็ยังบอกตัวเองว่าเขาเข้าใจได้ และเป็นเรื่องปกติที่โม่ฮุ่ยหลิงจะต้องเป็นกังวลแบบนี้ 

“ฉันกำลังคิดอย่างจริงจัง แต่ฉันก็ไม่อยากเสี่ยงให้ครอบครัวรู้ด้วยเหมือนกัน เธอเองก็รู้ว่าฉันเป็นคนรอบคอบเสมอเวลาจะทำอะไร ฉันชอบที่จะทำตามแผนที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยแทนที่จะต้องมานั่งเป็นกังวลอยู่ทุกวันว่าความจะแตกหรือเปล่า” 

“คุณ...นี่เป็นเพราะคุณกลัวจะถูกจับได้หรือเพราะคุณไม่อยากจะแยกกันอยู่กับภรรยากันแน่คะ” โม่ฮุ่ยหลิงเองก็หมดความอดทนแล้วเช่นกัน 

กู้จิ้งเจ๋อชะงัก โม่ฮุ่ยหลิงลุกพรวดพราดขึ้นทันที “ถ้าคุณไม่อยากแยกจากเธอ งั้นฉันจะเป็นฝ่ายไปเองค่ะ ฉันจะขอเป็นคนถอยออกมา แล้วก็ให้คุณสองคนได้อยู่ด้วยกัน แบบนั้นดีมั้ยล่ะคะ” 

ขณะที่พูดเช่นนั้น โม่ฮุ่ยหลิงก็คว้ากระเป๋าแล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง 

กู้จิ้งเจ๋อวางมีดและส้อมลง แต่แทนที่จะวิ่งตามเธอไป เขากลับนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม 

แน่ล่ะ เขาอยากบอกโม่ฮุ่ยหลิงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาและหลินเช่อ แต่การจะบอกว่าเขาและหลินเช่อไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันมันก็ไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว 

อย่างน้อยที่สุด เขาและเธอก็มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ 

ชายหนุ่มกลับถึงบ้านหลังจากนั้นไม่นาน ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน เขาก็ได้ยินหลินเช่อกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน 

ความคิดเห็น