ถึงชื่อจะใสแต่นิยายไม่ได้ใสตามชื่อนะจ๊ะ

ตอนที่ 34 จบสักที

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 จบสักที

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 จบสักที
แบบอักษร

หลังจากที่กินข้าวเย็นกันพร้อมหน้าเสร็จ ฉันก็พาเพื่อนๆไปเที่ยวตลาดตอนเย็นและไนท์ซาฟารี วันรุ่งขึ้นก็กลับตอนสายๆ หลังจากนั้นฉันก็ยุ่งๆเรื่องทำโปรเจกต์แลำเตรียมสอบจบ บางทีก็จะหาวันว่างพาตัวเองและมินจีไปเที่ยวเพื่อคลายเครียด 

 

และในที่สุดจากความพยายามและลำบากมาหลายวัน วันสอบวิชาตัวสุดท้ายฉันก็เดินออกมาด้วยความรู้สึกที่ตัวเบาหวิว ฉันค่อนข้างมั่นใจเลยทีเดียวกับการสอบ ในวันนั้นฉันกับเพื่อนๆในสาขาไปจัดปาร์ตี้ในผับใหญ่ใจกลางเมือง ฉลองที่กว่าจะเรียนจบกันสักทีตลอดสี่ปีมานี้ 

 

ในวันรับปริญญา คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และเพื่อนๆต่างก็มาแสดงความยินดี รวมถึงมินจีที่ยังไม่กลับเกาหลีด้วยแต่ก็แอบมากระซิบบอกว่าจะกลับเกาหลีพร้อมครอบครัวของฉันน่ะนะ 

 

ถัดจากวันรับปริญญาไปสามวัน ฉัน กับครอบครัวทั้ง7คน และมินจีก็บินไปเกาหลีกัน ฉันอยู่ที่นี่สักหนึ่งเดือนก็บินไปอังกฤษ คุณพ่อซื้อบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ใกล้ๆมหาวิทลัยให้ฉันไว้ 

 

พอมาถึงไม่กี่วันฉันก็เพิ่งรู้ว่าพี่คินเองก็ทำงานอยู่ที่นี่ ไม่มีใครบอกฉัน และฉันก็ไม่เคยคิดจะรู้เลยถ้าไม่ได้เจอเขาตัวเป็นๆเพราะเราไม่ค่อยได้ติดต่อกันนัก พี่คินมาโผล่หน้าประตูบ้านแล้วบอกว่าสิ่งที่เขาจะขอคืออาหารฝีมือของฉันหนึ่งมื้อ ซึ่งฉันก็ยินดี พี่คินกินข้าวเย็นเสร็จก็กลับเลย ส่วนฉันก็กลับมาศึกษาหาข้อมูลเตรียมตัวสำหรับเปิดเทอมและการเป็นอยู่ตลอดการเรียนใน2ปีนี้ 

 

ฉันใช้เวลาปรับตัวอยู่ไม่กี่เดือนกับช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงก่อนเปิดเทอม ระหว่างนี้ก็มีเพื่อนบ้านน่ารักๆอยู่ด้วย เป็นแฝดผู้หญิงสองคนค่อนข้างสวยเซ็กซี่อยู่กันสองคน ฉันลองคุยๆดูพบว่าพวกเธอย้ายมาเรียนที่นี่ได้ปีนึงแล้ว เรียนที่เดียวกับฉัน พวกเธอเป็นชาวสเปน คนพี่ชื่อซาร่า ทำผมสีบลอนด์ ส่วนคนน้องชื่อเจสซิก้า ผมของเธอเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ 

 

ซาร่าและเจสซิก้าหน้าตาเหมือนกันมากเพราะเป็นแฝดแท้ นิสัยของทั้งสองคนร่าเริงและเข้าหาได้ง่าย ทั้งสองคนชอบแต่งตัวและชอบเที่ยวกัน เวลาฉันไปเที่ยวก็ได้สองคนนี้นำทางให้ มีครั้งนึงทั้งสองคนชวนฉันไปเที่ยวกลางคืนที่ผับด้วยกัน พอดื่มกันไปได้กรึ่มๆก็โดนซาร่าและเจสซิก้าลากไปเต้นอยู่กลางเวที ฉันเห็นลีลาของทั้งสองแล้วก็อึ้งๆ แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้วาดลวยลายของตัวเองออกมาไปตามจังหวะของเสียงเพลง 

 

ถึงพวกเธอจะแก่กว่าฉันหนึ่งปีแรกๆฉันก็ค่อนข้างเกรงใจเล็กน้อยเพราะพวกเธอเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ด้วยความร่าเริงของทั้งคู่ฉันเลยมองทั้งสองคนเป็นเพื่อนมากกว่าและทั้งสองก็ไม่ได้ถือสาอะไร 

 

มีอยู่คืนนึงฉันที่กำลังคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ที่ระเบียง ฉันเหลือบมองไปเห็นว่าตรงประตูกระจกตรงระเบียงบ้านของสองสาวไม่ได้รูดม่านปิดไว้ แถมยังเปิดไฟสว่างทำให้ฉันเห็นเหตุการณ์ในห้องชัดเจน 

 

ฉันเห็นว่าในห้องมีคนสามคนเปลือยกายกันอยู่ มีผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงสองคน ผู้ชายคนนั้นนอนราบลงบนเตียง ส่วนซาร่าก็นั่งคร่อมอยู่ตรงแก่นกลางกายของฝ่ายชาย ส่วนเจสซิก้าก็นั่งคร่อมศีรษะของผู้ชายคนนั้นไว้ ทั้งสองคนนั่งหันหน้าเข้ากัน เจสซิก้าก้มหน้าดูดเลียหน้าอกขนาดใหญ่ของซาร่าไปด้วย 

 

ฉันกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ในใจพลางคิดว่า สองคนนั้นไม่กลัวคนเห็นหรือไง ฉันคุยกับแม่อีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป ฉันเหลือบมองหนังสดนั้นแวบนึงแล้วหันหลังกลับเข้าห้องแล้วปิดม่านซะ คิดจะดับไฟปรารถนาที่เกิดจากหนังสดเมื่อครู่ แต่ก่อนฉันจะช่วยตัวเองก็แอบส่งข้อความไปแซะสองสาวเล็กๆน้อยๆในแชทกลุ่ม 

 

NaLin : I think you should close the curtain. (ฉันคิดว่าพวกเธอควรปิดม่านนะ) 

 

ส่งข้อความเสร็จก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วหยิบดิลโด้เดินไปเข้าห้องน้ำ ไหนๆก็ต้องไปอาบน้ำอยู่แล้ว ไปนอนแช่ในอ่างจากุชชี่ซักชั่วโมงนึงก็แล้วกัน 

 

วันถัดมาฉันก็ได้รับข้อความจากสองสาวมาว่า 

 

Jessie : ถ้าเธอสนใจทำไมไม่มาจอยกับเราล่ะ ฮ่าๆ 

 

Sara : เข้าท่าดีนี่! 

 

NaLin : ไม่มีทาง! 

 

Sara : น่าเสียดายจัง ฮ่าๆ 

 

ฉันเก็บโทรศัพท์ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจแล้วออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อพวกของสด ของแห้ง และของใช้ส่วนตัวเข้าบ้านเพราะใกล้จะหมดแล้ว 

 

วันๆก่อนเปิดเรียนฉันก็ไม่ได้ทำอะไรมากนักหรอกแค่เที่ยว อ่านหนังสือ บางทีก็ศึกษาการบริหารจากพ่อ วันไหนของในตู้เย็นหมดก็จะออกมาซื้อเพิ่ม 

 

พอวันเปิดเรียนฉันก็ไปเรียนตามปกติ ที่นี่มีนักศึกษาที่ค่อนข้างหลากหลายเชื้อชาติเลยทีเดียว และฉันก็ได้เพื่อนชาวเกาหลีมาด้วยคนนึง เธอชื่อฮอยูนา  

 

ยูนาภายนอกดูน่ารักสดใส แต่พอได้รู้จักจริงๆก็ได้รู้ว่าเป็นพวกที่ร้ายใช่ย่อยแต่เฉพาะกับคนที่เกลียดน่ะนะ ส่วนคนอื่นๆก็ทำตัวตามปกติ แต่ถ้ากับเพื่อนที่สนิทก็จะเผยนิสัยที่หลากหลายออกมา ยังดีที่ยูนาไม่ได้เป็นคนที่นิสัยน่าเกลียดอะไร แถมยังมีวิสัยทัศน์ไปในแนวทางแบบเดียวกับฉัน จึงค่อนข้างสะดวกใจที่จะคบยูนาเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่ได้สนิทเท่าซาร่ากับเจสซิก้า 

 

ขณะที่เปิดเรียนได้สองเดือนและฉันกำลังหาข้อมูลทำรายงานในห้องสมุด ฉันกอดหนังสือเล่มหนาสามเล่มเดินไปมาระหว่างชั้นหนังสือเพื่อตามหาหนังสืออีกเล่มที่ตัวเองต้องการ จากการสอบถามบรรณารักษ์ฉันก็ได้ไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ในหลืบ ฉันสอดสายตาไปทั่ว พบว่าหนังสือเล่มที่ต้องการอยู่ชั้นบนสุด ฉันพยายามเอื้อมมือและเขย่งปลายเท้าเพื่อที่จะหยิบ แต่มันสูงเกินไป แถวๆนี้ก็ไม่มีบันไดซะด้วยสิ 

 

"ฮึบ" ฉันกัดฟันเขย่งเท้าสุดชีวิต หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาสำคัญที่ต้องการอยู่ด้านในไม่ว่ายังไงก็ต้องเอามา 

 

ฟึ่บ 

 

อยู่ๆฉันก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆลอยเข้ามาในจมูกพร้อมกับไออุ่นที่แผ่มาทั่วหลัง 

 

ตึกตัก ตึกตัก 

 

เอ๊ะ? เสียงหัวใจของฉัน? 

 

ฉันได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อไปหลายวินาที พอเห็นหนังสือเล่มที่ต้องการวางอยู่ตรงหน้าก็เหมือนจะรู้ว่าเมื่อครู่นี้มีคนช่วยหยิบหนังสือให้ ฉันมองไปรอบๆและเดินหาแถวๆนี้แต่กลับไม่เจอคนเมื่อกี้เลย ว่าจะขอบคุณสักหน่อย 

 

ในเมื่อหาไม่เจอฉันก็หอบหนังสือไปทำการยืมแล้วกลับบ้านมาทำรายงานของตัวเองตลอดบ่าย วันนี้พอตกเย็นท้องของฉันก็เริ่มส่งเสียงประท้วง ฉันจึงละสายตาออกจาหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ฉันถอดแว่นออกแล้วใช้นิ้วคลึงเปลือกตาของตัวเองเบาๆเพื่อคลายความเมื่อยล้า แล้วลุกไปทำอาหารง่ายๆมากิน 

 

กินเสร็จฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดโหมดห้ามรบกวน มีข้อความจากเจสซิก้าส่งมาในว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะไปเที่ยวต่างเมืองกับเพื่อนๆจะสนใจไปด้วยกันไหม ฉันนึกถึงงานของตัวเองก็พบว่าวันเสาร์จะต้องเข้าบริษัทของคุณพ่อไปประชุมเรื่องโปรเจกต์ที่คุณพ่อให้ฉันดูแล ฉันเลยตอบปฏิเสธไป 

 

ตั้งแต่คุณพ่อรู้ว่าฉันจะมาเรียนต่อที่นี่ท่านก็แทบจะยกธุรกิจฝั่งยุโรปเกือบทั้งหมดให้ฉันดูแล ฉันรีบห้ามแทบไม่ทัน บริษัทฝั่งยุโรปก็มีไม่น้อยฉันยังต้องเรียนอีกไม่ไหวแน่ๆ คุณพ่อเลยลดจำนวนลงให้เหลือแค่ในอังกฤษพอ คุณพ่อให้เวลาฉันปรับตัวอยู่สักพัก พอเริ่มเรียนได้สักอาทิตย์นึงก่อนถึงจะให้เริ่มงานได้ 

 

ยังดีที่ไม่ได้ทำงานให้ฟรีๆ อย่างน้อยฉันก็ได้รายได้ในฐานะผู้บริหาร ทั้งยังมีหุ้นอีกหกสิบเปอร์เซ็นต์ของแต่ละบริษัทถือไว้ในมืออีก เรียกได้ว่าในเดือนนึงฉันก็มีรายได้มากมายแล้ว แน่นอนว่าฉันไม่เอาเปรียบหรอกนะต้องทำงานให้คุ้มกับเงินเสียหน่อย ต้องคอยพัฒนาอยู่เรื่อยๆแบบนี้บริษัทถึงจะอยู่ได้ยาวๆ เพราะคู่แข่งค่อนข้างเยอะทีเดียว 

 

หลังจากที่ฉันส่งข้อความตอบกลับไปเจสซิก้าก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว 

 

Jessie : โอเค งั้นคืนนี้สนใจไปล่าเหยื่อกับพวกเราไหม? ตั้งเธอเปิดเรียนมาลีน่าไม่ค่อยได้เที่ยวเท่าไหร่เลยนะ 

 

NaLin : ถ้าไปแล้วคงไม่ได้ไปจบที่ร่วมวงกับพวกเธอหรอกใช่ไหม? 

 

Sara : ไม่ฝืนใจลีน่าแน่นอน 

 

NaLin : งั้นดีล กี่โมงล่ะ? 

 

Jessie : สามทุ่มมาบ้านฉันสิเดี๋ยวออกไปพร้อมกัน 

 

NaLin : Okay 

 

ตั้งแต่ที่ฉันแนะนำตัวกับสองสาวไปว่าชื่อ นลินา ทั้งสองก็พร้อมใจกันเรียกฉันว่า ลีน่า ไปๆมาๆพวกเพื่อนๆในมหาลัยที่บังเอิญได้ยินก็เปลี่ยนมาเรียกฉันว่าลีน่ากันหมด แรกๆก็รู้สึกแปลกๆแต่ช่วงหลังๆมานี้ก็เริ่มชินขึ้นมาบ้างแล้ว 

 

ฉันไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่เลือกอยู่นานก็หยิบเสื้อแขนยาวรัดรูปสีดำที่เปลือยหลังและเปิดร่องอกมาเข้าคู่กับประโปรงสั้นทรงสอบสีขาวเรียบๆ และรองเท้าบูทยาวส้นสูงสีดำ ก่อนออกจากบ้านก็หยิบเสื้อโค้ทสีดำมาสวมทับไว้อีกทีเพราะช่วงนี้อากาศเย็น ส่วนการแต่งหน้าก็จะเป็นลุคที่ดูเซ็กซี่ มีเสน่ห์ และน่าค้นหา 

 

สามทุ่มฉันก็ไปกดกริ่งหน้าบ้านสองแฝดอย่างพอดิบพอดี ฉบับคนตรงเวลา 

 

"ไฮ ลีน่า มาแล้วหรอ รอแปปนึงนะ เจสกำลังใส่คอนแทคอยู่" คนที่เปิดประตูคือซาร่าที่แต่งตัวจัดหนักจัดเต็มผู้ชายเห็นก็อดไม่ได้ที่จะหยุดมอง 

 

"เสร็จแล้วไปเถอะกัน ไฮ ลีน่า" เจสซิก้าเองก็แต่งตัวได้ไม่แพ้ซาร่าเลย ขนาดผู้หญิงอย่างฉันยังมองแล้วมองอีกผู้ชายที่ไหนจะรอดกันนะ 

 

"ไฮ เจส วันนี้กะจะจับเหยื่อสักสิบคนเลยหรอ" ฉันพูดทีเล่นทีจริง 

 

"โนๆ วันนี้แค่น้ำย่อย ว่าแต่เธอเถอะ แต่งตัวแบบนี้กลัวจับเหยื่อได้เยอะหรือไง" 

 

ฉันถอดเสื้อโค้ทออกนานแล้วแต่สองสาวยังไม่ทันได้เห็นชุดของฉันเเต็มตาเลย ฉันเลยใช้มือรวบผมไว้ข้างหนึ่งแล้วหมุนตัว "ลึกลับน่าค้นหาดีออก" หมุนตัวเสร็จฉันก็ปล่อยผมยาวสยายเต็มหลังเหมือนเดิม 

 

"ว้าว! ผ่าน" ซาร่ายกนิ้วโป้งขึ้นมา 

 

"เซ็กซี่! ไปกััน คราวนี้ฉันขับ" เจสซิก้าพูดพลางควงกุญแจรถให้หมุนบนนิ้วชี้ 

 

ฉันพยักหน้า พวกเราพากันเดินไปขึ้นรถหรู เจสซิก้าเป็นคนขับ ซาร่านั่งข้างคนขับฉันเลยต้องมานั่งข้างหลัง 

 

หลังจากที่คุยกันไปมาพบว่าสถานที่ที่จะไปนั้นเป็นผับD ผับหรูใจกลางเมือง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพวกมีเงินกันทั้งนั้น ส่วนในโซนวีไอพีก็จะเป็นพวกที่เงินหนากว่า แน่นอนว่าฉันเป็นสมาชิกวีไอพีของที่นี่ตั้งนานแล้ว เพราะว่าฉันต้องไปคุยงานกับลูกค้าท่านหนึ่งเขาบอกว่าถ้าอยากคุยร่วมมือทางธุรกิจกันก็จงเข้ามาหาเขาที่โซนวีไอพีแห่งนี้ซะ  

 

ฉันก็เลยต้องสมัครสมาชิกวีไอพีอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับรายจ่ายเท่านี้กับผลประโยชน์ที่จะได้ในภายภาคหน้าฉันยอมเสียเงินแบบไม่ลังเลเลย เพราะยังไงเงินพวกนั้นก็ไม่ทำให้ฉันจนหรอก แต่ที่เสียดายคือฉันไม่ได้ว่างมาที่อะไรแบบนี้บ่อยน่ะสิ 

 

พอมาถึงสองสาวก็เดินตามพนักงานไปยังโต๊ะที่จองไว้แล้ว โซนปกตินี้มีเสียงเพลงดัง ผู้คนมากมายก็เคลื่อนไหวร่างกายไปตามเสียงเพลง 

 

เมื่อมาถึงโต๊ะพวกเราก็สั่งค็อกเทลกันคนละแก้ว พวกเราก็นั่งคุยกันเรื่อยๆพลางสอดสายมองหาเหยื่อไปด้วย ฉันรู้สึกว่ามีสายตามากมายหลายคู่มองมาที่พวกเรา แน่นอนแหละการแต่งตัวของพวกเราแต่ละคนชวนมองมากเลยนี่นา 

 

มีคนนู้นคนนี้เข้ามาชนแก้วกับพวกเราเรื่อยๆ ผ่านไปสักพักเหมือนว่าเจสซิก้าจะเจอคนที่ถูกใจชี้ให้ซาร่าเห็นแล้วทั้งสองคนก็ขอตัวลุกออกไป ฉันก็ไม่ว่าอะไรถึงยังไงขากลับฉันก็กลับเองได้ ฉันที่นั่งอยู่คนเดียวก็รู้สึกเบื่อๆเลยเดินไปรอบๆดูเผื่อจะเจอใครที่ถูกใจบ้าง 

 

ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมที่หลากหลายของแต่ละคน อยู่ๆฉันก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ดูคุ้นเคยและชวนใจเต้นแรง ฉันเหลือบไปเห็นแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และดูมั่นคงกำลังเดินไปตรงโซนวีไอพี ฉันลองเดินตามไปดู พบว่ากลิ่นน้ำหอมมาจากเขาคนนี้ อืม ฉันตัดสินใจละ เอาคนนี้แหละ 

 

ฉันกำลังจะเดินเข้าไปในโซนวีไอพีก็ถูกการ์ดสองคนกักตัวไว้ นึกขึ้นได้ก็หยิบบัตรวีไอพีระดับไดมอนด์ขึ้นมาโชว์ ทั้งสองคนเห็นดังนั้นก็รีบขอโทษฉันแล้วหลีกทางให้อย่างนอบน้อม 

 

ในโซนวีไอพีนั้นออกแนวไปทางบาร์ และห้องส่วนตัว บรรยากาศสงบกว่าอีกโซนนึงลิบลับ มีคนอยู่ประปราย เสียงเพลงที่สงบก็เปิดคลอเบาๆ ฉันหันไปเห็นผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งดื่มอยู่ที่บาร์ ฉันจึงปรับสีหน้าแล้วเดินไปนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลกับเขา สั่งวอดก้าราคาแพงและแก้วหนึ่งใบกับบาร์เทนเดอร์  

 

ฉันลองสังเกตผู้ชายข้างกายดูด้วยหางตา ตัวของเขาสูงสักร้อยเก้าสิบเห็นจะได้ รูปร่างดีทีเดียว ไหล่กว้าง สะโพกสอบ ร่างกายมีดูมัดกล้ามเนื้อแบบคนที่ออกกำลังกายประจำ ฉันยังได้กลิ่นน้ำหอมจากเขาอยู่รำไร 

 

ฉันเทวอดก้าใส่แก้วช็อตแล้วยกขึ้นดื่มจนหมด เทวอดก้าใส่อีกครั้งแล้วหันไปมองผู้ชายคนนั้นตรงๆ เขายังคงจ้องแก้วเหล้าในมือ ไม่ได้ดื่มมันเข้าไป 

 

"ไม่ดื่มหรอคะ? ฉันเห็นคุณจ้องมันมาพักนึงแล้ว" เสียงของฉันเริ่มหวานฉ่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ชายคนนั้นเขาหันมองมองหน้าฉันแล้วยกแก้วขึ้นดื่มเหล้าฤทธิ์แรงเข้าปาก 

 

"ดื่มแล้วนี่ไงครับ" หน้าหล่อคมเข้มเข้ากันได้ดีกันผมสีน้ตาลเข้มที่เซตมาอย่างดีของเขาทำเอาฉันใจลอยไปชั่วขณะ เขาดูอายุมากกว่าฉันราวห้าหกปี 

 

"ดีค่ะ ชนแก้วกันได้ไหม พอดีฉันมาคนเดียว คุณล่ะคะ?" ฉันยกแก้วช็อตขึ้นมา 

 

เขาก็ยกแก้วเหล้ามาชน "นัดเพื่อนไว้น่ะ แต่ดูเหมือนผมจะโดนเทซะแล้ว" เขายิ้มอย่างสุภาพแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม 

 

ฉันก็ดื่มตาม "น่าเสียดายจังเลยนะคะ ถ้าไม่รังเกียจมาดื่มเป็นเพื่อนฉันได้ไหมคะ?"  

 

"ไม่มีปัญหาครับ"  

 

ฉันกับเขานั่งดื่มกันอย่างเงียบๆ เขาไม่ใช่คนช่างคุยฉันเองก็ไม่รู้จะชวนเขาคุยอะไรเพราะไม่ได้รู้จักกัน แต่บางที...บรรยากาศแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน รู้สึกสงบใจเป็นพิเศษ  

 

 

 

 

-------- 

 

อย่าตกใจกับชื่อตอนนะคะ 

เรื่องยังไม่จบค่ะ 

ที่หายไปนานเพราะช่วงนี้มีงานต้องทำ แล้วก็เรื่องสมัครเรียนต่อด้วย 

แล้วก็ง่วนกับวาดปกใหม่ด้วย บางวันก็ไปทำธุระต่างจังหวัด 

เลยทำให้รีดรอนานเลย 

คิดถึงรีดที่น่ารักทุกคนนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว