facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 9 คุณผู้หญิงกู้จะออดิชันบทนี้

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 คุณผู้หญิงกู้จะออดิชันบทนี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 คุณผู้หญิงกู้จะออดิชันบทนี้
แบบอักษร

หลินเช่อมองดูหลินลี่ด้วยความตกใจอย่างที่สุด “พี่คิดว่าพี่เป็นใครกัน” 

ในชั่วเสี้ยวนาทีที่หลินลี่กำลังจะเงื้อมือขึ้นตบหน้าเพื่อย้ำเตือนใส่สมองให้หลินเช่อจำเอาไว้ว่าตัวเองเป็นใครนั้น สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนไป ความเอียงอายผุดขึ้นบนใบหน้าสวยพร้อมกับที่เธอเอ่ยกับหลินเช่อเสียงหวานว่า “เอาล่ะ ยังไงเธอก็ต้องรีบกลับบ้านโดยเร็วนะ หลินเช่อ ยังไงฉันก็เป็นพี่สาวของเธอ ฉันอยากให้เธอได้มีชีวิตที่ดีนะจ๊ะ” 

หลินเช่อมองด้วยความงุนงงที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนท่าทีในฉับพลัน เธอหันกลับไปดูด้านหลัง 

เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าร่างสูงของกู้จิ้งเจ๋อเข้ามายืนขนาบอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ส่วนหลินลี่นั้นจ้องเป๋งไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ระยิบระยับไปด้วยความหลงใหลใฝ่ฝัน 

ยิ่งได้เห็นใบหน้าไร้ที่ติราวกับรูปสลัก เธอก็รีบห่อตัวเพื่อเบียดหน้าอกทั้งสองข้างเข้าหากันให้ดูอวบอิ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้ โชคดีนะที่เธอเพิ่งผ่าตัดเสริมหน้าอกมาหมาดๆ และตอนนี้ความงามทุกสัดส่วนของเธอก็ดูสวยสมบูรณ์ถึงขีดสุด 

เธอเคยคิดว่าฉินชิงนั้นเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบแล้ว เขาร่ำรวยมหาศาลและหล่อเหลา ทว่าเมื่อเทียบกับบุรุษที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้แล้ว ฉินชิงควรที่จะต้องอับอายในความด้อยค่าของตัวเอง 

เขาดูมีรัศมีพิเศษบางอย่างแผ่กระจายออกมาโดยรอบ เห็นได้ชัดว่าเขาคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป 

หลินลี่จะคลั่งตายให้ได้เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าได้รูปชนิดที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนต้องเอียงอาย 

แต่กระนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็เพียงแต่ปรายตามองหลินลี่อย่างไม่ใส่ใจ เขาหันไปมองดูใบหน้าที่กำลังตระหนกสุดขีดของหลินเช่อ 

หน้าเธอซีดขาวราวกับผี ห่างไกลจากใบหน้าอบอุ่นนุ่มนวลที่เขาได้เห็นเมื่อเช้านี้ ขนตายาวของเธอสั่นระริกเล็กน้อย เปลือกตาของเธอถูกแต้มด้วยสีน้ำเงินเขียว เธอดูราวกับลูกสุนัขที่กำลังถูกทอดทิ้ง 

“เธอไม่สบายหรือเปล่า” กู้จิ้งเจ๋อถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยปราศจากอารมณ์ 

หลินเช่อตัวสั่น เธอเงยหน้าขึ้นอย่างยากเย็น ก่อนจะตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันสบายดี” 

“มากับฉัน” เขาไม่ชายตามองหลินลี่อีกแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับสาวเท้าเดินนำออกไปทันที 

หลินเช่อนิ่งงันไปชั่วครู่ เธอหันไปมองใบหน้าบิดเบี้ยวของหลินลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้ช่วยของกู้จิ้งเจ๋อมองตรงมาที่เธอแล้วส่งสัญญาณบอกให้เธอเดินตามไป หลินเช่อไม่มีทางเลือกมากนัก เธอตัดสินใจรีบเดินตามอีกฝ่ายไปทันที 

ทิ้งไว้แต่ใบหน้าซีดขาวของหลินลี่ที่ยังคงยืนและตะโกนถามเสียงดังว่า “หลินเช่อ นี่แกรู้จักเขาด้วยเหรอ” 

“เป็นไปไม่ได้แน่ นังหลินเช่อมันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า เรียกว่าดาราเกรดต่ำก็ยังไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ” 

“ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมเขาถึงดูราวกับคนสูงศักดิ์แบบนั้นนะ” 

หลินลี่มีสายตาที่แหลมคม เธอรู้ดีว่าชุดสูทอิตาลีสั่งตัดที่ผู้ชายคนนั้นสวมไม่ใช่ของที่ใครจะซื้อหาได้ทั่วไป และแบรนด์ยี่ห้อนี้ก็แพงยับชนิดจดไม่ลง ขนาดฉินชิงอยากซื้อสูทยี่ห้อนี้เพื่อเอาไว้สวมในงานเลี้ยงฉลองหมั้น ก็ยังต้องผิดหวังมาแล้ว 

หลินลี่อดรู้สึกริษยาขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ เธอจ้องมองด้านหลังของหลินเช่อที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปด้วยความชิงชัง 

หลินเช่อเดินตามกู้จิ้งเจ๋อมาถึงประตูทางออก 

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” เธอบอกเขา 

กู้จิ้งเจ๋อไม่ได้ขยับศีรษะ เพียงแต่เหลือบสายตามามอง “เธอมาทำอะไรที่นี่” 

หลินเช่อตอบ “อ้อ มันมีบทที่ฉันอยากจะมาออดิชันน่ะค่ะ ฉันก็เลยมาพบผู้กำกับที่นี่ หวังว่าเขาจะให้โอกาสฉันได้เข้าไปทดสอบบทน่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตอบรับด้วยเสียง “อา” ก่อนจะมองดูชุดสีเขียวฟ้ากระจ่างตาที่อีกฝ่ายสวม เธอดูสวยจับตามากทีเดียว 

“โอเค ถ้าเสร็จแล้วก็มองหาฉันก็แล้วกัน ฉันจะพาเธอกลับบ้น” 

หลินเช่อพยักหน้า “ได้ค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่คะ” 

“โรงแรมนี้เป็นของตระกูลกู้” เขาพูดเสียงเรียบ 

เพราะอย่างนี้นี่เอง หลินเช่อนึกประหลาดใจ 

โรงแรมใหญ่โตขนาดนี้นี่นะ... 

หลินเช่อบอกลาแล้วเดินออกมาจัดการกับปัญหาของตัวเอง 

ขณะมองดูเธอเดินออกไป กู้จิ้งเจ๋อก็หันมาถามฉินเฮ่า ผู้ช่วยคนสนิทว่า “นี่เธอมาออดิชันงั้นเหรอ” 

หลังจากมองตามไปยังทิศทางที่หลินเช่อเดินไป ฉินเฮ่าก็ตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า “ครับ คุณผู้หญิงมาออดิชันบทในหนังแฟนตาซีดราม่าที่ตระกูลกู้เป็นนายทุนออกเงินให้สร้างเพื่อโปรโมตโรงแรมของเราครับ การถ่ายทำจะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้ แล้วคุณชายสามก็เป็นพระเอกของเรื่อง” 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อเหลือบมองไปยังทิศที่หลินเช่อเดินจากไป เขาก้มลงแล้วบอกกับฉินเฮ่าว่า “ช่วยออกไปจัดการบางอย่างให้หน่อย...” 

 

หลังจากที่หลินเช่อกลับเข้าไป เธอก็พยายามอย่างมากที่จะตามหาผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของเรื่อง จนกระทั่งเจอตัวพวกเขาและเดินตรงเข้าไปหาพวกเขาอย่างไม่อาย 

“ผู้กำกับเจียงคะ สวัสดีค่ะ” 

ผู้กำกับขมวดคิ้ว “เธอเป็นใครกัน” 

“เอ้อ ฉันหลินเช่อค่ะ ฉันเป็นนักแสดงสังกัดไดนามิก พิคเจอร์ส ฉัน...” 

แล้วผู้กำกับเข้าใจได้ในทันทีว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร เขารีบตอบโดยเร็วว่า “ถ้าเป็นเรื่องออดิชันละก็ ไปหาผู้ช่วยของผมก็แล้วกัน ผมไม่มีหน้าที่จัดการอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้” 

แน่ล่ะ หลินเช่อรู้ดีว่านักแสดงทุกคนที่ทำงานกับผู้กำกับเจียงล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยปกติแล้ว การจะเข้าถึงตัวผู้กำกับคนนี้เป็นการส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 

แต่สำหรับงานในวงการแบบนี้ บางทีมันก็ต้องหน้าด้านกันบ้าง 

“ฉันทราบดีค่ะ ผู้กำกับเจียง ฉันไม่ได้เข้ามาเพื่อขอบทแสดงค่ะ ฉันเพียงแต่อยากมาพบคุณและบอกคุณว่า ตั้งแต่ฉันเรียนจบจากโรงเรียนการแสดง ฉันก็ชื่นชมคุณมาตลอด ฉันรู้ดีว่าละครที่คุณกำกับทุกเรื่องล้วนได้รับคำชื่นชมและเป็นที่นิยมอย่างมาก มันเป็นผลงานที่ไร้ที่ติจริงๆ และทำให้คนดูตื่นตะลึงอยู่เสมอ ไม่ว่าใครก็รู้ว่าถ้าผู้กำกับเจียงเป็นคนคุมโปรเจกต์นั้นแล้วละก็ มันจะต้องกลายเป็นภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ที่กวาดรางวัลนับไม่ถ้วนแน่นอน ฉันก็เลยอยากจะมาพบคุณเพื่อที่จะ...” 

“โอเค” ผู้กำกับขัดขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “ไม่ต้องหรอก มาชื่นชมฉันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ฉันเคยเจอนักแสดงหญิงแบบเธอมานับไม่ถ้วนแล้ว ถ้าฉันบอกว่าไม่ก็แปลว่าไม่” 

“ฉันแค่...” 

หลินเช่อยังอยากจะเดินใกล้เข้าไปอีก แต่ผู้กำกับคนดังหันหนีแล้วเดินกลับเข้าไปด้านในโดยไม่หันมาเหลือบแลเธออีกเลย 

หลินเช่อพยายามที่จะวิ่งตาม ก็แต่ไม่ทันเสียแล้ว กลับกลายเป็นโปรดิวเซอร์ของเรื่องที่เป็นฝ่ายเดินออกมา เมื่อหันมาเห็นหลินเช่อ เขาก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอพร้อมด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร 

“เธอคงจะเป็นหลินเช่อสินะ 

หลินเช่อประหลาดใจ แต่ก็รีบฉีกยิ้มหวานอันเป็นเอกลักษณ์ทันควัน “โปรดิวเซอร์เฉิน คุณรู้จักฉันด้วยหรือคะ” 

“รู้จักสิ ผมเคยดูละครที่คุณเล่น ถึงแม้คุณจะได้ออกแค่ไม่กี่ฉากก็เถอะ การแสดงของคุณโดดเด่นมากทีเดียว มีอะไรหรือเปล่า คุณต้องการบทนี้เหรอ” 

หลินเจอหน้าแดงก่อนจะตอบอย่างเอียงอายว่า “ฉันแค่หวังว่าจะได้มีโอกาสออดิชันเท่านั้นเองค่ะ” 

โปรดิวเซอร์พินิจดูเธอก่อนที่สายตาของเขาจะอ่อนโยนลงและพูดว่า “ตกลง ฉันจะลองพูดกับผู้กำกับให้ อีกสองสามวันเธอค่อยมาออดิชันบทก็แล้วกันนะ” 

หลินเช่อมองดูเขาด้วยความประหลาดใจและยินดีเป็นล้นพ้น “จริงเหรอคะ” 

“แน่นอนที่สุด” เขาส่งยิ้มและมองดูเธออย่างมีความหมาย “ตั้งใจทำงานล่ะ” 

หลังจากนั้นหลินเช่อจึงกลับไปที่เลาจน์สุดหรูหราของโรงแรมเพื่อมองหากู้จิ้งเจ๋อ 

แล้วเธอก็ได้พบเขากำลังนั่งอ่านเอกสารในมือ เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น เขาก็ได้เห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเธอ เวลาเธอยิ้มจนตาหยีไปหมดแบบนี้เป็นอะไรที่ดูน่ารักที่สุด 

“ทำไมถึงอารมณ์ดีนักล่ะ” เขาถาม 

หลินเช่อโพล่งออกมาโดยเร็ว “โอ๊ย ก็ผู้กำกับคนดังยอมให้ฉันเข้าทดสอบบทในโปรเจกต์หนังเรื่องหนึ่งของเขาน่ะสิคะ ฉันรู้ดีค่ะว่าตราบใดที่ฉันไม่ยอมแพ้ ฉันจะต้องทำสำเร็จ แถมตอนนี้ชื่อเสียงฉันยังเป็นที่รู้จักกันในวงการแล้วด้วย แม้แต่โปรดิวเซอร์ก็ยังรู้จักชื่อฉันเลย! ยุคทองของฉันกำลังจะมาถึงแล้วนะคะ จะไม่ให้มีความสุขได้ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ” 

เธอยิ้มแล้วสอดแขนเข้ามาคล้องแขนเขาเอาไว้แล้วแกว่งไปมาอย่างรื่นรมย์ 

กู้จิ้งเจ๋อก้มหน้าลงมองมือไม้ที่เกาะแกะไปทั่วอย่างอยู่ไม่สุขของอีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไร 

นิ้วขาวๆ ยาวเรียวของเธอยุ่มย่ามไปทั่วท่อนแขนเขาราวกับจะเชิญชวน 

หลินเช่อยังโยกตัวไปมาอย่างอารมณ์ดีก่อนที่เธอจะปะทะเข้ากับสายตาของเขา ฉับพลันหญิงสาวก็รู้สึกตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นและรีบปล่อยแขนเขาทันควัน 

“ขอโทษค่ะ ขอโทษ ฉันมัวแต่ดีใจกับความสำเร็จมากไปหน่อยจนลืมตัวไปเลย ฉันจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อจ้องเธอเขม็ง แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกถึงอาการป่วยที่ควรจะกำเริบขึ้น “กลับบ้านกันเถอะ” 

หลินเช่อจึงวิ่งตามเขาไป 

บอดี้การ์ดร่างสูงบึกบึนจัดแจงเคลียร์ทางเดินให้อย่างเรียบร้อย พวกเขาเปิดประตูรถให้ด้วยท่วงท่าราวกับกำลังรับรองการเสด็จมาเยือนขององค์จักรพรรดิ สง่าราศีที่แผ่ออกมาจากตัวกู้จิ้งเจ๋อนั้นไม่ธรรมดา 

เมื่อมองดูเขา หลินเช่อก็รู้สึกได้ว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง “กู้จิ้งเจ๋อคะ คุณเป็นเจ้าพ่อเหรอคะ” 

ความคิดเห็น