facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 18 สามีคะ ฉันเมาค่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 สามีคะ ฉันเมาค่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 14:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 สามีคะ ฉันเมาค่ะ
แบบอักษร

หลินเช่อมองหน้าฉินชิง บางทีอาจเป็นพราะเธอดื่มไวน์มากเกินไป ถึงได้ขาดสติจนควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ “แล้วถ้าฉันบังเอิญไปล่วงเกินพวกเขาเข้าแล้วล่ะ” 

ฉินชิงหน้าซีดเผือด ถอนหายใจยาว “ถ้าเกิดไปล่วงเกินกู้จิ้งอวี่ก็คงไม่เป็นอะไรนักหรอก แต่ถ้าเป็นกู้จิ้งหมิง พี่ชายคนโตของเขาที่เป็นประธานบริษัทของเรา กับกู้จิ้งเจ๋อ พี่ชายคนรองที่เป็นมหาเศรษฐีผู้ลึกลับน่ะ คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เราจะไปต่อกรได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าจะอยู่ในประเทศนี้ละก็ จะเป็นการดีกว่าถ้าเธอจะอยู่ห่างๆ คนตระกูลกู้เอาไว้ เข้าใจหรือเปล่า” 

หลินเช่อรู้สึกได้ว่าความคิดในหัวของเธอกำลังวุ่นวายปั่นป่วนขนาดหนัก 

“ฉันจะไปสนิทสนมกับเขาได้ยังไงกัน ช่างฉันเถอะ ปล่อยฉันสิ คุณควรจะกลับไปดูแลหลินลี่จะดีกว่า อย่ามาห่วงฉันเลยค่ะ” 

“แต่...” 

เมื่อฉินชิงมองหน้าเธอ หลินเช่อก็ปัดมือเขาที่จับแขนเธอไว้ออก ความนุ่มนิ่มของฝ่ามือนั้นทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ 

เพียงครู่เดียว หลินลี่ก็ตามหลังมาทัน 

หลินเช่อหันไปมองหลินลี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหัวเราะขื่นๆ ออกมา ทั้งที่รู้สึกมึนเมาอย่างนั้น เธอก็เดินจากมา ทิ้งไว้ก็แต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของฉินชิงที่เฝ้าดูเธอเดินจากไป 

หลินลี่ดึงเขากลับมาและถามว่า “ที่คุณพูดนั่นจริงหรือเปล่าคะ กู้จิ้งอวี่เป็นคนมีอิทธิพลขนาดนั้นเชียวเหรอ” 

ฉินชิงยังคงมองตามหลินเช่อไปโดยไม่ยอมละสายตา “จริงสิ แต่ดูเหมือนหลินเช่อจะโตขึ้นมากทีเดียว เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกแล้วนะ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วเรียวสวยของหลินลี่ขมวดมุ่นเข้าด้วยกัน เธอไม่อยากได้ยินเขาพูดถึงหลินเช่อ อีก อีกอย่าง เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนักเมื่อนึกภาพของหลินเช่อที่นั่งคุยกับกู้จิ้งอวี่ที่โดยปกติแล้วจะเย็นชาอยู่เสมอขึ้นมาในหัว 

และตอนนี้เธอก็กำลังจะมอดไหม้ด้วยความริษยาเมื่อได้รู้ว่ากู้จิ้งอวี่ไม่ได้เป็นเพียงดาราดังระดับซูเปอร์สตาร์เท่านั้น แต่ยังมาจากตระกูลที่ทรงอิทธิพลถึงเพียงนั้นด้วย 

แล้วคนอย่างหลินเช่อไปทำยังไงให้สะดุดตาคนระดับนั้นขึ้นมาได้กันนะ 

เมื่อหลินเช่อก้าวออกมาจากอุโมงค์ทางเข้ามืดๆ เธอก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง 

เธอเงยหน้าขึ้นและได้เห็นพ่อบ้านหู จึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ 

“พ่อบ้านหู คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” 

“คุณผู้หญิง คุณเมามากแล้ว ผมมารับคุณกลับบ้านครับ” 

เมื่อได้ยินคนเรียกตัวเองว่า ‘คุณผู้หญิง’ หญิงสาวก็คิดว่ามันฟังดูตลกเป็นบ้า 

คนอย่างเธอเนี่ยนะจะเป็นคุณผู้หญิงกับเขาได้ 

เธอถูกพาตัวกลับมาทั้งที่ไม่ค่อยจะได้สตินัก 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อได้ยินเสียงดังขึ้นที่ด้านนอก เขาจึงก้าวยาวๆ ออกนอกประตูไปดู 

แล้วร่างนุ่มนิ่มและอ่อนปวกเปียกร่างหนึ่งก็ทรุดฮวบลงมาใส่ทันทีที่เขาเปิดประตู 

เมื่อตั้งสติได้ กู้จิ้งเจ๋อก็รู้สึกถึงก้อนเนื้อหยุ่นๆ ของหน้าอกเธอที่เบียดแนบอยู่กับอกเขา ทำเอาหัวใจเริ่มสั่นขึ้นมาทันควัน แล้วเขาก็ได้เห็นพวงแก้มแดงก่ำของเธอ ขนตากะพริบแผ่วเบา และริมฝีปากที่ดูราวกับกลีบดอกไม้อันชุ่มฉ่ำบอบบาง หูของเธอซุกไซ้ไปมาอยู่ที่ซอกคอ ทำเอาเขารู้สึกจั๊กจี้ 

ชายหนุ่มตัวแข็งขณะมองดูเธอ 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” 

กลิ่นเหล้าโชยมาปะทะประสาทสัมผัสรุนแรงราวกับว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้เพิ่งปีนออกมาจากถังบ่มเหล้าก็ไม่ปาน 

“เฮ้...” เธอมองดูเขา กู้จิ้งเจ๋อนิ่วหน้า สายตาของเขาวาววับของเขาส่อประกายลึกที่ยากจะหยั่งถึง “คุณสามีคะ ฉันกลับมาแล้ว” 

“...” กู้จิ้งเจ๋อไม่มีทางเลือกนอกจากต้องประคองเธอเอาไว้ เพราะถ้าเขาปล่อยมือ ร่างของเธอจะต้องทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นอย่างแน่นอน สถานการณ์นี้ทำให้ใครต่อใครรอบตัวนึกตกใจ พวกเขาเกรงว่ากู้จิ้งเจ๋อจะทำร้ายคุณผู้หญิงของเขาด้วยความโกรธ 

“ทำไมถึงดื่มเข้าไปมากขนาดนี้” เขาถามอย่างหัวเสียก่อนจะตวัดสายตามองบรรดาผู้ที่ยืนอยู่โดยรอบ แล้วทุกคนก็รีบพากันถอยกรูดออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้สองสามีภรรยาอยู่กันตามลำพังในบ้าน 

“อ้อ เรามีงานเลี้ยงเปิดกล้องน่ะค่ะ คุณสามี” 

หน้าของกู้จิ้งเจ๋อยิ่งบึ้งตึงหนักเมื่อรู้สึกได้ถึงมือเธอที่เที่ยวลูบไล้เขาไปทั่ว 

“นี่เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” 

หลินเช่อยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาคล้องคอเขา “ก็สามีไงล่ะ จะเรียกว่าอะไรได้อีก คุณกับฉันจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นคุณก็เป็นสามีของฉันไง ถูกมั้ยล่ะ” 

“เรียกชื่อฉันสิ” เขาบอกช้าๆ 

“เจ๋อ—” 

“นี่เธอ...” กู้จิ้งเจ๋อเอื้อมแขนเข้าไปสอดใต้ร่างแล้วยกขึ้น ก่อนจะอุ้มเข้ามาในห้องนอน 

ระหว่างทางที่เข้ามาในห้องนอน หลินเช่อไม่ได้ยอมอยู่นิ่งๆ เธอเกลือกหน้าไปมากับหน้าอกเขาจนทั่วราวกับลูกแมว ทำเอากู้จิ้งเจ๋อยิ่งหงุดหงิดหนัก 

จนกระทั่งได้โยนร่างเธอลงบนเตียงได้นั่นแหละ ความรู้สึกผ่าวร้อนในร่างกายเขาจึงค่อยบรรเทาเบาบางลง 

กู้จิ้งเจ๋อเองก็เพิ่งกลับถึงบ้านและยังไม่ทันได้มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน ชายหนุ่มจึงเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะเนกไทที่ยังผูกแน่นอยู่แนบคอ เขาเอื้อมมือขึ้นไปคลายเนกไทให้หลวมลงสักหน่อยพลางมองดูร่างกระเซอะกระเซิงของหลินเช่อที่พังพาบอยู่บนเตียง 

อันที่จริงสภาพของหลินเช่อก็ชวนให้รู้สึกสงสารอยู่ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจว่าจะช่วยคลายเสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นให้หลวมขึ้นเพื่อให้เธอได้นอนสบายขึ้นสักหน่อย 

แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเธอคว้าหมับเอาเนกไทเขาแล้วกระชากเข้าทันควัน ส่งผลให้ร่างใหญ่ล้มคว่ำลงบนร่างนุ่มๆ ที่นอนอยู่ด้านล่างทันที 

สองมือของเขาวางทาบอยู่ข้างศีรษะเธอ เขาได้เห็นใบหน้าของเธอที่อยู่ห่างเพียงชั่วนิ้วมือ 

พวงแก้มของเธอแดงเรื่อเหมือนคนปัดบรัชออน ทำให้เธอมองดูเหมือนผลแอปเปิลที่กำลังสุกงอมเต็มที่ ริมฝีปากเผยออ้า เธอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก การกระทำนั้นทำให้กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกถึงความพลุ่งพล่านในร่างกายส่วนล่าง 

“ให้ตายสิ...” เขาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างบริเวณหน้าอก 

เมื่อก้มลงมองเขาก็ได้เห็นว่าหน้าอกเธอนั้นแทบจะทาบติดอยู่กับหน้าอกเขา คอเสื้อที่เปิดอ้าอยู่นั้นเผยให้เห็นร่องอกขาวเนียนและอ่อนนุ่ม 

หลินเช่อนั้นเป็นคนผอมบางก็จริง แต่ในส่วนที่ควรจะต้องอวบอัด เธอก็อวบอัดอย่างสมส่วนเต็มที่... 

เป็นครั้งแรกที่กู้จิ้งเจ๋อได้มองเห็นเรือนร่างของสตรีเพศในระยะประชิดขนาดนี้ แถมยังอยู่ในท่วงท่าที่ชวนกระอักกระอ่วนยิ่งอีกต่างหาก... 

สายตาของเขามีประกายลึกล้ำขึ้นในขณะพยายามพลิกร่างเพื่อเบี่ยงตัวเองออกจากเธอ จนกระทั่งทิ้งตัวลงนอนหงายอยู่ข้างหลินเช่อได้สำเร็จ เขาถอนหายใจยาว 

ชายหนุ่มคำนึงอยู่ในความคิด ร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีอาการดีขึ้นมากนับตั้งแต่เปลี่ยนยาที่ใช้ อาการป่วยของเขาไม่ปรากฏออกมาถึงแม้ว่าจะสัมผัสแตะต้องเนื้อตัวของหลินเช่อ 

เขาหันศีรษะไป ยัยนี่ยังคงนอนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ 

ผิวของเธอผุดผาดนวลเนียนยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนแม้ว่าจะไม่ได้ลงทุนลงแรงกับการบำรุงรักษามากนักเท่าไหร่ ความขาวกระจ่างของผิวพรรณนี้เองที่ทำให้เธอดูสวยต้องตา 

เธอไม่ใช่คนขี้เหร่เลย 

แม้ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นอยู่ทั่วร่าง แต่นั่นกลับทำให้เธอยิ่งดูมีเสน่ห์ ราวกับดอกไม้แรกบานที่สดใสด้วยสีสันอันเย้ายวนใจ 

แต่แล้วหลินเช่อก็เริ่มกระสับกระส่ายไปมา 

“โอ๊ย อะไรเนี่ย ทำไมยังไม่มีคนเปิดแอร์อีกนะ” เธอเริ่มดึงทึ้งเสื้อผ้าที่สวมอยู่ “ฉันร้อนจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว” 

เมื่อได้ยินคำพูดอันไร้กิริยามารยาทของอีกฝ่ายเข้า กู้จิ้งเจ๋อก็นึกอยากจะปล่อยให้เธอนอนตายอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ 

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังหันไปมองดูและได้เห็นอีกฝ่ายกำลังสาละวนถอดทึ้งเสื้อผ้าอย่างสะเปะสะปะไปทั่วตัว อันเป็นความพยายามที่ดูจะไร้ประโยชน์ ชายหนุ่มหยุดคิดอยู่เป็นครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปหา 

“หยุดดึงสักที ฉันช่วยเอง” แต่ถึงจะพูดเช่นนั้น เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเอามือตัวเองไปวางไว้ตรงไหน หรือจับต้องอะไร แม้จะอายุเท่านี้แล้วแต่เขาก็ไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน 

ในท้ายที่สุด เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าเธอได้สำเร็จ โดยเริ่มจากการรูดซิปทางด้านหลังชุด 

ผิวขาวๆ ของเธอเผยออกมา ดูราวกับฤดูใบไม้ผลิโบกบินมาเยี่ยมเยือน 

หลินเช่อรู้สึกสบายขึ้นและเริ่มขยับยุกยิกเพื่อถอดชุดออกจากตัว 

แล้วชุดชั้นในลูกไม้ของเธอก็โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมา 

“นี่เธอ...หลินเช่อ!” 

นี่เจ้าหล่อนมีความเคารพตัวเองบ้างรึเปล่านะ รู้ตัวบ้างมั้ยว่าเป็นผู้หญิงน่ะ 

ความคิดเห็น