facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 12 โม่ฮุ่ยหลิงมาเยือน

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 โม่ฮุ่ยหลิงมาเยือน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 โม่ฮุ่ยหลิงมาเยือน
แบบอักษร

หลินเช่อชะงักไปก่อนจะหันกลับมามองเขา “เรายังต้องอยู่กันอีกนานค่ะ คุณไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหลินหรอก ฟังแล้วน่าอึดอัดจะตายไป” 

กู้จิ้งเจ๋อชะงักแล้วพยักหน้าในที่สุด “โอเค หลินเช่อ” 

เขามองดูเธออย่างมีความหมายเมื่อพูดว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต... ปกติแล้วฮุ่ยหลิงไม่ค่อยจะมาที่นี่บ่อยนักหรอก อาจเป็นเพราะเธอยังปรับอารมณ์ไม่ค่อยได้ดีนัก” 

“อ้อ ไม่เป็นไรเลยค่ะ ถึงยังไงฉันก็เข้าใจดีที่เธอโกรธแบบนั้น ถ้าเป็นฉันก็คงทนไม่ได้ ต้องรีบแจ้นมาสอบสวนคนที่เป็นศัตรูหัวใจถึงที่แบบนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นฉันเข้าใจดี คุณเอาเวลาไปใส่ใจเรื่องของเธอเถอะค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อเลิกคิ้ว ขณะที่มองดูหญิงสาวพยายามชี้แจงอย่างร้อนรน สายตาของเขาก็ดูจะเคร่งขรึมขึ้นก่อนจะก้มหน้าลงดังเดิม 

วันต่อมา 

หลินเช่อตามอวี๋หมินหมิ่นไปเพื่อออดิชันบทของเธอ 

อวี๋หมินหมิ่นบอกกับเธออย่างอารมณ์ดีว่า “ซีรีส์โทรทัศน์เรื่องนี้เป็นแนวดราม่าลึกลับเหนือธรรมชาติที่สร้างจากหนังสือนิยาย เพราะฉะนั้นเนื้อเรื่องก็เลยแข็งแรงมาก พระเอกของเรื่องคือกู้จิ้งอวี่ ส่วนนางเอกคือมู่เฝ่ยหราน บทที่เธอกำลังจะไปทดสอบนี่เป็นบทนักแสดงสมทบที่เป็นนักล่าผี นี่เป็นบทที่สำคัญบทหนึ่งเลยทีเดียวนะ เพราะฉะนั้นถ้าเธอคว้าบทนี้มาได้มันก็จะดีกับตัวเธอเอง” 

หลินเช่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้เจ้าตัวจะรู้สึกว่าบทสำคัญแบบนี้มักจะไม่ค่อยตกมาถึงมือ ด้วยเธอไม่ค่อยจะมีโอกาสได้มาออดิชั่นบทแบบนี้เท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงตั้งตารอที่จะได้เข้ารับการทดสอบเป็นอย่างยิ่ง 

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่บริษัทอุตส่าห์ให้โอกาสนี้กับฉัน” หญิงสาวกล่าว 

อวี๋หมินหมิ่นมองดูเธอด้วยสายตาแฝงความหมาย “ไม่ต้องพูดอะไรแบบนั้นหรอก เธอเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้โอกาสนี้เหมือนกัน บอกตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรกับเธอไว้สูงนัก แต่ในเมื่อเธอก็มาอยู่ที่นี่แล้วก็ขอให้เธอทำออกมาได้ดีก็แล้วกัน” 

หลินเช่อพยักหน้า “โอเคค่ะ ฉันจะพยายามนะคะพี่อวี๋” 

หลินเช่อค่อนข้างคุ้นเคยกับการทดสอบบทในรูปแบบนี้ เธอเลือกสวมชุดกระโปรงสั้นสีฟ้าและแต่งกายอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ ทำให้เธอดูสวยสดใสและสะอาดสะอ้าน ยืนรอให้ถึงคิวตัวเองอย่างใจเย็น 

“คนต่อไป หลินเช่อ” 

ผู้กำกับและทีมงานได้ยินเสียงเรียกจากข้างในและเริ่มพลิกดูพอร์ตโฟลิโอของเธอ สำหรับนักแสดงสาวโนเนมแบบนี้ เธอดูมีชีวิตชีวาดีทีเดียว แต่ถึงอย่างไรบทสำคัญแบบนี้ก็มักจะไม่ค่อยยอมให้นักแสดงหน้าใหม่ได้เล่นนัก จึงเท่ากับว่าก็เป็นเพียงนักแสดงสาวคนหนึ่งที่นายทุนพยายามขอคิวเพื่อให้ได้มาร่วมคัดตัวด้วยเท่านั้น 

ผู้กำกับคิดอย่างท้อแท้ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบ 

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นหญิงสาวที่ดูใสซื่อและจริงใจ เธอก้มศีรษะและโค้งอย่างให้เกียรติ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เขาก็ได้เห็นใบหน้าของเธอที่ออกจะแดงระเรื่อ ดวงตาของเธอเหมือนทะเลสาบที่มีวงคลื่นกระเพื่อมอยู่ในนั้นยามแสงไฟส่องลงมากระทบผิวขาวราวกับกระเบื้องของเธอ ขนตายาวของเธอทำให้แลเห็นเป็นเงารางๆ อยู่ใต้เปลือกตา ส่วนริมฝีปากนั้นก็เหมือนกลีบดอกซากุระ ความงามนี้ทำให้ใครต่อใครต้องหวั่นไหวด้วยความปรารถนาและอารมณ์ที่ปั่นป่วนหัวใจได้เลยทีเดียว 

ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่การทำศัลยกรรมพลาสติกกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา การได้เห็นนักแสดงสาวที่มีความงามอย่างธรรมชาติโดยแท้เช่นนี้นับเป็นของหายาก 

เขารีบก้มลงแล้วพลิกดูพอร์ตโฟลิโอของเธอโดยไว 

หลินเช่อ อายุยี่สิบสามปี หญิง เธอนักแสดงหน้าใหม่โดยแท้ บางบทที่เธอได้รับไม่มีชื่อตัวละครเลยด้วยซ้ำ 

แต่ถึงอย่างไรความสวยบอบบางของเธอที่ปรากฏให้เห็นอยู่นี้ก็ยากที่จะลืมเลือนได้ลง 

ทั้งห้องเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น ความสนใจของทุกคนพุ่งไปยังหญิงสาวที่ดูราวกับกระเบื้องเคลือบบนเวทีผู้นั้น เธออยู่ในชุดสีฟ้าที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนตกลงไปทะเลสาบและลอยละล่องออกไปอย่างไร้ทางหนี 

หลินลี่เองก็มาออดิชันบทนี้ด้วยเช่นกัน เมื่อเธอดึงม่านออกและได้เห็นหลินเช่อยืนอยู่หน้าเวที เธอก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อได้เป็นปฏิกิริยาที่ทุกคนมี เธออดคิดอย่างขัดเคืองไม่ได้ว่าวันนี้หลินเช่อดูสวยบาดตาเสียจริง 

นี่ยัยเด็กกะโปโลนั่นโตเป็นสาวสวยเฉิดฉายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 

หลินเช่อสูดลมหายใจเข้าลึกและเริ่มท่องตามบทพูดที่เธอถือเอาไว้ในมือ เมื่ออ่านจบ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีนักและออกจะไม่มั่นใจเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับทุกคนก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งรู้สึกขัดเขิน ในใจของหญิงสาวเฝ้าคิดว่า ครั้งนี้เธอก็คงจะทำพังอีกแล้วสินะ แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่ได้หวังอะไรสักหน่อย ช่วงสองสามปีที่เรียนจบจากโรงเรียนการแสดงมานี้ เธอได้ไปเข้าร่วมการทดสอบที่มีบทแบบนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอชินกับความผิดหวังมาหลายปีแล้วละ 

“ผู้กำกับคะ ฉันแสดงจบแล้วค่ะ” 

“โอเค” ผู้กำกับเอาแต่อ่านพอร์ตโฟลิโอจนแทบไม่ได้มองดูเธอ 

หลินเช่อเดินออกมาเงียบๆ 

อวี๋หมินหมิ่นเดินเข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนที่เธอจะได้ออกไป น้ำเสียงของอีกฝ่ายทั้งยินดีและช็อกไปพร้อมกันเหมือนกับว่าเจ้าตัวเองก็แทบไม่เชื่อ “หลินเช่อ เธอได้รับเลือกให้เล่นบทคนล่าผีนะ เฉินอี้หัน รีบกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม บริษัทจะจัดเตรียมเรื่องเป็นตัวแทนของเธอในการทำสัญญาเอง” 

หลินเช่อคิดว่าเธอหูฝาดจนนิ่งอั้นไม่ได้ตอบอะไรอยู่ครู่ใหญ่ 

นี่เธอถูกเลือกงั้นหรือ ช็อกสุดๆ ไปเลย 

ในตอนแรกเธอก็ไม่ได้หวังอะไรมากเลย แต่ตอนนี้เธอรู้สึกราวกับถูกลอตเตอรี่ 

“ขอบคุณค่ะพี่หมินหมิ่น ฉันจะรีบกลับไปเตรียมตัวให้ดี” 

อวี๋หมินหมิ่นมองดูเธอด้วยสายตาแปลกความหมายอีกครั้งก่อนจะยิ้มให้ “โอเคจ้ะ กลับไปเตรียมตัวนะ” 

เธอไม่คิดว่าเธอจะได้รับเลือกจริงๆ บทนี้เป็นบทสำคัญมากบทหนึ่ง มีผู้สมัครเข้ามาทดสอบบทมากมาย ในขณะที่เธอเองเป็นเพียงดาราหน้าใหม่ 

หลินเช่ออยู่ในอารมณ์ที่วิเศษอย่างสุดๆ เมื่อกลับถึงบ้าน แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในตัวบ้าน เธอก็ได้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวที่กู้จิ้งเจ๋อมักนั่งเป็นประจำ 

โม่ฮุ่ยหลิงมาที่นี่จริงๆ 

หลินเช่อคิดในใจว่าถึงแม้เธอจะแต่งงานหลอกๆ กับกู้จิ้งเจ๋อ แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับโม่ฮุ่ยหลิงก็ยังเป็นเรื่องน่ากระอักกระอ่วนอยู่ดี 

เธอนึกอยากให้เขาเลือกสถานที่อื่นสำหรับการออกเดทในวันข้างหน้า เพราะแบบนี้มันน่าอึดอัดเกินไป 

แต่ถึงอย่างไร โม่ฮุ่ยหลิงก็มานั่งอยู่อย่างนี้แล้ว หลินเช่อจึงกัดฟันยิ้มและทักทายออกไปว่า “สวัสดีค่ะ คุณมาถึงที่นี่เลยเหรอคะ งั้นฉันขอเข้าบ้านก่อนแล้วกันนะคะ เชิญพวกคุณตามสบาย” 

โม่ฮุ่ยหลิงผุดลุกขึ้นและพ่นลมออกทางจมูกอย่างเหยียดหยัน เธอมองดูหลินเช่อแล้วพูดว่า “ทำไมเธอจะต้องเดินหนีและพยายามหลบเลี่ยงฉันด้วย ยังไงเราก็ต้องเจอหน้ากันไม่ช้าก็เร็ว” 

อะไรกันนี่ 

หลินเช่อยืนงง แต่แล้วเธอก็รู้สึกได้ถึงความเย็นชาในสายตาของโม่ฮุ่ยหลิง มันเด่นชัดมากเสียจนไม่อาจมองข้ามไปได้ 

โม่ฮุ่ยหลิงมองหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดต่อไปว่า “จิ้งเจ๋อจะบอกฉันแล้วเมื่อวานนี้ว่าเขาถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงาน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะใช้เล่ห์กลแบบไหนถึงทำให้ตระกูลกู้เห็นดีเห็นงามกับการแต่งงานครั้งนี้ได้ แต่ฉันก็อยากจะพูดกับเธอให้ชัดเจนว่า ฉันกับจิ้งเจ๋อรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เราเป็นคู่รักกันมาแต่เล็กแต่น้อย แล้วเราก็รักกันดีมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นมารยาของเธอไม่สามารถแยกเราสองคนได้หรอกนะ ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร ฉันรู้ว่าจิ้งเจ๋อเป็นคนดี แต่เขาก็มีชื่อเสียงและสูงส่งเกินกว่าที่เธอคิด เพราะฉะนั้นจะเป็นการดีที่สุดถ้าเธอเข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายที่อยู่เกินเอื้อมสำหรับเธอ! ” 

ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกชื่นชมก็หายวับไปจากสีหน้าของหลินเช่อ 

เมื่อเธอพิจารณาดูหญิงสาวผู้งามสง่าตรงหน้า หลินเช่อก็หัวเราะออกมาอย่างประชดประชันและพูดว่า “ในเมื่อคุณหนูโม่เพิ่งบอกออกมาเต็มปากว่าคุณเชื่อมั่นในตัวเขาเต็มที่ ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงยังจำเป็นจะต้องมาบอกฉันเรื่องนี้อีกล่ะคะ คุณน่าจะสบายใจได้นะคะ คุณหนูโม่ ฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาเหมือนกัน มันเป็นอุบัติเหตุโดยแท้ ฉันจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกคุณ อย่างที่คุณบอกนั่นแหละค่ะ ว่าพวกคุณเชื่อใจกันและกัน เพราะงั้นฉันก็ขอให้คุณเชื่อใจเขาต่อไปเถอะ” 

เมื่อได้เห็นความไม่แยแสของหลินเช่อ ใบหน้าของโม่ฮุ่ยหลิงก็ยิ่งเกรี้ยวกราดขึ้น “ใช่ ฉันเชื่อในเขา แต่ฉันก็ไม่อาจเพิกเฉยกับความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนได้เหมือนกัน มีผู้หญิงมากมายที่สนใจในตัวเขา เธอไม่ใช่คนแรกแล้วก็จะไม่ใช่คนสุดท้ายด้วย คุณหลิน ฉันก็เลยอยากจะเตือนให้เธอระวังตัวเอาไว้ จิ้งเจ๋อรักฉันและรักเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาไม่มีวันหันไปสนใจผู้หญิงอื่น ถ้าฉันรู้ว่าเธอทำอะไรกับเขาล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่” 

หลินเช่อพ่นลมพรืด 

ความคิดเห็น