facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 8 การเผชิญหน้าอันแสนวุ่นวาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 การเผชิญหน้าอันแสนวุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 การเผชิญหน้าอันแสนวุ่นวาย
แบบอักษร

หลินเช่อเปลี่ยนชุดเก่าของเธอเป็นกระโปรงตัวสวย มันโอบพันรอบร่างบางของเธอและส่งให้เธอดูสวยสดใสผิดตาไปจากเดิมอย่างมหาศาล 

ในห้องลอง หลินเช่อผลัดเปลี่ยนลองสวมเสื้อผ้าทีละชุดๆ พนักงานก็คอยช่วยเหลือเธอด้วยความกระตือรือร้นเป็นอันดี 

ส่วนกู้จิ้งเจ๋อนั้นนั่งเป็นสง่าอยู่บนเก้าอี้ จิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ 

แม้ตอนแรกเธอจะปฏิเสธโดยมารยาท แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เธอถลาไปรอบๆ ร้าน ดวงตาเบิกกว้างพลางมองดูทุกอย่างด้วยความตื่นเต้น 

ดูเธอจะไม่เคยมีเสื้อผ้าดีๆ สวมกับเขามาก่อนเลย 

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น หลินเช่อก็โผล่มายืนอยู่ตรงหน้าในชุดเดรสสีเขียวหยกซึ่งช่วยขับเน้นผิวขาวผ่องของเธอให้ยิ่งดูบางใสแทบจะมองทะลุได้ เธอดูเหมือนสายน้ำหลังฝนพรำ ชุ่มฉ่ำและชวนให้ชื่นใจ ท่อนขาเรียวยาวที่เผยพ้นเนื้อผ้าออกมา ทำให้เธอมีเสน่ห์ดูเย้ายวนระคนน่ารัก 

พนักงานยิ้มแฉ่งทีเดียวเมื่อเอ่ยชมว่า “ชุดนี้เหมาะกับคุณมากเลยค่ะ คุณผู้หญิง คุณใส่แล้วดูสวยมากทีเดียว” 

หลินเช่อรู้สึกขัดเขินกับคำชม 

กู้จิ้งเจ๋อหันมอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอดูดีในชุดที่ว่านี้จริงๆ 

แม้ว่ากริยาท่าทางเธอจะยังดูกระโดกกระเดกและไม่นุ่มนวลเรียบร้อยอยู่เช่นเดิม แต่เธอก็ดูงามสง่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิง 

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะลอบมองอีกสองสามครั้ง เมื่อหลินเช่อหันมา เขาก็รีบเบนสายตาไปทางอื่น 

กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง เขาส่งสัญญาณเรียกคนของเขามาเพื่อจัดการชำระเงิน และบอกกับพนักงานว่า “ห่อทุกอย่างในร้านที่เหมาะกับเธอแล้วส่งไปที่บ้านวิลล่าตระกูลกู้” 

หลินเช่อช็อกสนิท เธอหันขวับไปมองเขาพร้อมดวงตาที่เปล่งประกายวิบวับด้วยความยินดี 

เขาร่ำรวยเหลือเกิน 

พนักงานขายดีอกดีใจเป็นที่สุด หล่อนเดินมาส่งหลินเช่อที่ประตูและเฝ้ามองเธอวิ่งไปขึ้นรถปอร์เช่ที่จอดรออยู่ด้านนอกด้วยความอิจฉา 

ไม่ช้า หลินเช่อก็มาถึงบริษัท เธอขอบคุณเขาและรีบลงจากรถโดยเร็ว 

อวี๋หมินหมิ่นพาหลินเช่อมายังห้องโถงใหญ่ของโรงแรมระดับเจ็ดดาวซึ่งจะมีการออดิชันกันที่นี่ ขณะที่เดินไปด้วยกัน หล่อนก็บอกด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า “มีบทให้เธอลองออดิชันวันนี้นะ แต่ถ้าเธอเผ่นหนีไปกลางทางเหมือนครั้งก่อนละก็ อย่าได้มีหน้ากลับมาที่นี่อีกเชียว เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน หลินลี่งั้นเหรอ ถ้าเธออยากจะมีสิทธิ์เลือกบทแสดงล่ะก็ทำตัวให้เหมือนเขาเสียก่อนสิ เพราะถึงเขาจะไม่ได้โด่งดังระดับซูเปอร์สตาร์ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นคนดัง เพราะฉะนั้นเธอควรจะจริงจังกับการออดิชันบทให้ดีแล้วก็หยุดทำเรื่องบ้าๆ ซะที” 

หลินเช่อคิดในใจ หลินลี่นั้นได้รับเงินสนับสนุนจากครอบครัวเต็มที่นี่นะ เพราะฉะนั้นก็แน่อยู่แล้วว่าเธอจะต้องมีชื่อเสียง อีกอย่าง แม่เลี้ยงของหลินเช่อยังทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางเส้นทางในวงการของเธอ แถมเธอยังต้องเจอหลินลี่ที่เข้ามายุ่มย่ามทุกครั้งที่เธอพยายามจะมาออดิชันบทด้วย แต่เธอจะยอมแพ้เพราะพวกเขาไม่ได้ เพราะการทำเช่นนั้นก็เท่ากับยอมแพ้เสียตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้ 

“การออดิชันบทนั้นดูเหมือนจะจัดวันนี้นี่ล่ะ” พี่อวี๋บอก “นายทุนที่สร้างหนังเรื่องนี้น่ะรวยมากเลยนะ เขามาจากตระกูลกู้ คนตระกูลนี้โด่งดังก็จริงแต่ก็ดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาร่ำรวยมาจากธุรกิจอะไรหรือมีอำนาจมากแค่ไหน เพราะงั้นต่อให้เธอออดิชันบทวันนี้ไม่ผ่าน เธอก็ยังมีโอกาสจะโด่งดังอย่างก้าวกระโดดในอาชีพนี้ได้ถ้าหากว่าเขาถูกใจเธอขึ้นมาล่ะก็” 

หลินเช่อไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่อวี๋หมินหมิ่นกำลังพูดอีกต่อไปแล้ว ความสนใจของเธอย้ายไปอยู่ที่หลินลี่และฉินชิงที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ 

หลินลี่นั้นรูปร่างเพรียวงามและอ่อนหวานนุ่มนวล ส่วนฉินชิงนั้นก็สูงสง่าและหล่อเหลา ยามทั้งคู่เดินเคียงกันมาแบบนี้ จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ต้องเหลียวมอง 

“ว้าว นั่นหลินเช่อนี่” 

“ที่เดินมาด้วยกันนั่นคู่หมั้นเธอใช่มั้ย ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาใกล้จะหมั้นหมายกันแล้ว คู่หมั้นของเธอมาจากตระกูลที่ร่ำรวยมาก แล้วเขาก็เป็นทายาทรุ่นที่สองเสียด้วย” 

“คู่หมั้นของเธอหล่อเป็นบ้าเลยนะ สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกแท้ๆ เชียว” 

“หลินลี่โชคดีจริงๆ” 

ก่อนที่หลินเช่อจะทันได้หมุนตัวแล้วเดินหนี เธอก็ได้ยินฉินชิงร้องเรียกขึ้นเสียก่อน “หลินเช่อนี่นา เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” 

หลินเช่อตัวแข็งก่อนจะหันกลับไปมองอย่างไม่สู้เต็มใจนัก เธอเห็นหลินลี่ขึงตาใส่เธอด้วยความรังเกียจขณะที่ทั้งคู่เดินเข้ามา 

หลินเช่อยิ้มอ่อนให้ฉินชิง “ฉันมาออดิชันบทน่ะค่ะ” 

ฉินชิงพินิจดูเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมพลางคิดว่าหญิงสาวดูแตกต่างไปจากคนเดิมที่ช่างเอะอะโวยวายและไม่เอาใจใส่อะไรนัก 

เธอสวยสดใสขึ้นและดูอ่อนหวานสมเป็นผู้หญิงขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว 

“เธอหายไปไหนมาน่ะ ครอบครัวของเธอตามหาเธอกันให้จ้าละหวั่นทีเดียว” ฉินชิงซึ่งไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเหตุการณ์ถามต่อ เขารู้เพียงแต่ว่าเกิดความวุ่นวายโกลาหลบางอย่างขึ้นในบ้านตระกูลหลิน และหันไฉ่อิงก็เอาแค่ก่นด่าหลินเช่อ หาว่าเธอเป็นตัวนำเคราะห์ร้ายมาสู่วงศ์ตระกูลและเป็นลูกอกตัญญู 

หลินเช่อหัวเราะขื่นๆ พลางหันไปดูหลินหลี่ที่กำลังทำสีหน้าเดียดฉันท์ “ฉันสบายดีค่ะ ฉันมาพักอยู่กับเพื่อนน่ะ คงไม่กลับไปที่บ้านตระกูลหลินแล้วละ” 

หลินลี่หันไปงอแงกับฉินชิง “โอ๊ย ชิงคะ คุณไม่รู้หรอกว่าที่บ้านเราร้อนใจกันแค่ไหน แม่นี่น่ะเค้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอกค่ะ คุณแม่ไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเป็นห่วงหลินเช่อ แต่เธอกลับ...” 

หลินเช่อพ่นลมพรืด แม่เลี้ยงของเธอคงจะข่มตานอนไม่ลงเพราะความโกรธที่ไม่อาจกำจัดเธอออกไปจากบ้านได้สักทีน่ะสิ 

หลินเช่อไม่อยากทนดูหลินลี่เล่นละครอีกต่อไปจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชาว่า “ฉันต้องไปออดิชันแล้วล่ะ ฉินชิง พวกคุณเข้าไปก่อนเถอะค่ะ” 

เธอเฝ้ามองฉินชิงอย่างไม่อาจละสายตา มือกำหมัดแน่นอย่างจะข่มอารมณ์ของตัวเอง 

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังของพวกเธอ 

คนทั้งหมดหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพียงเพื่อที่จะได้เห็นทีมบอดี้การ์ดที่ดาหน้ากันมายืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อเปิดทางให้กับกู้จิ้งเจ๋อที่เดินตามมาทางด้านหลัง เขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทดูราวกับอัศวินแห่งรัติกาล ดูลึกลับและยากจะเข้าถึง 

หลินเช่อตกตะลึงที่ได้เห็นเขาอยู่ที่นี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป 

ดวงตาเป็นประกายวิบวับของหลินลี่นั้นพุ่งไปจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มในทันที เธอเฝ้ามองบุรุษรูปงามสูงสง่าผู้นั้นเดินผ่านเธอไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้าเย่อหยิ่งและเย็นชาปราศจากอารมณ์ทำให้เขาดูราวกับจักรพรรดิสูงส่งที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเฉียดกรายเข้ามาใกล้ได้ 

“โอ ฉินชิงคะ นั่นใครกันน่ะ หน้าเขาดูคุ้นจัง” เธอถามฉินชิงอย่างไม่อาจปิดบังความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ได้ 

ส่วนหลินเช่อนั้นอยากจะมุดลงดินให้รู้แล้วรู้รอดไป เพราะตอนนี้เธอเห็นแล้วว่ากู้จิ้งเจ๋อนั้นกำลังมองตรงมาที่เธอ 

หลินลี่อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หลินเช่อเห็นหลินลี่ก้มหน้าลงมาแล้วถามว่า “นี่เขากำลังมองมาที่ฉันเหรอ...” 

หลินเช่อทนยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ในขณะที่ผู้คนเริ่มกำลังวุ่นวายขวักไขว่กันเต็มไปหมด เธอก็เผ่นออกจากตรงนั้น 

ทว่าจู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงหลินหลี่ดังขึ้นข้างหลัง 

“หลินเช่อ เธอควรจะกลับบ้านซะนะ” 

หลินเช่อหันขวับมาแล้วตอบด้วยเสียงเย็นชาว่า “ฉันไม่มีวันกลับไปอีกแล้ว” 

หลินลี่ยิ้มเยาะ “อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรกับฉินชิงน่ะ เธอมันไม่มีอะไรดีพอสำหรับเขาหรอก แล้วเขาก็กำลังจะหมั้นกับฉันอยู่เร็วๆ นี้แล้ว เขาจะมาเป็นพี่เขยเธออยู่แล้วนะ ถ้าเธอยังมีความเป็นคนอยู่ละก็ หยุดให้ท่าเขาได้แล้ว ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง เธอมันเป็นแค่ลูกนอกสมรส ขนาดนี้แล้วยังจะกล้าเพ้อฝันถึงผู้ชายร่ำรวยอย่างฉินชิงอีกเหรอ” 

หัวใจของหลินเช่อปวดร้าวเมื่อหลินลี่มองมาด้วยสายตาเหยียดหยัน “ตอนแรกเธอก็ยังพอจะมีโอกาสได้ไต่เต้าขึ้นมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูงอยู่หรอกนะ ด้วยตำแหน่งมาดามน้อยตระกูลเฉิงน่ะ เสียดายที่เธอฉลาดน้อยไปหน่อย อะไร นี่เธอคิดว่าเธอพอจะมีโอกาสกับฉินชิงงั้นเหรอ” 

“ถ้าพี่พูดจบแล้ว ฉันจะไปล่ะ” ถ้าที่ตรงนั้นไม่มีใครอื่นอีก เธอก็ยังพอจะทนไหว แต่เธอทนไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายพูดถึงฉินชิงขึ้นมาแบบนี้ 

หลินเช่อก้าวยาวๆ ตรงไปยังประตูทางออก แต่กลับถูกหลินลี่กระชากเอาไว้ 

“นี่แกกล้าดียังไงมาทำตัวแบบนี้ใส่ฉัน” หลินลี่พูดด้วยสุ้มเสียงดูถูกแล้วเอ่ยต่อไปว่า “ถ้าแกยอมหันกลับมาแล้วก้มลงเลียเศษดินออกจากรองเท้าฉันล่ะก็ ฉันอาจจะยอมให้แกได้บทนี้ก็ได้นะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ แกอย่าได้คิดเลยว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เล่นหนังใหญ่ๆ น่ะ” 

ความคิดเห็น