facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 7 คุณผู้หญิงกู้ คุณไม่ต้องประหยัดหรอกนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 คุณผู้หญิงกู้ คุณไม่ต้องประหยัดหรอกนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2563 10:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 คุณผู้หญิงกู้ คุณไม่ต้องประหยัดหรอกนะ
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา หลินเช่อลืมตาขึ้นมาพบกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เธอใช้เวลาอยู่สักพักก่อนจะจำได้ว่าบัดนี้เธอแต่งงานแล้ว 

แล้วนี่สามีของเธออยู่ไหนล่ะ 

หญิงสาวกระโดดลงจากเตียงนอน ทุกอย่างบนโซฟาได้รับการจัดวางเข้าสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่นอนตรงนี้เมื่อคืนกลับไม่มีวี่แววให้เห็น 

หลินเช่อออกจากห้องนอนแล้วเดินเข้าไปยังห้องรับประทานอาหาร สาวใช้ยืนโค้งคำนับให้เธอ “คุณผู้หญิง ดิฉันจะพาไปที่ห้องรับประทานอาหารนะคะ” 

เมื่อเดินไปถึง เธอก็ได้เห็นกู้จิ้งเจ๋อกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า เธอจึงเดินย่องเข้าไปอย่างเงียบกริบ 

ใบหน้านิ่งเฉยปราศจากอารมณ์ของเขา ดูจะทำให้อุณหภูมิในห้องรับประทานอาหารลดต่ำลงไปอีกหลายองศา 

รูปร่างได้สัดส่วนของเขาดูจะยิ่งตั้งตรงเป็นสง่ามากขึ้นไปอีกในชุดสูท ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งดูผอมเพรียวลงเมื่อมีเสื้อผ้าสวมทับเอาไว้ ใบหน้าที่แทบจะทำให้ผู้หญิงต้องคลั่งด้วยความริษยา สายตาเย่อหยิ่ง ลึกลับด้วยแววบางอย่างนั้นทำให้คิ้วของหลินเช่อต้องเลิกสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเหลือบมอง 

“ไฮ อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เธอเดินเข้าไปทักทายเขา 

กู้จิ้งเจ๋อเพียงแต่เลิกคิ้วเล็กน้อยและหันมามองเธอ ชุดลำลองที่เธอสวมอยู่ถูกจัดเตรียมไว้ให้โดยสาวใช้ อาภรณ์นั้นช่วยส่งและขับเน้นรูปร่างของหลินเช่อให้เห็นชัดแก่สายตา กู้จิ้งเจ๋อก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร นิ้วยาวของเขาเอื้อมไปหยิบถ้วยกาแฟเซรามิกสีขาวบนโต๊ะและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาอีกเลย 

แหม ช่างเย็นชาและห่างเหินอะไรอย่างนี้ 

หลินเช่อบุ้ยปากแล้วนั่งลง 

ตลอดทั้งมื้ออาหารเช้า ทั้งสองไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน และเมื่อลุกจากโต๊ะ สาวใช้ที่มองเห็นใบหน้าบูดบึ้งของหลินเช่อก็เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวลว่า “คุณผู้หญิงคะ นายท่านไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะคะ บางครั้งท่านออกจะอารมณ์เสียไปบ้างในตอนเช้า โดยเฉพาะวันที่นอนไม่เต็มอิ่มน่ะค่ะ” 

หลินเช่อถาม “เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเหรอ” 

สาวใช้ตอบว่า “ใช่ค่ะ ท่านตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วก็เข้าไปนอนในห้องทำงาน เลยหลับไม่สบายเท่าไหร่” 

หลินเช่ออ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

แต่เมื่อลองคิดทบทวนดูแล้ว เธอก็เข้าใจได้ 

เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอเพราะเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้น ซึ่งก็พอจะรู้อยู่ว่าเขาคงอึดอัดใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเขามีผู้หญิงที่รักอยู่แล้ว เขาคงไม่ได้รู้สึกดีนักหรอกที่ต้องนอนร่วมห้องเดียวกันกับเธอ 

หลินเช่อถอนหายใจ แล้วคิดต่อไปอีกว่ากู้จิ้งเจ๋อคนนี้ยังน่าสงสารอีกต่างหาก เขาเป็นถึงคุณชายของตระกูลใหญ่แบบนี้แต่กลับต้องมาป่วยด้วยโรคประหลาด 

เมื่อลองคิดดูแล้ว มันเป็นเพราะความสะเพร่าของเธอแท้ๆ ที่คิดว่าเขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่ง จนทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญิงที่เขารักและต้องมาแต่งงานกับเธอแทน หลินเช่อรู้สึกขึ้นมาในตอนนั้นเองว่าเธอเป็นคนที่ทำให้คู่รักต้องพรากจากกันและเริ่มนึกตำหนิตัวเองขึ้นมา 

หญิงสาวสาละวนกับการเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวไปยังบริษัท ขณะเดินออกมา เธอก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินออกจากตัวบ้านด้วยเสียงเอ็ดอึง เมื่อลองมองเข้าไปใกล้ๆ เธอก็ได้เห็นกู้จิ้งเจ๋อเดินนำอยู่หน้าขบวน ร่างผอมสูงของเขาทำให้เธออดนึกไม่ได้ว่าเหมือนเครนยกของที่สูงโด่เด่อยู่ท่ามกลางฝูงไก่ กางเกงที่ตัดอย่างประณีตเนี้ยบสวมอยู่บนท่อนขายาวที่ย่างก้าวด้วยท่วงท่าอันงามสง่า การเคลื่อนไหวของเขาทำให้แววตาเฉยชายามอยู่นิ่งๆ เลือนหายไป ในขณะที่รูปร่างสูงนั้นยังดูน่าเกรงขามไม่เปลี่ยนแปลง รัศมีของความสุขุมเยือกเย็นแผ่กระจายออกมาจนรู้สึกได้ เขาก้าวผ่านบานประตูคู่ออกไปอย่างไม่เร่งร้อน ดูเหมือนว่าเขากำลังจะออกจากบ้านละสินั่น 

หลินเช่อวิ่งไล่ตามไปอย่างเร่งร้อน 

“รอฉันด้วย รอฉันก่อน” 

สีหน้าเคร่งขรึมของกู้จิ้งเจ๋อเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของเธอ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน 

เขาหันหน้ากลับไปและได้เห็นหลินเช่อในชุดกระโปรงเข้ารูปที่เอว เธอวิ่งห้อเข้ามาหาเขาราวกับคนบ้า คิ้วของกู้จิ้งเจ๋อยิ่งขมวดหนักขึ้นไปอีก 

เรือนผมสีดำสนิทของเธอขับเน้นผิวให้ยิ่งดูขาวผุดผ่องจนดูราวกับหิมะ ซึ่งทำให้เธอดูสะอาดสะอ้านและเรียบร้อยกว่าเครื่องแต่งกาย ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกยาวก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางแล้วก้าวเดินต่อไปอย่างไม่แยแส 

“พาฉันไปด้วยสิคะกู้จิ้งเจ๋อ ฉันจะไปบริษัทน่ะ” 

“เดี๋ยวฉันให้คนไปส่งเธอเอง” เขาพูดห้วนๆ ตายังคงมองตรงไปข้างหน้า 

“โอ้... โอเค งั้นคุณไปส่งฉันที่ป้ายรถเมล์ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องให้รถเสียเวลาไปส่งฉันหรอก” 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้วอีก “ตระกูลกู้เราไม่ได้ยากไร้ถึงขนาดที่จะต้องให้คุณผู้หญิงของบ้านประหยัดเงินค่าพาหนะด้วยการไปขึ้นรถเมล์หรอกนะ” 

สายตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ และเมื่อครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็พูดขึ้นในที่สุดว่า “ขึ้นมาสิ” 

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หลินเช่อก็ตะเกียกตะกายตามเขาขึ้นไปบนรถ ดีใจที่จะได้ประหยัดเงินตั้งสองเหรียญแน่ะ 

รถของกู้จิ้งเจ๋อนั้นคันใหญ่มาก มันไม่ใช่รถคันที่เธอนั่งมาเมื่อวาน ภายในเป็นเบาะหนังที่ยังคงส่งกลิ่นใหม่เอี่ยมลอยออกมา กู้จิ้งเจ๋อมองดูรอยเปื้อนบนรองเท้าของอีกฝ่ายแล้วนิ่วหน้า "ทำไมรองเท้าเธอถึงสกปรกนัก" 

หลินเช่อก้มลงมองและได้เห็นรอยเท้าน่าเกลียดบนนั้น เธอหัวเราะอย่างขัดเขินแล้วตอบว่า “ฉันไม่มีรองเท้าคู่อื่นนี่คะ” 

คิ้วสวยไร้ที่ติของกู้จิ้งเจ๋อเลิกสูงขึ้นอีกครั้ง เธอห่อปากแล้วพูดว่า “แล้วนี่คุณจะมาหงุดหงิดอะไรกันล่ะคะ ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย ก็ฉันมีรองเท้าอยู่คู่เดียวจะให้ทำยังไงเล่า” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธอ เครื่องแต่งกายของหญิงสาวสวมใส่อยู่นั้นยับยู่ยี่และดูยุ่งเหยิง ขาเรียวยาวของเธอแลเห็นได้อยู่รำไรใต้ชุดกระโปรงนั่น 

เขาพินิจดูเสื้อผ้าของเธอ มันเป็นเสื้อผ้าชุดเดียวกับที่เธอสวมเมื่อวาน เลยทำให้เธอดูสกปรกมอมแมมอย่างบอกไม่ถูก 

เขาเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าก่อน” 

หลินเช่อโพล่งออกไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เสื้อผ้าของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร ฉันแค่ไม่ได้เอาเสื้อผ้าติดมาด้วย เอาไว้มีโอกาสกลับไปบ้าน ฉันจะไปขนชุดที่เหลือมาเองนั่นแหละน่า” 

แต่กู้จิ้งเจ๋อออกคำสั่งกับคนขับรถเสียแล้ว “หาที่ให้เราซื้อเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้หญิงหน่อย” 

คนขับรถจัดแจงกลับรถทันที 

หลินเช่ออายหนัก “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ทำให้คุณต้องวุ่นวายเปล่าๆ” 

กู้จิ้งเจ๋อกวาดตามองเสื้อผ้าทั่วทั้งชุดของเธอ เขาไม่รู้ว่าเธอซื้อมันมาจากไหน แต่มันถูกซักครั้งแล้วครั้งเล่าจนดูเก่าเปื่อยไปหมด เธอคงสวมมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วกระมัง 

“เสื้อผ้าของเธอดูสกปรกไปหมด แค่มองฉันก็รู้สึกอึดอัดแล้ว” 

“...” ก็ได้ ถ้างั้นในเมื่อเขาต้องการความสบายใจ จะซื้ออะไรก็ตามแต่เขาละกัน 

เธอคิดว่าเขาคงทำแบบนี้เพราะความใจดีละมั้ง 

“นี่เขาเรียกว่าประหยัดน่ะ คนอย่างคุณจะไปรู้อะไร” 

“เธอคงคิดว่าการทำตัวสกปรกคือการมัธยัสถ์ แต่นั่นไม่ใช่นิสัยของฉัน” สายตาเขายังคงเฉยเมยไม่ใส่ใจเหมือนเดิม 

หลินเช่อโต้กลับ “อ้อ ใช่สิ คนรวยนี่ดีเนอะ คุณจะเปลี่ยนชุดใหม่ๆ ใส่ทุกวันก็ยังได้ แต่ฉันไม่มีนี่นา ก็เลยต้องใส่เสื้อผ้าชุดนึงเป็นปีๆ แบบนี้ คุณคิดว่าฉันสวมชุดนี้มากี่ครั้งแล้วล่ะ มันราคาตั้งเจ็ดร้อยหยวนเชียวนะ แน่ล่ะว่าฉันไม่มีวันยอมโยนมันทิ้งจนกว่าจะขาดนั่นแหละ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูหลินเช่อ “บ้านตระกูลหลินก็ไม่ได้จนนี่” 

หลินเช่อแค่นยิ้มเมื่อมองหน้าเขา “แสดงว่าคุณก็สืบประวัติฉันมาหมดแล้วล่ะสิ” 

“เป็นเรื่องธรรมดานี่ เธอคิดว่าฉันจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคนโดยไม่ตรวจสอบอะไรเลยงั้นเหรอ” 

หลินเช่อยกมือขึ้นลูบแขนเสื้อ “แต่คุณไม่รู้เหรอคะว่าฉันเป็นแค่ลูกสาวนอกสมรสของตระกูลหลินน่ะ พ่อฉันไม่เคยมองว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหรอก ตั้งแต่ยังเด็ก ฉันก็ต้องอยู่แต่กับพี่เลี้ยง จนกระทั่งเขามาเห็นว่าฉันโตเป็นสาวแล้วและพอจะมีค่าอยู่บ้างนั่นแหละ เขาก็เลยหาห้องให้ฉันอยู่ ตอนที่ฉันยังเล็ก ฉันต้องรับช่วงเสื้อผ้าต่อจากหลินลี่กับหลินอวี่มาตลอด ถึงมันจะถูกซักซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือจะขาดวิ่นแต่มันก็ยังเป็นเสื้อผ้าดีๆ ทั้งนั้น ฉันจะขอให้พี่เลี้ยงช่วยซ่อมให้แล้วก็สวมมันต่อไป” 

คิ้วของกู้จิ้งเจ๋อกระตุก และเริ่มเอนร่างลงพิงเบาะนั่ง 

ไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดัง 

ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน กู้จิ้งเจ๋อก็กวาดตามองโดยรอบและบอกกับพนักงานขายที่เดินตามมาว่า “ขอเสื้อผ้าทุกชุดที่พอดีกับขนาดตัวของผู้หญิงคนนี้” 

เมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดเช่นนั้น สายตาของพนักงานขายก็ลุกวาวด้วยความยินดี เขาเดินนำหลินเช่อเข้าไปด้านในร้าน 

หลินเช่อตกตะลึงเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้ว่าพวกคนรวยๆ เขาชอปปิงกันยังไง 

ความคิดเห็น