facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 10 ผู้หญิงแบบนี้สินะที่เขาชอบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ผู้หญิงแบบนี้สินะที่เขาชอบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ผู้หญิงแบบนี้สินะที่เขาชอบ
แบบอักษร

แต่หลินเช่อก็พูดต่อไปว่า “แต่ต่อให้คุณจะมีเงินมากสักแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่ดีนี่เนอะ เพราะยังไงเราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี” 

กู้จิ้งเจ๋อหัวเราะ “รู้ก็ดีแล้วนี่” 

หลินเช่อก้าวขึ้นรถ เธอมองดูรูปร่างด้านข้างที่สุดจะไร้ที่ติของเขาพลางชื่นชมแนวกรามเหลี่ยมเป็นสันที่ทำให้รูปหน้าชวนมอง มองจากมุมนี้ เขาดูเหมือนรูปปั้นที่สมบูรณ์แบบไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งมองนาน เธอก็ยิ่งเริ่มรู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกดอันน่างงงุน 

กู้จิ้งเจ๋อเองก็แอบลอบมองอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน และเขาก็ได้เห็นท่อนขาที่เผลอนั่งอ้ากว้างของเธอ จนกระทั่งกางเกงแนบเนื้อสีขาวโผล่แพลมออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนแก่สายตา 

คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน “ช่วยนั่งให้เรียบร้อยสมเป็นผู้หญิงหน่อยได้มั้ย” 

หลินเช่อตัวแข็ง เธอก้มลงมองชุดของตัวเองก่อนจะรีบหุบขาเข้าด้วยกัน 

ให้ตายสิ เธอลืมไปสนิทเลยว่าเธอสวมชุดกระโปรงอยู่นี่นา 

เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็ได้พบกับสายตาไม่พอใจของกู้จิ้งเจ๋อ หญิงสาวจึงรีบตอบกลับไปอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรที่ดีกว่านี้ว่า “ทำอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อนงั้นแหละ” 

“...” ใบหน้าของกู้จิ้งเจ๋อเคร่งขรึมลงในฉับพลัน “นี่เธอช่วยทำตัวให้เหมือนผู้หญิงหน่อยได้มั้ย” 

“ทำไมคะ ถ้าฉันทำตัวสมเป็นผู้หญิงแล้วคุณจะไม่หย่ากับฉันหรือไง” เธอสวนกลับอย่างไม่ลดละ ทำเอากู้จิ้งเจ๋อพูดอะไรไม่ออก 

นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงก็ตะคอกเขากลับแบบนี้ ทำเอาเจ้าตัวไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร 

“คุณหลิน ฉันหวังว่าการแต่งงานของเราจะเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับเราทั้งคู่ เธอเองก็ควรจะมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ เพราะถึงยังไงเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นเพราะเธอเองที่เป็นต้นเหตุ” 

“เหอะ คุณพูดอย่างกับฉันบังคับให้คุณถอดเสื้อผ้าฉันเมื่อคืนนั้นงั้นแหละ อย่างเดียวที่ฉันทำก็คือทำให้คุณตื่นตัวต่างหาก ฉันไม่ได้ขอให้คุณแก้ผ้าฉันสักหน่อย” 

“...” ใบหน้าของกู้จิ้งเจ๋อดูจะสงบนิ่งยิ่งกว่าเดิม “แต่ฉันจำได้ว่าเธอเองก็สนุกกับมันไม่น้อยนี่นะ เธอยังกอดฉันไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งทุกอย่างจบลง ฉันจำได้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกัดนิ้วตัวเองตอนที่ถูกปลุกอารมณ์ หน้าเธอแดงเสียจนเหมือนเลือดจะหยดออกจากหน้านั่น” 

ใบหน้าของหลินเช่อแดงก่ำขึ้นมาทันที ภายใต้สายตาที่จับจ้องมองมาของกู้จิ้งเจ๋อ ใบหน้าของหลินเช่อร้อนผ่าวราวกับไฟลุก 

“ฉะ ฉะ ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ มันคงเป็นจินตนาการของคุณเองทั้งนั้น ฉันจำได้แต่ว่ามันเจ็บเอามากๆ เพราะมันเป็นครั้งแรกของคุณ คุณไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง แถมยังไม่นุ่มนวลเลยสักนิดด้วย” 

“งั้นรึ” จู่ๆ ใบหน้าของเขาก็เคลื่อนเข้ามาใกล้หน้าเธอ เขากวาดตามองใบหน้าแดงก่ำของเธอ รู้สึกถึงความอ่อนหวานนุ่มนวลของเธอ เสน่ห์ของความเป็นหญิงฉาบฉายไปทั่วตัว จนประกายตาสีเข้มของเขาแฝงเอาไว้ด้วยความชั่วร้ายซุกซน 

หลินเช่อรีบเอนหนีเมื่อได้เห็นสายตาลึกล้ำสุดหยั่งถึงคู่นั้น ระยะห่างเพียงน้อยนิดทำให้อากาศภายในรถทั้งคันดูเหมือนจะอบอ้าวผ่าวร้อนขึ้นมาทันตา เหมือนมีบางอย่างลึกลับกำลังวิ่งวนอยู่ ไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่กระจายออกมาจนข้างในร่างเธอรู้สึกปั่นป่วนไม่ปกติด้วยรูปลักษณ์แบบผู้ชายเต็มตัวของเขา... 

“นี่แหละ แบบนี้เลย” เขายิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปของเธอ “อยากให้ฉันถ่ายรูปแล้วเอาให้เธอดูมั้ยล่ะ” 

หลินเช่อรีบปัดมือเขาทิ้งแล้วเอนหลังลงพิงเบาะรถ ต่างคนต่างมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

แต่ถึงกระนั้น ความร้อนผะผ่าวภายในรถก็ยังคงรู้สึกได้อย่างชัดเจนและดูจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นอย่างช้าๆ 

ใบหน้าของหลินเช่อนั้นร้อนแดงเสียจนเธอไม่กล้าหันกลับไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างตัว 

เธอจะลืมลงได้ยังไงเล่า เพราะนั่นก็เป็นครั้งแรกของเธอเหมือนกัน แต่เธอกลับกล้าโยนมันทิ้งอย่างไม่แยแส แถมยังต้องมาโดนทรมานอย่างเลวร้ายภายหลังจากนั้นอีก 

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าและคิดอย่างหมดหวัง นี่หน้าเธอแดงจริงๆ หรือนี่ 

จู่ๆ คนขับรถก็เป็นผู้ทำลายความกระอักกระอ่วนระหว่างทั้งคู่ลงเสียด้วยการเอ่ยขึ้นว่า 

“ท่านครับ คุณผู้หญิง เรามาถึงแล้ว” 

หลินเช่อรีบลนลานเปิดประตูรถ 

แต่แขนของเธอกลับถูกคว้าไว้โดยผู้ชายข้างตัว 

เธอหันกลับไปมองแล้วถามว่า “คุณจะทำอะไรน่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อพูดกลั้วหัวเราะอย่างขบขันว่า “จะรีบหนีไปไหนล่ะ อายเหรอ” 

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ!” หลินเช่อผลักมือเขาออกแล้วรีบตรงดิ่งเข้าสู่ตัวบ้าน 

“...” เขามองดูร่างที่เดินห่างออกไป ก่อนจะส่ายหน้า 

เขาก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน เขากำลังอารมณ์ดีเป็นที่สุดเมื่อได้เห็นหลินเช่อวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตแบบนั้น 

 

หลินเช่อเดินต่อมาได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะได้เห็นหญิงสาวไม่คุ้นหน้าคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่ประตู ความสวยหมดจดของเธอทำให้คำพูดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจคนที่ได้เห็นในทันที ‘หญิงสาวผู้ดีมีตระกูล’ 

หลินเช่อชะงักงัน 

ด้านหลังเธอ กู้จิ้งเจ๋อหยุดเดินและมองดูผู้หญิงคนนั้น เขาเอ่ยชื่อเธอออกไปด้วยน้ำเสียงที่ออกจะแหบห้าว “ฮุ่ยหลิง...” 

โม่ฮุ่ยหลิงคือคนรักของเขานี่นา 

ทันทีที่ได้เห็นหญิงสาวผู้นี้ หลินเช่อก็เข้าใจได้ทันทีว่ากู้จิ้งเจ๋อชอบผู้หญิงแบบไหน 

เรือนผมยาวปลิวไสวอยู่กลางสายลม ใบหน้างดงามกระจ่างใสที่ทำให้เธอดูราวกับหญิงสาวผู้ดีมีตระกูลจากแดนไกล เธอสวมสูทแจ็กเก็ตสีขาวทับชุดเดรสสีเทา ทำให้เธอดูงามสง่า ฉลาดเฉลียวและจิตใจงดงาม เพียงมองดูครั้งเดียวก็ลงความเห็นได้ว่า เธอผู้นี้ดู ‘ทั้งสวยและรวย’ ไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเลยทีเดียว 

หลินเช่อรีรออยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี เธอจึงได้แต่มองดูคนทั้งสองด้วยความพิศวง รู้ดีว่าเวลานี้ท่าทางของเธอคงจะดูโง่เง่าเอามากๆ 

ถ้ากู้จิ้งเจ๋อไปอยู่ข้างผู้หญิงคนนั้น พวกเขาก็คงเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างมาก 

เธอเป็นหญิงสาวที่แต่งตัวดีมีรสนิยม ไม่ดูกะเร้อกะรังอย่างหลินเช่อ 

ถ้ากู้จิ้งเจ๋อยืนข้างเธอคนนั้น พวกเขาจะต้องดูสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกและเป็นที่น่าริษยาในสายตาของทุกๆ คนเป็นแน่ 

เมื่อหญิงสาวผู้นั้นหันมาและมองเห็นหลินเช่อ คางเรียวแหลมของเธอก็เชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะจับจ้องไปที่หลินเช่อด้วยทีท่าถือตัว หลังจากจ้องมองหลินเช่อได้ชั่วครู่ เธอก็เบนสายตาไปยังกู้จิ้งเจ๋อ 

ด้วยสถานการณ์อันน่าอึดอัดตรงหน้า หลินเช่อจึงทำได้เพียงหันไปมองกู้จิ้งเจ๋อและรีบพูดขึ้นว่า “โอ้ เสื้อผ้าของฉันยังไม่ได้ซักเลย ฉันขอตัวไปซักผ้าก่อนนะคะ” 

ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้วเมื่อเห็นเธอรีบวิ่งหนีไปด้วยความกระอักกระอ่วน เขาหันมาหาโม่ฮุ่ยหลิง 

โม่ฮุ่ยหลิงพ่นลมพรืดอย่างเยาะหยัน เธอชี้นิ้วไปที่หลินเช่อแล้วเอ่ยว่า “นี่คุณเอาผู้หญิงแบบไหนเข้าบ้านมากันคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตอบ “คุณไม่ได้อ่านอีเมลที่ผมส่งให้เหรอ ผมทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเรื่องมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ผมรู้ว่าคุณโกรธแล้วก็เสียใจ แต่ทั้งหมดนี่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ผมไม่มีทางเลือก ผมจำเป็นต้องแต่งงาน 

“เพราะครอบครัวของผมคิดว่าเธอสามารถช่วยให้อาการป่วยของผมดีขึ้นได้ พวกท่านก็เลยอยากให้ผมแต่งงานกับเธอ ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมตกลง ผมรู้ว่าคุณคงทำใจยอมรับเรื่องนี้ลำบากตอนที่ได้ยินข่าว แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าคุณจะทิ้งผมเพราะเรื่องนี้ ผมก็จะยอมรับ คุณจะเกลียดผม ด่าว่าผม หรือเรียกร้องอะไรจากผม... ผมก็ยอมทั้งนั้น ผมทรยศต่อคำสัญญาของเรา เพราะฉะนั้นผมจะยอมทำทุกอย่างที่คุณต้องการ” 

ไหล่ของโม่ฮุ่ยหลิงไหวระริก “ฉันไม่ได้อยากจะทุบตีคุณ ฉันจะทำได้ยังไงกันล่ะคะ ฉันแค่อยากจะถามคุณเท่านั้น ว่าแล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงต่อไป ฉัน...” 

“ความจริงแล้วเราเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน เรารู้จักกันก่อนที่จะแต่งงานเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ผมไม่รู้กระทั่งชื่อเธอด้วยซ้ำ ครอบครัวผมบังคับให้แต่งกับเธอ ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ ในอนาคตหากมีโอกาส ผมจะหย่ากับเธอ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่ฮุ่ยหลิงก็เงยหน้าขึ้นแล้วจ้องไปที่ชายหนุ่ม น้ำตานองเต็มสองตา “จริงเหรอคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อพยักหน้า “เราสองคนตกลงกันแบบนั้นตั้งแต่ต้นแล้ว” 

กู้จิ้งเจ๋อและโม่ฮุ่ยหลิงรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพราะอาการป่วยที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นของฝ่ายชายซึ่งทำให้ไม่สามารถแตะต้องผู้หญิงได้ ทำให้เขาและเธอไม่อาจลงเอยกัน ตระกูลกู้ต้องการให้เขาหาเจ้าสาวที่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาอยู่ใกล้โม่ฮุ่ยหลิง กู้จิ้งเจ๋อจะเกิดผื่นแดงและล้มป่วยอย่างหนัก โม่ฮุ่ยหลิงพยายามสารพัดวิธีที่จะหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการเลิกใช้เครื่องสำอางหรือกินยา แต่ผื่นคันก็ยังขึ้นลามไปทั่วตัวของคนรักอยู่นั่นเอง 

ความคิดเห็น