ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ทุกคนคือความสุขของเราสัญญาว่าจะเขียนให้ดี แล้วน้อมรับทุกคำติชมของทุกคนนะคะ(แต่อย่าเเรงมาก555) เม้นกันเยอะๆนะคะ

ชื่อตอน : 34แต่งงาน2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2563 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
34แต่งงาน2
แบบอักษร

เสียงเครื่องบินกระแทกกับพื้นถนนดังเตือนคนที่อยู่ในเครื่องเตือนว่าตอนนี้เครื่องได้ลงจอดสนิทอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นต่างจากอุณหภูมิแสนร้อนของเมืองไทย 

สนามอเนกประสงค์ที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาถูกเพิ่มความตกตลึงด้วยรถเบนซ์หลายคันที่ถูกส่งมารับพวกที่อยู่ในเครื่องบิน 

“ถึงแล้วหรอคะ” ดวงตากลมโตลืมขึ้นตื่นตามเสียงคุยของทุกคนพอจับใจความได้ว่าตนมาถึงยังที่หมายแล้วก็พยายามถามเพื่อความแน่ใจ 

“ใช่เรามาถึงกันแล้ว อีกประเดี๋ยวคงต้องรีบลงจากเครื่องเพื่อไปยังบ้านงานแต่งเพราะพี่ได้ข่าวมาจากเคเลนเห็นเขาบอกว่าพิธีการจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” 

มีนาร่ายยาวตามสิ่งที่เธอทราบมาให้กับพิมพ์ประภัสฟังเพราะตอนนี้เธอก็ต้องรีบเหมือนกันเลยอยากบอกให้อีกคนรีบๆด้วยเนื่องจากเคเลนขอเธอไว้ ส่วนตัวเขารีบลงจากเครื่องขอนั่งรถไปงานก่อนเพราะเขาต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวแต่ก็ไม่วายสั่งกำชับลูกน้องให้คอยเฝ้าพวกเธอดีๆ 

พิมพ์ประภัสพยักหน้างึกงักรับรู้สิ่งที่มีนาบอกด้วยความเข้าใจก่อนจะรีบเร่งจัดแจงหยิบของตัวเองที่เตรียมมาไว้อย่างเร่งรีบเพราะกลัวจะถึงเวลางานสายเสียก่อน 

“พี่ลงไปก่อนนะพิมพ์พอดีต้องเอาของลงไปไว้มีอะไรให้ช่วยเรียกพี่ได้เลย” เสียงใสเอ่ยขึ้น 

“ไม่มีอะไรแล้วค่ะเดี๋ยวพิมพ์คงลงไปพร้อมพี่มีนาแล้ว” 

“พี่นี่ลืมไปเลยของพิมพ์มีแค่นิดเดียวเอง” 

พิมพ์ประภัสไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงเเค่ยิ้มส่งให้อีกคน 

ทั้งสองพาร่างเล็กที่เริ่มอวบอั๋นเดินผ่านช่องเดินเล็กๆบนเครื่องบินที่ไม่ได้ยาวมากแต่ก็ทำพวกเธอเหนื่อยด้วยความทุลักทุเลกว่าจะเดินออกมาได้ก็หลายนาที 

“ข้างหน้าหนาวหน่อยนะพิมพ์จะไหวไหม” มีนาที่เริ่มเห็นหน้าของอีกคนเริ่มซีดจึงอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ 

“หนาวหรอคะ อืมมม” พิมพ์ประภัสใช้ความคิดชั่วครู่พลางนึกถึงตอนที่เธอเคยเกือบตายเพราะความหนาวเหน็บก่อนจะเผลอยิ้มออกไปเพราะเธอรู้ดีร่างกายของเธอทนหนาวได้มากเพียงใด 

“พิมพ์คิดว่าความหนาวแค่นี้ทำอะไรพิมพ์ไม่ได้หรอกค่ะ” เสียงใสพูดขึ้นก่อนจะเดินเบี่ยงตัวหลบอีกคนออกไปก่อน 

“ไม่หนาวจริงหรอพิมพ์ พี่ว่ามันหนาวมากเลยนะ พิมพ์ พิมพ์” กว่าเธอจะรู้ตัวอีกคนก็เดินนลงไปไกลกว่าที่จะได้ยิน 

ประตูรถถูกเปิดอ้าออกทันทีที่พิมพ์ประภัสกับมีนาเดินลงจากเครื่อง ทั้งสองจึงต้องจำยอมนั่งแยกกันเพียงเพราะเป็นคำขอของทางเจ้าบ่าวที่ไม่อยากให้เเขกอันทรงเกียรติต้องนั่งเบียดกัน 

“เฮ้อ กลับมาที่นี่อีกแล้วสินะ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นจนพวกคนขับรถต่างมองหน้ากันไปมา 

“ไม่ทราบว่ามีอะไรที่คุณไม่พอใจหรือเปล่าครับ”หนึ่งในคนที่ขับรถเอ่ยถามขึ้น เขาเห็นเธอนั่งทำหน้าจ๋อยๆมาตั้งแต่รถออกมาจากลานจอดเครื่องบินแล้ว 

“ไม่มีอะไรหรอกแค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อย” เสียงใสเอ่ยขึ้นตอบพลางยิ้มให้คนถามอ่อนๆแม้สายตาเขาจะเอาแต่จ้องถนนก็ตาม 

“ทนเอาหน่อยนะครับเดี๋ยวก็ถึงงานแล้ว” 

“ค่ะฉันรู้..” 

พิมพ์ประภัสตอบแบบส่งๆเพราะเธอรู้สึกเพลียไม่อยากพูดจามากไปกว่านี้ก่อนจะเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถเพื่อดูต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยเกร็ดน้ำแข็งสีขาวมองดูชวนสบายตาก่อนจะพล่อยหลับลงอีกครั้ง 

. 

. 

เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้นเมื่อเวลาอันเป็นมงคลใกล้เข้ามาถึง บรรดาแขกเหลือทั้งหลายต่างเริ่มรู้สึกตื่นเต้นเมื่อยามจะได้เห็นเจ้าสาวเดินสง่าออกมาพร้อมกับผู้เป็นพ่อ 

“อลิซเสร็จแล้วหรือยังลูก ใกล้ถึงเวลาแล้ว” อีริคที่รีบวิ่งขึ้นมารับลูกเอ่ยถามออกไปทั้งๆที่เขาก็เห็นอยู่ว่าเธอพร้อมขนาดไหน 

“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงใสตอบออกมาด้วยความดีใจผสมกับรอบยิ้มเล็กบนขอบปากเรียวสวย 

“งั้นเรารีบไปกันเถอะ” 

สองพ่อลูกเดินควงแขนออกจากห้องแต่งตัวสุดหรูด้วยความดีใจ พวกเขามีความสุขชนิดที่หาสิ่งใดมาเปรียบได้ 

“นั่นมาแล้ว ทุกคน” 

เสียงผู้คนในงานกับพวกนักข่าวต่างตะโกนออกมาด้วยความดีใจเพราะพวกเขาจะได้เก็บภาพอันสวยงามของผู้เป็นเจ้าสาวไว้ลงข่าวบันเทิงเนื่องจากทั้งคู่เป็นคู่ที่หมายตาของคนหลายคน 

~แชะ แชะ แชะ~ 

เสียงกดชัตเตอร์ดังสนั่นทั่วทั้งงานรวมถึงแสงแฟรชที่สว่างไสวจนดูเเสบตา 

“ดูท่าพ่อลูกคู่นั้นคงชอบใจน่าดู มึงว่าไหม” อลันที่ยืนดูการกระทำของอีริคกับอลิซมานานจึงหันไปพูดกับเจอาร์ที่ยืนอยู่ข้างๆเพราะเขาก็รู้ว่ามันก็กำลังมองดูอยู่ 

“ยิ้มขนาดนั้นคงหวังอะไรไว้มากแน่นอนครับ” 

“หึ” ใบหน้าคมไม่อาจทนมองใบหน้าที่ยิ้มระรื่นของอีกคนได้เขาจึงรีบหันไปทางอื่น 

“เอ่อนาย...” 

“ว่า?” 

“คุณพิมพ์กำลังจะถึงบ้านแล้วให้ผมไปรับเธอมาเลยไหมเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว” เจอาร์พูดพลางยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นมาดู 

“ไปรับมาเลยกูคิดว่าถึงที่นี่เธอคงรู้แล้วว่าตัวเองถูกหลอกมา” สายตาคมจับจ้องใบหน้าของเจอาร์อย่างจริงจัง ปลายคิ้วที่เคยคลายออกจากกันยกขึ้นขมวดขึ้นทันที 

“ได้ครับผมจะพาคุณพิมพ์มาที่นี่อย่างระมัดระวัง”  

ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้เขารู้ดีว่าถ้าเกิดซูตานกับอีริครู้ว่าเขาพาพิมพ์ประภัสมาที่นี่เธอคงต้องเจอกับอะไรต่างๆที่พร้อมจะพรากชีวิตเธอ ฉะนั้นเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้อยู่ใกล้ๆเขาที่สุดโดยไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกเช่นไร 

. 

. 

“ทำไมนานจังกว่าจะถึง” พิมพ์ประภัสที่คล้อยหลับไปลืมตาตื่นขึ้นมากลางทางทั้งที่เธอคิดว่าน่าจะถึงบ้านพักได้แล้ว 

“พอดีงานใกล้จะเริ่มแล้วผมคงต้องไปส่งคุณที่งานเลยพวกชุดต่างๆก็อยู่ที่นั่นหมดแล้ว” 

สารถีคนขับรถละสายตาจากถนนหันมาตอบกลับอีกคนชั่วครู่ก่อนจะหันกลับดังเดิม 

เวลาผ่านร่วงเลยไปไม่นานทั้งสามก็มาถึงงานความใหญ่โตบวกกับนักข่าวที่กำลังถ่ายภาพทำให้ใจสาวตื่นเต้นไม่ใช่น้อย 

“ไม่เจอกันนานดูคุณพิมพ์อวบอั๋นขึ้นนะครับ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเบาๆ 

ร่างบางหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเธอจำได้ดีว่าเสียงนี้เป็นของใคร 

“หันมาสิครับผมยืนอยู่ข้างหลังคุณ”น้ำเสียงนุ่มนวลยังพูดชวนหลงจนทำให้เธอต้องหันกลับไปมองก่อนจะพบว่าสิ่งที่เธอคิดเป็นจริง 

“คุณคริส” น้ำเสียงใสเอ่ยเรียกเบาๆ 

“ขอบคุณนะครับที่ยังจำกันได้” 

“ทั้งชีวิตฉันคงไม่ลืมคุณหรอกค่ะ ว่าไหม”  

“ผมล่ะควรดีใจหรือเสียใจดี” น้ำเสียงพูดเชิงหยอกล้อของคนสองคนดังขึ้นเรื่อยๆจนคนที่อยู่ในงานเริ่มมองด้วยความสนใจ 

“พิมพ์ไม่หยักรู้ว่าคุณคริสจะรู้จักเพื่อนคุณเคเลนด้วย” สายตาคมมองขึ้นสำรวจชุดสูทสีขาวที่ถูกสวมลงบนร่างของอีกคน 

“เพื่อนหรอครับ?” คริสตีสีหน้าด้วยความสงสัย 

“ค่ะ คุณคริสนี่รู้จักแต่คนดีๆนะคะ”  

“แหม่คุณพิมพ์ก็พูดไปครับ”  

ฟังจากน้ำเสียงอีกคนเธอคงไม่ได้รับรู้อะไรเลยว่าเขานั้นร้ายเพียงใดเขาพร้อมจะทำรายชีวิตของอลันกับคนที่มันรักทุกเมื่อแต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้เขาถึงกับทำไม่ได้ก็ไม่รู้ ‘ถ้าคุณดีแบบนี้ผมคงเสียใจแย่ที่ปกป้องคุณไม่ได้คุณพิมพ์’ เสียงที่ดังก้องในใจ 

“งั้นพิมพ์ขอตัวก่อนดีกว่าค่ะใกล้ถึงเวลาแล้ว” 

“มากับผมแป้บนึงสิครับผมมีอะไรจะให้ดู”  

ร่างบางเซถลาตามแรงฉุดอีกคนข้อมือเรียวเล็กถูกกำด้วยฝ่ามือจนสุดข้อก่อนที่จะถูกดึงให้เดินตามอีกคน 

“คุณคริสฉันยังไม่ได้แต่งตัวเลยอายเเขกเขา” ปากบางร้องทวงทันทีที่อีกคนพาเดินเข้ามาในงาน ภายในมีแต่คนแต่งตัวดีๆผิดจากเธอที่สวมเพียงแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เเถมพ่วงมาด้วยกระเป๋าผ้าไหมที่จักทอด้วยมือบ้านๆหนึ่งใบซึ่งเทียบไม่ติดกับคนในงาน 

“คุณพิมพ์สวยอยู่แล้วไม่ต้องอาย ผมอยากให้คุณได้เห็นอะไรที่มันทำให้คุณตาสว่าง” รอยยิ้มกรุ้มกริ่มพุดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะจางหายไป 

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกทันทีที่คริสพูดเสร็จร่างของหญิงสาวที่สวยสง่าบนหัวถูกคลุมผ้าขาวบางยาวหลายเมตรปกปิดใบหน้าสวยเดินควงแขนมากับผู้เป็นพ่ออย่างสงาผ่าเผยจนพวกบรรดานักข่าวต่างกดชัตเตอร์กันรัว 

“นี่มัน....”  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว