ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

บทที่ 2.1 ขิงก็ราข่าก็แรง

ชื่อตอน : บทที่ 2.1 ขิงก็ราข่าก็แรง

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2.1 ขิงก็ราข่าก็แรง
แบบอักษร

บทที่ 2.1 ขิงก็ราข่าก็แรง 

เช้าวันใหม่ที่แสนอึมครึม ไม่ปลอดโปร่งเหมือนเช้าวันอื่น ด้วยสภาพอากาศที่เหมือนฝนจะตกอยู่ตลอดเวลา มีนาจึงให้ลูกชายหยุดเรียนไปหนึ่งวัน เพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะโดนละอองฝนและไม่สบายได้ ให้พักผ่อนเล่นอยู่บ้านกับหลานสาว ที่วันนี้เสนอตัวอาสาจะเป็นพี่เลี้ยงพี่ตุลย์ให้ตลอดวัน

ร่างเพรียวสมส่วน ในชุดเสื้อคอจีนสีขาวแขนยาว กางเกงยีนสีซีดตัวโปรดรองเท้าผ้าใบสีขาวมุกขวับจากการใช้งาน สะพายกระเป๋าผ้าใบใหญ่ เดินเร็วๆ เข้าไปในบริษัท แต่ไม่วายที่จะลืมส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า ที่วันนี้ถูกแต่งออกมาในโทนสีชมพูอ่อน เน้นความเป็นธรรมชาติ และโชคดีที่ผิวหน้าเธอจัดได้ว่าเรียบเนียนสม่ำเสมอไร้รอยสิวฝ้า เพราะได้รับสกินแคร์บำรุงอย่างดีมาตลอด จึงทำให้การแต่งหน้าดูเป็นธรรมชาติได้ไม่ยาก แก้มนวลแดงปลั่งน่ารักจากบรัชออน รับกับสีผมน้ำตาลอ่อนเป็นอย่างมาก ส่งให้องค์ประกอบของใบหน้าเธอดูเด็กลงกว่าอายุ ใบบางครั้งยังมีคนทักว่าเป็นพี่สาวของลูกชายด้วยซ้ำ

เมื่อจัดการความเรียบร้อยของตัวเองให้เข้าที่แล้ว ร่างบางก็เดินเข้าไปภายในตึกทำงาน ที่แน่ใจว่าตัวเองต้องมาเช้าที่สุดแน่ๆ แม้มันจะสายสำหรับมีนา แต่เช้าสำหรับคนอื่นในบริษัท ปกติแล้วหญิงสาวต้องไปส่งลูกชายเข้าเรียนก่อนมาทำงาน ในเวลา 7.10 นาที ซึ่งโรงเรียนและบริษัทอยู่ไม่ห่างกันมาก ทำให้มาทำงานก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ทั้งที่การทำงานเริ่ม 9 โมงเช้าตรง

หญิงสาวทำตัวปกติทุกอย่างไม่ผิดแปลกจากปกติชีวิตประจำวัน ไม่ได้รับรู้ว่าตัวเองได้ตกเป็นเป้าสายตาคู่หนึ่ง ที่จับจ้องตลอดการเดิน พร้อมมุมปากที่เหยียดยิ้มยกขึ้นสูง พอใจหนักหนา คุ้มค่ากับการเฝ้ารอ...........

ทีนี้เหลือแค่ทำให้เป้าหมายดิ้นหนีไปไหนไม่ได้....................

ใบหน้าคมคายแสยะยิ้มย่อง เมื่อแผนการที่คิดมาตลอดทั้งคืน จะได้ใช้มันแล้ว

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ มองตามหญิงสาวเดินทอดน่องไปจนลับสายตา มีนายังเหมือนเดิมทุกอย่างกับเมื่อสามปีที่แล้ว

ร่างสูงไม่ต่ำกว่า 175เซนติเมตร ตวัดขายาวก้าวเดินลงจากรถคันเก่ง หลังจากตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ฟ้าไม่ทันสร่าง มาเลือกที่จอดรถเหมาะๆ ในการเฝ้าดูหญิงสาว ให้เห็นกับตาว่าเป็นเธอจริงๆ ไม่ใช่ใครที่คลับคล้ายคลับคลาเท่านั้น ชายหนุ่มปรายตามองเอกสารที่เขาร่างมันมาตลอดทั้งคืน ด้วยสีหน้าร้ายกาจ...............

“มีน ท่านประธานเรียก” น้ำเสียงสูงติดแข็งดังขึ้น เชิดหน้าขึ้นสูง ตาขวาง เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของพนักงานซูเปอร์ไวเซอร์สาว แผนกการตลาด ที่หล่อนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ เพราะมักทำตัวเด่นจนเกินเหตุ ไหนจะเป็นที่หมายตาของพวกผู้ชายในบริษัท ที่หมั่นเข้ามาหยอด ขายขนมจีบหญิงสาวอยู่บ่อยๆ แต่ก่อนอื่นใด หล่อนเป็นดาวเด่นที่บริษัทนี้มาตลอด

“คะ เรียกมีนเหรอ” มีนาที่กำลังเมาท์อย่างออกรสอยู่กับคนในแผนก เรื่องที่ได้เซ็นสัญญาการทำงานใหม่ในเช้านี้ ถามน้ำเสียงฉงน ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง คิ้วโก่งขยับชิด ท่ามกลางความสนใจของทุกคนในแผนก ไม่เว้นแม้แต่พี่อันนาที่นั่งอยู่โต๊ะใหญ่หัวมุมสุด

“ไม่ใช่เธอมั้ง ฉันยืนอยู่หน้าโต๊ะขนาดนี้ ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีงานทำหรือไง มาฟังอะไรกัน ว่างกันมากนักเหรอ” เลขานุการบอกเสียงสะบัด สูงปรี๊ด

มีนาสบโอกาสที่เมธิญาหันไปตำหนิทุกคนในแผนก แอบเบ้หน้าเล็กน้อย

ก่อนลุกขึ้นยืน มองไปที่ศจีแววตาสงสัย พูดไม่มีเสียงถามถึงเรื่องราวที่เธอโดนเรียกไปพบ ว่าเพื่อนสนิทรู้ไหม และได้รับการตอบรับเป็นเพียงการส่ายหัวน้อยๆ สีหน้ากังวลไปด้วย

“พูดกันเสร็จแล้วใช่ไหม ถ้าเสร็จก็ตามมา อย่าชักช้า” เมธิญาค่อนขอดหญิงสาว เมื่อเห็นทั้งสองสื่อสารกันโดยไม่ใช่เสียง

“ค่ะ”

มีนาเดินตามหลังเลขาท่านประธานไปอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน คันปากยิกๆ อย่างจะโต้ตอบกลับแรงๆ บ้าง นี่ยัยพี่มายนางไปกินรังแตนที่ไหนมาอีก ถึงได้เป็นบ้าเป็นบอ มาอารมณ์เสียวีนใส่เธอได้ ถ้าไม่เห็นแก่เงินเดือน 37000นะ แม่จะต้องมีปะทะฝีปากกันบ้างล่ะ คิดว่าตัวเองใหญ่มากสินะ วางอำนาจไปทั่ว

มีนาเดินตามมาจนถึงหน้าห้องทำงานขนาดกลาง ติดป้ายตำแหน่ง ceo ไว้เด่นหรา

เธอจะผ่อนลมหายใจยาวๆ ควบคุมจังหวะการหายใจ ไม่ให้ตื่นเต้นมาก ที่อยู่ๆ โดนเรียกพบได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก ที่พนักงานระดับซูเปอร์ไวเซอร์จะโดนเรียกเข้าพบผู้บริหาร โดยไม่ได้ติดสอยห้อยตามหัวหน้ามาได้

“เข้าไปสิ ท่านรออยู่แล้ว” เมธิญาบอกอย่างใส่อารมณ์ เมื่อหล่อนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้วย โดยได้รับคำสั่งว่า เมื่อมีนามาถึงให้เข้าไปคนเดียว และให้หล่อนรออยู่ข้างนอก

คนที่ยังไม่หายหัวใจเต้นรัวแรง ได้แต่พยักหน้ารับ กำมือเข้าหาแน่น ฝ่ามือชื้นเหงื่อไปหมด คิดว่าคงไม่ได้โดนไล่ออกหรอก ก็พึ่งเซ็นสัญญาไป ว่าพนักงานทุกคนจะต้องไม่มีการลาออกจนถึงสิ้นปีนี้ กินระยะเวลาไปเกือบ 6 เดือน

หรือจะโดนตำหนิเรื่องที่เธอชอบพาลูกชายมาออฟฟิศด้วย แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเธอก็ไม่ได้พามาบ่อยหรือรบกวนการทำงานเลย มีนาได้แต่คิดไปต่างๆ นานา ด้วยหัวใจเต้นระทึก

มือเรียวเคาะประตูเบาๆ ส่งสัญญาณ เพื่อให้เจ้าของห้องรับรู้ ถึงการมา ก่อนจะเดินเข้าไปเชื่องช้า เมื่อได้รับอนุญาต ทว่าเดินยังไม่ทันได้ไปไหนไกล กลับต้องหยุดชะงักเท้าอยู่นิ่ง ดวงตาเบิกโพลงกว้างแทบถลนออกมา มองแผ่นหลังกว้างกำยำที่แสนคุ้นเคย...........

หัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำคราแรก เริ่มจะเต้นช้าลง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เตรียมจะหมุนตัวหันหลังออกจากห้อง น้ำตาเม็ดโตผล็อยไหลอาบหน้าโดยไม่รู้ตัว มือเรียวกำเข้าหากันแน่น สกัดกั้นไม่ให้น้ำตาหลั่งริน น้ำตาแห่งความโกรธเคืองคับแค้นใจ

ไม่คิดว่าจะมาเจอกับคนที่ไม่อยากเจอที่สุดในชีวิตได้ ไอ้พี่เทีย แฟนเก่าแสนเฮงซวย 

ถ้ารู้เขาที่เป็นประธานบริหารคนใหม่ เธอจะชิงลาออก ไม่อยู่จนถึงวันนี้แน่ๆ เวรกรรมอะไรของเธอที่ต้องมาเจอเขาอีก

“จะไปไหนครับ......” น้ำเสียงเข้มดังเอ่ยขัดขึ้น หมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับหญิงสาว ที่ทำให้เขาชะเง้อคอมองประตูอยู่บ่อยครั้ง รอคอยด้วยหัวใจที่เต้นแรง

ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน สาวเท้าเข้าหาหญิงสาวที่ยืนกำมือแน่นอย่างเชื่องช้า ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าทุกการก้าวเดิน

กว่ามีนาจะได้สติกลับมา ร่างสูงก็เข้ามาประชิดตัวแล้ว

อิทธิฤทธิ์แสยะยิ้มร้าย ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของหญิงสาวซ่านสดชื่น เมียงมองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยแววตาเหลือร้าย ดวงตาพร่ามัว

วงหน้าหมดจดยังคงน่ารักอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สายตาคมกริบจ้องนิ่งลึกเข้าไปในนัยน์ดำขลับวาววับ เครือบพราวด้วยความโกรธ ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

มีนาผงะตกใจ ก้าวถอยหลังสองก้าว ให้ห่างพอสมควร

หญิงสาวเตือนตัวเองให้นิ่ง เพราะยิ่งทำตัวตื่นกลัว อิทธิฤทธิ์จะยิ่งได้ใจว่าสามารถอยู่เหนือการควบคุมของเธอได้

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” กล่าวทักทายเหินห่าง เชิดหน้าขึ้นสูง พยายามไม่สนใจชายหนุ่มที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม มองเธอด้วยแววตาพราวสิเน่หา

เป็นสายตาที่เธอแสนเกลียด เพราะมันไม่ได้ต่างจากสามปีที่แล้วเลย

มีนาขบกัดฟันแน่น เม้มปากเป็นเส้นตรง ข่มความรู้สึกเกลียดชังปนอึดอัด ที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ไว้ลึกสุดใจ พยายามทำตัวปกติ เหมือนกับคนไม่เคยรู้จักกัน เชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้าจะเป็นประธานบริษัทหรือไม่อย่างไร

ทำไมโลกมันต้องกลมจนน่าปวดหัวขนาดนี้นะ คนไม่ได้อยากเจอกับทำให้โคจรมาเจอกัน

และอากัปกิริยานั้นมันช่างดูน่าตลก ในสายตาของอิทธิฤทธิ์ ที่หญิงสาวทำตัวห่างเหิน แม้จะคาดเดาปฏิกิริยาได้อยู่เนืองๆ มาแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะทำถึงเพียงนี้ ไม่มีการทักทายแบบคนเคยรู้จักกันเลย.........

แต่ก็ได้! เขาจะเล่นตามน้ำไปก่อนแล้วกัน

“สวัสดีครับคุณมีนา ยินดีที่ได้พบกัน” ชายหนุ่มเอ่ยติดตลก ยื่นมือออกไปให้หญิงสาวได้เช็กแฮนด์ ทักทายแบบชาติตะวันตก

“ค่ะ ท่านประธานเรียกดิฉันมาพบมีอะไรรึเปล่าคะ” มีนา มองเพียงหางตา แกล้งเมิน ทำเป็นไม่สนใจมือใหญ่ที่ยื่นออกมา จนชายหนุ่มหดมือกับแทบไม่ทัน

อิทธิฤทธิ์หัวเราะเบาๆในลำคอแก้เก้อ “เชิญที่โต๊ะดีกว่านะครับ พอดีว่าผมไม่ถนัด.....ยืนคุย” ท้ายประโยคลากเสียงยาวเน้นชัด ตั้งใจกวนหญิงสาว ที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทีมึนตึง เลื่อนเก้าอี้ทรุดนั่งลง

 

สักสี่ทุ่มมาต่อให้อีกหนึ่งตอนนะคะ  

สำหรับนักอ่านที่ถามว่ามีกี่คู่ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มี 1 คู่ค่าแค่คู่พระนาง 

ความคิดเห็น