facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อโชคชะตาและชาติกำเนิดนำพานางไปสู่เส้นทางที่คนธรรมดาได้แต่วาดฝันถึง หนทางแห่งการเป็นเซียนได้เปิดขึ้นแล้ว!

ตอนนที่ 29 แอบฟังเรื่องบุพเพ

ชื่อตอน : ตอนนที่ 29 แอบฟังเรื่องบุพเพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนนที่ 29 แอบฟังเรื่องบุพเพ
แบบอักษร

 

“หู่โถว ถ้าเช่นนี้แล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าก็ไม่เคยพบฮวาเชียนซู่มาก่อนน่ะสิ” มั่วชิงเฉินถาม 

หู่โถวขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ชิงเฉิน เจ้าควรจะเรียนท่านพี่เชียนซู่ถึงจะถูก” 

มั่วชิงเฉินแอบเหลือกตา 

“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ พี่เชียนซู่ออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว อย่างไรเสียหู่โถวก็เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกน่ะ ใช่แล้ว เมื่อวานมารดาข้าบอกว่าขอบคุณที่เจ้าให้ลูกท้อมา จะให้เจ้าไปกินข้าวบ้านข้าวันนี้ล่ะ” หู่โถวตบศีรษะราวกับจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ 

“โอ้ ไม่ต้องหรอก หากข้าไม่กลับไปท่านปู่ต้องร้อนใจแน่ๆ เลย” มั่วชิงเฉินเอ่ย 

หู่โถวยักคางใส่อวิ๋นจือว่า “นั่นจะเป็นอะไรไป ให้อวิ๋นจือกลับไปรายงานก็ได้แล้ว” 

“นี่...” ใจมั่วชิงเฉินไม่ค่อยอยากไป นางยังคิดถึงเข็มกล้วยไม้ปัดจุดของนางอยู่เลย 

“เอาล่ะๆ มารดาข้าเป็นคนดีมากเลยนะ” หู่โถวพูดพลางออกแรงลากมือมั่วชิงเฉินมุ่งไปข้างหน้า 

มั่วชิงเฉินพูดกับอวิ๋นจืออย่างช่วยไม่ได้ว่า “พี่อวิ๋นจือ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพี่กลับไปบอกท่านปู่สักคำเถอะนะ” 

“เจ้าค่ะ คุณหนู ถ้าเช่นนั้นอีกสักครู่อวิ๋นจือค่อยมารับท่าน” อวิ๋นจือเอ่ย 

“ไม่ต้องหรอก ถึงเวลาข้าให้เฉินเฟิงส่งชิงเฉินกลับไปก็แล้วกัน” หู่โถวเอ่ย 

มั่วชิงเฉินตามหู่โถวเดินไปเป็นเวลาหนึ่งเค่อเต็มๆ ถึงได้ทะลุประตูดอกระย้าเข้าสู่สวนแห่งหนึ่ง 

“หู่โถว บ้านเจ้าไกลจากโถงเฉาหยางจังเลย” มั่วชิงเฉินถอนใจว่า 

หู่โถวแสดงสีหน้าปลอบใจว่า “อย่าใจร้อน นี่ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วหรอกหรือ” 

ถูกเด็กอายุห้าขวบตัวกะเปี๊ยกปลอบใจ มั่วชิงเฉินรู้สึกจะร้องไห้ก็ไม่ใช่จะหัวเราะก็ไม่ใช่ มองไปข้างหน้าปรากฏว่ามีแหล่งพำนักอยู่จริงๆ  

“ไปกันเถอะ ถึงบ้านข้าแล้ว ใช่แล้ว บิดาของข้าอยู่อันดับสิบเอ็ดในตระกูล เจ้าเรียกมารดาข้าว่าอาสะใภ้สิบเอ็ดนะ” หู่โถวกำชับ 

“รู้แล้วล่ะ” มั่วชิงเฉินพูดพลางตามหู่โถวเข้าไปข้างใน 

“พี่เหยา ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานน้องสิบสามวิ่งไปอาละวาดถึงที่ท่านหัวหน้าตระกูลนั่นแน่ะ” เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวลอยมา 

เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นว่า “น้องสิบสามคนนี้ ยังเหลวไหลเช่นเดิม!” 

“นั่นก็ว่าน้องสิบสามไม่ได้ เชียนซู่เด็กคนนั้นเดิมเป็นญาติที่ห่างออกไปของตระกูลฮวาไม่ค่อยมีข่าวคราวมาตลอด แม้แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาออกจากบ้านไปบำเพ็ญเพียรตั้งแต่เมื่อไร ใครจะคิดว่าเมื่อกลับมาก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นหนุ่มน้อยที่โดดเด่นเช่นนั้น แม้ลำดับรุ่นจะด้อยไปเสียหน่อยแต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรเช่นเรา จะให้ความสำคัญกับเหตุผลของโลกฆราวาสเหล่านั้นได้เช่นไร หากดูเฉพาะความสามารถ เชียนซู่ย่อมไม่ทำให้น้องสิบสามต้องอับอายแน่นอน” หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อนโยน 

มั่วชิงเฉินลืมตาโตด้วยความตกใจ หู่โถวรีบลากนางไปอยู่หัวมุมยื่นนิ้วมือออกมา ชู่ ให้นางอย่าออกเสียง 

มั่วชิงเฉินรู้สึกแปลกใจ มิใช่บอกว่าหลังจากเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณระยะหลังก็จะมีจิตสัมผัสหรือ ความเข้าใจต่อสิ่งรอบข้างจะยิ่งกว้างไกลขึ้นตามตบะที่สูงขึ้น การที่ตนหลบอยู่ตรงนี้แอบฟังจะไม่ถูกพบอย่างนั้นหรือ 

ความจริงคือมั่วชิงเฉินไม่เข้าใจค่อยเข้าใจเรื่องนี้ แม้ผู้บำเพ็ญเพียรมีจิตสัมผัส แต่เวลาปกติจะไม่ปล่อยออก มีเพียงเวลาจำเป็นจึงจะปล่อยออกมาเท่านั้น เช่นนี้แล้วแม้ไม่ใช้ตาดูสภาพรอบข้างก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้  

บิดามารมาของหู่โถวที่อยู่ด้านใน คุยสัพเพเหระเรื่องในครอบครัวย่อมไม่ได้ปล่อยจิตสัมผัสออกมาเป็นพิเศษ 

“หรุ่ยเอ๋อร์ ข้ากลับรู้สึกว่าเชียนซู่เด็กคนนั้นมีบางสิ่งผิดปกติ” ชายหนุ่มเอ่ยอีก 

“เป็นเช่นไรหรือ” 

“เจ้าไม่รู้สึกว่าเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลฮวาเจ้าปฏิบัติต่อเด็กคนนั้นพิเศษเกินไปหรอกหรือ” ชายหนุ่มเอ่ย 

เสียงหญิงสาวแฝงด้วยความออดอ้อนปนต่อว่าเล็กน้อยว่า “พี่เหยา ปีนี้เชียนซู่เพิ่งยี่สิบปี ก็อยู่ระดับหลอมลมปราณขั้นสิบเอ็ดแล้วนะ! ให้ข้าว่านะ คนในตระกูลมั่วเราที่คู่ควรกับเชียนซู่ที่สุดก็คือเฟยเยียนเด็กคนนั้น เพียงแต่เฟยเยียนก็เด็กเกินไปเสียหน่อย” 

จากนั้นก็ได้ยินชายหนุ่มว่า “น้องสิบสามกับเชียนซู่อายุยังน้อยทั้งคู่ ไยต้องรีบร้อนตกลงเรื่องแต่งงานกันด้วยเล่า!” 

“พี่เหยา ไยท่านยังมองไม่ปรุโปร่งอีก เชียนซู่อนาคตไร้ขีดจำกัด ตระกูลฝ่ายมารดาข้ามาสู่ขอตระกูลมั่วเรา พวกท่านหัวหน้าตระกูลย่อมอยากส่งเสริมเรื่องดีงามนี้” หญิงสาวต่อว่า 

“เพียงแต่นี่จะฉุกละหุกไปเสียหน่อย น้องสิบสามกับเชียนซู่ยังไม่เคยพบหน้ากันเลยนะ ข้ายังไม่รู้ว่าด้วยนิสัยของน้องสิบสามแล้วจะก่อเรื่องเช่นไรออกมา เจ้าลืมพี่หกตอนนั้นแล้วหรือ เดิมนางเป็นผู้ที่คุณสมบัติโดดเด่นที่สุดในหมู่พวกเรา หากไม่ใช่...” 

ทันใดนั้นก็ได้ยินหญิงสาวรีบร้อนพูดว่า “พี่เหยา ท่านลืมแล้วหรือท่านหัวหน้าตระกูลออกคำสั่งห้ามแล้ว ห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีกเด็ดขาด” 

“เอาเถิด หรุ่ยเอ๋อร์ ข้าก็แค่พูดกับเจ้าเท่านั้น” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำ 

“พี่เหยา ท่านก็อย่าห่วงน้องสิบสามเลย ได้ยินบิดาข้าบอกว่าเชียนซู่มีธุระออกจากบ้านไปอีกแล้ว รอเขากลับมาค่อยเชิญเขามาเที่ยวที่บ้าน ขอเพียงน้องสิบสามได้พบก็ไม่อาละวาดแล้วล่ะ” 

“หรุ่ยเอ๋อร์ เจ้าพูดถูก...” 

“ไอยา พี่เหยา หู่โถวจะกลับมาแล้ว ท่านอย่าทำเหลวไหล...” 

เดิมทีมั่วชิงเฉินกำลังแอบฟังความลับอย่างออกรสออกชาติ ไม่คิดว่าถึงท้ายสุดสองสามีภรรยาจะหยอกล้อกันขึ้นมา จึงอดผลักหู่โถวด้วยความเคอะเขินไม่ได้ 

หู่โถวกลับมีสีหน้างุนงง เห็นมั่วชิงเฉินผลักเขาจึงลากมั่วชิงเฉินแล้ววิ่งออกไปว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว” 

มั่วชิงเฉินมองไปเงียบๆ เห็นใบหน้าหญิงสาวมีสีแดงเรื่อวาบผ่านจริงๆ นางกระแอมคราหนึ่งว่า “หู่โถวกลับมาแล้วหรือ เอ่อ นี่คือเจ้าสิบหกสินะ” 

“ชิงเฉินขอคารวะท่านอาสิบเอ็ด ท่าอาสะใภ้สิบเอ็ด” มั่วชิงเฉินคำนับอย่างน่าเอ็นดู 

หญิงสาวผู้นั้นดึงมั่วชิงเฉินเข้ามาว่า “เป็นเด็กที่รู้มารยาทดีจริง รีบๆ เข้ามา อาสะใภ้สิบเอ็ดได้ยินมานานแล้วว่าเจ้าคอยดูแลหู่โถว บัดนี้ถึงเรียกเจ้ามาที่บ้าน เจ้าไม่โทษอาสะใภ้ถึงจะถูก” 

“อาสะใภ้สิบเอ็ดพูดเล่นแล้ว ชิงเฉินเพิ่งมาถึงยังไม่เข้าใจเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ยังดีที่ได้หู่โถวคอยดูแลเจ้าค่ะ” มั่วชิงเฉินเอ่ย 

อาหารมื้อนี้อุดมสมบูรณ์มากทีเดียว เนื่องด้วยมีหู่โถวเป็นเพื่อน อาสะใภ้สิบเอ็ดก็ดูมีความสุขเป็นพิเศษ อาสิบเอ็ดแม้ไม่ค่อยพูดแต่ก็ไม่ให้ความรู้สึกกดดันแต่อย่างใด มั่งชิงเฉินจึงกินได้อย่างค่อนข้างตามสบาย 

อาสะใภ้สิบเอ็ดนั้นก็ไม่ค่อยสนใจระเบียบกินไม่พูดนอนไม่คุย ในเวลาหนึ่งมื้ออาหารถามคำถามมั่วชิงเฉินไปไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถามถึงชีวิตของมั่วชิงเฉินในหมู่บ้านดอกท้อเมื่อก่อน ระหว่างฟังยังถอนใจบ่อยๆ พูดเพียงว่าเด็กที่น่าสงสาร เจ้าต้องลำบากแล้วนะ  

“ชิงเฉิน บิดาและอาสิบเอ็ดของเจ้าสนิทกันมาตลอด บัดนี้แม้บิดาเจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าก็ไม่ต้องเห็นว่าเป็นคนนอก หากมีเรื่องอันใด มาหาท่านอาและอาสะใภ้ก็แล้วกัน” ก่อนจากกันยืนอยู่หน้าประตู อาสะใภ้สิบเอ็ดดึงมือมั่วชิงเฉินเอ่ย 

มั่วชิงเฉินรีบพูดว่า “ขอบคุณท่านอาสะใภ้สิบเอ็ด ชิงเฉินจำไว้แล้วเจ้าค่ะ” 

ในเวลานี้เอง ไกลออกไปมีชายหนุ่มแปลกหน้าผู้หนึ่งจู่ๆ ยิ่งเดินยิ่งใกล้เข้ามา ก้าวหนึ่งก้าวออกไปไกลหลายจั้ง เห็นชัดว่าใช้คาถาเหยียบลม 

“น้องสิบสอง?” มั่วสิบเอ็ดเห็นผู้มาเยือนจึงเรียกอย่างประหลาดใจ 

ชายหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าราวกับเด็ก เดินมาใกล้แล้วจึงรีบหยุดก้าวเท้าว่า “แย่แล้ว พี่สิบเอ็ด น้องสิบสามทุบของขวัญที่ตระกูลฮวาส่งมาหมั้นหมายทิ้งแล้ว พวกท่านหัวหน้าตระกูลกำลังจะลงโทษตามกฎตระกูลอยู่น่ะ!”  

“อะไรนะ หรุ่ยเอ๋อร์ เจ้าอยู่บ้านดูหู่โถวไว้ดีๆ ข้าตามน้องสิบสองไปดูเสียหน่อย” มั่วสิบเอ็ดพูดพบก็ไม่รอภรรยาตอบรับ ใช้คาถาเหยียบลมพร้อมกับมั่วสิบสองจากไปไกลแล้ว 

“พี่เหยา...” อาสะใภ้สิบเอ็ดเรียกแล้วเรียกอีก จากนั้นส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ พูดกับตนเองว่า “ไม่รู้พวกท่านพ่อทางโน้นรู้หรือไม่ หากรู้แล้วด้วยอารมณ์ของท่านหัวหน้าตระกูล เกรงว่าการแต่งงานครั้งนี้จะชวดเสียแล้ว!” 

ความคิดเห็น