facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 13 ฉันเกรงว่าคุณหนูโม่จะเข้าใจผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ฉันเกรงว่าคุณหนูโม่จะเข้าใจผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ฉันเกรงว่าคุณหนูโม่จะเข้าใจผิด
แบบอักษร

โม่ฮุ่ยหลิงยืนเด่นด้วยท่าทีถือตัวยิ่ง หล่อนสวมอาภรณ์หรูหราราคาแพงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ส่งให้ดูเปล่งประกายเป็นที่ยิ่ง เมื่อผนวกรวมกับสีหน้ายโสแล้วก็ยิ่งทำให้เธอดูสูงส่งยิ่งขึ้นไปอีก “ฮึ อย่าคิดนะว่าเธอจะได้ครอบครองจิ้งเจ๋อเพียงเพราะว่าเธอได้แต่งงานกับเขาน่ะ ฉันจะบอกจิ้งเจ๋อด้วยตัวเองว่าฉันไม่ชอบที่เขาต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับเธอแบบนี้ ฉันจะบอกเขาให้ออกจากบ้านนี้ไปอยู่กับฉัน ต่อให้เธอแต่งงานกับเขาแล้ว เธอก็จะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก เจตนาแอบแฝงของเธอจะกลายเป็นเรื่องไร้ค่า!” 

คนอย่างแกได้มาเป็นภรรยาของเขาทั้งที่ฉันเป็นคนที่เขารักได้ยังไงกัน 

แม้สีหน้าของโม่ฮุ่ยหลิงจะเต็มไปด้วยความโอหังและถือดี แต่หลินเช่อก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังเต็มไปด้วยโทสะและความรู้สึกพ่ายแพ้ 

แม้ว่าหล่อนจะไม่ใช่คนที่น่าเข้าใกล้นัก แต่ความจริงแล้วหล่อนก็เป็นผู้หญิงน่าสงสารทีเดียว 

บางทีนี่อาจจะเป็นปมด้อยของผู้ที่มาจากตระกูลร่ำรวยซึ่งการแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่จะเลือกทำตามใจชอบก็เป็นได้ 

ทุกคนล้วนเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ เธอรู้สึกสงสารโม่ฮุ่ยหลิงจับใจ 

แต่ถ้าเธอเสียใจกับเรื่องนี้นัก ทำไมถึงต้องปิดบังเอาไว้ด้วยล่ะ ทำไมพวกเขาถึงไม่ไปทะเลาะกันเสียให้จบๆ แทนที่จะทำแบบนั้น โม่ฮุ่ยหลิงกลับมาพบหลินเช่อแทนที่จะไปอาละวาดกับกู้จิ้งเจ๋อเสียเอง 

หลินเช่อคิดอยู่ในใจ เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าเรื่องต่างๆ จะซับซ้อนอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตกปากรับคำเขาอย่างง่ายดายแบบนี้ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขามีคนรักที่รักเขามากขนาดนี้อยู่ก่อนแล้ว 

หลินเช่อพูดว่า “ถ้าเขายอมไปอยู่กับคุณ ฉันก็ยินดีกับคุณทั้งคู่ด้วยค่ะ คุณบอกเขาให้ทำแบบนั้นได้เลยนะคะ” 

โม่ฮุ่ยหลิงเกลียดหลินเช่อสุดใจ ยิ่งมองดูอีกฝ่ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งชังน้ำหน้า 

หลินเช่อสวยมาก ผิวของเธอทั้งขาวและเนียนนุ่ม หนำซ้ำยังเป็นสาวน้อย แม้ว่าภายนอกเธอจะดูซื่อๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ผู้หญิงแบบนี้แหละที่เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก 

โม่ฮุ่ยหลิงต้องยอมรับว่าใบหน้านั่นออกจะเย้ายวนใจเกินไปหน่อย เธอคงจะทำใจให้เป็นปกติสุขไม่ได้หากจะยอมให้กู้จิ้งเจ๋อร่วมบ้านกับหลินเช่อต่อไป 

โม่ฮุ่ยหลิงตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างดุดันก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไป 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อกลับมาถึงในคืนนั้น บ้านทั้งบ้านเงียบสลัด ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามว่า “คุณผู้หญิงล่ะ” 

สาวใช้ตอบในทันทีว่า “คุณผู้หญิงอยู่ในห้องนอนค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อเดินตรงไปยังห้องนอน 

เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหลินเช่อเข้าเต็มตาเมื่อผลักประตูห้องเข้าไป 

เธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า... 

เมื่อประตูห้องเปิดออก หลินเช่อตกใจสุดขีดจนแทบจะกระโดดผึงด้วยความประหลาดใจ 

“โอ๊ย กู้จิ้งเจ๋อ!” เธอร้อง ถ้าเธอเพียงแค่ตะโกนก็คงไม่เป็นไร ต่ปัญหาก็คือเธอหมุนตัวกลับมาด้วย 

ทีนี้ก็ไม่ใช่แค่แผ่นหลังเธอเท่านั้นที่เขาได้เห็นอย่างเต็มตา 

ก้อนเนื้ออวบอิ่มสองข้างเผยให้เห็นชัดเจนแก่สายตา ทำเอาคนตัวใหญ่ชะงักไปทันควัน 

หลินเช่อลนลานยกมือปิดหน้าอกพลางทำตาเขียวใส่คนตรงหน้า แล้วเอ็ดตะโรเสียงดังลั่นว่า “กู้จิ้งเจ๋อ คุณไม่รู้จักเคาะประตูหรือไง” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูผิวขาวราวกับหิมะและไหล่บอบบางนั้นที่ดูนุ่มนวลและขาวเนียน 

หัวใจเขาเต้นแรง สายตาเขาขยับเพียงเล็กน้อย 

เมื่อสูดลมหายใจเข้าลึก เขาก็ตอบออกไปว่า “ก็นี่มันห้องนอนของฉันนี่” 

หลินเช่อชะงัก จะว่าไปนี่ก็เป็นบ้านของเขาจริงๆ นั่นแหละ... 

แต่จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะ 

หลินเช่อว่า “เฮ้ ถึงนี่จะเป็นบ้านคุณ แต่คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเราแต่งงานกันแล้วน่ะ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของบ้านนี้ก็เป็นของฉันนะ จนกว่าเราจะหย่ากัน ฉันเองก็มีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนกัน พูดอีกอย่างก็คือ นี่ก็เป็นห้องนอนของฉันด้วยนะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อโคลงศีรษะ “ดูเหมือนเธอจะยังไม่ลืมนี่นะว่าเราแต่งงานกันแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเธอจะยืนโป๊อยู่อย่างนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก” 

“...” 

หลินเช่อก้มลงมอง นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมลมมันเย็นจังแฮะ เธอลืมใส่เสื้อผ้านี่หว่า... 

หญิงสาวลนลานคว้าเสื้อผ้ามาสวมอย่างว่องไว ก่อนจะหมุนตัวกลับมา 

ทว่ากู้จิ้งเจ๋อกลับเดินเข้ามาในห้องหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเปิดประตูตู้ ดึงแฟ้มออกมา แล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ 

หลินเช่อยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูเขาเดินออกจากห้องไปก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก เธอกะพริบตาสองสามครั้งพลางคิดกับตัวเองว่า กู้จิ้งเจ๋อ... ไหนโม่ฮุ่ยหลิงบอกว่าเธอไม่อนุญาตให้เขาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมเขาถึงยังกลับมาอีกล่ะ 

หลินเช่อขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความหงุดหงิดขณะเดินออกจากห้องนอน 

กู้จิ้งเจ๋อกำลังนั่งอ่านเอกสาร ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นเธอ เพราะหน้าเขายังคงก้มอยู่อย่างนั้น 

หลินเช่อเดินตรงเข้าไป เธอไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปหาเขาอย่างไรดี ผู้ชายคนนี้ออกจะขี้หงุดหงิดไปเสียทุกเรื่อง เขาอาจจะตำหนิอะไรเธอเข้าก็ได้ถ้าหากเธอไปพูดอะไรเข้าอีก 

เมื่อเธอคิดว่าจะเดินกลับออกไป คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ตลอดเวลาก็พูดขึ้นว่า 

“เธอมีอะไรจะพูดงั้นเหรอ” 

ด้วยความตกใจ หลินเช่อยกมือทาบอกเมื่อเธอหันไปมองกู้จิ้งเจ๋อแล้วคิดกับตัวเองว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงชอบทำอะไรปุบปับขึ้นมาแบบนี้แล้วก็ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกอยู่เรื่อยด้วยนะ 

“แสดงว่าคุณรู้ว่าฉันเดินเข้ามาเหรอคะ คุณไม่ได้เงยหน้ามองฉันสักหน่อย ฉันก็เลยคิดว่าคุณไม่ได้ยิน ฉันเลยคิดว่าควรจะรีบกลับออกไปก่อนที่จะรบกวนคุณ” หลินเช่ออธิบายขณะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าขึ้น ยกมือขึ้นเท้าคาง ดวงตาของเขาดูพร่าพรายอยู่ใต้แสงไฟ เขาดูมีเสน่ห์มากเสียจนทำให้หัวใจของใครกระตุกได้เลยทีเดียว 

“ฉันได้กลิ่นเธอน่ะ” เขาบอก 

หลินเช่อตัวแข็งทื่อ 

หน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย นี่เขาจะเลือกใช้คำพูดที่มันเป็นส่วนตัวนี้กว่านี้ไม่ได้หรือไงนะ 

กู้จิ้งเจ๋อมองเห็นแก้มขาวที่แดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความรู้สึกสงสัย แล้วถามว่า “ทำไมหน้าเธอแดงนัก เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายเหรอ” 

“...” ก็คุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันป่วย ไม่สิ คุณนั่นแหละป่วย นี่ลืมกินยาอีกแล้วล่ะสิตาบ๊อง 

หลินเช่อปฏิเสธว่า “หน้าฉันไม่ได้แดงสักหน่อย” 

หลินเช่อรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเปลือยกายอยู่ต่อหน้าเขาและถูกสายตานั้นจับจ้องโลมเลีย 

เธอคิดกับตัวเองว่า เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยสักนิด ถึงเธอจะมองว่าตัวเองเป็นนักแสดงมืออาชีพ แต่ดูเหมือนว่าเธอเองจะทำตัวไม่ค่อยสมเป็นมืออาชีพนักเมื่อเทียบกับเขา เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้แยกเรื่องส่วนตัวออกจากธุรกิจได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ 

เธอเชื่อว่าบางทีอาจเป็นเพราะเขามีคนที่รักอยู่แล้ว จึงทำให้เขาสามารถแยกแยะความรู้สึกได้กระมัง 

เมื่อเทียบกับเธอแล้ว กู้จิ้งเจ๋อเป็นมืออาชีพโดยแท้ ดูจากที่เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อร่างเปล่าเปลือยของเธอที่ได้เห็นและไม่ได้ปฏิบัติกับเธอเหมือนผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย หัวใจทั้งหมดของเขาทุ่มเทให้โม่ฮุ่ยหลิงโดยแท้ 

เพราะฉะนั้นเธอจะยอมแพ้เขาไม่ได้เป็นอันขาด หลินเช่อคิด 

กู้จิ้งเจ๋อมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วถามว่า “เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลย ว่าเธอมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า” 

นี่เขารู้ได้ยังไงว่าเธอมีอะไรจะพูดกับเขาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ 

หลินเช่อเดินเข้าไปหาและบอกว่า “ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงยังกลับมาที่นี่อีก” 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แล้วฉันกลับบ้านไม่ได้เหรอ” 

หลินเช่อเห็นสีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อที่ถามด้วยความสงสัยโดยแท้ เธอก็อดงุนงงกับตัวเองไม่ได้ หรือว่าคุณหนูโม่ยังไม่ได้บอกเขาว่าเธอไม่ต้องการให้เขาอยู่ที่นี่กันนะ 

เมื่อเธอเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพิศวงของกู้จิ้งเจ๋อ หลินเช่อจึงโบกมือเป็นพัลวัน 

เธอจะไม่เข้าไปวุ่นวายระหว่างคนคู่นี้ ในเมื่อโม่ฮุ่ยหลิงยังไม่ได้พูดอะไร เธอก็ตัดสินใจว่าจะเป็นการดีที่สุดที่โม่ฮุ่ยหลิงจะเป็นฝ่ายบอกเขาด้วยตัวเอง เธอจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ในความสัมพันธ์นี้เป็นอันขาด 

หญิงสาวยักไหล่แล้วตอบว่า “ฉันหมายถึง...ฉันนึกว่าคุณจะไปอยู่ที่อื่นน่ะค่ะ เพราะก็มีคนตั้งเยอะแยะที่แยกกันอยู่หลังแต่งงาน อีกอย่างฉันเห็นว่างานคุณออกยุ่ง การต้องมาอยู่ที่นี่ตลอดเวลาคงไม่ดีสำหรับคุณ” 

กู้จิ้งเจ๋อหรี่ตามองเธอ “ทำไมล่ะ” 

“ฉันก็แค่คิดว่าคุณหนูโม่คงจะไม่ค่อยชอบนักหรอกค่ะที่คุณมาอยู่กับฉันบ่อยๆ แบบนี้ จะเป็นการดีกว่าถ้าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่น่ะ” 

คิ้วของกู้จิ้งเจ๋อขมวดเข้าหากัน “ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วก่อนหน้านี้ว่าที่นี่เป็นบ้านของฉัน ถ้าไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่ แล้วจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน” 

ความคิดเห็น