ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

​ บทที่ 5.4 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา

ชื่อตอน : ​ บทที่ 5.4 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2563 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ บทที่ 5.4 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา
แบบอักษร

 บทที่ 5.4 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา  

เวลาล่วงเลยมาจนถึงห้าโมงเย็น ทั้งสามชีวิตที่ใช้เวลาอยู่กับโซนเครื่องเล่นเกือบสองชั่วโมงได้ ก็พากันอพยพลงมากินข้าวร้านประจำของมีนาและลูกชาย โดยมีอิทธิฤทธิ์ที่ยืนกรานไม่ยอมกลับจะอยู่ด้วยให้ได้ ติดสอยห้อยตามมาด้วย 

“ยักจินติมซอเวอวี่” ตุลาเด็กชายอารมณ์ดี มองตามพนักงานที่ถือถ้วยไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีไปเสิร์ฟโต๊ะข้างๆ ตาละห้อยมันวาว ร้องบอกมารดาที่กำลังเลือกเมนูอาหารสำหรับสามชีวิตอยู่ ให้มาสนใจตัวเอง 

อิทธิฤทธิ์มองการกระทำเด็กน้อย ถึงกับยิ้มขำออกมา เจ้านี่เห็นใครกินอะไรเป็นไม่ได้เลย อยากกินกับเขาไปเสียหมดทุกอย่าง เหนื่อยใจแทนคนพ่อแม่เสียจริง เมื่อไม่นานมานี้ก็พึ่งกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีโคนใหญ่ไปเอง 

“วันนี้ยังก่อนค่ะคนดี หนูกินไปแล้ว 1 แท่งตอนเล่นรถ ตอนนี้ถึงเวลาที่พี่ตุลย์ต้องกินข้าว” มีนาเงยหน้าขึ้นจากเมนูอาหาร ยิ้มหวานตอบลูกชายเสียงนุ่ม เขี้ยจมูกรั้นเด็กชาย อธิบายเหตุผลไปด้วย ว่าทำไมให้เขากินไม่ได้ 

ยื่นเมนูอาหารคืนให้กับพนักงานที่มารับเมนูอาหาร พร้อมกล่าวขอบคุณเสียงเบา 

“อยากจินติมซอเวอวี่ พี่ตุลย์ยักจิน” เด็กชายยังคงเรียกร้องงอแงอยากกิน ดีดดิ้นขาไปมา ส่ายหัวแรงๆ ไม่ยอมท่าเดียว จะเอาให้ได้ 

“สั่งห้ายหน่อยยย” 

“ไม่ได้ค่ะ คุณแม่สั่งข้าวคากิของโปรดให้พี่ตุลย์ด้วยน้า” 

เมื่อเห็นว่ามารดาไม่ให้กินดั่งใจหวัง เด็กชายจึงใช้น้ำตาเข้าสู้ เริ่มเบะปากบอกเสียงสั่นระริก “จะจินติม....ฮึก” น้ำตาเริ่มมา ราวกับเปิดก๊อกน้ำ เตรียมจะร้องไห้โฮโวยวาย เรียกร้องความสนใจ มือเล็กตบโต๊ะเสียงดังปัง!  

เท่านั้นแหละรอยยิ้มหวานใจดีของคุณแม่ยังสาว ก็เลือนหายแปลเปลี่ยนเป็นเรียบตึง น้ำเสียงนุ่มกลายเป็นเข้มงวด 

“หยุด ห้ามร้อง ห้ามโวยวาย ถ้าพี่ตุลย์ร้องไห้โวยวายแม่จะพากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” มีนาจับมือเล็กป้อมลูกชายให้หยุดนิ่ง 

อิทธิฤทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่นาน เห็นท่าไม่ดี กำลังจะเอ่ยบอกให้หญิงสาวใจเย็น ด้วยความสงสารเด็กชายที่กลั้นเสียงสะอื้นจนหน้าแดง “มีนใจเย็นๆ พี่ตุลย์แกยังเด็ก ให้แก....” ทว่าเอ่ยยังไม่ทันได้จบประโยคดี น้ำเสียงดุก็ขัดขึ้นเสียก่อน ทำเอาอิทธิฤทธิ์เงียบปากเฉียบพลัน 

“ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ตามใจเขา” 

“ครับ” น้ำเสียงเข้มอ่อนลง ไม่กล้าหือ 

เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กน้อยต้องฮึบไม่ปล่อยน้ำตาร้องไห้โฮออกมา ก็คนที่เรียกตัวเองว่าคุณแม่ ดุปานนี้ 

ตุลาที่ฮึบกลั้นเสียงร้องไห้จนหน้าแดง เม้มปาก มองหน้ามารดานิ่ง ดวงตากลมโตสั่นเครือมันวาวเคลือบไปด้วยน้ำตา อย่างน่าสงสาร 

แม้จะสงสารลูกชายมากเพียงใด แต่มีนาก็เลือกที่จะใจแข็ง 

“ฮึบเดี๋ยวนี้เลยนะพี่ตุลย์ ลูกเห็นไหมว่ามีคนอยู่เต็มร้าน ลูกจะมาร้องไห้งอแงเพื่อให้แม่ตามใจ เสียงดังรบกวนคนอื่นในร้านแบบนี้ไม่ได้ เข้าใจไหม มันไม่น่ารัก” 

ถึงเธอจะตามใจลูกชายมากเท่าไหร่ แต่เธอก็รู้ลิมิตดีว่าอันไหนควรตามใจ อันไหนควรห้าม ไม่ตามใจจนลูกชายเสียคน สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น อย่างเช่นตอนนี้ที่มีผู้คนนั่งอยู่ในร้านอาหารเต็มไปหมด จะปล่อยให้ลูกชายร้องไห้เสียงดังรบกวนคนอื่นไม่ได้ ใช่ว่าทุกคนจะรักเด็กและเข้าใจพฤติกรรมของเด็กเล็ก 

“ฮื่อๆ .....” เด็กน้อยนามว่าตุลาร้องไห้เสียงสะอื้นเบาออกมา น้ำตาไหลราวกับทำนบพัง เมื่อมารดายังคงทำเสียงดุใส่ตน 

“มาหาแม่มา มาให้คุณแม่กอดหน่อยเด็กดี” น้ำเสียงเข้มอ่อนลง อุ้มตัวลูกชายขึ้นจากเก้าอี้เด็ก ให้มานั่งบนตักอยู่ในอ้อมกอด เด็กชายเมื่อมารดาโอ๋ก็ยิ่งร้องไห้ฝั่งหน้าเข้ากับอกมารดา ร้องไห้จนไหล่สั่น แต่ไร้เสียงที่ดัง มีเพียงเสียงสะอื้นน้อยๆ 

อิทธิฤทธิ์มองเด็กชายอย่างสงสารจับใจ 

“หนูกินไอติมเยอะไม่ได้นะคะ เดี๋ยวจะปวดท้อง กินเยอะมันไม่ดี ถ้าปวดท้องขึ้นมาต้องทำยังไงคะ” มีนาลูบหลังปลอบโยน ผละลูกชายให้ออกจากอกเพื่อพูดคุยเห็นหน้า เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้ากลมดิกน่ารักของลูกชายเบามือ 

“ปาย..หา..ฮึก...ดอกเตอร์” ตุลาตอบเสียงสะอื้น 

“ใช่ครับไปหาดอกเตอร์ แล้วดอกเตอร์ก็จะฉีดยา จุ๊บใส่ตรงนี้เลย พี่ตุลย์จะเอาไหม” หญิงสาวทำมือจิ้มลงบนต้นแขนอวบของตุลาเบาๆ 

“ม่ายเอา.....พี่ตุลย์กลัวๆ” เด็กชายปฏิเสธหน้าตื่น ส่ายหน้าหวือหัวแทบหลุด นึกถึงตอนที่โดนฉีดยา แขนป้อมกอดรัดแม่แน่น 

“ถ้ากลัวก็ต้องเชื่อฟังคุณแม่นะคะ” 

ตุลาพยักหน้าเข้าใจ ซบหน้ากับอกมารดา ที่ขยับตัวส่ายไปมาปลอบขวัญเด็กชาย 

เพียงเวลาไม่นานสองแม่ลูกก็คืนดีกัน หยอกล้อเล่นหัวเราะกันเหมือนเดิม โดยมีนัยน์ตาคมเข้มจ้องมองทั้งสองไม่ให้หลุดพ้นสายตาสักการกระทำ 

อิทธิฤทธิ์มองมีนาอย่างทึ่งๆ กับการกระทำของเธอ ที่ดูเหมือนไม่ใช่คู่น้าหลานกันเลยสักนิด เหมือนคู่แม่ลูกกันจริงๆ ดูรักและผูกพันกันเป็นอย่างมาก 

ทั้งสามนั่งทานข้าวกันอย่างเงียบๆ ไม่มีบทสนทนามากนัก แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น 

“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งรถ” อิทธิฤทธิ์เดินเข้าไปช้อนตัวเด็กชายที่หลับคอพับไปคาอกแม่ขึ้นมาอุ้มเองอย่างถือวิสาสะ 

หลังจากที่กินข้าวอิ่มเด็กน้อยก็งอแงจะนั่งกับแม่ให้ได้ นั่งได้ไม่นานก็หลับคาอกมารดา ที่ยังกินข้าวไม่อิ่มดีด้วยซ้ำ เพราะข้าวบกพร่องไปไม่ถึงครึ่งจาน 

“ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวอาหารมื้อนี้ฉันจ่ายเอง คุณไม่ต้องจ่ายแล้ว” เพราะวันนี้เขาจ่ายนั่นจ่ายนี้ให้กับลูกชายไปเยอะหมดแล้วห้ามก็ไม่ฟัง เมื่ออิทธิฤทธิ์พยักหน้าตกลง เธอก็เรียกเช็กบิลทันที แม้จะเสียดายอาหารที่กินยังไม่บกพร่องถึงครึ่งก็ตาม 

ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองระหว่างรอเคลียร์บิล โดยมีเด็กชายหลับซบอยู่ในอ้อมอก มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กเบาๆ ราวกับกล่อมให้เจ้าตัวนอนสนิทไป ท่ามกลางเสียงที่พูดคุยเจ๊าะแจ๊ะในร้านอาหาร 

“แล้วพี่ตุลย์จะกลับญี่ปุ่นวันไหนเหรอ หรือพี่สิงห์ย้ายมาอยู่ไทยแล้ว” อิทธิฤทธิ์พูดขึ้นระหว่างที่ขยับตัวขับกล่อมเด็กชายเงอะงะเลียนแบบมีนา พยายามหาเรื่องคุย ไม่ให้บรรยากาศมันเงียบ และนึกได้ว่าพี่สิงห์พี่ชายเธอ มีธุรกิจอยู่ญี่ปุ่นที่ต้องรับผิดชอบ 

“เอ่อ....กลับพรุ่งนี้ค่ะ” มีนาที่ยังมึนงงอยู่ได้แต่ตะกุกตะกักในการตอบคำถาม หลบสายตาจ้องจับผิดของชายหนุ่มไปด้วย 

อิทธิฤทธิ์มองหญิงสาวอย่างเคลือบแคลงในการตอบคำถามของเธอที่ดูไม่มั่นใจ เหมือนคนโกหกที่พึ่งคิดหาคำตอบ โดยไม่รู้คำตอบมาก่อน พร้อมก้มหน้ามองเด็กชายในอ้อมอก 

“เสียดายจัง พี่พึ่งได้รู้จักพี่ตุลย์เอง จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วเหรอหนุ่มน้อย” ชายหนุ่มเงยหน้าพูดลอยๆ 

มีนาเงียบไม่ตอบ จังหวะเดียวกันนั้นพนักงานก็นำเงินทอนมาให้ ลนลานมือไม้สั่นในการเก็บเงินที่ได้ทอนใส่กระเป๋า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็หันไปชักชวนคนที่นั่งมองเธออยู่กลับ 

“กลับกันเถอะค่ะ คุณวางพี่ตุลย์ลงรถเข็นเถอะค่ะ จะได้ไม่ลำบากอุ้มเขาเดิน” เธอรู้ว่าลูกชายตัวหนัก 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่อยากอุ้ม มีนเดินนำไปที่รถเลย” มีนาพยักหน้าเข้าใจไม่โต้ตอบ เดินเข็นรถลูกชายออกจากร้านอาหารนำไป โดยมีอิทธิฤทธิ์ที่ก้าวขาเพียงสามก้าวก็ขึ้นมายืนเคียงข้ามเธอแล้ว ทั้งสองเดินไปอย่างเงียบไร้บทสนทนาจึงถึงรถยนต์คันเงาขาวของมีนา 

เธอกดกุญแจปลดล็อก ปรี่ไปเปิดประตูด้านหลังที่มีคาร์ซีทเด็กติดอยู่บนเบาะ ให้ชายหนุ่มได้วางตุลาลง 

อิทธิฤทธิ์วางเด็กชายอย่างเบามือ จัดการรัดเข็มขัดให้เด็กชายเงอะงะ แต่เขาก็สามารถทำมันสำเร็จได้ ก่อนผละออกห่าง ชายหนุ่มก็โน้มหน้ากดริมฝีปากหยักจูบลงที่หน้าผากเกลี้ยงเกลาของเด็กชายอย่างเอ็นดู 

มีนามองภาพนั้น อย่างสะเทือนใจ จนต้องเบือนหน้าหนี เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูรถแล้วเธอจึงหันกลับมา กล่าวขอบคุณชายหนุ่ม ที่เป็นอยู่เป็นเพื่อนเล่นลูกชายตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา “ขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้” 

“พี่ยินดีครับ และพี่คงต้องบอกประโยคเดิมกับมีน ขับรถกลับดีๆ นะครับระวังด้วย ถึงแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วยนะ” 

“ค่ะ คุณก็ขับรถระวัง อย่าขับเร็วมาก” มีนาระบายยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกให้กับชายหนุ่ม ตั้งแต่กลับมาเจอกันอีกครั้ง เล่นเอาคนมองตาพร่า เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว หัวใจที่แห้งเหี่ยวกลับมาชุ่มฉ่ำเต้นแรงอีกครั้ง เหมือนเด็กอายุสิบสี่ที่พึ่งหัดมีความรัก เพียงสาวเจ้ายิ้มให้ก็ไม่สามารถเก็บอาการขวยเขินไว้ได้แล้ว 

  

จุนแม่สั่งติมซอเวอวี่ให้พี่ตุลย์หน่อย แววเอารูปพี่ตุลย์มาฝากค่า 

 

 

 

ความคิดเห็น