facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 คุณร้อยปี (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 คุณร้อยปี (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 คุณร้อยปี (2/2)
แบบอักษร

“ไม่ได้แอบ” จันทน์ผาตอบกลับมาหน้าตาเฉยไร้แววกังวลใดๆ  

“ผมก็ยืนอยู่ตรงนั้นตลอด วันแรกที่เข็มทิศมาที่นี่เราก็เจอกัน” 

“หืม” เข็มทิศคิดจนคิ้วขมวด วันแรกที่เขามาที่นี่นอกจากนกที่บินโฉบอยู่บนต้นไม้เขาก็แทบจะไม่เจอสิ่งมีชีวิตอื่น 

“จำไม่ได้เหรอ ผมยืนอยู่ตรงนี้ไง” ร่างเพรียวก้าวไปตรงจุดที่ตนยืนเมื่อครั้งเป็นเพียงหุ่นแข็งทื่อ 

เข็มทิศมองตามพลางคิดว่าตรงนั้นมันเคยมีบางอย่างอยู่จริงๆ 

ค้นลึกลงไปในความทรงจำก็พบว่าบางอย่างที่ว่าคือหุ่นขนาดเท่าคนที่เขามองว่ามันถูกสรรค์สร้างขึ้นมาให้เหมือนคนจนน่าขนลุก  

ไม่จริงน่า เมื่อเช้ายังเป็นหุ่นอยู่เลยตอนนี้กลายร่างเป็นคนแล้วเนี่ยนะ เรื่องนี้มันบ้ายิ่งกว่าเขาได้รับมรดกเสียอีก เข็มทิศไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเรื่องบ้าๆ เกินธรรมชาติแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเขาซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง 

“แล้วหุ่นตัวที่คุณคิดว่ามันประหลาดจนน่าขนลุกหายไปไหนแล้วล่ะ”  

“นายเอาไปซ่อนไง” 

“คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอเข็มทิศ” 

“แล้วฉันต้องคิดยังไงล่ะ คิดว่านายคือหุ่นนั่นที่กลายร่างเป็นคนเหรอ คิดว่านี่คือโลกเวทมนตร์ เดี๋ยวเปิดเทอมต้องนั่งรถไฟที่ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ไปฮ็อกวอร์ตรึไง” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเจ้าของมันไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายสาธยายออกมาแม้แต่น้อย 

“เข็มทิศพูดถึงเรื่องอะไร” 

“ช่างเถอะ นายจะไปไหนก็ไป ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่อง แต่อย่ามาให้เห็นหน้าอีก” 

“ไปไหนก็ไปใช่มั้ย” จันทน์ผาทวนคำแล้วก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนก่อนจะหย่อนก้นลงบนเบาะนุ่ม หลับตาพริ้มพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข แต่ซึมซับความสบายนั้นได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเจ้าของห้องดังขึ้นใกล้ๆ 

“ฉันบอกให้ไปไง” 

“เข็มทิศบอกว่าไปไหนก็ไป ผมก็เลยมานั่งตรงนี้ไง นุ่มจังขอนอนได้มั้ย” 

“ถ้าขืนยังกวนตีนกันอยู่แบบนี้นายได้เข้าไปนอนคุกแน่” 

“นอนคุก ทำไมต้องนอนคุก ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” ถามด้วยสายตาใสแป๋วไร้เดียงสาพร้อมกับลุกจากเตียงเมื่อถูกมองด้วยสายตากดดัน 

“บุกรุกไง นายบุกรุกบ้านของฉัน” ต่างกับเจ้าของบ้านที่เริ่มหัวร้อนเมื่อคนแปลกหน้าไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพยายามสื่อซักที 

“โกรธคือโง่โมโหคือบ้านะเข็มทิศ” 

“ฉันโกรธเพราะคุยกับคนบ้าอย่างนายไม่รู้เรื่องนี่แหละ รู้ไว้ซะด้วย” 

“ผมคือคนบ้าเหรอ” 

“เออสิ คนดีๆ ที่ไหนเขานุ่งผ้าผืนเดียวเข้าบ้านคนอื่นกัน” 

“ก็เปลี่ยนแล้วนี่ไง” 

“นี่นายตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่มั้ย” เข็มทิศว่าแล้วยื่นเสื้อผ้าของเขาให้อีกคนสวม 

“เปล่าซักหน่อย” จันทน์ผาทำปากยื่น พลางก้มมองเสื้อตัวโคร่งจนไหล่ตกลงไปค้างบนต้นแขนแถมความยาวก็เกือบจะถึงหัวเข่า  

“ใครจะกล้ากวนประสาทเข็มทิศล่ะ” 

“นายไง” 

“บอกว่าไม่ได้กวนไง” 

คราวนี้จันทน์ผาก้าวเข้าไปใกล้เข็มทิศอีก เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาออดอ้อนอย่างที่เคยถูกสั่งสอนมาว่า ถ้าอยากเป็นที่รักก็ต้องทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดู 

“เข็มทิศไม่เชื่อจันทน์เหรอ” 

เข็มทิศอ้าปากค้าง เขาแทบจะสิ้นสติเมื่อถูกจู่โจมด้วยความน่ารักโดยไม่รู้ตัว 

“ว่าไง” เห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจันทน์ผาก็อมยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นกอดเอวคนตัวสูงไว้หลวมๆ  

“ไม่เชื่อจันทน์จริงๆ เหรอ” 

“นาย...ถอยออกไป” 

“ไม่ถอย” จันทน์ผาส่ายหน้าเนิบๆ อย่างดื้อรั้นซ้ำยังกระชับกอดอีกฝ่ายจนเข็มทิศแทบลืมวิธีหายใจ 

“อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะจันทน์ผา” 

“เตือนอะไร” สิ้นประโยคคำถามร่างบางก็ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนอนก่อนจะถูกคร่อมทับด้วยร่างแกร่ง ข้อมือบางถูกล็อกจนแนบสนิทไปกับเตียงนอน 

จันทน์ผาตื่นตระหนกเพียงชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มขณะจ้องลึกเข้าไปดวงตาคมฉายแววดุดันของคนบนร่าง 

“ยิ้มอะไร” 

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจันทน์จะกลัวงั้นเหรอเข็มทิศ” เข็มทิศไม่อาจคาดเดาได้ว่าที่อีกฝ่ายยังยิ้มได้เป็นเพราะว่าไม่กลัวหรือไม่รู้กันแน่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจพูดออกไปให้แน่ชัด 

“ฉันเป็นเกย์” 

“แล้วไง” 

“หมายถึงฉันชอบผู้ชาย” 

“งั้นเข็มทิศก็ชอบจันทน์สิ จันทน์ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน” 

“นายโง่หรือโง่กันแน่จันทน์ผา” 

“ถ้าจะมีตัวเลือกให้แค่นี้ก็ด่าจันทน์ว่าโง่ให้มันจบๆ ไปก็ได้นะ” 

“แล้วแต่นายจะคิดเถอะ” เข็มทิศถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เมื่อได้รับอิสระ จันทน์ผาจึงลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสะบัดข้อมือไปมาให้คลายเจ็บ 

เข็มทิศเหลือบมอง แอบรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อยที่ลงไม้ลงมือกับเจ้าตัวกะเปี๊ยกนั่น 

“เจ็บเหรอ ฉันขอโทษ” 

“ให้อยู่ด้วยสิ แล้วจันทน์จะยกโทษให้” 

“นายนี่มันเซ้าซี้จังวะ” ตั้งแต่เกิดมาเข็มทิศไม่เคยเจอใครที่พูดยากพูดเย็นเท่านี้ บอกว่าเป็นเกย์ก็แล้ว ข่มขวัญด้วยการกดลงบนเตียงก็แล้วยังจะเชิดหน้ายิ้มแป้นขออยู่ด้วยอีก 

“บ้านนี้น่ะสภาพแย่มากเลยไม่ใช่เหรอ ถ้าเข็มทิศให้จันทน์อยู่ด้วยเดี๋ยวจันทน์ทำความสะอาดบ้านเป็นการตอบแทนก็ได้” บ้านโบราณหลังแค่นี้เทียบกับศาลากับกุฎิวัดที่จันทน์ผาเคยถูกหลวงตาลงโทษให้ทำความสะอาดไม่ได้ซักนิด 

พอนึกถึงหลวงตา ดวงหน้าที่เคยสดใสก็หม่นลงก่อนน้ำหยดใสจะไหลรินอย่างสุดกลั้น 

เข็มทิศทำอะไรไม่ถูก เขาปลอบใจคนอื่นไม่เก่งจึงได้แต่ยืนหันรีหันขวางและเอ่ยคำที่แสนแย่ออกไปโดยไม่รู้ตัว 

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตาเลย” 

จันทน์ผาถูกเสียงของเข็มทิศเรียกสติ เขาสูดน้ำมูกพร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาแต่ดูเหมือนว่ายิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลจนแก้มเปียก 

“จะ จันทน์ ไม่ได้ ฮึก บีบ มัน ฮึก...” จันทน์ผาอยากจะบอกว่าตัวเองไม่ได้บีบน้ำตาซักหน่อย มันไหลของมันเองต่างหาก แต่ก็ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ กลับดูเหมือนว่านั่นจะเป็นโชคดี 

เข็มทิศเป็นคนที่แพ้น้ำตามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

เขาพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ใจอ่อนแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้จนได้  

"อยากอยู่ก็อยู่ไป แต่จำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าฉันจับตามองนายอยู่” แทนที่คนถูกข่มขู่จะนึกหวั่นแต่จันทน์ผากลับยิ้มออกมาทั้งน้ำตา 

  

เพราะมีคนแปลกหน้ามานอนร่วมเตียงเข็มทิศจึงนอนไม่ค่อยหลับ ไอ้โรคแพ้น้ำตาทำให้คนอื่นมองว่าเขาเป็นคนใจดี แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยชอบมันเลย ถ้าใจแข็งได้มากกว่านี้คงไม่ต้องรับคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยหรอก  

เข็มทิศนอนก่ายหน้าผากมองเพดานคิดหาข้อดีของการมีจันทน์ผาอยู่ด้วย แม้จะมีไม่มากแต่อย่างน้อยเขาก็เจอข้อดีแม้จะมีเพียงหนึ่งข้อก็ตาม การมีเพื่อนอยู่ด้วยกันในบ้านที่เงียบสงัดก็ทำให้คลายความกลัวลงได้บ้าง 

เจ้าของบ้านพลิกตัวอีกครั้ง คราวนี้เขานอนตะแคงเท้าคางมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนข้างกัน อดคิดไม่ได้ว่านี่มันขี้โกงชัดๆ ขณะที่เขานอนตาแข็งค้างไม่ว่าจะข่มตาเท่าไหร่ก็หลับไม่ลง จันทน์ผากลับหลับลึกจนได้ยินเสียงหายใจดังฟี้ๆ 

เข็มทิศรู้ดีว่าการลอบสำรวจสรีระคนอื่นเป็นเรื่องไม่ควรทำแต่เขาก็อดกวาดสายตามองเรือนร่างของจันทน์ผาไม่ได้ 

ยอมรับว่ารูปร่างของจันทน์ผาคล้ายคลึงหุ่นที่เคยตั้งอยู่ข้างประตูอยู่ไม่น้อยแต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่หุ่นจะกลายร่างเป็นคน 

และถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่มีความเป็นไปได้เลยแต่เขาก็ยังรู้สึกว่าจันทน์ผาเหมือนใครบางคนที่เคยเจอที่ไหนสักแห่ง 

คิดพลางขยับกายเข้าไปใกล้ๆ ใช้ดวงตาคู่คมสำรวจอีกฝ่ายอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก 

จันทน์ผาเป็นชายหนุ่มร่างเล็กเพรียวบางเหมือนกับต้นไผ่ ขาวเนียนเหมือนกับหัวไชเท้า เมื่อเทียบกันแล้วดูเหมือนอีกฝ่ายจะสูงแค่ไหล่ของเข็มทิศเองมั้ง เพราะตอนที่ยืนเถียงกันเขาต้องก้มมองขณะที่คนตัวเล็กเงยหน้าเถียงจนคอเป็นเอ็น ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีซีดเหมือนกับผิวราวกับว่าไม่ได้สัมผัสแสงแดดมาเป็นเวลานานทั้งที่อากาศประเทศไทยร้อนอย่างกับซ้อมตกนรก แถมแขนขาเรียวยังดูไร้เรี่ยวแรง เพียงเขาผลักเบาๆ ก็คงล้มกลิ้งตกบันไดอย่างง่ายดาย 

สำรวจอีกฝ่ายจนทั่วแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าดูอ่อนแอและอ่อนแรงขนาดนี้ใช้ชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไรกัน 

 

จันทน์ผาตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่สดใส ที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มอุ่นๆ ทำให้เขานอนหลับสนิทที่สุดในรอบร้อยปี 

ป่านนี้ทุกคนที่เขารู้จักคงล้มหายตายจากไปหมดแล้ว 

คิดแล้วก็แค้นตาแก่นั่นชะมัด กล้าดียังไงมาร่ายคาถาสาปให้เขาตัวแข็งเป็นหิน แม้รู้อยู่เต็มอกว่าแค้นไปก็เปล่าประโยชน์เพราะไม่มีทางได้แก้แค้นแต่ก็ห้ามความร้อนรุ่มที่กำลังประทุอยู่ในใจไม่ได้เลย 

จันทน์ผายกมือขึ้นกอดตัวเอง เมื่อร้อยปีก่อนเด็กกำพร้าอย่างเขาทั้งเหงาและว้าเหว่แต่ตอนนี้ความเหงาและว้าเหว่นั้นเพิ่มพูนขึ้นเป็นร้อยเท่า นอกจากโทษตาแก่นั่นก็คงต้องโทษความโชคร้ายที่คืบคลานเข้ามาหาเขาไม่หยุดไม่หย่อน 

ชีวิตคงถูกลิขิตมาแบบนี้ จันทน์ผาคิดอย่างปลงตก 

ขณะก้าวลงจากเตียงประตูห้องนอนก็เปิดออก เป็นชายหนุ่มเจ้าของบ้านคนใหม่นั่นเองที่โผล่เข้ามา 

“มาอาศัยเขาอยู่ยังกล้าตื่นสายกว่าเจ้าของบ้านอีก” เจอหน้ากันก็แขวะเลย แต่ไม่เป็นไรจันทน์ผาไม่โกรธ เพราะเข็มทิศน่ะใจดีถึงแม้ว่าบางครั้งคำพูดจะดูแย่ก็ตาม 

“ที่นอนเข็มทิศน่ะดีมากเลย หมอนก็นุ้มนุ่ม นอนหลับสบายสุดๆ ไปเลยล่ะ” 

“เวอร์” 

“คืออะไร” จันทน์ผาถามเพราะตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน 

“ก็คือเวอร์ไง” 

“ไม่เห็นจะเข้าใจ” คนที่กำลังทำหน้ายุ่งเกาหัวแกรก เดินตามหลังเจ้าของบ้านลงไปชั้นล่างแต่ก็ยังไม่เลิกถาม 

“อธิบายให้ฟังหน่อยสิเข็มทิศ” 

“เลิกแกล้งโง่ซักทีได้มั้ย” 

“ไม่ได้แกล้งแล้วก็ไม่ได้โง่ด้วย แค่ไม่เข้าใจเฉยๆ เข็มทิศช่วยอธิบายให้ฟังก็จบแล้วนะ” 

“เมื่อยปาก ขี้เกียจจะพูดกับนาย” 

“งั้นจันทน์ช่วยนวดให้มั้ย ที่วัดน่ะจันทน์นวดเก่งที่สุดเลยนะ แต่เมื่อยปากเนี่ยต้องนวดตรงไหนอะ” มัวแต่สงสัยจึงไม่รู้ว่าเข็มทิศที่ก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายไปแล้วหมุนตัวกลับมามอง 

เข็มทิศมองคนที่กำลังก้าวลงมาขณะนับหนึ่งถึงสามในใจ ถ้ายังมัวแต่เหม่ออยู่อย่างนี้มีหวังชนเขาเข้าอย่างจังแน่และก็ไม่ผิดจากที่คาดเลย 

“ระวังหน่อย” เข็มทิศรวบเอวจันทน์ผาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายชนเขาอย่างจังจนเกือบหงายหลัง 

“เข็มทิศใจดีจังกอดจันทน์ไว้ทันด้วย” ยังมีหน้ามายิ้มสดใสอีก เข็มทิศนึกหมั่นไส้อีกฝ่ายไม่หยอก ถ้ารู้ว่าจะทะเล้นขนาดนี้ปล่อยให้ล้มก้นกระแทกไปซะก็ดี 

“ยืนดีๆ” เข็มทิศดุเมื่อจันทน์ผาไม่ยอมยืนตัวตรงแต่กลับโถมตัวมาพิงอกเขา 

“บอกก่อนว่าเวอร์หมายถึงอะไร” 

“จะเล่นอย่างนี้ใช่มั้ยจันทน์ผา” 

“ไม่ได้เล่นนะ จันทน์อยากรู้จริงๆ” 

“ฉันไม่ยอมแพ้นายง่ายๆ หรอก บอกไว้ก่อน” ยอมแพ้อะไรกัน จันทน์ผาขมวดคิ้วด้วยความงุนงงกับประโยคนั้นของเข็มทิศเพราะเขาน่ะไม่เคยชวนอีกฝ่ายแข่งขันเลยนี่นา 

และขณะที่กำลังคิดอย่างจริงจังอ้อมกอดของเข็มทิศก็กระชับขึ้นก่อนเท้าจะลอยจากพื้น ตอนนี้เองที่จันทน์ผาเข้าใจแล้วว่าเข็มทิศต้องการจะสื่ออะไร 

แค่ไม่อยากตอบคำถามกันจำเป็นต้องอุ้มแล้วเหวี่ยงไปรอบๆ แรงขนาดนี้เลยเหรอ  

แม้จะตัวเล็กแต่จันทน์ผาก็เป็นผู้ชายนะ ระวังเถอะเหวี่ยงกันมากๆ เข็มทิศนั่นแหละจะปวดแขนแล้วพอปวดก็อย่ามาขอให้จันทน์ช่วยนวดแล้วกัน 

ความคิดเห็น