facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 คุณคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 คุณคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 คุณคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน (2/2)
แบบอักษร

เสียงคุ้นเคยกระทบประสาทการรับฟังทันทีเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 

เข็มทิศพลิกตัวก่อนจะลืมตาขึ้น 

ในห้องได้รับแสงสว่างจากพระอาทิตย์แล้วหากจันทน์ผายังคงนั่งจับจ้องโน้ตบุ๊กในท่าเดียวกับเมื่อคืนนี้ 

“จันทน์ผา” 

“หืม” คนถูกเรียกทำเพียงแค่เหลือบมองด้วยหางตา 

“อย่าบอกนะว่ายังไม่นอนตั้งแต่เมื่อคืน” 

“กัปตันอเมริกาเก่งมากเลย” แม้จะตอบไม่ตรงคำถามแต่เข็มทิศก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายดูภาพยนตร์นั้นทั้งคืน 

“หมกมุ่นจังจันทน์ผา” เข็มทิศว่าพลางลุกจากเตียง เขาถอดเสื้อออกขณะจับจ้องจันทน์ผาที่เอาแต่จดจ้องกัปตันอเมริกาในจอด้วยดวงตาเป็นประกาย อดคิดไม่ได้ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น ไม่หลับทั้งคืนเพื่อกัปตันอเมริกาคนเดียวหรือไง 

กระทั่งคนเป็นเจ้าของบ้านเสร็จภารกิจส่วนตัวตอนเช้าคนบนเตียงก็ยังไม่ขยับตัวลุกไปไหน 

“ไปหาอะไรกินข้างนอกกัน” 

“หืม กัปตันอเมริกายังไม่จบเลย” 

“ค่อยกลับมาดูต่อก็ได้ เมื่อวานก็ทำงานทั้งวันแถมเมื่อคืนยังไม่ยอมนอนอีก วันนี้อนุญาตให้พัก” 

“จริงนะ” จันทน์ผาละสายตาจากหน้าจอขึ้นมามองเข็มทิศครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับพ่อซุปเปอร์ฮีโร่หล่อล่ำอีกหน  

“แล้วมันดูต่อได้ด้วยเหรอ ยังไง” 

เข็มทิศเดินเข้าไปใกล้แล้วขยับเม้าท์คลิกปุ่มพอสให้วิดีโอหยุดเล่น 

“ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ” 

“ได้สิ อย่าบอกนะว่าที่นั่งดูทั้งคืนเพราะว่าปิดไม่เป็น” 

“ก็...” จันทน์ผาก้มหน้างุดด้วยความอาย ใบหูเล็กๆ ขึ้นสีแดงจัดนั้นน่ารักเกินบรรยายจนคนมองถึงกับกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว 

“ไปอาบน้ำได้แล้ว ฉันหิว” 

“อย่าหนีไปนะเข็มทิศ” 

"ไม่หนี" 

เข็มทิศตอบเสียงเบาขณะคนตัวเล็กวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำ 

 

ที่ตลาดเข็มทิศอนุญาตให้จันทน์ผาเลือกซื้อเสื้อผ้าอีกสองสามตัว คนตัวเล็กตื่นเต้นมาก เขาเลือกเสื้อผ้าสีสดใสด้วยความกระตือรือร้น 

จันทน์ผาเดินนำออกมาจากร้านเสื้อผ้าหลังจากเลือกเสื้อสีฟ้าสดใสกับสีเขียวเหมือนใบตองอ่อนมาคู่นึง เขาทำเหมือนรู้ทาง แต่จริงๆ แล้วไม่รู้จนเข็มทิศต้องคว้าคอเสื้อแล้วลากให้เดินตามไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของกินสำหรับมื้อเย็น ใช้เวลาไม่นานก็กลับบ้านกัน 

“เข็มทิศจะขายบ้านจริงๆ เหรอ” ใกล้จะถึงบ้านแล้วเข็มทิศเลยลดความเร็วลง ก่อนเหลือบมองจันทน์ผาที่อยู่ๆ ก็ถามเรื่องนี้ทั้งที่เขาไม่เคยเล่าให้ฟังเลย 

“รู้ได้ยังไง” 

“ก็...” เป็นอีกครั้งที่จันทน์ผาไม่กล้าสบตากับเข็มทิศ 

“คงแอบได้ยินสินะ” ก่อนออกจากบ้านคุณอิสราโทรมานัดหมายดูบ้านอีกครั้ง จันทน์ผาคงบังเอิญได้ยินตอนนั้นล่ะมั้ง 

จันทน์ผาพยักหน้ารับเมื่อไม่สามารถบอกความจริงได้ 

“เก็บไว้เองก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์” 

“คุณตาอาจจะอยากให้เข็มทิศดูแลพิพิธภัณฑ์ต่อ” เพราะว่าอยู่ตรงนั้นมาตลอดจันทน์ผาจึงอาจจะเป็นคนเดียวที่รู้จุดประสงค์แท้จริงที่คุณตายกบ้านนั้นให้กับหลานชายที่ไม่ได้เจอกันตลอดชีวิต 

“ฉันทำไม่ได้หรอก” 

“ไม่เสียดายเหรอ” 

“ไม่นะ ฉันขายมันให้คนที่สามารถสานต่อความปรารถนาของคุณตาได้ ไม่มีอะไรให้เสียดายเลย” 

อย่างนี้นี่เอง การสานต่อไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเองสินะ 

ไม่มีใครพูดอะไรต่อหลังจากนั้นกระทั่งกลับมาถึงบ้าน  

“เราช้าเหรอเนี่ย” เข็มทิศเปรยพลางมองเวลาเมื่อเห็นว่ารถของอิสราจอดรออยู่ในบริเวณบ้านแล้ว  

“จันทน์เอาของไปเก็บเลยก็ได้ แล้วก็ฝากยกน้ำมาเสิร์ฟที” 

“หืม” คนถูกร้องขอให้ช่วยขมวดคิ้ว และเป็นเพราะว่าจันทน์ผาดูงง เข็มทิศจึงอธิบายให้ฟังว่าเสิร์ฟน้ำคืออะไร 

จันทน์ผายิ้มทักทายอิสราตอนที่พวกเขามองหน้ากันก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน การสบตาเพียงชั่วครู่นั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย 

คนนั้นดูไม่ค่อยซื่อตรงจนนึกเป็นห่วงเข็มทิศขึ้นมา 

“ใครเหรอครับคุณเข็มทิศ ไม่เคยเจอหน้าเลย” 

“เพื่อนครับ” 

“อ่อ ยังดูเด็กอยู่เลย” นั่นสินะ เข็มทิศก็ว่าจะถามหลายทีแล้วว่าจันทน์ผาอายุเท่าไหร่กันแน่แต่ก็ลืมทุกที 

“เพื่อนรุ่นน้องครับ ว่าแต่เรื่องขายบ้านเป็นยังไงบ้าง” 

“ราคาประเมินมันเท่านี้นะครับ” 

เอกสารราคาประเมินถูกส่งมาให้ เข็มทิศไม่ค่อยรู้เรื่องราวแต่ก็รับมามองดูอย่างพิจารณา ตัวเลขแปดเกือบจะเก้าหลักที่ปรากฏทำเขาตกใจมาก มันเยอะกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก ถ้าได้เงินจำนวนนี้มาล่ะก็ต่อให้ไม่ทำงานเลยตลอดชีวิตยังอยู่ได้สบายๆ 

“มีคนสนใจเยอะเลยนะ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา มีคนสนใจอยากทำพิพิธภัณฑ์ต่อเยอะมากเลยครับ” 

“ดีจังครับ คุณตาคงดีใจถ้าที่นี่ได้เปิดให้คนเข้ามาชมอีกครั้ง ว่าแต่ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนครับ” เข็มทิศไม่เคยห่างบ้านนานขนาดนี้มาก่อนและตอนนี้เขาเริ่มคิดถึงบ้านแล้วถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรออยู่ที่นั่นก็ตาม 

“คงอยากกลับกรุงเทพฯ แล้วสินะครับ” 

“ผมอยากจบทุกอย่างให้เร็วที่สุดครับ” ทุกอย่างคือความโชคดีที่อยู่ๆ ก็หล่นลงมาตรงหน้าเขา เช่นนั้นเข็มทิศจึงไม่คิดอะไรมาก ปล่อยให้ผู้รู้จัดการทุกอย่างไป ส่วนตัวเขาก็รอแค่เงินอย่างเดียว 

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมนัดผู้ซื้อเข้ามาดูบ้านเลยนะครับ” 

เข็มทิศพยักหน้ารับ ทุกอย่างอาจจะดูเร็วไปหน่อยแต่เขาก็ไม่ได้คลางแคลงใจใดๆ ไม่แม้แต่จะสงสัย 

 

การเจรจาซื้อขายผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับความสัมพันธ์แปลกประหลาดระหว่างเข็มทิศกับคนแปลกหน้า 

“อีกไม่นานฉันก็จะกลับกรุงเทพฯแล้ว” ขณะนั่งกินข้าวเย็นอยู่ด้วยกันอย่างเช่นทุกวันเข็มทิศก็เอ่ยขึ้นเพื่ออีกฝ่ายจะได้เตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่ แต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดเมื่อจันทน์ผายิ้มกว้างออดอ้อนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสจับหัวใจ 

“ให้จันทน์ไปด้วยสิ ถ้าไม่มีเข็มทิศจันทน์คงต้องนอนบนต้นไม้” 

“คิดว่าตัวเองเป็นทาร์ซานรึไง” 

“แบบนั้นก็เท่ดีนะ” ตอนที่พูดถึงทาร์ซานครั้งแรกจันทน์ผาสงสัยมากจนต้องเปิดหนังให้ดูและดูเหมือนเจ้าตัวจะชอบมากทีเดียว 

“ไม่คุยด้วยแล้ว คุยไม่รู้เรื่อง” เสียงหัวเราะสดใสดังไล่หลังมาขณะเข็มทิศเดินไปรอคุณอิสราที่หน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามา 

เขาตื่นเต้นจนมือชื้นเหงื่อเมื่ออีกไม่กี่วันเงินหลายสิบล้านจะเข้ามาอยู่ในบัญชี 

“อันนี้เป็นเงินที่ได้หลังจากหักค่านายหน้านะครับ” 

เข็มทิศมองตัวเลขแล้วยิ้มกริ่มในใจ แม้จะพยายามซ่อนไว้แต่ดวงตาก็เปล่งประกายยินดีอย่างปิดไม่มิด 

“ทำไมเจ้าของบ้านได้เงินพอๆ กับนายหน้าเลยล่ะ” จันทน์ผาที่แอบมองมาซักพักแล้วก้าวเข้ามายืนด้านหลังเข็มทิศแล้วว่าเสียงดังจนเจ้าของบ้านขมวดคิ้วมึนงง 

“เพื่อนคุณเข็มทิศเข้าใจผิดแล้ว” 

“ไม่เข้าใจผิดนะ คิดจะโกงเข็มทิศเหรอครับ” 

“นายพูดอะไรน่ะจันทน์ผา” เข็มทิศหันไปเอ็ด 

“ก็คุณนายหน้าเขากำลังคิดว่าเข็มทิศโง่น่ะสิ” 

“นายเอาอะไรมาพูด” 

“เอาความจริงไง และตอนนี้เขาก็กำลังตกใจกลัวและสงสัยว่าผมรู้ได้ยังไงว่าเขาโกงเข็มทิศ” 

“เพื่อนคุณเข็มทิศนี่จินตนาการสูงดีนะครับ” แม้จะวิตกกังวลกับคำพูดของชายหนุ่มที่เข็มทิศบอกว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้องแต่อิสราก็ยังเก็บมันได้อย่างมิดชิดสมเป็นมืออาชีพ 

“ของเก่าในบ้านนี่ราคาเท่าไหร่เหรอครับ” จันทน์ผาไม่สนใจคำพูดกระแทกแดกดันและพยายามต้อนอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ และตอนนี้เองที่เข็มทิศนึกได้ว่าพวกเขาคุยกันแค่เรื่องราคาบ้านเท่านั้น ไม่มีซักครั้งที่จะคุยเรื่องของเก่าพวกนี้ 

น่าละอายใจจริงๆ ทั้งที่เป็นผลประโยชน์ของตัวเองแท้ๆ แต่กลับเอาแต่หลงระเริงกับเงินจำนวนมากจนลืมเรื่องสำคัญไปได้ 

“นั่นสินะครับ เรายังไม่เคยคุยเรื่องนี้กันเลยนี่นา ว่าไงครับราคานี้ถ้ารวมของเก่าในบ้านด้วยมันไม่ต่ำไปหน่อยเหรอ” 

“ถึงคุณเข็มทิศจะพูดอย่างนั้นแต่เราตกลงเรื่องราคาซื้อขายกับผู้ซื้อไปแล้วนี่ครับ” 

“ด้วยประสบการณ์แล้วคุณคงไม่ลืมประเมินราคาของในบ้านหรอกมั้งครับ” เอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะขณะเข็มทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังช่วยจันทน์ผาต้อนอีกฝ่ายอีกแรง 

“...” 

“ตอบไม่ได้เหรอครับ ถ้าอย่างนั้นรอตอบคำถามทนายของผมก็แล้วกัน” เข็มทิศหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ทำเป็นกดเบอร์โทรศัพท์ทั้งที่ไม่รู้จักทนายความซักคน 

“ไว้ผมจะคุยกับผู้ซื้ออีกที” 

“ซื่อสัตย์กับหน้าที่การงานตัวเองหน่อยสิครับ” 

จันทน์ผาบอกเมื่ออีกฝ่ายขอตัวกลับ 

เมื่อทั้งบ้านเหลือเพียงพวกเขาเข็มทิศจึงหันมามองจันทน์ผาด้วยความสงสัยใคร่รู้แล้วถาม 

“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” 

“หน้าตาคุณนายหน้าดูขี้โกง” ถ้าบอกว่ามองตาแล้วรู้ใจเข็มทิศต้องไม่เชื่อแน่ๆ 

“ขอบใจมากนะจันทน์ ถ้าจันทน์ไม่สงสัยขึ้นมาฉันคงกลายเป็นคนโง่” แม้เหตุผลของจันทน์ผาจะฟังไม่ขึ้นเอาซะเลยแต่เข็มทิศก็ไม่คิดจะซักไซ้ให้อีกฝ่ายยุ่งยากใจ 

“เข็มทิศไว้ใจคนอื่นมากเกินไป” 

“ก็ว่างั้น” เข็มทิศเห็นด้วยเพราะว่าคุณน้าเป็นคนแนะนำนายหน้าคนนี้มาเขาจึงไว้ใจให้จัดการทุกอย่างส่วนตัวเองก็ทำเพียงแค่นอนรอรับเงินเท่านั้น 

“รู้รึเปล่าว่าเงินที่เขาจะไม่จ่ายเข็มทิศน่ะมันมากกว่าที่เข็มทิศได้รับอีกนะ” 

“ค่าของเก่าพวกนั้นเหรอ” 

“อืม” จันทน์ผาพยักหน้ารับ ตัวเขาตอนเป็นหุ่นก็ราคาสูงมากเพราะว่ามีอายุเฉียดร้อยปี 

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเยอะขนาดนั้น” 

“ก็พอรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง” 

“ไม่ใช่เพราะอ่านใจได้เหรอ” 

“เพ้อเจ้อไม่เบานะเข็มทิศ” ภายในใจเต้นตึกๆ ส่งผลให้เสียงตอนเอ่ยปฏิเสธสั่นเครือ เข็มทิศจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างพยายามยามจับผิด  

“ครั้งแรกที่เราเจอกันไง” แม้ช่วงหลังจันทน์ผาจะระวังตัวมากขึ้นแต่เข็มทิศก็พอจะจับไต๋ได้อยู่บ้าง 

เมื่อก่อนเข็มทิศอาจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ตอนนี้เขาเชื่อไปกว่า 80% แล้ว ที่จันทน์ผาบอกว่ามีความรู้เรื่องของเก่านั้นเขาไม่เชื่อแม้แต่น้อย คนที่แม้แต่โน้ตบุ๊กยังไม่รู้จัก เทคโนโลยีการบันทึกภาพก็ไม่รู้เรื่องจะเอาอะไรไปรู้เรื่องการซื้อขายของเก่ากัน 

“นายเป็นใครกันแน่จันทน์ผา” 

“ถ้าอยากรู้ก็ให้จันทน์ไปด้วยสิ ขอไปกรุงเทพฯ กับเข็มทิศด้วยนะ” 

“รู้เหรอว่ากรุงเทพฯ เป็นยังไง” 

จันทน์ผาส่ายหน้าก่อนจ้องมองเข็มทิศอย่างออดอ้อนเล่นเอาคนถูกมองใจสั่นอีกหน 

“ไม่รู้แต่ก็ยังอยากตามไปเนี่ยนะ” 

“เพราะว่ากรุงเทพฯ มีเข็มทิศไง แค่มีเข็มทิศอยู่จันทน์ก็อุ่นใจแล้ว นะเข็มทิศ ให้จันทน์ไปกรุงเทพฯ ด้วยนะ” มือนิ่มๆ ยื่นมาจับแขนขณะร้องขอ 

เข็มทิศส่ายหน้าหากนั่นไม่ใช่การปฏิเสธแต่เป็นการแสดงออกถึงความเอ็นดูต่ออีกฝ่าย 

แน่นอนว่าเขาใจเหลวเป็นน้ำเมื่อถูกอ้อนด้วยดวงตากลมๆ และเสียงแง้วๆ เหมือนแมว 

ตั้งแต่เจอจันทน์ผา เข็มทิศยังไม่เคยชนะอีกฝ่ายได้เลย 

เฮ้อ... 

ความคิดเห็น