facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 16 การต้องอยู่กับน้องชายคุณมันก็อึดอัดนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 การต้องอยู่กับน้องชายคุณมันก็อึดอัดนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 การต้องอยู่กับน้องชายคุณมันก็อึดอัดนะ
แบบอักษร

ด้วยไม่ทันได้ยินความเย็นชาที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง หญิงสาวจึงพูดต่อไปอย่างไม่ได้เอาใจใส่ว่า “ก็แน่สิคะ เราตกลงกันแล้วนี่ แล้วฉันก็เป็นคนคิดถึงคนอื่นด้วย” 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อเคร่งขรึมลง เขาไม่อยากมองหน้าหลินเช่ออีกต่อไปแล้ว จึงเลี่ยงเดินขึ้นบันไดหนีไป 

วันต่อมา หลินเช่อไม่พบกู้จิ้งเจ๋อเมื่อเธอตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า ด้วยความสงสัยเธอจึงถาม “กู้จิ้งเจ๋อไปไหนล่ะจ๊ะ” 

สาวใช้ตอบ “นายท่านหลับไม่ค่อยสนิทนักเมื่อคืน วันนี้ท่านก็เลยออกไปแต่เช้าน่ะค่ะ” 

หลินเช่ออดคิดไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ก็ดูจะไม่พิสมัยการต้องอาศัยอยู่กับเธอสักเท่าไหร่ แต่ทำไมถึงยังจะทู่ซี้ที่จะยังอยู่กับเธอต่ออยู่นั่นก็ไม่รู้ 

จะต้องเป็นพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่แน่ๆ เพื่อที่จะปกป้องคุณหนูโม่จากอันตรายทั้งปวง เขาจึงสามารถอดทนได้กับทุกอย่าง 

เมื่อคิดแบบนี้แล้ว เธอก็อดสงสารกู้จิ้งเจ๋อไม่ได้ 

ในอีกสองสามวันถัดมา กู้จิ้งเจ๋อก็ยังคงไม่กลับมาบ้าน หลินเช่อคิดว่าคงเป็นเพราะโม่ฮุ่ยหลิงพูดอะไรกับเขา หรืออาจจะขัดขวางไม่ให้เขากลับมากระมัง 

ถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็คงจะเป็นการดีสำหรับพวกเขาแล้ว... 

ถึงอย่างไรเธอและกู้จิ้งเจ๋อที่อยู่ด้วยกันมาได้พักใหญ่ก็ไม่สามารถเข้ากันได้ดีนัก การอยู่ร่วมบ้านของเธอและเขาจึงมีแต่ความอึดอัด 

แต่ในเมื่อคิดแบบนั้นแล้วทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ดีกับการที่เขาไม่กลับบ้านนะ 

เมื่อนึกภาพเขากับผู้หญิงอย่างโม่ฮุ่ยหลิงอยู่ด้วยกัน ทำไมเธอถึงรู้สึกขุ่นมัวในอารมณ์แบบนี้ 

คงเป็นเพราะโม่ฮุ่ยหลิงเป็นผู้หญิงจอมยโสนิสัยไม่ดีนั่นแหละ เธอก็เลยไม่อยากให้หล่อนได้ในสิ่งที่หล่อนต้องการ 

 

การถ่ายทำซีรีส์โทรทัศน์กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า หลินเช่อรับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำที่เป็นตัวร้าย เฉินอี้หัน สถานที่ถ่ายทำแรกคือสตูดิโอบีซิตี้ ด้วยเหตุนี้ในวันแรกของการถ่ายทำ นักแสดงทุกคนจึงมารวมตัวกันที่นั่น บนประตูสตูดิโอมีป้ายเขียนชื่อละคร ‘กระบี่ยอดดวงใจ’ เขียนติดเอาไว้บนนั้น นิยายเรื่องนี้โด่งดังเอามากๆ เมื่อออกวางจำหน่าย และได้รับความนิยมอย่างมหาศาลตั้งแต่ก่อนการถ่ายทำจะเริ่มต้นด้วยซ้ำ 

ความคาดหวังของซีรีส์นี้ยิ่งทวีเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อได้ดาราอย่างกู้จิ้งอวี่มารับบทพระเอก 

งานเลี้ยงเปิดกล้องจึงถูกจัดขึ้นที่สตูดิโอแห่งนี้ และหลินเช่อเองก็ได้รับเชิญมาร่วมงานด้วย 

อย่างไรก็ตาม เธอไม่รู้ตัวเลยว่าอยู่ๆ ตัวเองจะกลายเป็นดาราดังขึ้นมาในพริบตา ทุกคนในทีมโปรดักชันดูจะรู้ดีว่าบทของเฉินอี้หันนั้นถูกคว้าไปโดยนักแสดงสาวหน้าใหม่ ซึ่งก็คือเธอ 

ทุกคนในกองถ่ายล้วนเป็นทีมงานรุ่นพี่ หลินเช่อเดินวนไปรอบงานพร้อมแก้วไวน์ในมือเพื่อคอยชนแก้วและดื่มฉลองไปกับทุกคนที่ได้พบ เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก เธอก็รู้สึกได้ว่าหัวของเธอเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาทันตา 

และแล้วเธอก็ได้ยินใครบางคนบอกว่ามู่เฝ่ยหรานมาถึงแล้ว 

มู่เฝ่ยหรานเป็นนางเอกของซีรีส์เรื่องนี้และเป็นนักแสดงหญิงที่โด่งดังที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อเธอเข้ามาภายในงาน ความสนใจของทุกคนก็พุ่งตรงไปหาเธอ เธอมีผู้ช่วยและผู้จัดการส่วนตัวติดตามมาด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เธอเป็นจุดสนใจในทุกย่างก้าวที่เธอไป 

ขณะที่หลินเช่อเฝ้ามองดูนั้น เธอก็รู้สึกได้ว่าจริงๆ ว่ามู่เฝ่ยหรานเป็นผู้หญิงที่สวยมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นดาราใหญ่อย่างใกล้ชิดขนาดนี้ หลินเช่อรู้สึกตะลึงที่ได้เห็นว่าเธอเป็นดาราคนสำคัญขนาดนั้น เธอมีแฟนคลับจำนวนมหาศาลรอสนับสนุนอยู่ด้านนอกและทุกที่ที่เธอไป มีคนมากมายต่อแถวรอที่จะได้เข้าไปทักทายเธอ 

เธอเป็นศูนย์กลางความสนใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย 

แต่แล้วเธอก็ได้เห็นหลินลี่เดินเข้ามาในชุดสีเหลืองพาสเทล ลมที่พัดมาปะทะร่างทำให้ชุดบางนั้นพลิ้วไหว ส่งให้หลินลี่ดูสวยสง่ามีชีวิตชีวา 

เพียงไม่นานก็มีใครบางคนเดินเข้าไปชวนเธอสนทนา ถึงอย่างไรหลินลี่ก็มีชื่อเสียงไม่น้อย แม้ว่าจะไม่โด่งดังเท่ามู่เฝ่ยหรานแต่เธอก็เริ่มเป็นที่รู้จักของใครต่อใครและมีอนาคตในวงการที่สดใสรออยู่ 

แม้จะไม่ได้รับความสนใจมากเท่ามู่เฝ่ยหรานก็ตามที 

เพียงไม่นาน ก็มีเสียงประกาศการมาถึงของกู้จิ้งอวี่ 

นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นนักแสดง กู้จิ้งอวี่ก็โด่งดังเป็นพลุแตก และตอนนี้เขาก็เป็นเทพบุตรคนใหม่ที่ใครๆ พากันกล่าวขวัญถึง เมื่อเขาก้าวลงมาจากรถตู้ เหล่าแฟนคลับก็แห่แหนเข้าไปห้อมล้อมจนดังเอ็ดอึงไปทั่วบริเวณ เสียงกรี๊ดนั้นดังสนั่นชวนหูดับ นักแสดงคนอื่นในรถตู้ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากนึกอิจฉาในความโด่งดังของเขา 

ดาราใหญ่ก็คือดาราใหญ่วันยังค่ำ ทันทีที่เขาก้าวลงมา ฝูงชนก็พากันกรูเข้าไปหา 

อวี๋หมินหมิ่นที่ยืนอยู่ข้างหลินเช่อเล่าให้เธอฟัง “เธอกับกู้จิ้งอวี่มีฉากที่ต้องแสดงด้วยกันอยู่สองสามฉากนะ พยายามหาทางใกล้ชิดเขาไว้บ้างล่ะ เดี๋ยวรออีกสักครู่เธอลองเข้าไปทักทายเขาหน่อย เวลาที่ต้องเข้าฉากด้วยกันจะได้ไม่รู้สึกประดักประเดิด” 

หลินเช่ออ้าปากค้างพลางหันไปมองกู้จิ้งอวี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไป เขาตัวสูงและสะโอดสะองทีเดียว ริมฝีปากแดงเรื่อ ฟันขาวสะอาด ออกจะดูคล้ายกู้จิ้งเจ๋ออยู่นิดๆ เหมือนกัน 

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาทั้งสองคนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน 

ถึงอย่างไร กู้จิ้งเจ๋อก็เป็นสามีในนามของเธอ หญิงสาวจึงอดรู้สึกพิลึกนิดหน่อยไม่ได้ที่จะต้องมาพบกับน้องชายของเขาแบบนี้ 

ก่อนที่ความคิดของเธอจะจบลง อวี๋หมินหมิ่นก็รุนหลังเธอไปข้างหน้าแล้วบอกว่า “เอ้า รีบไปสิ” 

ดวงตาของหลินเช่อสบเข้ากับสายตาที่ดูคุ้นตาของกู้จิ้งอวี่ 

“อา...พี่จิ้งอวี่ สวัสดีค่ะ” เธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะทักทายเขา 

ผู้กำกับรีบแนะนำเธอให้กับเขาในทันที โดยบอกว่าบทของเฉินอี้หันนั้นรับบทโดยหลินเช่อผู้นี้ 

กู้จิ้งอวี่มองดูนักแสดงสาวหน้าใหม่อย่างค่อนข้างสนใจ เขาสังเกตเห็นว่าแม้ใบหน้าขาวเนียนเป็นธรรมชาตินั้นจะยังดูงุนงงอยู่บ้าง แต่ประกายตาของเธอก็สดใสและไร้จริตมารยา ผิวขาวสะอาดนั่นเองที่ทำให้เธอดูสะดุดตาแบบนี้ 

ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยผู้หญิงหน้าตาดีๆ ที่เริ่มจะมีหน้าตาเหมือนกันไปหมดแบบนี้ หลินเช่อผู้นี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างมาก 

เขายิ้มให้เธอและพูดว่า “ว่าไง นี่ฉันน่ากลัวงั้นเหรอ” 

“อะไรนะคะ ไม่ค่ะ ไม่เลย” 

“ถ้างั้นทำไมเธอถึงทำท่าเหมือนกลัวฉันแบบนั้นล่ะ” เขายิ้มให้พลางจ้องมองดวงตากลมโตที่เป็นประกายด้วยไหวพริบคู่นั้น 

แน่ละว่าหลินเช่อรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะเมื่อเธอนึกถึงความตั้งใจแรกที่คิดจะวางยาเขา แต่ท้ายที่สุดแล้ว... 

เธอหัวเราะแห้งๆ ออกมาและบอกว่า “ไม่หรอกค่ะ ฉันแค่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยเท่านั้นเอง เอ้อ พี่จิ้งอวี่เชิญเข้าไปก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะตามไป” 

“เฮ้ นี่เธอคิดจะหนีเหรอ” ด้วยความสงสัย กู้จิ้งอวี่จึงหันไปมองผู้กำกับซึ่งยืนอยู่ข้างตัว 

“นี่ฉันดูน่ากลัวงั้นเหรอ” 

ผู้กำกับทำท่าเข่นเขี้ยวแม่นักแสดงสาวที่ยืนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่เงียบๆ “ไม่เลยสักนิด ใครๆ ก็ชื่นชมคุณกันทั้งนั้นแหละครับ” 

หลินเช่อยืนอยู่ตรงนั้นด้วยพยายามที่จะหลบหน้าหลินลี่นั่นเอง เธอไม่อยากเจอหล่อน ยังดีที่แม้ว่าจะถ่ายซีรีส์เรื่องเดียวกันแต่พวกเธอก็ไม่มีฉากที่ต้องถ่ายทำร่วมกัน หลินเช่อดีใจกับเรื่องนี้มาก เธออยากทำงานกับซีรีส์เรื่องนี้แบบเงียบๆ และเป็นมืออาชีพ โดยไม่ให้หลินลี่ต้องเข้ามามีผลกับอารมณ์ใดๆ 

เมื่อพอจะหาช่องหลบออกมาสำเร็จ หลินเช่อก็หาที่นั่งได้ แต่ไม่นานนัก เธอก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะ 

“นี่ มีคนนั่งตรงนี้หรือเปล่าน่ะ” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นมอง กู้จิ้งอวี่นั่นเอง 

ในหัวเธอโล่งว่างไปหมดและรีบตอบว่า “ไม่มีค่ะ” 

กู้จิ้งอวี่นั่งลงยกขาขึ้นไขว่ห้าง บุคลิกของเขาให้ความรู้สึกของความดุดันอย่างยากที่จะควบคุมไว้ได้ แม้ใบหน้าของเขาจะดูเรียบเฉยเย็นชาคล้ายกู้จิ้งเจ๋อ แต่มันก็ไม่เหมือนท่าทีสง่างามและนิ่งเฉยราวกับก้อนหินของกู้จิ้งเจ๋อเสียทีเดียว เขาดูเปิดเผยกว่า เมื่อเทียบกันแล้ว กู้จิ้งเจ๋อนั้นดูเย็นชา ในขณะที่กู้จิ้งอวี่นั้นดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลกว่า 

หลินเช่อยกแก้วแล้วดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ เธอมองเห็นหลินลี่ที่กำลังมองตรงมาที่เธอและหันไปมองเขา 

กู้จิ้งอวี่มองหน้าเธอ “เธอรับบทเป็นเฉินอี้หันงั้นเหรอ” 

หลินเช่อพยักหน้า มองดูเขาด้วยท่าทีอ่อนน้อมและมีมารยาทดี ซึ่งเป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะปฏิบัติตัวกับนักแสดงรุ่นพี่ 

“งั้นแสดงว่าเราก็ต้องเข้าฉากด้วยกัน” 

“ใช่ค่ะ ฉันอ่านบทแล้ว” หลินเช่อตอบ 

กู้จิ้งเจ๋อมองเธอด้วยความสนใจเล็กน้อย “ในเมื่อเราต้องเข้าฉากด้วยกัน งั้นเราก็ควรที่จะทำตัวให้สนิทกันเสียก่อนจริงมั้ย” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ “แต่เราไม่ได้มีฉากเลิฟซีนอะไรด้วยกันเลยนะคะ” 

กู้จิ้งอวี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาพินิจดูเธอแล้วถามต่อไปว่า “ดูเหมือนว่าเธอจะอ่านบทหมดแล้วสินะ” 

“ใช่ค่ะ” 

ความคิดเห็น