facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อโชคชะตาและชาติกำเนิดนำพานางไปสู่เส้นทางที่คนธรรมดาได้แต่วาดฝันถึง หนทางแห่งการเป็นเซียนได้เปิดขึ้นแล้ว!

ตอนที่ 16 สุราเซียนชำระใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 สุราเซียนชำระใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 สุราเซียนชำระใจ
แบบอักษร

 

“เป็นอย่างไร นางหนู อร่อยใช่ไหมล่ะ” มั่วต้าเหนียนเห็นมั่วชิงเฉินชะงักจึงหัวเราะฮ่าๆ ถาม 

มั่วชิงเฉินกลืนสุราทิพย์ในปากลงไป พยักหน้าว่า “เจ้าค่ะ อร่อย” 

แอบสงสัยอยู่ในใจ รสชาติสุราทิพย์นี้ คล้ายจะยังเทียบสุราในขวดน้ำเต้าสุราของนางไม่ได้! 

ทว่าต่อจากนั้น มั่วชิงเฉินก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของสุรานี้และสุราในขวดน้ำเต้าสุรา 

เมื่อสุราทิพย์ตกถึงท้อง มีปราณอุ่นๆ เย็นๆ สายหนึ่งลอยขึ้นมาไม่ขาดสาย จากนั้นเวียนว่ายไปทั่วร่าง ทุกที่ที่ผ่านเนื้อหนังมังสาจะรู้สึกสบายสดชื่นขึ้นมา เหมือนทุกรูขุมขนกำลังขับขาน 

มั่วชิงเฉินจมดิ่งอยู่ในความรู้สึกแสนวิเศษนี้ ลืมไปชั่วขณะว่าตนอยู่แห่งหนใด รู้เพียงว่าเจ้าแมงตะกละโผล่ขึ้นมาแล้ว พลันยื่นมือคว้าขวดสุรา 

มั่วต้าเหนียนเห็นมั่วชิงเฉินแก้มแดงเรื่อ สีหน้ามึนงงยื่นมือออกไปคว้าขวดสุรา จึงรู้สึกน่าขันแล้วตีมือนางดังผัวะ “ผีสุราน้อย ห้ามดื่มต่อแล้ว!” 

มั่วชิงเฉินถึงได้รู้สึกตัวตาสว่างขึ้นมา หน้าแดงเรียกท่านปู่อย่างเขินอาย 

มั่วต้าเหนียนหัวเราะฮ่าๆ ว่า “นางหนู เจ้าดื่มสุราทิพย์เป็นครั้งแรก เมื่อสุราทิพย์ลงท้องล้างปอดชำระจิตเป็นเรื่องธรรมดา ต่อไปหากดื่มอีกก็จะไม่มีปฏิกิริยาแบบนี้อีก ทว่าเวลานี้เจ้ายังมีร่างคนสามัญ ดื่มได้เพียงจอกเล็กๆ เท่านั้น” 

มั่วชิงเฉินเหล่ขวดสุราอย่างเสียดายว่า “ท่านปู่ ครั้งก่อนท่านให้โอสถรวมวิญญาณแก่ข้ามิใช่บอกว่าต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมลมปราณก่อนจึงกินได้หรือเจ้าคะ เพราะเหตุใดท่านถึงให้ข้าดื่มสุราทิพย์ตอนนี้ล่ะ” 

มั่วต้าเหนียนรินสุราทิพย์ให้ตนหนึ่งจอกแหงนหน้าดื่มจนเกลี้ยง หรี่ตาว่า “นี่ก็คือความมหัศจรรย์ของสุราทิพย์ล่ะ นางหนู จำไว้นะ สมบัติมีค่าในฟ้าดิน โอสถล้ำค่าต่างๆ เหล่านั้น ไม่ได้เหมือนดั่งคนสามัญคิดไว้ว่ากินเพียงคำเดียวก็สามารถฟื้นจากความตายสร้างเลือดเนื้อขึ้นใหม่ กลับกันคนสามัญส่วนใหญ่กินแล้วร่างกายจะระเบิดถึงแก่ความตาย หญ้าทิพย์ผลไม้ทิพย์เหล่านั้นอุดมด้วยพลังปราณวิญญาณ ทว่าส่งผลรุนแรงและยุ่งเหยิง ต่อให้พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรกินแล้วก็อาจถูกพลังปราณวิญญาณทำร้ายได้ ยกเว้นเพียงไม่กี่อย่างที่ให้ผลอ่อนละมุน” 

เป็นครั้งแรกที่มั่วชิงเฉินฟังเรื่องเช่นนี้ รีบมองมั่วต้าเหนียนแล้วตั้งใจฟัง 

มั่วต้าเหนียนกล่าวต่อว่า “มีเพียงหลอมเป็นโอสถ ผู้บำเพ็ญเพียรกินแล้วจึงจะเพิ่มตบะหรือมีประโยชน์ในด้านอื่นซึ่งบอกไม่หมดหรอก นี่ก็คือสาเหตุที่นักหลอมโอสถเป็นที่นิยมในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ส่วนคนสามัญ ถึงแม้จะเป็นโอสถส่วนใหญ่ก็รับไม่ไหว ทว่าผลไม้ทิพย์หรือสุราทิพย์ที่หมักมาจากสมุนไพรทิพย์นั้นเป็นข้อยกเว้น แม้คนสามัญจะดื่มมากไม่ได้ ทว่าหากดื่มเล็กน้อยแต่พอเหมาะละก็ วิเศษอย่าบอกใครเชียว...” 

มั่วต้าเหนียนพูดพลางดื่มสุราทิพย์ มั่วชิงเฉินแอบกลืนน้ำลาย มองขวดสุราในมือเขาด้วยสายตาค่อนขอด ใจคิดว่าเราก็มีสุราเลิศรส แม้จะไม่มีผลอันน่าอัศจรรย์ แต่รสชาติอร่อยกว่านะ รอคืนนี้จะดื่มเสียให้หนำใจ! 

มั่วต้าเหนียนสังเกตเห็นสายตาของมั่วชิงเฉิน หยิกแก้มนางว่า “นางหนู อย่ามัวแต่คิดถึงสุราทิพ์เพียงเท่านี้เลย ปู่ว่าเจ้ารีบไปบำเพ็ญเพียรสักทีถึงจะถูก อย่าให้สุราเลิศรสที่หายากนี้ต้องเสียเปล่าล่ะ” 

มั่วชิงเฉินฟังออกถึงความหมายที่แฝงอยู่ รีบกล่าวขอบคุณ ไม่ทันได้กินข้าวเย็นก็รีบเข้าห้องกระโดดขึ้นเบาะรองนั่งข้างหน้าต่างแล้วหลับตาบำเพ็ญเพียรขึ้นมา 

สุราทิพย์ลงท้อง ล้างปอดชำระใจ จิตมั่วชิงเฉินสงบนิ่ง หนึ่งผ่อน หนึ่งเข้า สามยาว สองสั้น ลมหายใจของนางราวกับประสานเข้ากับจังหวะแสนวิเศษบางสิ่งอย่างช้าๆ 

มั่วชิงเฉินรู้สึกว่าเดิมทีตรงหน้าที่มืดตึดตื๋อค่อยๆ สว่างขึ้นมา มีแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วน ราวกับบนผ้าม่านสีดำแขวนเต็มไว้ด้วยดวงดาวในพริบตา 

นั่นคือปราณวิญญาณ นางทำขั้นที่หนึ่งของการดึงลมปราณเข้าร่างได้แล้ว ตระหนักถึงการคงอยู่ของปราณวิญญาณ! 

มั่วชิงเฉินรู้สึกปีติยินดีในใจ ต่อมาข้างหน้าก็มืดสนิทจึงจำต้องลืมตาขึ้น 

นางถอนใจด้วยความหงุดหงิด หรือว่าตนยังแน่วแน่ไม่พอนะ 

มั่วชิงเฉินหลับตาลงอีกครั้ง ค่อยๆ ปรับลมหายใจให้เหมือนจังหวะเมื่อสักครู่ และแล้วด้านหน้าก็ปรากฏแสงระยิบระยับอีกครั้งจริงๆ 

นางร่ายคาถาที่ท่องจนคล่องตั้งนานแล้ว ทดลองดึงแสงเป็นจุดๆ ที่กระจายอยู่ทั่วฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย กลับพบว่าพวกมันเหมือนเด็กซุกซนทั้งหลาย ทุกครั้งที่เพิ่งจะสัมผัสร่างกายนางก็หัวเราะคิกคักวิ่งจากไป 

หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว มั่วชิงเฉินลืมตาอย่างช่วยไม่ได้ 

“กินอะไรก่อนแล้วกัน” มั่วชิงเฉินพูดกับตนเองแล้วเดินออกไปข้างนอก 

เดินไปถึงทางเข้าโถงมั่วชิงเฉินต้องชะงักเมื่อเห็นอวิ๋นจือมือข้างหนึ่งเท้าคาง กำลังสัปหงก 

ได้ยินถึงความเคลื่อนไหวอวิ๋นจือลืมตาขึ้นเอ่ยว่า “คุณหนู บำเพ็ญเพียรเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวจะไปยกอาหารมาให้เจ้าค่ะ” 

มั่วชิงเฉินยังไม่ทันพูดอวิ๋นจือก็เดินออกไปเหมือนลมพัด เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมถาดในมือ ด้านบนเต็มไปด้วยอาหารควันร้อนกรุ่น 

ท้องมั่วชิงเฉินร้องจ๊อกๆ อย่างควบคุมไม่ได้ นางล้างมือแล้วรับตะเกียบที่ห่อด้วยผ้าขาวที่อวิ๋นจือส่งมาให้แล้วว่า “พี่อวิ๋นจือ ลำบากพี่แล้วนะ ต่อไปหากข้าบำเพ็ญพี่ไม่ต้องรอหรอกนะ” 

อวิ๋นจือต่อว่า “คุณหนูพูดอะไรเช่นนี้ การปรนนิบัติคุณหนูให้ดีเป็นหน้าที่ของอวิ๋นจือ นายท่านห้าบอกไว้แล้ว คุณหนูบำเพ็ญเพียร อีกสักครู่ต้องหิวแน่ๆ อาหารนี้อวิ๋นจือใช้เตาเล็กในครัวอุ่นไว้ตลอดเลย สะดวกมากเจ้าค่ะ ใช่แล้ว ลูกท้อนี้นายท่านห้าให้อวิ๋นจือมอบให้ท่าน บอกว่าหลังอาหารสามารถรับประทานได้หนึ่งผล” 

อวิ๋นจือพูดพลางยกลูกท้อจานหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะที่มุมห้อง 

มั่วชิงเฉินมองดูลูกท้อลูกใหญ่สีขาวอมชมพูในจานกระเบื้องสีขาว ดูก็รู้ว่าเนื้อแน่นน้ำเยอะ ความอบอุ่นท่วมท้นเต็มหัวใจ 

“หวานจังเลย” มั่วชิงเฉินถอนใจ มานี่ได้สามวันแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้กินลูกท้อที่ขึ้นเต็มต้นท้อในลานบ้าน 

“แน่นอนสิเจ้าคะ ต้นท้อต้นนั้นอายุได้ร้อยกว่าปีแล้ว นายท่านห้าใช้น้ำแช่หญ้าทิพย์รดให้มันบ่อยๆ คิดว่าต้นท้อต้นนั้นแม้ไม่มีสติปัญญาแต่ก็มีจิตวิญญาณแล้วล่ะ ผลที่ออกมาต้องไม่เลวแน่นอน” อวิ๋นจือพูดหน้าตาภูมิใจ 

มั่วชิงเฉินกลืนเนื้อผลท้อในปากแล้วว่า “พี่อวิ๋นจือ พี่รู้เรื่องเยอะจังเลย” 

อวิ๋นจือยื้มแล้วว่า “บ่าวฟังพี่สาวพูดมาเจ้าค่ะ” 

“พี่อวิ๋นจือ พี่ยังมีพี่สาวอีกหรือ” มั่วชิงเฉินถาม 

อวิ๋นจือมองมั่วชิงเฉินปราดหนึ่งอย่างน่าขันว่า “มีสิเจ้าคะ อวิ๋นจืออยู่บ้านเป็นบุตรคนที่สอง ก่อนหน้าอวิ๋นจือยังมีพี่สาวคนหนึ่งชื่ออวิ๋นซาน ท่านพี่ร้ายกาจมาก เป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูเก้าแน่ะ! คุณหนูเก้าเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่สุดในตระกูล อายุเพียงแค่สิบขวบก็...” 

พูดถึงตรงนี้อวิ๋นจือราวกับรู้สึกว่าไม่ควรชมคนอื่นต่อหน้ามั่วชิงเฉิน จึงหุบปากอย่างกระดากอาย 

มั่วชิงเฉินหัวเราะเบาๆ ว่า “พี่อวิ๋นจือ ข้าได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าท่านพี่เก้าน่ะร้ายกาจ วันก่อนข้าเจอนางก็รู้สึกว่านางสมคำเล่าลือนะ พี่พูดต่อสิ พี่อวิ๋นซานเป็นสาวใช้ส่วนตัวของท่านพี่เก้า นางรู้เรื่องของท่านปู่ข้าที่นี่ได้อย่างไรล่ะ” 

“เพราะคุณหนูเก้าเจ้าค่ะ แม้ปกตินางไม่ค่อยมักจี่กับคนอื่นทว่ากลับชอบรับประทานลูกท้อที่ออกบนต้นท้อในลานบ้านของนายท่านห้า ก่อนท่านจะมาไม่กี่วันเพิ่งให้พี่สาวบ่าวมาขอจากนายท่านห้าไปตะกร้าหนึ่ง จากนั้นบ่าวก็กลายเป็นสาวใช้ส่วนตัวของท่าน พี่สาวยังล้อบ่าวว่าต่อไปจะขอลูกท้อก็สะดวกแล้วล่ะ” อวิ๋นจือกล่าว 

“พี่อวิ๋นจือ พี่เคยกินลูกท้อนี้ไหม” จู่ๆ มั่วชิงเฉินก็ถามขึ้นมา 

อวิ๋นจือสีหน้าเปลี่ยนทันที คุกเข่าดังตึงว่า “คุณหนู อวิ๋นจือไม่กล้าขโมยกินเด็ดขาด คำพูดเมื่อสักครู่เป็นเพียงคำล้อเล่นของอวิ๋นจือกับพี่สาวเท่านั้น...” 

ความคิดเห็น