facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 17 อย่าบังอาจทำให้ตระกูลกู้ต้องแปดเปื้อนนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 อย่าบังอาจทำให้ตระกูลกู้ต้องแปดเปื้อนนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 อย่าบังอาจทำให้ตระกูลกู้ต้องแปดเปื้อนนะ
แบบอักษร

กู้จิ้งอวี่พูด “ฉันมีบางฉากที่ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม” 

หลินเช่อกะพริบตาอย่างพาซื่อก่อนจะตอบว่า “อันที่จริงฉันตั้งใจอ่านเฉพาะฉากที่ฉันจะต้องแสดงเท่านั้นเองค่ะพี่จิ้งอวี่ ถ้ามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ ฉันจะขอให้โปรดิวเซอร์ช่วยแล้วกันนะคะ มันคงไม่ดีแน่ค่ะถ้าฉันไปบิดเบือนความหมายที่ควรจะเป็นของฉากพวกนั้น” 

“...” 

เมื่อสังเกตเห็นว่ากู้จิ้งอวี่ยังคงมองดูเธอโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวจึงถามว่า “ฉันพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะ” 

ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้เล่นบทสำคัญขนาดนี้ ตัวเธอเองก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่ามีบางส่วนของบทที่เธอเองก็ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงยิ่งระมัดระวังมากขึ้นไปอีกเมื่อต้องพูดอะไรกับคนที่เป็น “รุ่นพี่” 

กู้จิ้งอวี่หัวเราะหึเมื่อได้เห็นความกังวลที่ระบายอยู่เต็มสีหน้า เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่หรอก ก็แค่...ขอบใจในความช่างคิดของเธอด้วยนะ แต่ไม่จำเป็นต้องไปรบกวนโปรดิวเซอร์หรอก ฉันให้ใครสักคนมาที่บ้านแล้วก็ช่วยฉันเรื่องนั้นได้” 

หลินเช่อตอบออกไปเพียง “อ้อ” ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง 

เธอรู้สึกได้ว่าสายตาของกู้จิ้งอวี่ยังคงจับจ้องอยู่ หลินเช่อจึงยกศีรษะขึ้นแล้วถามออกไปอย่างระมัดระวัง “รุ่นพี่ต้องการอะไรอีกหรือเปล่าคะ” 

“เปล่าเลย” กู้จิ้งอวี่หัวเราะ “นี่เป็นครั้งแรกนะที่ฉันได้เจอนักแสดงหน้าใหม่ที่ขยันขันแข็งอย่างเธอน่ะ” 

เมื่อหลินเช่อได้ยินเช่นนั้น เธอจึงมองดูเขาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันเรียนรู้จากพี่ยังไงล่ะคะ” 

“...” 

กู้จิ้งอวี่เอ่ยว่า “นี่เธอคงได้บทนี้มาด้วยความสามารถทางการแสดงจริงๆ สินะ ฉันคิดว่าเธอต้องทำได้ดีแน่ๆ” 

แน่ละสิ ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถทางการแสดงแล้วละก็ เด็กสาวใสซื่อและไร้เดียงสาอย่างเธอก็คงยากที่จะมีที่ทางในวงการนี้แน่ๆ ดูจากความจริงที่ว่าเธอดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาตั้งใจเปิดโอกาสให้เธอได้เข้ามาใกล้ชิด ก็คงจะเป็นเรื่องที่บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ค่อยจะทันคนนัก 

เมื่อได้ยินอีกฝ่ายชมเช่นนั้น หลินเช่อก็ยิ่งรู้สึกซึ้งใจ “จริงเหรอคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะรุ่นพี่ ฉันจะพยายามให้เต็มที่ที่สุดเลยค่ะ” 

“...” อืม คงเป็นความสามารถของเธอจริงๆ ที่ทำให้เธอได้บทนี้ไป 

ถัดออกมา ผู้กำกับกำลังมองดูหลินเช่อและกู้จิ้งอวี่ที่นั่งอยู่ด้วยกันด้วยความประหลาดใจ 

เขาเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยว่า “วันนี้กู้จิ้งอวี่เป็นอะไรไปน่ะ ปกติเขาไม่ค่อยยอมพูดกับใครนี่นา” 

ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยขึ้นช้าๆ “ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ เขาจองห้องส่วนตัวเอาไว้ข้างในแล้วด้วย แต่อยู่ๆ ก็เดินออกมานั่งอยู่ตรงนี้ คนที่เขากำลังคุยด้วยอยู่นั่นคือนักแสดงหน้าใหม่ใช่ไหมครับ ผมไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย” 

“ใช่ เรายอมยกเว้นแล้วก็ให้เธอได้รับบทนี้ไปน่ะ อิมเมจของเธอใช้ได้อยู่ แล้วเธอก็เหมาะกับบทนี้จริงๆ” 

ในงานปาร์ตี้เปิดกล้อง สายตาหลายคู่พากันจ้องมองมาที่เธอและกู้จิ้งอวี่ไม่วางตา เรื่องของเรื่องก็คือ กู้จิ้งอวี่นั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคนเย็นชาและไม่ยินดียินร้ายกับอะไรนัก แต่ตอนนี้เขากลับมานั่งพูดคุยอยู่กับนักแสดงคนหนึ่งในซีรีส์อยู่ 

แถมนักแสดงหญิงคนนั้นยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่โนเนมอีกต่างหาก 

ทุกคนจึงพากันมองดูแม่สาวหน้าใหม่ด้วยความสนเท่ห์ 

“นักแสดงใหม่นั่นก็ไม่เลวนะ” 

“ฉันได้ยินมาว่าทีมงานยกเว้นให้เธอเป็นพิเศษน่ะ” 

เมื่อหลินลี่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ เธอก็ตวัดสายตาเย็นชาใส่บรรดาคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วทั้งหมดก็ยุติการสนทนาลงทันควัน 

ใครต่อใครในวงการต่างรู้กันดีว่า หลินลี่นั้นเป็นดาราอารมณ์ร้อนเกรี้ยวกราดและทุกคนก็นึกกลัวว่าเธอจะสร้างปัญหา 

แม้จะไม่ชอบใจหลินลี่นัก แต่พื้นเพตระกูลที่ค่อนข้างมีอิทธิพลของเธอก็ทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง 

ด้วยเหตุนี้แม้ว่าหลินลี่จะนั่งอยู่ตรงกลางห้อง แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจพอที่จะเข้าไปหาเธอ 

หลินลี่มองดูคนทั้งคู่ด้วยความฉุนเฉียว นังแพศยานั่นมันยังไงกันนะ ทำไมมันถึงไปสนิทสนมกับดาราดังอย่างกู้จิ้งอวี่ได้ 

เป็นไปไม่ได้ คนอย่างนังหลินเช่อจะไปโอภาปราศรัยกับกู้จิ้งอวี่ได้ยังไงกัน จะต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สองคนนั้นต้องจำใจมานั่งด้วยกันแน่ๆ 

แต่ถึงอย่างนั้น กู้จิ้งอวี่ที่ปกติไม่เคยอินังขังขอบกับใครกลับมานั่งอยู่ตรงนั้น ซ้ำยังทำท่าพูดคุยอย่างออกรสกับแม่นั่น มันทำให้หลินลี่ริษยาอย่างถึงที่สุด เธอยิ่งหงุดหงิดขึ้นอีกหลายเท่าเมื่อได้เห็นว่าใครต่อใครต่างก็พากันหันไปสนใจนังเด็กนั่นเพราะกู้จิ้งอวี่ 

นังหลินเช่อจะต้องวางแผนเอาไว้แน่ๆ มันคงตั้งใจทำทีเข้าไปร่วมวงกับกู้จิ้งอวี่ มันคงมีมารยาสาไถยอะไรสักอย่างนั่นแหละ 

งานเลี้ยงเปิดกล้องยังคงดำเนินต่อไป 

เมื่อหลินเช่อเดินผ่านระเบียงที่ทอดยาวไปสู่ห้องน้ำ เธอก็พบกับหลินลี่ 

“หลินเช่อ” เธอกวาดตามองหลินเช่อขึ้นๆ ลงๆ พลางคิดว่า อีกฝ่ายดูไม่เหมือนเดิมอีกแล้วในตอนนี้ หลินเช่อดูโตเป็นสาวและมีเสน่ห์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แต่นังเด็กนี่ก็ไม่ดูเป็นเด็กกะโปโลอีกแล้ว แต่กลับเป็นผู้หญิงเต็มตัว 

หลินลี่ยิ้มเยาะแล้วเอ่ยว่า “ฉันขอแนะนำให้เธอถอนตัวจากเรื่องนี้ซะ” 

หลินเช่อจ้องตอบอย่างไม่ลดละ “ทำไมฉันจะต้องถอนตัวด้วยคะ ถ้าพี่อึดอัดนักก็ถอนตัวไปเองสิ” 

หลินลี่พ่นลมพรืด “ทำหัวดื้อไปเถอะ หลินเช่อ เธอรู้มั้ยว่าฉินชิงชอบอะไรในตัวฉันที่สุด เธอรู้หรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงไม่เคยสนใจเธอเลย เพราะเขาชอบเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงมากที่สุดยังไงล่ะ เขาไม่ตกหลุมรักเธอซะทีก็เพราะว่าเธอควรจะไปชะโงกดูเงาตัวเองในกระจกเสียก่อน ถ้าเธอไม่มีเงินไปทำศัลยกรรมละก็ ฉันพอจะให้เธอยืมเอาบุญได้อยู่นะ แต่ถ้าเธอคิดว่าจะสามารถหว่านเสน่ห์ยั่วยวนใครต่อใครทั้งที่หน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้ละก็ ขอบอกว่าเธอคิดผิด” 

หลินเช่อขมวดคิ้วพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย “หมายความว่ายังไงพี่หลินลี่” 

หลินลี่เหยียดปาก “อย่ามาเสแสร้งไปหน่อยเลยย่ะ ทีมงานทุกคนเขาเห็นกันอยู่ว่าเธอน่ะพยายามยั่วยวนกู้จิ้งอวี่ชัดๆ ยังจะแก้ตัวอะไรอีก หือ ดูตัวเองเสียบ้างเถอะ คนอย่างเธอนี่นะกล้าที่จะไปยั่วยวนเขา เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใครน่ะ เธอคิดว่าคนอย่างกู้จิ้งอวี่จะเหลียวแลผู้หญิงอย่างเธอเหรอ” 

“พี่ช่วยพูดกับฉันมาตรงๆ เลยก็ได้นะคะ พี่หลินลี่ อย่าไปโยนความผิดให้คนอื่นเพราะว่าตัวพี่เองไม่มีความสามารถพอเลย” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินลี่ หลินเช่อจึงไม่อาจห้ามตัวเองให้ขึ้นเสียงกลับไปได้ 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของทั้งคู่ หลินเช่อหันหน้าไปและได้เห็นฉินชิงยืนอยู่ที่นั่น 

หัวใจของเธอเต้นแรง ทันทีที่ได้เห็นฉินชิง ท่าทีแข็งกร้าวของเธอก็แหลกสลายลงโดยสิ้นเชิง เธออดรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ เมื่อมองดูฉินชิง สีหน้าของเธอก็อ่อนโยนลง 

หลินลี่รีบเดินเข้าไปสู่อ้อมแขนของชายหนุ่ม 

“ฉันกำลังพยายามเตือนเธอน่ะค่ะว่าอย่าปล่อยตัวให้มากนักในวงการนี้ ทีมงานทุกคนเห็นเธอพยายามยั่วยวนกู้จิ้งอวี่เมื่อครู่นี้ มันจะส่งผลให้ชื่อเสียงของเธอต้องมัวหมอง แต่เธอกลับไม่ยอมฟังฉันแถมยังตะคอกใส่ฉันอีกต่างหาก ฉัน...ฉันแค่อยากจะให้คำแนะนำเธอเพราะเห็นว่าเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ เชียว” 

ฉินชิงมองดูหลินเช่อด้วยความประหลาดใจ “กู้จิ้งอวี่งั้นเหรอ” 

หลินเช่อรู้สึกผิดหวัง ถึงแม้ฉินชิงจะไม่ได้เชื่อคำพูดของหลินลี่เสียทีเดียว แต่เขาก็ยังคงปลอบประโลมหลินลี่ที่ร้องไห้กระซิกกระซี้จนไหล่โยนอยู่ในอ้อมแขน “หลินลี่...กู้จิ้งอวี่น่ะเป็นคุณชายสามของตระกูลกู้ เขาไม่ได้เป็นแค่ดาราดังเท่านั้น แต่เขายังเป็นทายาทลำดับที่สามของตระกูลกู้ด้วย มีบางอย่างที่เธอยังไม่รู้อยู่นะ เธอควรจะอยู่ห่างคนจากตระกูลกู้เอาไว้” 

หลินเช่อมองดูฉินชิงอย่างไม่อาจพูดอะไรได้ออก 

หลินลี่เหลือบมองดูสีหน้าที่ระบายไปด้วยความเจ็บปวดของหลินเช่อ ใบหน้าเย่อหยิ่งเต็มไปด้วยความยโสของเธอช่างชวนโมโหสิ้นดี 

“พวกคุณจะคิดยังไงก็ตามใจ ฉันยังมีเรื่องต้องทำอยู่ เชิญพวกคุณไปกันก่อนเถอะค่ะ” 

โดยไม่หันกลับมามอง หลินเช่อเดินจากไปท่ามกลางความตกใจของฉินชิง 

หลังจากพยายามปลอบใจหลินลี่ ชายหนุ่มก็รีบไล่ตามหลินเช่อไป 

เมื่อคว้าแขนของหลินเช่อได้ เธอก็เดินออกมาอยู่ด้านนอกสตูดิโอแล้ว ความมืดและท้องฟ้ายามค่ำคืนทำให้ใบหน้าของเธอดูจะยิ่งขาวกระจ่างกว่าปกติ เมื่อเขาได้เห็นดวงหน้าขาวสะอาดใสนั้น ฉินชิงก็รู้สึกได้เป็นครั้งแรกว่าใบหน้าของเธอนั้นช่างดูขาวผ่องราวกับไข่ปอกเปลือกก็ไม่ปาน ขาวใสจนแทบจะมองทะลุได้ 

เมื่อมองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาก็เอ่ยขึ้น “ฉันพูดจริงนะ หลินเช่อ ไม่ว่าจะยังไง ตระกูลเดียวในประเทศนี้ที่เธอจะเข้าไปข้องแวะหรือลบหลู่ไม่ได้ก็คือตระกูลกู้นี่แหละ กู้จิ้งอวี่เป็นนายน้อยสามของบ้านตระกูลกู้ ด้วยสถานะของเขา เธอคิดว่าเขาควบคุมคนจำนวนมหาศาลให้จงรักภักดีกับเขาได้ยังไง” 

ความคิดเห็น