ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

บทที่ 5.2 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา

ชื่อตอน : บทที่ 5.2 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 05:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5.2 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา
แบบอักษร

 

บทที่ 5.2 ยินดีที่ได้รู้จักตุลา 

อิทธิฤทธิ์นั่งคุยเจรจาข้อตกลงอยู่เพื่อนที่จะเป็นพาสเนอร์ในอนาคตร่วมชั่วโมง เมื่อเห็นว่าส่วนเพื่อนนั้นมีผลไม้ตามที่ต้องการทุกอย่าง และยังจะช่วยเป็นตัวแทนของบริษัทไทยฟรุท ในการรับซื้อผลไม้จากชาวสวนรายย่อยให้ด้วย และแน่นอนว่าเขาให้ราคาที่ดีคุ้มค่าไม่มีการกดราคาแน่นอน ซึ่งต้นเดือนหน้าเขาจะไปสำรวจสวนผลไม้พร้อมทีมงานอีกที เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลไม้พอดี 

“ทำไมมีนไม่มากับมึง” พีรพัฒน์ถามขึ้นหลังจากทั้งสองได้นั่งอยู่กันตามลำพัง 

“ก็มีนเขาไม่อยากมา จะให้กูไปบังคับยังไง” จริงๆ คือเขาไม่ได้บอกมีนาหรอกว่ามันมาด้วย เพราะเดี๋ยวมันจะเชื่อมให้มีนาดื้อด้านกับเขาไปมากกว่านี้ ดูท่าแล้วมันคงจะไม่ช่วยเขาง้อมีนาแน่ๆ 

“มึงได้บอกมีนไหมว่ากูอยากเจอ” น้ำเสียงงงงวยเล็กน้อย ขมวดคิ้วขยับชิด 

“บอก แต่มีนเขามีธุระ พรุ่งนี้มึงก็แวะเข้าไปหามีนสิ” เขารู้ว่ามันบินกลับภูเก็ตวันนี้ 

“กูต้องกลับภูเก็ตวันนี้แล้ว ไม่มีเวลาอยู่นานขนาดนั้นหรอก” พีรพัฒน์เป็นผู้จัดการโรงแรมอยู่ที่ภูเก็ต เป็นโรงแรมในเครือบริษัทพ่อมันเอง แต่มันอยู่ในช่วงฝึกงาน เลื่อนตำแหน่งอยู่ 

“วันหยุดเดือนหน้ามึงค่อยมาหามีนที่บริษัทก็ได้ มีนไม่หนีไปไหนหรอก อยู่กับกูอีกนาน ไปตอนไหนก็เจอ” น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจบอกเพื่อนให้วางใจได้ ว่าหลานรหัสมันไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว 

จนคนฟังเอือมระอาอยากจะเบ้หน้าใส่กับความมั่นใจนั้น “เออ บอกมีนไว้ด้วย เดือนหน้ากูจะเข้าไปหา” 

พีรพัฒน์อยากจะเห็นกับตาและฟังจากปากมีนา ว่ายังสบายดี มีความห่วงหาเธอตามประสาพี่น้อง ที่อยู่ๆ ก็โดนหญิงสาวตัดช่องทางการสื่อสารไปเลย ร่วมถึงศจีด้วย ที่ทำอะไรไม่เคยคิดที่จะบอกและปรึกษาเขาเลย คิดว่าเขาจะหลับหูหลับตาเข้าข้างเพื่อนอย่างอิทธิฤทธิ์มากขนาดนั้นหรือ ทุกวันนี้เขายังด่ามันอยู่เลย 

“เออๆ” อิทธิฤทธิ์รับปาก ก่อนทั้งสองจะแยกย้ายกันไป 

  

หญิงสาวร่างเล็กสองข้างแขนพะรุงพะรังวุ่นวาย เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย เดินหลบมุมหาที่นั่ง เมื่อลูกชายตัวแสบ ร้องขอจะลงจากรถเข็นเดินเองให้ได้ จนต้องเข็นรถหลบมุม เพื่อต่อรองเจรจา ไม่ให้เจ้าตัวลงเดินเอง เนื่องจากไม่มีคนช่วยดู น้องสาวที่วานให้พาพี่ตุลย์มาส่งก็ต้องรีบเข้ามอไปทำงานช่วยเพื่อน จึงเหลือแค่เธอกับลูกชายสองคน 

“พี่ตุลย์คะ หนูลงไปเดินเองไม่ได้นะคะคนมันเยอะ ให้คุณแม่เข็นให้นั่งดีกว่า” มีนานั่งคุยกับลูกชายที่ส่ายหน้า ไม่ยอมท่าเดียว

“ม่ายเอา พี่ตุลย์จะเดินๆ” เด็กน้อยส่งสายตาอ้อนวิงวอนมารดา “จุนแม่ค้าบพี่ตุลย์เด็กดี” น้ำเสียงไม่ชัดถ้อยชัดคำต่อรอง ยิ้มหวานตาหยีน่ารักให้แม่ทีหนึ่ง

“ถ้าคุณแม่ให้พี่ตุลย์เดินเอง พี่ตุลย์ต้องสัญญากับคุณแม่นะคะว่าห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามวิ่งไปทั่ว โอเคไหม” สุดท้ายแล้วคนที่หลงลูกชายตัวเอง ก็ต้องใจอ่อนตามอีหรอบเดิม

“ค้าบบบ... ยงได้ยัง” ขาป้อมๆ เป็นมัดดีดดิ้น ยิ้มร่าดีใจ กางแขนออกกว้าง รอให้ผู้เป็นแม่มาอุ้มเจ้าตัวออกจากรถเข็ม

“น่ารักจริงๆ ลูกชายใครเนี่ย” มีนาเอ่ยชมลูกชายเสียงนุ่มหวาน ระหว่างที่ปลดเข็มขัดไปด้วย

“จุนแม่ พี่ตุลย์ลูกจุนแม่” เด็กชายช่างเจรจาตอบมารดาทันควัน ว่าตนนั้นเป็นลูกใคร เรียกเสียงหัวเราะให้กับมารดาได้ไม่ยาก

“ฮ่าๆ ค้าบ พี่ตุลย์ลูกคุณแม่มีน”

มีนาอุ้มตัวลูกชายออกจากรถเข็น โน้มหน้ากดจมูกลงที่สองข้างแก้มซาลาเปาลูกชาย เกิดเสียงดังฟอด สองแม่ลูกหัวเราะพอใจ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา

รวมทั้งชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสูทเต็มยศ ที่เพ่งพินิจมองหญิงสาวร่างเล็กกำลังโอบอุ้มเด็กชายตัวโต เดินเข้าไปใกล้ให้มากขึ้น เมื่อมองชัดแล้วว่าเป็นมีนา.....แต่เด็กในอ้อนแขนเธอนั่นเป็นใครกัน

“มีน!!” น้ำเสียงทุ้มต่ำร้องเรียกด้วยโทนเสียงที่ดังมากกว่าปกติ สาวเท้ายาวไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดตัวหญิงสาวแล้ว ดวงตาสีสนิมมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา.........

มีนาเบิกตากว้างตกใจ ชาวาบไปทั้งตัว พลันหมุนตัวลูกชายให้กลับหลังอัตโนมัติ ไม่ให้อิทธิฤทธิ์ได้เห็นหน้าตุลา หัวใจเต้นระทึกตื่นกลัว

“ยังไม่กลับอีกเหรอ.....” ถึงปากจะถามหญิงสาว แต่สายตาคมกลับจับจ้องไปที่เจ้าก้อนกลมในอ้อมแขนมีนา เขาอยากเห็นหน้าเด็กน้อยชัดๆ แต่เหมือนหญิงสาวที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก จะจงใจที่จะไม่ให้เขาเห็น

“ยังค่ะ แต่กำลังกลับ” มีนาตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก ละล่ำละลักทำตัวไม่ถูก เมื่ออิทธิฤทธิ์มองด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย

“ม่ายก้าบ......พี่ตุลย์ม่ายกลับจุนแม่” เด็กชายตุลาเมื่อได้ยินมารดาบอกจะกลับ ร้องปฏิเสธทันควัน ส่ายหน้าจนผมที่ถูกจัดทรงให้หล่อกระเจิดกระเจิง

“โอเคๆ ไม่กลับก็ไม่กลับ” มือเล็กลูบแผ่นหลังลูกชายให้ใจเย็นลง พยายามทำใจให้นิ่ง

ไม่คาดฝันว่าพ่อลูกจะได้เจอกันเร็วมากขนาดนี้ ขนาดที่ว่าเธอไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน

“พี่ตุลย์? คุณแม่? ” อิทธิฤทธิ์มึนงง จ้องลึกดวงตาคู่หวานอย่างค้นหา ก่อนหญิงสาวจะหลบสายตา เมินหนี

“.....”

“ต๊ะเอ๋ พี่ตุลย์เอง” ตุลาหมุนตัวกลับมากล่าวทักทายผู้มาใหม่อย่างรู้จังหวะ อิทธิฤทธิ์ที่คราแรกใบหน้าฉงนอยู่ ถึงกับหลุดยิ้มหัวเราะแผ่วเบาออกมา กับความน่ารักของเด็กชายที่ได้เห็นเมื่อครู่

ใบหน้าน่ารักของเด็กชายยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่ แก้มบุ๋มเผยลักยิ้ม จนคนมองอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ สบตากับเด็กน้อยน่ารัก ใบหน้ากลมดิก เหมือนกับใครสักคนที่เขาคุ้นเคย แต่เขานึกไม่ออกมาเหมือนใคร

อิทธิฤทธิ์มองเด็กชายอยู่นาน มองสลับกับมีนาที่ใบหน้าตื่นตระหนกซีดเผือด ดูตกใจ เหมือนคนกลัวอะไรสักอย่าง

“พี่ตุลย์ครับ สวัสดีคุณลุงเทียหน่อยครับ” คนที่พยายามทำใจให้เย็นลงได้แต่บังคับเสียงให้กลับมาอยู่ในโทนปกติ บอกให้ลูกชายยกมือไหว้บิดาเด็กน้อยเป็นครั้งแรก ที่ทั้งสองได้พบเจอกัน

มีนารู้สึกเจ็บแปร็บในทรวง แววตาสั่นเครือ มันวาวเคลือบพราวด้วยน้ำใสๆ เมื่อต้องแนะนำบิดาของเด็กชายในฐานะคุณลุง กะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำใสๆ ในดวงตา แกล้งทำเป็นหาว

ตุลาเด็กรู้ความมาก พนมมือไหว้น่ารัก ก้มหัวจนหน้าจะทิ่มลงพื้น “พอแล้วครับพี่ตุลย์ หน้าจะทิ่มพื้นแล้วลูก” มีนาห้ามปรามลูกชาย เพราะการไหว้ของเจ้าตัวเล่นเอาเธอทรงตัวไม่อยู่ซวนเซ ดีที่มือของอิทธิฤทธิ์ดันไหล่ไว้

“สวัสดีครับพี่ตุลย์” น้ำเสียงละไมเอ่ยทักทายเด็กชาย “พี่ตุลย์เป็นใครเหรอมีน?” พรางถามต่อถึงที่ไปที่มาของเด็กน้อยว่าเป็นใครกัน ถึงได้เรียกมีนาว่าคุณแม่

“ลูกจุนแม่” ยังไม่ทันที่มีนาจะได้ตอบคำถาม น้ำเสียงใสกังวานก็เป็นฝ่ายตอบแทนให้เอง ยิ้มกว้างให้มารดา หัวเราะเอิ้กอ้ากถูกใจนักหนา มุดหน้าเข้ากับอกมารดา

“ลูกคุณแม่?” อิทธิฤทธิ์ถามเสียงสั่น นิ่งค้างชาวาบไปทั้งตัว

ลูกคุณแม่....... ชายหนุ่มพินิจพิจารณาใบหน้าเด็กชายอีกครั้ง หัวใจพองโตคับอกเต้นรัวเร็ว เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเด็กชายมีหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเอง จนน่าตกใจ และเขาคิดว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง 

ลูกชายมีนา......ถ้าโตได้มากขนาดนี้ ใบหน้าคล้ายคลึงเขา ไม่มีทางที่จะเป็นลูกของผู้ชายคนอื่นได้ ถ้าไม่ใช่............

“ลูกชายพี่สิงห์พี่ชายฉันค่ะ แต่เขาเรียกฉันว่าแม่” มีนากลั้นหายใจตอบคำถามรัวเร็ว พร้อมปล่อยตุลาลงจากอ้อมแขน เมื่อเจ้าตัวดิ้นจะลงไปยืนเอง

“อ่า....ลูกชายพี่สิงห์ แล้วพี่สิงห์ไปไหนล่ะ ทำไมปล่อยให้มีนกับพี่ตุลย์อยู่กันสองคน” น้ำเสียงผิดหวังดังขึ้นเบาๆ เหลือบตามองหาพี่สิงห์พี่ชายเธอไปด้วย

พี่สิงห์ พี่ชายเธอ เขารู้จัก เคยเห็นหน้าแต่ไม่บ่อยนัก เคยเห็นสักสามสี่ครั้งได้มั้ง ยามที่พี่ชายเธอกลับจากญี่ปุ่น มีนาจะกลับไปพักที่คอนโดตัวเองตลอด เขาจึงไม่ค่อยได้พบหน้าพี่ชายเธอเท่าไหร่ ตอนนั้นเธอกับเขาเหมือนคบกันสองคน ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับหลบซ่อน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้ เพียงแต่ไม่ได้มีแอคทิวิตี้ร่วมกันกับครอบครัวอีกฝ่ายเท่านั้น

พร้อมยิ้มเยาะกับความคิดตัวเองที่คิดว่าพี่ตุลย์เป็นลูกตัวเอง มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อตอนที่ยังคบกัน เขาและเธอป้องกันตัวเองอย่างดีทั้งคู่

ความรู้สึกเขาตอนนี้ เหมือนคนเล่นรถไฟเหาะกำลังพุ่งขึ้นสูง แต่อยู่ๆ ก็ถูกพาดำดิ่งลงมาต่ำ ใบหน้าคมคายเจื่อนลงเล็กน้อย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกหน่วงที่ใจเหมือนผิดหวัง

มีนาสูดลมหายใจเข้าลึก นึกโล่งใจที่เขายอมเชื่อง่ายๆ ไม่ถามเซ้าซี้ซอกแซกอย่างที่นึกกลัว

“คือ.....พี่สิงห์ติดธุระค่ะ ฉันเลยพาพี่ตุลย์มาเดินเล่น ฉันไปนะคะ” มีนาแก้ตัวขอไปที ก้มหน้าลงต่ำมองลูกชายที่เกาะแข้งเกาะขา พึมพำในลำคอพูดอยู่คนเดียว

“งั้นพี่ขอเดินเล่นด้วยคนสิ พี่ตุลย์ครับคุณลุงขอเดินเล่นด้วยได้ไหม”

“โอเช....”

มีนายังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ลูกชายตัวแสบที่กอดขาอยู่ ก็เป็นเอ่ยแทรกขึ้นน้ำเสียงร่าเริง ทำมือเป็นท่าโอเค แต่ผิดที่ว่าเจ้าตัวทำไม่ได้ มือป้อมๆ เงอะงะ นิ้วโป้งคู่กับนิ้วกลางไม่บรรจบกัน อย่างน่าขบขันในสายตาผู้ใหญ่ทั้งสอง

 

อย่าว่าพี่เทียของไรท์บื้อเลยค่ะ นางไม่รู้ว่าพี่ตุลย์เป็นลูกก็ไม่แปลกหรอกค่ะ มันไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าพี่ตุลย์เป็นลูกนาง นอกจากความหน้าเหมือน55555555 

  

 

อิมเมจพี่เทียค่า 

  

 

 

  

 

ความคิดเห็น