facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 3 เราเลี้ยงแกมา แกควรที่จะตอบแทนบุญคุณไม่ใช่เหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 เราเลี้ยงแกมา แกควรที่จะตอบแทนบุญคุณไม่ใช่เหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563 13:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 เราเลี้ยงแกมา แกควรที่จะตอบแทนบุญคุณไม่ใช่เหรอ
แบบอักษร

“แก...” หันไฉ่อิงปอดแทนระเบิดด้วยความโกรธ เมื่อหลินเช่อทำท่าจะออกจากห้องไป หันไฉ่อิงก็เข้ากระชากไหล่จนอีกฝ่ายล้มโครมลงกับพื้น “แกไม่ได้หันมาดูตัวเองบ้างเลยหรือไงนะ เราอุ้มชูดูแลแกมานานด้วยความเมตตา แล้วนี่แกถือดียังไงถึงมากล้าเถียงฉันฉอดๆ ทั้งที่ฉันเป็นคนช่วยแกไม่ให้ต้องอดตายอยู่ข้างถนนกับแม่เสียสติของแก ฉันจะตีแกแล้วจะทำไม” 

แต่แล้วร่องรอยบนลำคอของหลินเช่อก็โผล่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และมันก็เตะตาจนสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้ที่ได้เห็น 

ราวกับได้ค้นพบสิ่งยิ่งใหญ่ หันไฉ่อิงละล่ำละลักพูดราวกับคนบ้า “แหมๆ หลินเช่อ ฉันรู้หรอกน่ะว่าแกน่ะคิดไม่ซื่อกับตระกูลหลินของเรา แกมันก็เหมือนแม่ของแกไม่มีผิด ประเภทที่รู้ดีว่าจะยั่วยวนผู้ชายได้ยังไง แต่ถ้าอยากจะทำอย่างนั้นละก็เชิญไสหัวไปทำที่อื่น อย่ามาทำเรื่องน่าอับอายในบ้านหลังนี้ ฉินชิงเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลฉิน แกคิดว่านางโลมอย่างแกจะดีพอสำหรับคนอย่างเขางั้นเรอะ เขาไม่แม้แต่จะชายตาแลแกด้วยซ้ำไป” 

การถูกหันไฉ่อิงตบหน้าไม่ได้ทำให้หลินเช่อเศร้าสลดแม้แต่น้อย ทว่าประโยคง่าย ๆ นั้นกลับรุนแรงพอที่จะกรีดลงตรงกลางหัวใจของเธอ 

แต่ถึงแม้จะรู้สึกเช่นนั้น หลินเช่อก็ยังหัวเราะออกมา เธอพ่นลมออกทางจมูกอย่างเยาะหยันพลางดึงเสื้อขึ้นมาปิดเนินไหล่ ยกมือขึ้นจัดเครื่องแต่งกายของตัวเองด้วยท่าทีไม่แยแสเมื่อพูดว่า “ถ้าคุณคิดว่าฉันไม่มีค่าพอให้เขาจะชายตาแลแล้วคุณจะกังวลไปทำไมล่ะคะ” 

หันไฉ่อิงได้ยินเสียงจากด้านนอกห้อง ฉินชิงกำลังคุยอยู่กับหลินลี่ บทสนทนาและเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ทำให้เธอนึกกังวลจนเกรงว่าจะถูกจับได้ หันไฉ่อิงจึงลดเสียงให้เบาลงแล้วขยับเข้ามาใกล้หลินเช่อ หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงคุกคามว่า “แกอย่าได้คิดตุกติกเชียวนะ” หลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง หล่อนก็พูดต่อไปว่า “อีกประเดี๋ยวจะมีคนจากบ้านตระกูลเฉิงมาที่นี่พร้อมกับลูกชายคนรองของพวกเขา เฉิงเทียนอวี่ แล้วอย่ามาพูดว่าฉันเลี้ยงแกทิ้งๆ ขว้างๆ นะยะ ฉันจะให้แกได้พบกับเขาหลังจากนั้น ตระกูลเฉิงน่ะเป็นตระกูลดังของประเทศ พื้นเพก็มั่งคั่งเป็นปึกแผ่น ถ้าแกได้แต่งเข้าบ้านนั้น แกจะได้สบายอยู่บนกองเงินกองทอง” 

สายตาของหลินเช่อไหววูบ 

แน่ละ เธอรู้จักลูกชายคนรองของตระกูลเฉิงดี 

“คุณแม่เลี้ยงคะ นี่คุณจะให้หนูแต่งกับคนปัญญาอ่อนเหรอคะ” หนำซ้ำยังอ้างเอาเรื่องนี้มาลำเลิกว่าเป็นบุญคุณกับเธออีกต่างหากหรือนี่ หลินเช่อทักท้วงด้วยเสียงอันดัง 

“อะไรกัน เธอไม่อยากแต่งเหรอ” 

“งั้นคุณก็แต่งเองก็แล้วกันค่ะ หนูไม่ใช่หุ่นเชิดที่คุณจะมาบังคับเอาได้ตามอำเภอใจ!” หลินเช่อกระชากประตูเปิดออกโดยเร็ว 

หันไฉ่อิงเห็นดังนั้นจึงคว้าตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี 

หลินเช่อไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เธอหันกลับมาแล้วผลักหันไฉ่อิงเข้าเต็มแรง 

เมื่อถูกผลักจนล้มลงไปกองกับพื้น หันไฉ่อิงก็พูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต “หลินเช่อ ถ้าแกกล้าหนีออกไปละก็ ฉันจะให้พ่อแกเอาเถ้ากระดูกแม่แกไปโยนทิ้งซะ” 

หลินเช่อออกวิ่งไปด้วยความสิ้นหวัง 

ในระหว่างนั้น... 

กู้จิ้งเจ๋อถูกเรียกตัวกลับมายังคฤหาสน์ตระกูลกู้ในทันที 

เป็นเรื่องปกติที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถูกรายงานให้กู้เซียนเต๋อ ปู่ของเขาและหัวหน้าของครอบครัวได้รับทราบอย่างรวดเร็ว 

กู้จิ้งเจ๋อยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เขามองดูกู้เซียนเต๋อผู้ซึ่งอยู่ตรงหน้าแล้วพูดว่า “ปู่ครับ แม่เขาไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยสักนิด ผู้หญิงคนนั้นกับผมไม่ได้ยินยอมพร้อมใจที่จะมีอะไรกัน มันเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น” 

“จิ้งเจ๋อ ทำไมแกถึงดื้อด้านอย่างนี้นะ ลองคิดดูให้ดีสิ มันจะเป็นเรื่องยากเย็นอะไรนักหนาที่จะแต่งงานกับแม่สาวคนนั้น ยังไงแกก็มีอะไรกับหล่อนไปแล้ว นี่แกไม่คิดติดอกติดใจอะไรบ้างเลยหรือไง” 

“ไม่เลยสักนิดครับ!” กู้จิ้งเจ๋อตอบ 

“จิ้งเจ๋อ ปู่ผิดหวังในตัวแกมาก” กู้เซียนเต๋อผู้สูงวัยและสุขุมเยือกเย็น ตวัดสายตาเย็นชาไปยังผู้เป็นหลานชายด้วยท่าทีอันน่าเกรงขาม 

กู้จิ้งเจ๋อหันไปทำตาเขียวใส่มู่หว่านฉิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา 

ถึงกระนั้น มู่หว่านฉิงก็ไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนแต่อย่างใด ยังเชื่อมั่นเต็มที่ว่าหล่อนทำถูกแล้วอยู่นั่นเอง 

“คนตระกูลกู้ของเราจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ยิ่งไปกว่านั้น แม่สาวคนนั้นไม่ได้มีความสำคัญแค่จะทำให้แกได้มีชีวิตแต่งงานอย่างคนปกติเท่านั้น แต่หล่อนยังเป็นกุญแจที่จะช่วยรักษาอาการป่วยของแกด้วย จะยังไงเสียแกก็หลับนอนกับหล่อนแล้ว แกจะเอาเปรียบผู้หญิงแล้วก็ทำเป็นลืมๆ ไปซะแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ” กู้เซียนเต๋อว่า 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้ามองปู่ผู้ชราของตัวเองแล้วตอบว่า “แต่ผมไม่รู้จักเธอสักนิดนะครับ คุณปู่ ผมจะตกลงปลงใจแต่งงานกับคนแปลกหน้าได้ยังไงเล่า” 

“แล้วถ้าฉันบอกแกว่า ถ้าแกไม่แต่งงาน ฉันจะทำให้แม่ยอดรักของแก...หล่อนชื่ออะไรนะ โม่ฮุ่ยหลิงสินะ ฉันจะจัดการให้อาชีพการงานของหล่อนต้องพังทลายชนิดที่ต้องคิดอยากตายมากกว่าจะมีชีวิตอยู่เลย เอาไหมล่ะ” กู้เซียนเต๋อจ้องตอบสายตาของหลานชายอย่างไม่ลดละ เมื่อเขาจะเป็นฝ่ายรุก สายตาของเขาจะสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความโหดเหี้ยมเย็นชาไร้ความปรานี 

กู้จิ้งเจ๋อพูดว่า “ปู่ก็รู้นี่ครับว่าผมไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่” 

กู้เซียนเต๋อกล่าว “ฉันรู้ว่าแกมันปีกกล้าขาแข็งจนฉันควบคุมไม่ได้แล้ว พวกแกทั้งสามคนมันกลายเป็นจอมพยศกันหมดแล้ว พวกแกทุกคนเลย คนหนึ่งเป็นประธานบริษัท อีกคนกลายเป็นดาราดัง แล้วก็แก แกทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าใครเพื่อนมาตลอดก็จริง แต่ก็หัวรั้นเป็นบ้าด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ฉันจะทำอะไรแกไม่ได้ แต่ฉันรับรองได้เลยว่าฉันจะหาวิธีทรมานแม่สาวน้อยของแกได้แน่ อยากลองดูก็ได้นะ” 

ดวงตาของกู้จิ้งเจ๋อฉายแววไม่สบอารมณ์ขึ้นมาก่อนจะกลับกลายเป็นแววของความเคร่งเครียดในทันที 

 

หลินเช่อวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก่อนที่เธอจะเห็นรถยนต์หลายคันขับตรงเข้ามาจนเกิดเสียงดังกระหึ่มไปทั่ว 

คนจากบ้านตระกูลหลิน... 

หลินเช่ออยากหนีไปให้พ้นแต่ดูเหมือนว่าตระกูลหลินจะเอาจริงกับเรื่องนี้ เกือบทุกคนเคลื่อนตัวลงจากรถและในไม่ช้าก็มาล้อมเธอเอาไว้ 

“เด็กน้อย ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อเธอนะจ๊ะ แต่เธอยังกล้าดีมาวิ่งหนีไปอย่างนี้อีก ไปจับตัวมันมาให้ฉัน” 

หลินเช่อจ้องหน้าหันไฉ่อิง พยายามหักห้ามความรู้สึกที่อยากจะแล่นเข้าไปตบหน้าหล่อนสักฉาด 

อย่างไรก็ตาม ลำพังเธอตัวคนเดียวแบบนี้ หลินเช่อไม่อาจที่จะเอาชนะจำนวนของอีกฝ่ายที่มากกว่าได้ 

มือของเธอถูกจับมัดไพล่เอาไว้ด้านหลัง ก่อนจะถูกนำตัวกลับมาจากบ้านตระกูลหลิน 

ช่างแต่งหน้าถูกเรียกตัวมาประทินโฉมให้เธอในระหว่างที่หันไฉ่อิงยืนจ้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ หล่อนบริภาษอย่างเผ็ดร้อน “คิดว่าคนอย่างแกจะหนีฉันพ้นงั้นเหรอ ทีนี้แกก็ควรจะรีบแต่งตัวได้แล้ว จะได้เตรียมตัวไปพบเฉิงเทียนอวี่” 

หลินเช่อกัดฟันแน่น ทั้งพยายามที่จะดิ้นรน แต่ก็เปล่าประโยชน์ 

เมื่อหันไฉ่อิงมองดูหลินเช่อหลังจากเสร็จสิ้นการแต่งองค์ทรงเครื่องแล้ว หล่อนก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ พอแต่งเนื้อแต่งตัวเข้า นังเด็กนี่ก็สวยมากทีเดียว ใบหน้างามๆ นั่นทำให้ผู้ชายหลายคนลืมไม่ลงได้เลย 

หล่อนนึกในใจ นังเด็กนี่จะต้องแต่งงานเข้าตระกูลเฉิงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว มันคงจะใกล้ชิดพัวพันอยู่กับฉินชิง ถ้าเกิดฉินชิงเกิดตกหลุมรักมันขึ้นมาละก็ สถานะของหลินลี่ก็คงจะไม่มั่นคงนัก 

และแล้วใครบางคนข้างนอกประกาศการมาถึงของเฉิงเทียนอวี่ 

หันไฉ่อิงจัดการออกคำสั่ง หลินเช่อถูกแก้มัดและโดนผลักออกมายืนด้านหน้า เธอได้ยินเสียงรื่นเริงของคนตระกูลเฉิงที่ดังลอดประตูเข้ามา 

“เรารู้ดีว่าคุณหนูสามของบ้านนี้เป็นเพียงลูกนอกสมรส เธอไม่ดีพอสำหรับเทียนอวี่ของเราก็จริง แต่ในรูปถ่ายนั่น เธอดูสวยเอามากๆ เลยนะคะ หลังจากแต่งเข้าบ้านเราแล้ว ถ้าเธอสามารถมีทายาทช่วยสืบสกุลเฉิงต่อไปได้ละก็ เธอจะได้รับการสมนาคุณอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตเลยทีเดียวนะคะ” 

มีลูกเหรอ 

หลินเช่อยิ้มเยาะพลางครุ่นคิด นี่เธอคงเป็นแค่แม่พันธุ์สำหรับพวกเขาสินะ 

หลินเช่อมองเห็นชายร่างเล็ก สูงเพียงร้อยหกสิบเซ็นติเมตรยืนอยู่ เขากำลังเขย่าตัว ร่างสั่นเทิ้ม ศีรษะคอยหันล่อกแล่กไปมาอยู่ตลอดเวลา เขาเคี้ยวนิ้วมือตัวเองเหมือนเด็กอยู่ไม่สุข 

หันไฉ่อิงยิ้มแล้วพูดว่า “เห็นไหม หลินเช่อ นั่นแหละว่าที่สามีของแก วันชื่นคืนสุขของแกกำลังจะมาถึงแล้วนะ” 

แน่ละว่าหลินเช่อได้ยินสุ้มเสียงยโสปนล้อเลียนที่แฝงมาในถ้อยคำของหันไฉ่อิงอย่างชัดเจน 

ทันใดนั้นเฉิงเทียนอวี่ก็เกิดคลั่งขึ้นมา เขาส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น และเริ่มผลักทุกคนออกไปให้พ้นทาง 

ผู้คนในห้องเริ่มสับสนอลหม่าน ทั้งคนของบ้านตระกูลเฉิงและตระกูลหลินต่างพากันมายืนล้อมชายปัญญาอ่อนเอาไว้ 

หันไฉ่อิงช็อกสนิท สภาพของเฉิงเทียนอวี่ยามอาละวาดไล่ผลักใครต่อใครนั้นน่ารังเกียจสิ้นดีจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาด้วยความขยะแขยง 

ในใจเธอรู้สึกโล่งอก โชคดีที่เป็นหลินเช่อที่จะต้องแต่งงานกับหมอนี่ ไม่ใช่หลินอวี่ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะต้องอกแตกตายด้วยความโกรธแน่ๆ 

หันไฉ่อิงหมุนตัวกลับมาและพบว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเธอหายตัวไปแล้ว 

“หลินเช่อ หลินเช่อไปไหน ตามไปเดี๋ยวนี้ ถ้าจับตัวได้ก็หวดมันซะ!” สายตาของหันไฉ่อิงเปลี่ยนไปเมื่อใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ 

หลินเช่อไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองหนีออกมาได้อย่างไร เธอรู้เพียงแต่ว่าในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากการควบคุม ปอดของเธอแทบจะระเบิดจากการออกวิ่งอย่างสุดกำลัง 

แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้เห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างเธออย่างไม่รีบร้อน 

หลินเช่อหยุดมอง ด้านหลังบานกระจกรถนั้น ใบหน้ายโสของกู้จิ้งเจ๋อก็โผล่มาให้เห็น 

ความคิดเห็น