facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 6 ชีวิตแต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ชีวิตแต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ชีวิตแต่งงาน
แบบอักษร

“ไม่จำเป็นหรอก” เขาโยนผ้าห่มลงไป “ฉันจะนอนบนโซฟาเอง เธอไปนอนที่เตียงเถอะ” 

เขาถือว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษ และทางเดียวที่ทำได้คือต้องปฏิเสธเท่านั้น 

หลินเช่อนั้นจะนอนตรงไหนก็ได้ แต่สำหรับคนอย่างกู้จิ้งเจ๋อที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังมหึมาขนาดนี้ เขาไม่ใช่คนที่แล้วปรับตัวกับความไม่สะดวกสบายได้ง่ายๆ แน่ 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนบนโซฟาได้ จริงๆ นะ ฉันนอนที่บ้านเป็นประจำนั่นแหละ คนตัวสูงอย่างคุณนอนโซฟาคงไม่สบายหนักหรอก” เธอว่าแล้วก้าวเข้ามายืนข้างตัวเขา ทำท่าจะเอื้อมมือมาดึงข้อศอกของอีกฝ่าย 

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้สัมผัสตัว เขาก็ยกข้อศอกใส่เธอเข้าเสียก่อน 

หญิงสาวล้มโครมลงบนพื้นห้อง เธอแหงนหน้ามองกู้จิ้งเจ๋อผู้ที่เพิ่งตระหนักถึงเจตนาอันดีของเธอได้ชัดเจน เธออุตส่าห์เสนอให้เขานอนบนเตียงก็เพื่อจะยื่นไมตรี แต่การสัมผัสตัวนั่นต่างหากที่ทำให้เขาทนไม่ได้ 

ความโกรธของหลินเช่อค่อยๆ เพิ่มทวีขึ้นอย่างช้าๆ เธอลุกพรวดขึ้นแล้วเริ่มตะโกนใส่หน้า “กู้จิ้งเจ๋อ นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันอุตส่าห์มีน้ำใจเสนอตัวนอนบนโซฟาแทนให้น่ะ แล้วที่คุณทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร” 

กู้จิ้งเจ๋อเลิกคิ้วสวยไร้ที่ติของตัวเองขึ้น เขาก้มลงดูแล้วยกมือลูบข้อศอกตรงส่วนที่ถูกเธอสัมผัส ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่กำลังโกรธเกรี้ยวข้างตัวอย่างใจเย็นแล้วพูดว่า “ผมขอบอกตามตรงนะ คุณเป็นคนทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี่ ถึงคุณจะบอกว่าคุณอุตส่าห์มีน้ำใจ แต่คุณไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยเหรอที่จะพูดแบบนี้” 

“ต่อให้...ต่อให้ฉันวางยาคุณ แต่ฉันก็ไม่ได้บังคับให้คุณมีอะไรกับฉันสักหน่อยนี่ คุณ...คุณจะช่วยตัวเองหรืออะไรก็ทำไปสิ แต่นี่คุณกลับมามีอะไรกับฉันแทน ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นคนบ่นน่ะ” ยิ่งพูด เธอก็ยิ่งรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะยอมรับออกมา 

เป็นความผิดเขานั่นแหละ โทษฐานทำตัวงี่เง่าเอง 

“เธอ...” กู้จิ้งเจ๋อไม่ทันนึกในตอนแรกว่า ‘ช่วยตัวเอง’ หมายถึงอะไร แต่เมื่อเข้าใจแล้ว เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้หยาบคายและไร้มารยาทเกินจะรับไหว ใบหน้าของชายหนุ่มยิ่งเย็นชามากขึ้นเป็นเท่าทวีเมื่อเขาชี้นิ้วไปที่ประตูแล้วพูดขึ้นว่า “ออกไป!” 

หลินเช่อชะงัก นี่เธอคิดอะไรอยู่ถึงได้มายืนเถียงกับเขาราวกับคนหัวร้อนแบบนี้ 

ยิ่งเขาดูถูกเธอเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เธอจ้องหน้าเขาตาเป๋งแล้วกระโดดพรวดขึ้นเกาะหลังอีกฝ่าย “ว้าย ไม่นะ! นั่นหนูนี่นา น่ากลัวจังเลย! ฉันกลัวหนูที่สุดเลย” 

เอาสิ ในเมื่อเขารังเกียจเธอดีนัก งั้นเธอก็จะยิ่งกวนโมโหให้หนักขึ้นไปอีกด้วยการเกาะเขาไม่ปล่อยนี่แหละ 

กู้จิ้งเจ๋อตัวแข็งเป็นหินเมื่อร่างนุ่มๆ หอมกรุ่นมาเกาะติดเขาเหมือนตัวสล็อธ ร่างเขากระตุกและพยายามจะสลัดเธอออกโดยสัญชาตญาณ 

“ออกไปนะ!” เขาเอื้อมแขนมาข้างหลังพยายามจะผลักเธอออก แต่ก้อนเนื้อหยุ่นๆ สองก้อนที่เบียดแนบอยู่บนหลังนั้นทำให้ร่างกายของเขาแสบร้อนราวกับโดนเปลวไฟ ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ 

แม้ว่าหลินเช่อจะเป็นผู้หญิงร่างสูงถึง หนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร แต่เมื่อเทียบกับกู้จิ้งเจ๋อที่สูงอย่างต่ำก็ราวหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเข้าไปแล้วนั้น เธอจึงกลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กไปเสียถนัด ร่างกายของเธอไม่เหมือนร่างกายของผู้ชาย มันเนียนนุ่มเหมือนผ้าไหม เย็นฉ่ำเหมือนสายน้ำ เธอเกาะเกี่ยวอยู่บนตัวเขาราวกับงูตัวเรียวยาว ทำให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าเธอไม่เพียงแค่สูงเท่านั้นแต่ยังมีเรือนร่างอ้อนแอ้นอรชรทีเดียว นิ้วเรียวของเธอที่เกาะเกี่ยวแขนเขาไว้ให้ความรู้สึกที่ดีแม้ว่ามันจะเย็นเฉียบ 

แต่ถึงยังไงเจ้าก้อนหยุ่นๆ สองก้อนที่แนบอยู่กับแผ่นหลังนั้นก็ดูจะยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ และร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ 

ให้ตายสิ ฤทธิ์ยามันน่าจะหมดไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ 

“ฉันไม่ปล่อยหรอก มันมีหนูนะ ฉันกลัวหนู…” เธอเกาะเขาแน่นชนิดติดหนึบและไม่ยอมปล่อยง่ายๆ 

ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าแขนยาวของอีกฝ่ายเอื้อมมาคว้าเอวเธอเอาไว้ได้ในที่สุด เขากระชากเธอออกจากหลังแล้วโยนลงกับพื้น หญิงสาวอาศัยจังหวะของแรงเหวี่ยงเหนี่ยวตัวอีกฝ่ายไว้ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะล้มโครมลงพร้อมกัน 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อเริ่มรู้สึกตัว เขาก็ได้เห็นว่าตรงหน้าคือริมฝีปากนุ่มๆ สีชมพูระเรื่อและฟันที่ขาวราวกับไข่มุก ดูเย้ายวนเชิญชวนเสียจนทำเอาลำคอเขาแห้งผาก 

ด้วยอารามตกใจ กู้จิ้งเจ๋อลืมตัว ผลักร่างอ้อนแอ้นที่นอนทับอยู่บนตัวออกไปอย่างสุดแรง 

หลินเช่อรู้สึกถึงความเจ็บที่แล่นแปล๊บขึ้นมา โดยเฉพาะตรงบริเวณที่อ่อนนุ่มที่สุดของหน้าอก ที่แขนของเขากระแทกเข้าโดยแรง มันเจ็บเสียจนเธอน้ำตาริน... 

กู้จิ้งเจ๋อเพิ่งได้สติเมื่อเขาได้เห็นภาพหลินเช่อนั่งอยู่บนพื้นยกมือกุมหน้าอก และมีหยดน้ำตาไหลอาบแก้มขาวเนียน น่าแปลกที่หัวใจของเขาเริ่มแกว่งเมื่อได้เห็นไหล่อันสั่นเทาจากแรงสะอื้นของเธอ 

ด้วยความโมโห เขาเริ่มรวบรวมสติและนึกตำหนิตัวเอง เขาทำเกินไปจริงๆ เธอเป็นแค่เด็กสาวอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น แต่ต้องถูกบังคับให้ยอมรับการแต่งงานที่ปราศจากความรักครั้งนี้ 

ถึงยังไงมันก็เป็นความผิดของทั้งเธอและเขานั่นแหละ จะโทษเธอคนเดียวคงไม่ถูกนัก 

น้ำตาของเธอทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าจะปลอบโยนคนอื่นอย่างไร จึงทำได้แต่ยืนทึ่มทื่ออยู่ตรงนั้น “ขอโทษที ฉันเสียใจ คราวนี้มันไม่ใช่ความผิดของเธอจริงๆ ฉันเจ้าอารมณ์ไปหน่อย พูดตามตรง ฉันก็เป็นเหมือนเธอนั่นแหละ ยังไม่ชินกับการมีผู้หญิงมาอยู่ด้วย ฉันไม่ได้ผลักเธอเพราะรังเกียจเธอหรอกนะ อันที่จริงแล้ว...ฉันมีอาการป่วยที่ทำให้ฉันแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงไม่ได้น่ะ” 

คำพูดของเขาเป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิด หญิงสาวแหงนมองเขาด้วยความประหลาดใจระคนงุนงงทั้งที่น้ำตายังนองหน้า 

ชายหนุ่มบอกกับตัวเองในใจว่า ในเมื่อเขาและเธอต้องอยู่ร่วมบ้านกัน เขาก็ควรที่จะเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับอาการป่วยนี่ซะ 

เขาถอนหายใจ แล้วเริ่มพูด “ฉันโดนตัวผู้ชายได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วละก็มันจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบาย มันไม่ใช่ว่าฉันจะโดนตัวพวกเธอไม่ได้แค่นั้นหรอกนะ แต่ฉันจะมีผื่นขึ้น แล้วก็อาเจียนไม่หยุด เลือดลมก็จะปั่นป่วนไปหมด นี่คือเหตุผลที่ฉันพยายามเลี่ยงไม่เข้าใกล้เธอ” 

หลินเช่อไม่เข้าใจ “มันมีโรคแบบนี้ด้วยเหรอคะ นี่เป็นอาการป่วยทางจิตงั้นเหรอ” 

กู้จิ้งเจ๋อทรุดตัวลงนั่ง หลังตรงเป็นสง่าเหมือนเช่นเคย เขาก็ดูแข็งแรงดีออกจะตาย 

ดวงตาเขาแน่นิ่งเหมือนน้ำในบ่อ เขาชินเสียแล้วกับคำถามแบบนี้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็หาหมอมามากมายนับไม่ถ้วนตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา และทำได้แค่เพียงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่ให้คนนอกล่วงรู้ 

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” เขาใช้นิ้วนวดขมับด้วยท่าทีออกจะเหน็ดล้า “เธอต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับนะ ฉันเล่าให้เธอฟังเพราะเราต้องอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้ว่าที่ครอบครัวของฉันอยากให้เราแต่งงานกันก็เพราะพวกเขาคิดว่าเธอจะช่วยรักษาฉันให้หายจากอาการป่วยนี่ได้ เพราะฉันสัมผัสตัวเธอได้” 

งั้นนี่ก็เป็นเรื่องจริงสินะ น่าเสียดายที่พวกเขาเข้าใจผิด ความจริงก็คือหลินเช่อไม่อาจช่วยรักษาเขาจากโรคนี้ได้ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขานั้นเป็นเพราะบางอย่างที่เธอทำลงไปต่างหาก... 

หลินเช่อพยักหน้าด้วยความขัดเขิน “แน่นอนค่ะ แน่นอน มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อยที่คุณป่วยนี่ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ฉันโดนตัวคุณก็เพราะฉันไม่รู้เรื่องอาการป่วยนี่ ฉันสัญญาค่ะว่าฉันจะไม่แตะต้องคุณอีก” 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูหญิงสาวด้วยสายตาฉงน เธอชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว เป็นนิ้วเล็กๆ ที่น่ารักทีเดียว สายตาเธอจ้องมาที่เขาขณะที่ส่งยิ้มและให้คำมั่นอย่างแน่วแน่ 

กู้จิ้งเจ๋อหลยตาแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “โอเค งั้นก็ไปนอนได้แล้ว” 

หลินเช่อพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น เธอนวดหน้าอกที่โดนกระแทกของตัวเองพลางผุดลุกขึ้น “ฉันจะนอนที่โซฟาเองค่ะ” 

“ไม่ต้องหรอก” เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา 

หลินเช่อผลักความรู้สึกผิดทิ้งไป เธอไม่กล้าแตะตัวเขาอีกแล้วละ เธอหันไปหาผ้าห่มบนเตียงแล้วซุกตัวเข้าไป 

เมื่อปิดไฟ ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืด 

เสียงลมหายใจของเธอและเขาดังปะปนกันอยู่ในอากาศ วนเวียนอย่างช้าๆ 

โซฟานั่นคงไม่สบายนัก กู้จิ้งเจ๋อจึงขยับตัวไปมาไม่หยุดเพื่อหาท่านอนที่สบาย เขาได้ยินเสียงใครบางคนกำลังกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงด้วยเหมือนกัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เขาบอกได้เลยว่าเธอกำลังหลับสบายทีเดียว แต่ท่านอนของเธอคงน่าเกลียดพิลึก 

เขาไม่ชินเอาเลยกับการที่ต้องมีผู้หญิงอยู่ร่วมบ้าน โดยเฉพาะคนที่เขาเคยหลับนอนด้วยมาก่อน และต้องมาใช้ห้องนอนร่วมกันแบบนี้ เมื่อคิดดังนั้น ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป 

ความคิดเห็น