email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 276

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2563 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32
แบบอักษร

“สวัสดีค่าผุหมวด” แตนเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นก้องเกียรติเดินขึ้นบันไดบ้านมา

“สวัสดีจ๊ะ สวัสดีครับคุณลุง สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มตอบรับคำทักทายนั้นก่อนที่จะหันไปไหว้และกล่าวทักทายกับผู้ใหญ่ทั้งสองของบ้าน

“ไปใสมาครับผุหมวดคือมาค่ำมามืดแท่” สนเอ่ยถามขึ้นบ้างแต่ดูจะไปทางชวนคุยเสียมากกว่าเมื่อเห็นว่าอาคันตุกะผู้มาเยือนนั้นได้นั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เอ่อ..ขอโทษครับที่มาค่ำเอาป่านนี้ ทีแรกก็ว่าออกเวรแล้วจะมาเลยแต่เผอิญพอดีว่าท่านสารวัตรเรียกเข้าไปพบเสียก่อน ก็เลยมาช้าไปหน่อยน่ะครับลุง” เขาบอกออกไปตามตรงก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างที่ด้านล่างจึงเอ่ยถามต่อ

“เอ๋! เมื่อตะกี้นี้ผมเห็นมีควายผูกอยู่ที่ใต้ถุนบ้านตัวนึงนี่ครับ ครั้งก่อนมาไม่เห็นมีเลย”

“ครับผุหมวดฮอเก๊าะได่มามื่อเช่านี่ล่ะครับ ผมไปขอแบ่งมากับจานสาเผิ่น อยากได่มาเลี้ยงไว่แทนโตเก่าที่เพิ่งจะขายไปวางปีที่แล้วนี่ครับ” ที่นายสนบอกไปแบบนั้นก็เพราะว่า เมื่อต้นปีที่แล้วนั้นเขาจำเป็นต้องใช้เงินก้อนหนึ่งแต่ที่บ้านนั้นไม่ได้มีเงินสำรองอยู่มากนักจึงจำเป็นต้องขายควายตัวที่เคยเลี้ยงมาไปก่อน และเมื่อหน้าเกี่ยวข้าวเสร็จที่พึ่งผ่านมานี้นั้นได้ข้าวมาพอสมควรอยู่จึงได้คิดหาชื้อควายตัวใหม่มาเลี้ยงไว้แทนตัวเก่าที่ได้ขายไปแล้วนั่นเอง แล้วนายสนก็ยังได้เล่าให้ชายหนุ่มฟังอีกว่าเขากำลังคิดที่จะขุดสระโดยขยายออกมาจากหนองน้ำหนองเดิมที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้น แล้วจะลองทำเป็นไร่นาแบบสวนผสมดู เพราะมีเพื่อนบ้านหลายคนทำแล้วได้ผลดีพอสมควรทีเดียว

“ก็ดีน่ะสิครับลุง แล้วถ้าหากว่าหนองน้ำนั้นมีน้ำเต็มอยู่ได้ตลอดทั้งปีก็จะยิ่งดีใหญ่เลย หาพันธุ์ปลามาปล่อยเอาไว้กินเองหรือถ้ามีเยอะก็แบ่งขายได้ด้วย แถมยังจะมีน้ำเอาไว้รดผักได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย เหลือกินเองก็เอาไปขายได้อีก” ก้องเกียรติออกความคิดเห็นพร้อมกับสนับสนุนความคิดนี้ของนายสนอย่างเต็มที่

“เรื่องน้ำคือสิบ่เป็นปัญหาดอกครับผุหมวด เพราะนาผมนั่นมีตาน้ำยุหลายหม่องเติบยุกะรอบๆหนองนั่นล่ะ คือสิพอขุดหาได่ยุ”

“อ้อ..อย่างนั้นหรือครับดีเลยแบบนี้ แล้วนี่ลุงสนจะเริ่มทำเมื่อไหร่ล่ะครับไปว่าจ้างรถขุดเอาไว้หรือยัง”

“ผมคึดว่าสิบ่จ้างรถขุดดอกครับผุหมวดว่าสิพากันขุดเอาเองล่ะครับ จังได๋ยามนี่กะบ่ค่อยมีแนวเฮ็ดยุแล้ว ค่อยๆเฮ็ดไปเรื่อยๆเอาล่ะครับ” นายสนพูดไปตามที่ตนคิดเอาไว้

“อย่างนั้นหรือครับ แต่ขุดสระนี่มันก็หนักเอาการอยู่เหมือนกันนะครับนอกเสียจากว่าเราจะเอาแบบไม่ใหญ่นักถ้าแบบนั้นล่ะก็คงจะพอไหวอยู่”

“กะบ่เป็นหยังครับเฮ็ดไปเรื่อยๆเฮากะก๊ะเอาว่าสิพอซำได๋ นากะบ่ได่หลายปานได๋ขุดใหญ่หลายกะกินพื่นที่ครับ ผมว่าสิขุดจักงานหนึ่งกะพอล่ะครับ”

“งานหนึ่งก็ไม่กว้างมากนักก็ถือว่าโอเคครับกำลังดี แล้วๆช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาทำอะไรกันล่ะครับกว่าจะได้ลงนาอีกรอบก็หลายเดือนอยู่นะ”

“ตะก่อนนี่ ถ่ามีไฮมีสวนกะปลูกมันปลูกแตงครับแล้วของจะของแล้วกะหารับจ้างเผิ่นไปเรื่อยเสียบมันแนปลูกบักแตงแนบักโมแนไปตามเรื่อง แต่ช่วงหลังๆมาหนี่ขะเจ่าปลูกยางกันหลายขึ้นกะเลยบ่ค่อยสิมีงานรับจ้างอิหยังหลายคือตะก่อนแล้ว ปลูกยางถิ่มเอาไว่แล้วกะถ่ากรีดเอาน้ำตอนมันใหญ่เทือเดียวโลด แบบนี่ผมบ่ค่อยมักปานได๋ผมว่ามันเฮ็ดไห่วิถีชีวิตของคนบ้านเฮาเปลี่ยนไป ผมมักแบบเก่าตะก่อนนี่ดีกว่า” นายสนบอกเสียยืดยาวสีหน้าของเขานั้นสลดวูบลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงตรงนี้ เพราะเมื่อก่อนนี้คนในหมู่บ้านจะคึกคักกว่านี้มาก เช้ามาก็จะได้ยินทั้งเสียงคนและเสียงวัวควาย ที่ต่างก็เตรียมตัวจะออกไร่ออกนากันตั้งแต่เช้ามืดตีสี่ตีห้าก่อนฟ้าสางก็เริ่มได้ยินเสียงกันแล้ว พวกผู้หญิงแม่บ้านแม่เรือนทั้งหลายต่างก็พากันลุกขึ้นมาหุงหาอาหาร และในขณะเดียวกันนั้นพวกผู้ชายพ่อบ้านทั้งหลายลูกชายลูกสาวต่างก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวล้างหน้าล้างตาเพื่อลงไร่ลงนากันแต่เช้าๆเช่นเดียวกัน แต่ในทุกวันนี้ภาพต่างๆเหล่านั้นแทบจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นมากมายนักแล้ว และเมื่อว่างมากๆเข้าไม่มีอะไรทำวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างก็พากันเข้าเมืองเพื่อหางานทำกันหมดบางคนพอมีลู่ทางหน่อยก็ลงไปถึงกรุงเทพเมืองหลวง มาขับแท็กซี่บ้างสามล้อบ้างหรือไปอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆบ้างก็มีอยู่มาก และนั่นก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ว่าในแถบชนบทในเวลานี้นั้นจะมีแต่ผู้เฒ่าผู้แก่อยู่เสียเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

“อย่างนี้ก็แย่เลยสินะครับ ช่วงนี้นอกจากเศรษฐกิจจะไม่ดีเอามากๆแล้ว ราคายางก็ยังอ่อนเอามากๆเสียด้วยสิ”

“ครับฮางคนเผิ่นกะจ่มว่าอยากตัดต้นยางออกแล้วเฮ็ดแนวอื่นแทนยุ แต่กะยังคึดเสียดายเงินที่ลงทุนไป เพราะว่าตอนนั่นต้นกล้ายางกะบ่แมนถืกๆเลยเห็นว่าเหมิดกันไปหลายคือกัน”

“นั่นสิครับถ้าหากว่าตัดต้นยางทิ้งก็เท่ากับว่าเสียเงินที่ลงทุนไปแล้วไปเปล่าๆเลย”

หลังจากที่อยู่นั่งคุยได้พักหนึ่งแล้วก้องเกียรติก็ขอลากลับ แตนเดินลงมาส่งชายหนุ่มที่รถของเขาที่จอดอยู่ไต้ถุนบ้าน

“อ๊ะ! ให้เธอ..” ก้องเกียรติพูดยิ้มๆพลางยืนของบางอย่างที่อยู่ในถุงใบเล็กๆน่ารักนั้นให้กับเด็กสาว

“หือ..อิหยังคะผุหมวดยุในถุงนี่”

“ของฝากจ๊ะ ^^ เปิดดูสิว่าชอบไหม” แตนรับของมาด้วยท่าทีเขินอาย แล้วค่อยๆคลี่ถุงกระดาษใบเล็กๆน่ารักนั้นออกดู ก่อนที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าในถุงใบนั้นมีกระเป๋าสตางค์สีสวยใบเล็กพอดีมือพร้อมกับกิ๊บติดผมเก๋ๆน่ารักอยู่ในนั้นอีกหนึ่งคู่ด้วย

“เป็นไงถูกใจไหม”

*-*

“ค่ากิ๊บเป็นตะฮักแท่ ขอบคุณค่าผุหมวด” เด็กสาวบอกอายๆพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณเขา ก้องเกียรติยื่นมือไปหยิบกิ๊บที่อยู่ในมือของเธอมาแล้วติดให้ที่ผมแล้วทำเป็นเอียงคอมองท่านั้นท่านี้ล้อเธอ

“โอ้! ติดกิ๊บเข้าไปแล้วจากเด็กน้อยก็ดูเป็นสาวขึ้นมาทันทีเลยนะเนี้ยฮ่าๆๆๆๆ ติดบ่อยๆนะน่ารักดี” โดนชมตรงๆเข้าแบบนี้แตนก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียวแก้มนวลๆนั้นแดงแล้วแดงอีกจนร้อนผ่ะผ่าวไปหมดทั้งหน้า ก้องเกียรติยืนยิ้มมองแม่สาวน้อยที่กำลังเขินอายม้วนต้วนหมุนไปหมุนมาอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยความสุขใจความไร้เดียงสาของเธอนั้นไม่มีจริตจก้านใดๆเจือปนเลยแม้แต่น้อยเป็นความน่ารักโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง และถึงแม้ว่าเขานั้นจะอยากอยู่ใกล้ๆกับเธอให้นานมากกว่านี้มากแค่ไหนก็ตามแต่ก็ไม่อาจที่จะทำตามใจปรารถนาได้ เพราะตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วเขาควรจะต้องให้เกียรติ พ่อกับแม่ของเธอก่อนเพื่อความสบายใจของท่านจึงได้แต่ตัดใจแล้วลากลับไปแต่เพียงเท่านั้น

“เอาล่ะฉันคงต้องกลับก่อนล่ะดึกมากแล้ว”

“ค่า ขอบคุณกับของฝากค่าผุหมวด”

“จ๊ะฝันดีนะคนสวย ^^ “

“-“

ความคิดเห็น