facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 11 อย่าเอาความโกรธของคุณมาลงที่ฉัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 อย่าเอาความโกรธของคุณมาลงที่ฉัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 อย่าเอาความโกรธของคุณมาลงที่ฉัน
แบบอักษร

โม่ฮุ่ยหลิงคิดตลอดมาว่าสักวันหนึ่งเธอและกู้จิ้งเจ๋อจะได้เป็นของกันและกัน แม้ว่าเขาจะหัวแข็งและถือทิฐิมากแค่ไหนก็ตามที แต่ดูเถอะ เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้โผล่เข้ามาในชีวิตเขาแบบนี้ 

“ผมเสียใจ ฮุ่ยหลิง ผมจะไม่โทษคุณเลยถ้าคุณไปพบชีวิตที่มีความสุขกับคนอื่น” 

“ฉันจะทิ้งคุณไปได้ยังไงล่ะคะ... จิ้งเจ๋อ ฉันอยู่กับคุณมาตั้งกี่ปีแล้ว ถ้าฉันทิ้งคุณไปตอนนี้ ฉันก็ไม่รู้เลยว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ฉันฝันมาตั้งแต่เด็กว่าจะได้แต่งงานกับคุณในวันหนึ่ง” 

หัวใจของกู้จิ้งเจ๋ออ่อนยวบลงเมื่อมองหน้าเธอ “ฮุ่ยหลิง ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณต้องทุกข์ทรมาน” 

โม่ฮุ่ยหลิงยิ้ม “ฉันเชื่อค่ะว่าคุณจะหย่ากับผู้หญิงคนนั้นสักวัน ฉันจะรอคุณค่ะ!” 

 

เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น หลินเช่อก็นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ สาวใช้คิดว่าเธอคงกำลังโกรธจึงเดินเข้าไปและอธิบายอย่างระมัดระวังว่า “คุณผู้หญิงคะ นายท่านกับคุณโม่เป็นเพื่อนวัยเด็กกันมาก่อน พวกเขาสนิทกันมากแต่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยกันไปกว่านั้น ไม่มีอะไรระหว่างพวกเขาทั้งสองคนหรอกค่ะ” 

“จริงเหรอ” หลินเช่อรู้สึกตัวว่ากำลังทำให้สาวใช้ผู้นี้เข้าใจผิด เธอจึงรีบโบกมือเป็นพัลวันก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คงจะดีแหละ... ว่าแต่พวกเขารู้จักกันมานานขนาดนั้นเลยเหรอ” 

สาวใช้ตอบว่า “ใช่ค่ะ พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เกิดเลยนั่นแหละ” 

นานขนาดนั้นเลยหรือนี่ หลินเช่อคิด 

“งั้นพวกเขาก็คงสนิทกันมากเลยสินะ” เธอถามต่อ 

สาวใช้ตอบ “ใช่ค่ะ คุณโม่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่นายท่านก็มักจะยอมเธออยู่ตลอดเวลา เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วละค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันเหมือนความสัมพันธ์แบบพี่ชายน้องสาวเสียมากกว่า คุณผู้หญิงอย่าโกรธไปเลยนะคะ ถึงอย่างไรฉันก็รู้ดีว่านายท่าน...” 

ป่วยเป็นโรคประหลาดแถมยังแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงไม่ได้ 

แย่จังแฮะ หลินเช่อคิด 

ลึกลงไปเธอรู้สึกว่ากู้จิ้งเจ๋อตกอยู่ในสถานการณ์ที่โชคร้ายอย่างยิ่ง 

เขามีผู้หญิงที่เขารักอยู่เคียงข้างแต่กลับไม่อาจสัมผัสตัวเธอได้ 

เธอนึกไม่ออกเลยว่าเขาต้องทนกับสภาพแบบนี้มาได้อย่างไรตั้งหลายปี 

หลินเช่อไม่ได้โกรธ เธอแค่สงสัยเท่านั้นเอง 

เธอหันไปบอกกับสาวใช้ว่า “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันไม่ได้โกรธ แค่อยากจะถามเท่านั้น ฉันเข้าใจกู้จิ้งเจ๋อ ฉันไม่โกรธเขาหรอก” 

เมื่อได้ยินหลินเช่อพูดเช่นนี้ ความชื่นชมประทับใจของสาวใช้ที่มีต่อตัวนายหญิงก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก สาวใช้ยิ้มให้และพูดต่อไปว่า “คุณผู้หญิงคะ คุณเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา แถมยังใจดีอีกด้วย คุณกับนายท่านเข้ากันได้ดีมากเลยนะคะ พวกคุณจะต้องครองคู่อยู่กันได้อย่างมีความสุขในอนาคตแน่” 

หลินเช่อไม่ได้โกรธจริงๆ เพราะเขาและเธอเห็นพ้องกันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า นี่จะเป็นการแต่งงานตามข้อตกลง และกู้จิ้งเจ๋อก็บอกกับเธออย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาทุกประการแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องโกรธเขา 

หลินเช่อถามต่อไปว่า “แต่กู้จิ้งเจ๋อกับคุณหนูโม่ก็ดูรักกันดีออกนี่ ทำไมทั้งสองตระกูลถึงไม่เห็นดีเห็นงามให้แต่งงานกันล่ะจ๊ะ” 

สาวใช้ตอบว่า “คุณหนูโม่เป็นลูกสาวคนที่สามของตระกูลโม่ แต่นายท่านใหญ่ของบ้านตระกูลกู้ไม่ค่อยจะพอใจเธอนักหรอกค่ะ ท่านไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างของครอบครัวนั้น แต่ถึงยังไงท่านก็ไม่ได้กีดกันอะไรจริงจังหรอกนะคะ จนกระทั่งนายท่านมาป่วยเข้าเสียก่อนนั่นล่ะ ส่วนทางครอบครัวเองก็อยากจะให้ท่านหาใครสักคนที่จะสามารถมีทายาทสืบสกุลให้กับท่านได้ แต่นายท่านของเราเป็นคนหัวแข็งมากค่ะ ท่านไม่ยอมเลิกกับคุณหนูโม่ ส่วนคุณหนูโม่เองก็มาคุยวุ่นวายอยู่ตลอดและไม่ยอมให้นายท่านแต่งงานกับผู้หญิงหน้าไหน เรื่องมันก็เลยคาราคาซังกันอยู่อย่างนี้นี่แหละค่ะ” 

เมื่อสาวใช้เห็นว่าหลินเช่อตั้งใจฟังเป็นอันดี เธอจึงยิ้มแล้วเล่าต่อไปว่า “แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวเรียบร้อยแล้วนี่คะ นายท่านกับคุณผู้หญิงน่ะสมกันดีออกจะตาย คุณผู้หญิงสวย ส่วนนายท่านก็หล่อเหลา นายน้อยที่จะเกิดมาในอนาคตต้องน่ารักน่าชังมากแน่ๆ” 

หลินเช่อฟังแล้วแทบกระอักเลือด 

แน่ล่ะว่าเธอไม่ได้อยากจะมีลูกกับกู้จิ้งเจ๋อเพราะถึงอย่างไรมันก็คงเป็นไปไม่ได้ ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น เขาแตะต้องเธอก็เพราะว่าเธอวางยาเขาเท่านั้นเอง แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนที่จะมารักษาอาการป่วยของเขาได้ 

หลินเช่ออดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่พยายามตามหาผู้หญิงคนอื่นที่จะมาช่วยเยียวยาโรคร้ายของกู้จิ้งเจ๋อกันนะ 

แต่หลังจากที่ลองใคร่ครวญดู เธอก็เข้าใจได้ บางทีอาจเป็นเพราะกู้จิ้งเจ๋อเองยังคงรักโม่ฮุ่ยหลิงอย่างสุดหัวใจจนกระทั่งไม่ยอมแตะต้องผู้หญิงหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ตอนนี้เป็นเพราะเธอแท้ๆ … 

หลินเช่อเอาอาหารใส่ปากพลางครุ่นคิดจนกระทั่งกู้จิ้งเจ๋อเดินเข้ามาในบ้าน 

ทันทีที่เขามองเห็นหลินเช่อกำลังสวาปามอาหารขณะนั่งอยู่บนโซฟา ขาทั้งสองข้างพาดป่ายปะไปทั่วดูแล้วไม่สำรวมยิ่ง 

ชายหนุ่มจึงนิ่วหน้าและตำหนิว่า “เธอช่วยทำอะไรให้ถูกสุขอนามัยกว่านี้หน่อยได้ไหม” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้น “ฉันล้างมือแล้วนะคะ แล้วมันยังจะไม่ถูกสุขอนามัยตรงไหนอีก” 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อเห็นว่าเธอกำลังใช้มือเปล่าจัดการอาหาร แถมยังมีเศษอาหารหล่นเกลื่อนกลาดไปทั่ว คิ้วที่ขมวดไว้ก็ยิ่งนิ่วหนักจนเป็นปม 

หลินเช่อจึงเงยหน้าขึ้นแล้วโพล่งออกมาว่า “ค่ะ ก็ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับการอบรมมาดีเหมือนคุณหนูโม่นี่คะ คุณพูดถูกแล้วละ ฉันมันคงไร้มารยาท แม้แต่จะกินข้าวก็ยังไม่มีมารยาทเลย แม่ฉันตายไปตั้งแต่ฉันยังวัยรุ่น ส่วนพ่อก็ไม่เคยเห็นฉันเป็นลูกสาว แถมแม่เลี้ยงก็พยายามจะขายฉันเพื่อแลกกับเงิน เพราะฉะนั้นก็เลยไม่เคยมีใครสอนฉันทั้งเรื่องมารยาทและสมบัติผู้ดี อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเวลามาสนใจวางท่าเป็นผู้ดีมีกิริยาเหมือนพวกคุณตลอดเวลาหรอกนะคะ สำหรับฉัน แค่มีชีวิตอยู่ได้ก็น่านับถือตัวเองมากพอแล้ว เพราะฉะนั้นฉันไม่รู้เรื่องอะไรเทือกนี้หรอกค่ะ แล้วฉันก็ไม่มีวันเป็นอย่างคุณหนูโม่ได้ด้วย” 

เธอมองดูกู้จิ้งเจ๋อแล้วพูดต่อไปว่า “โอเค ถ้าคุณอึดอัดนักที่จะต้องมองดูฉันกินอาหารในสภาพนี้ถ้างั้นฉันจะพยายามไม่กินต่อหน้าคุณละกันค่ะ อีกอย่าง อีกหน่อยคุณก็คงไม่ค่อยอยู่บ้านสักเท่าไหร่ด้วยแหละ” 

ก็ในเมื่อเขามีคุณหนูโม่อยู่อย่างนี้ เขาน่าจะอยากใช้เวลาอยู่กับเธอมากกว่าที่จะมาขลุกอยู่กับหลินเช่อที่บ้านตลอดเวลาแบบนี้ 

กู้จิ้งเจ๋อพ่นลมออกทางจมูก “ใช่แล้ว ฮุ่ยหลิงเป็นกุลสตรีที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช้มือกินอาหารอย่างที่เธอทำ” 

ขณะที่พูดชายหนุ่มก็จ้องเป๋งไปยังมือที่เป็นมันย่องของอีกฝ่าย 

หลินเช่อก้มลงดู อันที่จริงเธอก็ออกจะเขินอยู่นิดหน่อยแหละ แต่เธอก็ชินเสียแล้วกับการทำแบบนี้จึงไม่ใส่ใจนัก 

หลินเช่อรีบเลียนิ้วมือของตัวเองทีละนิ้ว ลิ้นสีชมพูของเธอตวัดพันรอบนิ้วอย่างคล่องแคล่ว 

การต้องมาอยู่ร่วมชายคนกับผู้ชายแบบนี้เป็นเรื่องทรมานชะมัด ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าคนเราควรจะแต่งงานกับคนที่มีพื้นเพเหมือนกัน เธอและกู้จิ้งเจ๋อเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของคู่สามีภรรยาที่ผิดฝาผิดตัวอย่างที่สุด 

เธอเงยหน้าขึ้นมองกู้จิ้งเจ๋อและได้เห็นว่าสายตาของเขาเหมือนจะลุกเป็นไฟ เขาจ้องเขม็งมาที่หน้าเธอ ดวงตาแดงก่ำ ราวกับอยากจะเข้ามาฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ 

นี่เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธเข้าอีกล่ะ 

หลินเช่อละล่ำละลักบอก “อย่าเพิ่งโกรธนะคะ ฉันจะไม่กินอาหารต่อหน้าคุณอีกแล้ว” 

ก็จะให้เธอทำยังไงได้ นิสัยแบบนี้ไม่ใช่ของที่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ เสียหน่อย 

แน่ละว่าคุณหนูโม่นั้นช่างเลอเลิศสวยสง่า แต่เธอไม่ใช่คุณหนูโม่นี่นา 

หญิงสาวส่งยิ้มอย่างเหนียมอายให้ แต่กู้จิ้งเจ๋อกลับผลุนผลันออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไร 

“เฮ้ ฉัน…” เธอมองตามเขาไปด้วยความงุนงง 

“คราวหน้าคราวหลังอย่าแลบลิ้นออกมาเลียนิ้วแบบนี้อีกเป็นอันขาด” อยู่ๆ เขาก็หันขวับมามอง สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่นิ้วเธอ “โดยเฉพาะต่อหน้าเพศตรงข้าม” 

“อะไรนะคะ” หลินเช่อรีบก้มลงดูดนิ้วมือตัวเองพลางกระดิกมันไปมา เธองงไปหมดแล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าเขาหมายถึงอะไร 

กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้าโดยปราศจากคำพูดแล้วคิดว่ายัยนี่เป็นผู้หญิงที่ซื่อบื้อที่สุด 

หลังจากล้างมือเป็นที่เรียบร้อย หลินเช่อก็เดินเข้าไปในห้องนอน 

กู้จิ้งเจ๋อนั่งลงบนโซฟายกขาขึ้นไขว่ห้าง ท่วงท่านั้นช่างดูสง่าไร้ที่ติ แสงไฟจากเพดานส่องลงมายังร่างสูง ส่งให้เหลี่ยมมุมของรูปร่างยิ่งปรากฏชัด เขานั่งด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถึงยังไงก็ยังดูดีอยู่นั่นเอง 

หลินเช่อหยุดยืนแล้วมองดูอีกฝ่าย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ แต่แล้วเขาก็ร้องเรียกขึ้นว่า “คุณหลิน” 

ความคิดเห็น