facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 14 ฉันไม่ชอบเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ฉันไม่ชอบเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ฉันไม่ชอบเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน
แบบอักษร

เขาพูดถูก ก็นี่เป็นบ้านของเขานี่นา เธอไม่มีสิทธิ์ขับไสไล่ส่งเขาไปไหน 

“ตกลงค่ะ ถ้าคุณว่าอย่างนั้นล่ะก็ งั้นฉันจะเป็นคนย้ายออกไปเอง” หลินเช่อพูดจากใจจริง 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อดูจะหม่นลงเล็กน้อย เขาละสายตาจากเธอแล้วหันมาวุ่นวายกับเอกสารในมือเธอ “ถ้าเธอทำแบบนั้น ครอบครัวของฉันก็จะจับพิรุธได้ พวกเขาจะสงสัยว่าความสัมพันธ์ของเรามีปัญหา และในที่สุดพวกเขาก็จะรู้ว่านี่เป็นการแต่งงานจอมปลอม ถ้าเราไม่อยู่ด้วยกัน พวกเขาจะต้องยื่นมือเข้ามายุ่มย่ามกับเรื่องนี้และทำให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันจนได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอกเหรอ” 

“...” 

ที่เขาพูดก็มีเหตุผลอยู่นะ หลินเช่อคิด ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนคิดอะไรมากมายซับซ้อนเหมือนเขา แต่เธอก็ยังพยายามที่จะมองหาทางออกอื่น มันจะต้องมีข้ออ้างดีๆ สักอย่างสิน่า 

“ฉันแค่กลัวว่าแฟนของคุณจะโกรธเท่านั้นเองค่ะ ถ้าคุณต้องอยู่ที่นี่กับฉันตลอดเวลา เธอจะต้องคิดมากกับเรื่องนี้แน่ๆ ลองคิดดูสิคะ ว่ามันจะส่งผลกับความสัมพันธ์ของคุณขนาดไหน” 

“พอได้แล้ว” กู้จิ้งเจ๋อผุดลุกขึ้นทันควัน สีหน้านั้นบ่งบอกความขัดเคืองไม่พอใจ สีหน้าที่ทำให้หลินเช่อนึกหวาดหวั่นขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก 

เขาเดินออกจากห้องไปพร้อมเอกสารในมือ ขณะที่จะเดินเฉียดตัวเธอไปเขาก็พูดขึ้นว่า “เล่นบทของเธอให้ดีเถอะคุณนายกู้ เรื่องของฉันกับผู้หญิงคนอื่นมันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ” 

หลังจากกู้จิ้งเจ๋อออกไปแล้ว หลินเช่อก็พึมพำกับตัวเองด้วยความท้อแท้ “ก็ได้ ฉันผิดเองแหละที่เสนอหน้าเข้าไปยุ่ง คนเราทำดีแล้วไม่ได้ดีนี่นะ ในเมื่อคุณไม่เข้าใจเจตนาอันดีของฉัน งั้นต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีกแล้ว” 

ไม่ช้ากู้จิ้งเจ๋อก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาวางแฟ้มลงก่อนจะใช้มือยึดโต๊ะเอาไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง 

ถึงอย่างนั้นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว และมันทำให้เขา...หงุดหงิด 

ขณะเขาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ หน้าจอบ่งบอกว่าสายที่โทรเข้ามาคือโม่ฮุ่ยหลิง 

“ฮุ่ยหลิง เธออยากเจอฉันเหรอ” 

[ใช่ค่ะจิ้งเจ๋อ คุณช่วยแวะมาที่บ้านฉันหน่อยได้มั้ยคะ ฉันอยู่คนเดียว เบื่อมากเลย ฉันมีเรื่องที่อยากพูดกับคุณด้วย] 

กู้จิ้งเจ๋อตอบกลับไปว่า “ทำไมเหรอ เธอมีอะไรจะพูดกับฉัน” 

[ก็ค่ะ ฉันอยากจะพูดกับคุณมาตั้งนานแล้ว มาหน่อยเถอะนะคะ ฉันอยากจะบอกคุณด้วยตัวเอง] 

เสียงของโม่ฮุ่ยหลิงฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญ กู้จิ้งเจ๋อเดาไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นเรื่องอะไร 

หลังจากที่คบหากับเธอมาหลายปี เขารู้ดีว่าเธอโม่ฮุ่ยหลิงเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจ เธอเป็นคุณหนูน้อยของตระกูลที่ร่ำรวยที่ได้รับการเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะได้รับการอบรมกิริยามารยาทมาเป็นอย่างดี ได้รับการศึกษาชั้นสูง แต่เธอก็ยังเป็นคนอารมณ์ร้อน เขาคิดเสมอว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นฝ่ายยอมให้เธอมาโดยตลอด ไม่ว่าเธอจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างหรืออ่อนหวานตามปกติ เขาก็รับได้ทุกครั้ง 

กู้จิ้งเจ๋อไปถึงบ้านของเธอในเวลาไม่นาน 

โม่ฮุ่ยหลิงอยู่เพียงลำพังคนเดียว อพาร์ทเมนท์ของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจทุกครั้ง 

เมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้อง เขาก็เห็นโม่ฮุ่ยหลิงอยู่ในห้องนั่งเล่น ท่าทางเธอดูเศร้าโศกทีเดียวเมื่อนั่งอยู่ตรงนั้น ดูห่อเหี่ยวและเดียวดาย 

กู้จิ้งเจ๋อถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหา 

“ฮุ่ยหลิง โทรหาฉันมีอะไรเหรอ” 

โม่ฮุ่ยหลิงเงยหน้าขึ้นมองแล้วพึมพำเสียงแผ่วเบาว่า “จิ้งเจ๋อ... ฉันรู้ว่าคุณไม่อาจปฏิเสธการแต่งงานได้และมันไม่ใช่การตัดสินใจของคุณ แต่ฉันก็ยังอดหงุดหงิดกับเรื่องนี้อยู่หน่อยๆ ไม่ได้น่ะค่ะ” 

ด้วยความรู้สึกเห็นใจ หัวใจของกู้จิ้งเจ๋อก็อ่อนยวบเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ 

เมื่อโม่ฮุ่ยหลิงมองดูกู้จิ้งเจ๋อ ร่องรอยของความวิตกกังวลบนใบหน้ายิ่งทำให้เธอดูน่าสงสารและทุกข์ทรมานขึ้นไปอีกหลายเท่า “ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ควรจะโกรธ แล้วฉันก็ไม่ควรที่จะทำให้คุณร้อนใจด้วย แต่พอคิดถึงภาพที่คุณมีผู้หญิงอื่นอยู่ด้วยตลอดเวลาแล้ว ฉันทนรับมันไม่ได้จริงๆ ค่ะ...” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูเธอแล้วทอดถอนใจ “ฉันเข้าใจดี มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันขอโทษสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ ฮุ่ยหลิง ฉันรู้ว่าเธอโกรธ แต่...ฉันไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงคำสั่งของครอบครัวจริงๆ ปู่ของฉันรู้วิธีที่จะเดินเกมเป็นอย่างดี ซึ่งฉันจะทำอะไรพลาดพลั้งไปไม่ได้เป็นอันขาด” 

ด้วยเกรงว่าโม่ฮุ่ยหลิงจะยิ่งรู้สึกกดดัน เขาจึงไม่ได้เล่าให้เธอฟังถึงคำขู่ของผู้เป็นปู่ 

“ฉันรู้ค่ะ...” โม่ฮุ่ยหลิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเป็นประกาย “ฉันเข้าใจดีและเต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ฉันแค่หวังว่าคุณจะสามารถย้ายออกมาจากบ้านหลังนั้นได้ อย่าอยู่กับผู้หญิงคนนั้นเลยค่ะ คุณมีบ้านอื่นอีกตั้งหลายหลัง มันจะต้องมีสักที่ที่คุณสามารถไปอยู่ได้ เรามาอยู่ด้วยกันเถอะนะคะ ฉันรู้ดีว่าถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่สามารถนอนร่วมเตียงกับคุณได้ แต่ฉันก็อยากจะอยู่ข้างๆ คุณ ฉันไม่ชอบให้คุณอยู่กับผู้หญิงคนนั้น” 

กู้จิ้งเจ๋อชะงัก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าโม่ฮุ่ยหลิงจะร้องขออะไรเช่นนี้ 

จะว่าไปนี่ก็เป็นคำขอที่มีเหตุผลอยู่ เขาเข้าใจเธอดี การได้รู้ว่าเขาอาศัยอยู่ร่วมชายคากับหลินเช่อทำให้เธอเป็นกังวล เขายังไม่ได้เล่าให้โม่ฮุ่ยหลิงฟังว่าเขามีอะไรกับหลินเช่อไปแล้ว เพราะเขาคิดว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นแค่อุบัติเหตุที่เขาไม่อยากให้โม่ฮุ่ยหลิงต้องคิดมากขึ้นไปอีก แต่สุดท้ายโม่ฮุ่ยหลิงก็ยังคงคิดมากอยู่ดี 

ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนรับได้กับการแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้หรอก ต่อให้เขาและเธอเติบโตมาด้วยกันและเชื่อใจกันเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้เขามีภรรยาแล้ว 

โม่ฮุ่ยหลิงเป็นลูกผู้ดีมีตระกูลที่มาจากตระกูลใหญ่อย่างตระกูลโม่ พวกเขาอบรมขัดเกลาเธอมาเป็นอย่างดีเรื่องกิริยามารยาท ต่อให้ไม่ได้แต่งงานกับเขา โม่ฮุ่ยหลิงก็สามารถหาผู้ชายที่เหมาะสมมาแต่งงานกับเธอได้ คนที่ไม่ปฏิบัติต่อเธออย่างไร้ความยุติธรรมแบบนี้ แต่โม่ฮุ่ยหลิงกลับเสียสละศักดิ์ศรีของเธอเพื่อเขา 

แต่... 

กู้จิ้งเจ๋อเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “ฉันจะลองคิดดูนะ” 

เมื่อโม่ฮุ่ยหลิงได้ยินเช่นนั้น ความรู้สึกผิดหวังก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าทันที 

แค่นี้เองเหรอ 

กู้จิ้งเจ๋อพูดต่อไป “โม่ฮุ่ยหลิง ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ และฉันก็รู้ว่าเธอรู้สึกไม่สบายใจ เพราะแบบนี้ฉันถึงได้บอกว่าถ้าเธอรู้สึกไม่มีความสุขล่ะก็เธอมีสิทธิ์ที่จะไปหาความสุขของเธอที่อื่นได้ ฉันเองก็มีเรื่องที่ต้องจัดการก่อน ฉันจะลองกลับไปคิดดูก็แล้วกัน แต่สำหรับตอนนี้ ฉันยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนั่นแหละ” 

ลึกๆ ข้างในนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็ยังคงไม่ชอบที่จะต้องอาศัยอยู่กับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นนั่นแหละ เพราะถึงยังไงเขาก็ยังมีอาการป่วย เขารู้สึกอึดอัดต่อให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นโม่ฮุ่ยหลิงก็เถอะ ส่วนหลินเช่อนั้นเขาไม่มีทางเลือก เขาพยายามอย่างหนักที่จะทำตัวให้ชินกับเธอ แต่ต่อให้เขามีทางเลือกอื่น เขาก็ไม่คิดที่จะอยู่ร่วมบ้านกับโม่ฮุ่ยหลิงอยู่ดีนั่นแหละ 

เมื่อโม่ฮุ่ยหลิงได้ยินประโยคสุดท้าย เธอก็ยิ้มออกมา “คุณต้องรักษาสัญญานะคะ!” 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อเดินกลับไปที่รถ เขาก็หันมองออกมานอกหน้าต่างด้วยสีหน้าบึ้งตึง 

โม่ฮุ่ยหลิงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยใกล้ชิดด้วย นั่นเป็นเพราะพวกเขาคบหากันมานานหลายปี และเธอสามารถอดทนกับอาการป่วยของเขาได้ เขาและเธอไม่เคยจับมือกัน ไม่เคยจูบกัน หรืออะไรก็ตามที่คนรักทำต่อกัน เพราะทุกครั้งที่เขาสัมผัสเธอ ผื่นคันทั้งหลายจะผุดขึ้นเต็มไปหมด แต่เธอก็ยังคงอยู่กับเขา ชายหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากกับเรื่องนี้ 

ตลอดหลายปีที่คบหากันมา เขามีความสุขดี และเขาต้องการแต่งงานกับเธออย่างไม่ต้องสงสัย 

อย่างไรก็ตาม เขากลับไปหลับนอนกับผู้หญิงคนอื่น... 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อเดินกลับเข้าบ้าน เขาก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยละล่องอยู่ในอากาศ 

ใกล้รุ่งสางแล้ว สาวใช้ก็กลับที่พักของตัวเองไปนานแล้ว 

ถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือเพียงแค่... 

เมื่อเขาเข้าไปในครัว เขาก็ได้เห็นหลินเช่อยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ ขาข้างหนึ่งยกพาดเก้าอี้อีกตัว ขาอีกข้างงอเข่าขึ้นมาไว้บนเก้าอี้ ขาเรียวยาวของเธอขาวสะอาดและอ่อนนุ่ม ผิวของเธอเกลี้ยงเกลาไร้ตำหนิไม่มีไฝฝ้าใดๆ เธอสวมเพียงกางเกงและเสื้อกล้ามสีขาว ตรงหน้าคือชามอาหารร้อนๆ ที่กำลังส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วบ้านในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังกินมื้อดึกอยู่ 

ความคิดเห็น