ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ทุกคนคือความสุขของเราสัญญาว่าจะเขียนให้ดี แล้วน้อมรับทุกคำติชมของทุกคนนะคะ(แต่อย่าเเรงมาก555) เม้นกันเยอะๆนะคะ

ชื่อตอน : 33งานแต่ง1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2563 21:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
33งานแต่ง1
แบบอักษร

ร่างของพิมพ์ประภัสถูกปลุกขึ้นในตอนเช้าตะวันโด่งที่เวลาร่วงเลยไปเกือบสี่โมงเช้า วันนี้เป็นวันที่เธอและเคเลนต้องบินไปงานแต่งของเพื่อนสนิทเขาพร้อมมีมีนาที่ขอตามติดเคเลนไปด้วยอีกคนเนื่องจากเธอกลัวว่าพิมพ์ประภัสจะรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะเธอคงไม่รู้จักใครในงาน 

“วันนี้พิมพ์ต้องบินตอน17.00น. นะพี่กะจะชวนพิมพ์หาของกินลองท้องไปก่อนด้วยเพราะเที่ยวบินมันยาวนาน” เสียงมีนาเจื้อยแจ้วดังแว่วมาจากนอกห้องเพราะเธอกำลังลากกระเป๋าใบเล็กสองใบอย่างทุลักทุเล 

“บนเครื่องเขาก็มีอาหารให้ทานนี่คะ”” เสียงใสตอบกลับ 

“ถึงมีพี่ก็ไม่ชอบ อีกอย่างครั้งนี้เราบินเครื่องบินส่วนตัวอาหารส่วนใหญ่ก็คงจะมีแต่อาหารฝรั่งตามแบบฉบับที่เคเลนชอบพี่ละเบื่อ” ปากบางบุ้ยขึ้นยามนึกถึงอาหารฝรั่งที่เธอกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มแถมรสชาติยังจืดชืดเอามากๆ 

“เราบินเครื่องส่วนตัวหรอคะ?” 

“ใช่ เราต้องบินเครื่องส่วนตัวเหตุเพราะคนบางคนไม่ชอบให้ใครมาจับตามอง” ร่างเล็กขยับยกกระเป๋าใบเล็กขึ้นแนบลำตัวก่อนจะพูดตอบอีกคน วันนี้เป็นวันหยุดของพวกแม่บ้านเธอเลยต้องยกของด้วยตัวเอง 

“พิมพ์ พิมพ์ไปแต่งตัวเถอะเดี๋ยวพี่ลงไปข้างล่างก่อนนะ” เสียงมีนาตะโกนเข้ามาในห้องอีกครั้งก่อนจะเดินผ่านไป 

รอเกือบสองชั่วโมงกว่าร่างของพิมพ์ประภัสจะเดินออกจากห้อง จนมีนากับเคเลนต่างแยกย้ายไปหาอะไรรับประทานกันก่อน ขืนรออีกคนโรคกระเพาะของเธอได้กำเริบอีกรอบเป็นแน่ 

“คงไปหาอะไรกินกันสินะหายกันไปขนาดนี้”  

เมื่อคิดเช่นนั้นพิมพ์ประภัสก็วางกระเป๋าอันน้อยนิดของเธอลงพร้อมกับหมุนตัวหันหลังกลับหวังเดินไปยังห้องครัว 

ทันทีที่เข้ามาถึงกลิ่นต้มยำรสเด็ดก็ลอยเข้าปะทะจมูกเข้าอย่างจัง รวมถึงกลิ่นความรักที่มันมาจากทั้งคู่ที่ยืนกอดเอวกันอยู่ร่วมด้วยช่วยกันปรุงรสอย่างพิถีพิถันดูท่าคงอร่อยน่าดู 

พิมพ์ประภัสแอบลอบมองการกระทำของทั้งคู่อยู่ห่างๆไม่วายพลางคิดถึงคนคนหนึ่งที่เงียบหายไปเลยหลังจากคืนอันขมขื่นนั้น 

เมื่อคิดเช่นนั้นหัวทุยก็สลัดไล่ความคิดที่เธอไม่ควรคิดจนผมยาวอันสลวยพริ้วตามทิศทาง 

“วันนี้ฉันยอมให้คุณกอดหรอกนะเห็นว่าทำงานมาเหนื่อยๆ” มีนาพูดขึ้นเสียงดัง ทั้งที่มือยังคงปรุงต้มตรงหน้าอยู่อย่างขมักเขม่น 

“รู้แล้วน่า..” เสียงครางยืดยาวดังขึ้นเล็กน้อย 

“นี่คุณไปนั่งรอตรโต๊ะทานข้าวไป ฉันทำอะไรไม่ถนัดเลยคุณเอาแต่กอดลัดฉันแบบนี้มีหวังวันนี้ต้มยำก็ไม่เสร็จ” น้ำเสียงใสเริ่มแข็งขึ้นเธอเริ่มรู้สึกลำคาญอย่างไงชอบกลก็ไม่รู้ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ยิ่งลำคาน 

เคเลนละออกจากอีกคนทันทีที่เธอพูดเสร็จแม้จะแอบน้อยใจนิดๆก็ตาม 

“อ้าว พิมพ์มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ทันทีที่ละออกจากร่างบางก็ทำให้เห็นอีกคนที่กำลังมองมายังทางเขากับแม่ตัวดีที่ออกปากไล่เขาอย่างไม่ใยดีด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ 

“ก็มาทันที่คุณถูกไล่แหล่ะค่ะ” ไหล่บางสั่นนิดๆด้วยความตลกเมื่อเห็นสีหน้าคนตรงหน้า 

“นี่อย่ามาขำผมแบบนี้นะ ผะ...” 

“พิมพ์มาก็ดีแล้วมากินข้าวก่อนเลยเรา เดี๋ยวเป็นลมอีก” ยังไม่ทันที่เคเลนจะพูดจบมีนาก็สวนขึ้นทันที 

“ได้เลยค่ะ” 

“ไปนั่งรอได้เลย รวมถึงคุณด้วย” ไม่วายหันมาถลึงตาใส่คนข้างๆที่กำลังทำหน้างอหงิก 

17.00น. ประเทศไทย 

“ทุกคนเตรียมขึ้นเครื่องได้เลยเดี๋ยวผมขอตัวโทรหาเพื่อนผมก่อน” เคเลนพูดก่อนจะโบกมือให้ทุกคนขึ้นไปก่อนรวมถึงมีนาด้วยที่ตอนนี้เธอเริ่มมองเขาแบบแปลกๆ 

โทรศัพท์เครื่องหรูถูกหยิบออกจากกระเป๋ากางเกงทันทีที่ร่างของทุกคนหายเข้าไปในเครื่องบิน 

ตื้ดดดดด ตื้ดดดดด ตื้ดดดดด 

“อือ” เสียงปลายสายกรอกเข้ามาอย่างคนเบื่อหน่าย 

“คุณเพื่อนครับเครื่องจะออกแล้วนะครับ เอาไงต่อ” เสียงทะเล้นปนจริงจังเอ่ยถามคนปลายสาย 

“เธอขึ้นเครื่องแล้วใช่ไหม” 

“ครับผม” 

“โอเครดีมาก” 

“เดี๋ยวก่อนเพื่อนรักมึงจะไม่ให้กูทำอะไรหรือมีอะไรอยากให้กูทำเลยหรอตอบมาแบบนี้คือ? เพื่อนไม่เข้าใจ” เคเลนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย 

“ไม่อ่ะ แค่นี้ก่อนนะ” 

“เห้ยเดี๋ยว ไอ้อลัน ดะ...” ปลายสายตัดลงทันทีที่พูดจบจนอีกคนยังคงงงงวยกับเหตุการณ์ดังกล่าว 

“เป็นเหี้ยอะไรของมันวะ” 

โทรศัพท์เครื่องหรูถูกเก็บลงที่เดิมอย่างงงๆก่อนจะหันหลังกลับเดินขึ้นเครื่องตามคนอื่นไป 

. 

. 

วันถัดมา 

สเปน 

 

 

ร่างระหงษ์ของอลิซสวมใส่ชุดสีขาวลากยาวหลายเมตรลายดอกไม้ปักอย่างละเอียดละออเหมาะสมกับราคาที่มีแต่คนมีเงินเท่านั้นที่จะซื้อใส่ได้ 

คอเรียวยืดขึ้นสวมใส่เครื่องเพชรอันล้ำค่าสมบัติเก่าแก่ของตระกูลที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นในบ้านอย่างประณีตบรรจงก่อนที่จะส่องกระจกบานตรงหน้าอย่างเพ่งพินิจ 

กระจกบานใหญ่ถูกกญิงสาวส่องแล้วส่องเล่านับครั้งไม่ท้วนหวังรอเวลาให้เดินผ่านมาโดยเร็วเพื่อจะได้เจอหน้าชายหนุ่มที่หนีหน้าเธอไปหลายวันนับตั้งแต่วันนั้นที่เธอทะเลาะกับเขา 

“แขกมากันพร้อมแล้วนะลูกสาวพ่อ วันนี้หนูดูสวยจนพ่อน้ำตาจะไหล่เลย” อีริคที่เดินเข้ามาดูลูกสาวพูดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆหวังดูหน้าลูกสาวสุดที่รักอีกครั้ง 

“พี่อลันล่ะคะมาหรือยัง” ใบหน้างามนิ่งราบเรียบทำเหมือนไม่เคยได้ยินคำถามเพราะเธอมีสิ่งที่ต้องการคำตอบมากกว่า 

“อลันมาถึงงานแล้วลูกรักลูกไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกำชับกำชาฝั่งนู้นอย่างดี” อีริคยิ่มร่าด้วยความดีใจเพราะเหตุนี้เขาถึงทนนิ่งดูดายไม่ได้จนต้องขึ้นมาหาลูกสาว ก่อนเวลา 

“แบบนี้ก็ดีสิค่ะค่อยคุ้มกับสิ่งที่อลิซทุ้มเทหน่อย” ร่างระหงษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจัดระเบียบชายกระโปรงนิดหน่อยพร้อมกับยกมือบางจัดผมที่มันเริ่มคลายตัวให้เซ็ทดังเดิม  

“เราต้องได้ทุกอย่างที่ทำให้ครอบครัวของเรากลับมาเป็นที่นับหน้าถือตาแบบเดิม คุณพ่อเชื่อใจอลิซนะทุกอย่างกำลังดี” 

สายตาอลิซที่เคยมีความเย่อหยิ่งแปลเปลี่ยนมาเป็นสายตาคมเข้มจิกกัดที่พร้อมจะชวดชิงทุกอย่างที่ทำให้เธอกลับมามีหน้ามีตามากกว่าเดิมรวมถึงครอบครัวตัวเธอด้วย 

“งั้นพ่อลงไปข้างล่างก่อนนะอีกประเดี๋ยวก็จะได้เวลาแล้วเดี๋ยวพ่อขึ้นมารับลูกนะเราจะเดินไปพร้อมกันด้วยความยิ่งใหญ่” อีริครีบพูดออกมาด้วยความดีใจ เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่ยอมมีลูกทั้งๆที่เขาไม่อยากมีเลยด้วยซ้ำ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว