facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อโชคชะตาและชาติกำเนิดนำพานางไปสู่เส้นทางที่คนธรรมดาได้แต่วาดฝันถึง หนทางแห่งการเป็นเซียนได้เปิดขึ้นแล้ว!

ตอนที่ 50 การเดิมพันไม่ล้อเล่น

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 การเดิมพันไม่ล้อเล่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2563 13:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 การเดิมพันไม่ล้อเล่น
แบบอักษร

 

นี่มันช่างประหลาดจริงๆ เลย! 

มั่วชิงเฉินทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เห็นเพียงสิ่งของบนเตียงเดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวหายไป มีเพียงขวดน้ำเต้าสุราสีเทาทะมึนใบนั้น ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด เอาแต่นอนแหมะอยู่ตรงนั้น 

มั่วชิงเฉินโถมเข้าใส่ล้มลงบนเตียง มุดศีรษะเข้าในผ้าห่ม สับสนอยู่ชั่วครู่ถึงเงยหน้าขึ้นมา หยิบขวดน้ำเต้าเข้ามาดื่มเข้าไปหนึ่งอึกใหญ่ว่า “เจ้าขวดน้ำเต้านี่ ตกลงเป็นพันธุ์อะไรกันแน่ 

ในที่สุดมั่วชิงเฉินก็ยอมแพ้เลิกทดลอง ยังคงเก็บขวดน้ำเต้าไว้ในอก แม้รู้ว่าการทำเช่นนี้ไม่ปลอดภัย แต่เวลานี้กลับไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว 

มั่วชิงเฉินผูกถุงเก็บวัตถุไว้ที่เอว นั่งขัดสมาธิเริ่มบำเพ็ญเพียร หนึ่งคืนก็ได้ผ่านไปอย่างไม่รู้สึกตัว 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาก็ถึงคืนปีใหม่ 

“คุณหนู วันนี้ใส่เสื้อตัวนอกสีชมพูเถอะเจ้าค่ะ” อวิ๋นจือหยิบเสื้อนอกตัวเล็กตัดเย็บประณีตสีสันสดใสตัวหนึ่งออกมา ทาบลงบนตัวมั่วชิงเฉิน 

มั่วชิงเฉินไม่ใช่คนยึดติดว่าต้องใส่เสื้อผ้าเพียงสีเดียวเท่านั้น ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้านางอย่างไรก็ได้ 

อวิ๋นจือเปลี่ยนเสื้อชุดใหม่ให้มั่วชิงเฉินอย่างดีใจ แล้วเกล้าผมทรงซาลาเปาคู่แสนน่ารัก ประดับด้วยหินโกเมนสีแดงใสพวงหนึ่ง 

มั่วชิงเฉินแอบรู้สึกน่าขัน เหตุใดอวิ๋นจือนับวันยิ่งชอบแต่งตัวให้ตนแล้ว ไม่ว่าจะยุ่งยากอย่างไร ตนก็เป็นเพียงเด็กตัวกะเปี๊ยกที่ยังไม่โตเท่านั้นเอง 

เห็นมั่วชิงเฉินท่าทางไม่แยแส อวิ๋นจือเอ่ย “คุณหนู วันนี้ท่านควรจะแต่งตัวให้สดใสเสียหน่อย วันสิ้นปีนะเจ้าคะ อีกอย่าง งานเลี้ยงตอนเย็นยังมีการแจกรางวัลของการประลองย่อยปลายปีมิใช่หรือเจ้าคะ ตอนนั้นคุณหนูประพฤติดีปานนั้น คืนนี้ต้องมีหน้ามีตาแน่ๆ” 

“เรื่องในวันนั้นไม่มีสิ่งใดน่าพูดถึง ไปเถอะ พี่อวิ๋นจือ ขืนชักช้าต่อไปเกรงว่าท่านปู่จะรอจนร้อนใจแย่แล้ว” มั่วชิงเฉินเอ่ยนิ่งเรียบ 

แม้มั่วชิงเฉินประลองชนะมั่วอวี้ฉีในการประลองย่อยปลายปี กระทั่งกับมั่วหร่านอีก็สู้กันครึ่งค่อนวัน พูดกันตามเหตุผล นี่นับเป็นเรื่องที่ควรแก่การพูดถึงแล้ว ทว่านางตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า ตนเพียงแค่บังเอิญได้ฝึกวิชาของโลกฆราวาสที่ผู้บำเพ็ญเพียรรังเกียจจะฝึกเท่านั้นเอง 

พูดถึงที่สุดแล้ว การเพิ่มตบะของตนถึงจะเป็นทางที่ควรเดิน ส่วนตนที่มีเพียงสี่รากวิญญาณ จะมีอะไรน่าภูมิใจกันเล่า 

ในสายตาผู้คนรู้ดีเหล่านั้น ตนก็เพียงแค่ใช้วิชานอกรีตเอาชนะเท่านั้นเอง หากลืมตนเพราะเหตุนี้ กลับจะกลายเป็นเรื่องตลกขบขันไป 

มั่วชิงเฉินเดินตามอวิ๋นจือออกไป ก็เห็นมั่วต้าเหนียนยิ้มว่า “นางหนู วันนี้สวยมาก” 

“ท่านปู่ ให้ท่านต้องรอนานแล้ว” มั่วชิงเฉินยิ้มแฉ่งเอ่ย 

“ไปเถอะ” มั่วต้าเหนียนยื่นมือจูงมั่วชิงเฉิน ปู่หลานสองคนเดินไปข้างหน้า อวิ๋นจือรีบตามอยู่ข้างหลัง 

งานเลี้ยงสิ้นปีของตระกูลมั่ว ก็ครึกครื้นเหมือนตระกูลใหญ่ทั่วไป บรรดาผู้บำเพ็ญเพียรรวมตัวอยู่ในโถงเดียวกัน ส่วนคนธรรมดาในตระกูลจัดเลี้ยงอยู่ที่อื่น ต่างไม่รบกวนกัน 

ท่านหัวหน้าตระกูลมั่วต้าซานนั่งบนที่ประธาน หลังจากพูดง่ายๆ ไม่กี่ประโยคก็เปิดงานแล้ว 

อวิ๋นจือยืนอยู่ข้างหลังมั่วชิงเฉิน ถือตะเกียบยาวคู่หนึ่งคีบอาหารที่อยู่ไกลให้นาง ผู้ที่มีบ่าวรับใช้คนอื่นๆ ต่างก็เป็นเช่นนี้ 

มั่วชิงเฉินกินอย่างเอร็ดอร่อย กลับพบว่ามีสายตาเย็นยะเยือกตกมาที่ตนเรื่อย 

นางยกสายตากวาดไป ชนเข้ากับสายตาเย็นชาของมั่วอวี้ฉีพอดี 

มั่วอวี้ฉีเห็นมั่วชิงเฉินมองมา ถลึงตาใส่นางอย่างแรงทีหนึ่งแล้วสะบัดหน้ากลับไป 

มั่วชิงเฉินยิ้มอย่างไม่แยแส นางไม่คิดจะซ้ำเติมใคร อย่างไรเสียอีกสักครู่นางก็จะรับของใช้ในการบำเพ็ญเพียรของมั่วอวี้ฉีด้วยความยินดี นางอยากถลึงตาใส่สักสองสามทีระบายอารมณ์เสียหน่อย ก็ปล่อยนางตามสบายแล้วกัน 

เมื่อดื่มสุราครบสามรอบ ก็ได้ยินมั่วต้าซานประกาศว่า “ตามธรรมเนียม ต่อไปเป็นการมอบของใช้บำเพ็ญเพียรของแต่ละคน การประลองย่อยปลายปีครั้งนี้ ทุกคนล้วนพยายามสุดกำลัง ในจำนวนนี้ยังมีผู้ที่แสดงออกได้โดดเด่น ขอให้พวกเจ้าพยายามยิ่งๆ ขึ้นไป ข้าหวังว่าในระหว่างที่ข้ามีชีวิตอยู่จะได้เห็นในพวกเจ้ามีคนเชิดชูเกียรติยศของตระกูลมั่วเราขึ้นมาใหม่!” 

“น้อมรับคำสอนท่านหัวหน้าตระกูล!” ทุกคนลุกขึ้นพูดพร้อมกัน 

มั่วต้าซานพูดจบ ก็มีบ่าวรับใช้ยกถาดรองเข้ามาติดต่อกัน บนถาดรองแต่ละใบ วางเรียงหินวิญญาณจำนวนต่างๆ กัน ยังมีขวดหยกและอื่นๆ  

มั่วชิงเฉินรู้ดี ตระกูลมั่วไม่ได้มั่งมี ดังนั้นการมอบของใช้บำเพ็ญเพียรจึงไม่อาจสิ้นเปลืองถุงเก็บวัตถุอีก ยิ่งกว่านั้นการวางของรางวัลออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ ยังสามารถกระตุ้นความปรารถนาในการอยากพยายามให้แข็งแกร่งขึ้นของผู้คน 

มั่วชิงเฉินมองดูถาดรองที่อยู่หน้าตนเอง ในใจยังคงตื่นเต้นอยู่บ้าง เห็นเพียงด้านบนเรียงหินวิญญาณสิบสองก้อนไว้อย่างเป็นระเบียบ มีทุกสี เพียงแต่สีจางมาก เห็นชัดว่าเป็นหินวิญญาณชั้นต่ำ นอกจากนั้นมีขวดหยกหนึ่งใบ ข้างในน่าจะใส่โอสถไว้ ส่วนจะเป็นโอสถอะไร จำนวนเท่าไร ก็ไม่อาจทราบแล้ว 

มั่วชิงเฉินโบกมือนำของในถาดรองเก็บเข้าในถุงใส่วัตถุ แล้วฉวยโอกาสเหล่คนข้างๆ ปราดหนึ่ง 

เห็นเพียงในถาดรองที่อยู่หน้ามั่วเฟยเยียน ในจำนวนหินวิญญาณที่มีมากกว่านางมาก มีสองก้อนสีเข้มสักหน่อย เห็นชัดว่าเป็นหินวิญญาณชั้นกลาง ขวดหยกก็มากว่าตนสองใบ 

มั่วชิงเฉินกดความรู้สึกอิจฉาลงไป มองไปทางมั่วอวี้ฉี เห็นนางกำลังรีบยื่นมือไปบนถาดรอง 

หือ หรือว่านางคิดกลับคำ 

มั่วชิงเฉินไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ ในเมื่อตอนนั้นเจ้าเหยียบหน้าข้า คิดว่าตนต้องชนะแน่นอนจึงเดิมพันเช่นนั้นไป บัดนี้คิดจะกลับคำ อย่าได้ฝัน! 

“ท่านพี่สิบเอ็ด!” ในโถงที่เดิมทีเงียบสงบ เสียงเรียกใสแจ๋วของมั่วชิงเฉินจึงดังยิ่งนัก ทุกคนอดมองไปหาทั้งสองคนไม่ได้ 

มั่วอวี้ฉีมือหยุดกึก ตาสองข้างเบิกเสียกว้าง จ้องมั่วชิงเฉินไม่กะพริบ นางคิดไม่ถึงจริงๆ ยายเด็กบ้านั่นจะกล้าเรียกนางท่ามกลางผู้คนมากมาย หรือว่า...หรือว่านางคิดจะทวงของใช้บำเพ็ญเพียรของตนเวลานี้เลย 

เมื่อนึกขึ้นได้ มั่วอวี้ฉีสีหน้าซีดเซียวลง 

มองดูมั่วอวี้ฉีที่สีหน้าซีดเซียว มั่วชิงเฉินรู้สึกน่าขัน นี่ไม่ใช่ท่าทางใจจืดใจดำของเจ้าตอนนั้นนี่นา เวลานี้กลับทำเป็นดอกไม้สีขาวเปราะบางขึ้นมาแล้ว 

“ท่านพี่สิบเอ็ด ท่านคงจำการเดิมพันตอนนั้นได้นะ” มั่วชิงเฉินใบหน้าไร้เดียงสาตรงไปตรงมาเอ่ยถามขึ้น อย่างไรเสียนางเพียงหกขวบ นางจะกลัวอะไร 

มั่วอวี้ฉีเม้มริมฝีปากแน่น ไม่มีเสียงสักแอะ 

“หากท่านพี่สิบเอ็ดลืมแล้ว ชิงเฉินเตือนได้นะ ตอนนั้นท่านพี่สิบเอ็ดบอกว่า หากการประลองย่อยปลายปีชิงเฉินเกิดโชคดีเอาชนะได้ ของใช้บำเพ็ญเพียรของปีใหม่ทั้งปีก็เป็นของชิงเฉินอย่างไรล่ะ” มั่วชิงเฉินเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน 

“ยายเด็กบ้านี่ เหตุใดจึงได้ทีขี่แพะไล่ วันนั้นทำร้ายอวี้ฉีบ้านข้าขนาดนั้นยังไม่พอหรืออย่างไร ยังคิดอยากได้ของใช้บำเพ็ญเพียรของอวี้ฉีขึ้นมาอีก!” ภรรยามั่วแปดทนไม่ไหวลุกขึ้นยืน ลากมั่วอวี้ฉีพูดเสียงสูง 

“ภรรยามั่วแปด เรื่องของรุ่นหลัง เจ้าอย่ายื่นมือเข้ายุ่ง!” ท่านหัวหน้าตระกูลมั่วต้าซานเอ่ยตะคอก 

ภรรยามั่วแปดเอ่ยอย่างไม่ยินยอมว่า “ท่านหัวหน้าตระกูล นั่นเป็นเพียงคำพูดล้อเล่นของเด็กๆ จะให้อวี้ฉีมอบของใช้สำหรับบำเพ็ญเพียรทั้งปีออกมาได้อย่างไรเจ้าคะ” 

มั่วตาซานกวาดสายตาเย็นเยียบใส่ภรรยามั่วแปดปราดหนึ่ง 

มั่วชิงเฉินมองมั่วอวี้ฉีแล้วยิ้มบางๆ พลางว่า “ท่านพี่สิบเอ็ด ข้าไม่รู้นะเนี่ยว่าท่านแพ้แล้วจะร้องหามารดา เสียดายที่มารดาชิงเฉินไม่อยู่แล้ว หากตอนนั้นชิงเฉินแพ้ ท่านเอาของใช้สำหรับบำเพ็ญเพียรของชิงเฉินไป แล้วยังให้คุกเข่าโขกศีรษะให้สามครั้ง ชิงเฉินจะทำอย่างไรดีล่ะ”  

จากนั้นก็เห็นมั่วอวี้ฉีหน้าแดงก่ำ ใช้มือผลักถาดรองอย่างแรงจนของตกลงข้างหน้ามั่วชิงเฉิน “ได้ ให้เจ้าก็ให้เจ้า หากเจ้ามีฝีมือ เช่นนั้นปีหน้าเจอกัน!” 

ความคิดเห็น