facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

นายแพทย์วรัถ - 35% -

ชื่อตอน : นายแพทย์วรัถ - 35% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นายแพทย์วรัถ - 35% -
แบบอักษร

“วิ พอเถอะ เมามากแล้วนะ” 

ต่อตระการดึงแก้วออกมาจากมือของวิวัลลาเมื่อเห็นว่าเธอดื่มเข้าไปมากแล้ว หญิงสาวทำเสียงฮึดฮัดเมื่อถูกขัดใจพยายามจะยื้อแย่งแก้วคืนมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะชายหนุ่มเอาไปวางไว้ที่พื้นใต้เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ตาคมมองดูร่างเย้ายวนในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินด้วยความเป็นห่วงเพราะวิวัลลาเริ่มจะทรงตัวไม่อยู่แล้ว 

“ผมว่าเรากลับกันเถอะ ดึกมากแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้าด้วย” 

ต่อตระการพยายามพูดเตือนสติหญิงสาว หลายชั่วโมงมานี้ตั้งแต่เขาขับรถบึ่งมาหาเธอที่นี่ เขาต้องทนนั่งฟังเธอพร่ำรำพันถึงผู้ชายคนอื่นในเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ เธอช่างไม่รู้เอาเสียเลยว่าทุกคำพูดทุกประโยคของเธอยามที่บอกว่ารักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน ทำให้เขาเจ็บราวกับถูกกรีดที่ใจ และเธอก็กรีดมันลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า 

“โอ๊ย... เบื่อ วิเบื่อมากเลยนะต่อ วิไม่อยากทำงานประจำ วิไม่ชอบ วิอยากอยู่เฉยๆ ก็มีเงินใช้ ต่อรู้ไหมถ้าวิได้แต่งงานกับคุณธีร์นะ วิจะมีเงินใช้ไปทั้งปีทั้งชาติเลย อยากได้อะไรก็ซื้อ อยากไปทัวร์ยุโรปก็ไปไม่ต้องเก็บเงินเป็นปีๆ กว่าจะได้ค่าตั๋ว” เสียงอ้อแอ้ยานคางของคนเมา ทำเอาคนฟังได้แต่สะท้อนสะท้านในอก 

นี่สินะ สาเหตุที่เธอไม่เลือกเขา นั่นก็เพราะเขาไม่ใช่เศรษฐี 

ชายหนุ่มหันไปเรียกบริกรเพื่อเช็คบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด หลังจากจ่ายเรียบร้อยแล้วเขาก็เข้าไปโอบประคองวิวัลลาพาเดินออกมาที่ลานจอดรถด้วยความทุลักทุเล 

หลังจากที่จัดแจงให้วิวัลลาเข้าไปนั่งข้างคนขับและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอแล้ว ต่อตระการก็เดินอ้อมรถมาประจำที่หลังพวงมาลัย ระหว่างทางก็คิดไม่ตกว่าจะไปส่งที่คอนโดฯ ของเธอเอง หรือว่าจะให้ไปนอนพักที่คอนโดฯ ของเขาก่อนดี แต่แล้วจู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ 

“เฮ้ย! แก้ว ตายล่ะ กี่ทุ่มแล้ววะเนี่ย” ตาคมเหลือบมองตัวเลขแผงหน้าปัด เมื่อเห็นตัวเลขบอกเวลาเขาก็เผลอสบถออกมาเบาๆ พลางก่นด่าตัวเองอยู่ในใจที่ลืมไปเสียสนิทว่าเขานัดกับแก้วกานดาไว้ว่าจะพาเธอไปดินเนอร์เลี้ยงฉลองวันเกิด ในใจเริ่มกังวลและเป็นห่วงคนที่เขาผิดนัด จะโทรศัพท์หาเธอตอนนี้ก็คงหลับไปแล้ว เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือจากช่องวางของในรถขึ้นมากดดู จึงเห็นว่าแก้วกานดาโทรศัพท์หาเขาหนึ่งครั้งเมื่อตอนหัวค่ำ และส่งข้อความมาทางไลน์อีกสองประโยค 

19.34 : พี่ต่ออยู่ที่ไหนคะ ลืมนัดรึเปล่า 

21.19 : แก้วยังรอพี่ต่ออยู่นะคะ 

ต่อตระการปิดหน้าจอลงตามเดิม มือสองข้างกำพวงมาลัยแน่นด้วยความรู้สึกผิด แต่ถ้าจะให้ไปง้อตอนนี้เขาก็ทำไม่ได้เพราะเขายังต้องดูแลวิวัลลา ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย เห็นเธอหลับสนิทจนศีรษะโขกกับกระจกรถแต่ก็ยังไม่รู้สึกตัว เขาจึงต้องเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง ก่อนจะจัดการให้เธอได้นอนท่าที่สบายขึ้น 

เขาตัดสินใจพาวิวัลลากลับไปพักที่คอนโดฯ ของเขาเองเพราะเขาไม่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่ห้องไหน เขารู้แต่ชื่อคอนโดฯ เท่านั้นเนื่องจากเคยขับรถไปส่งเธอบ่อยๆ หากแต่ไม่เคยได้ขึ้นไปบนห้องพักของเธอสักครั้ง 

“วิครับ ตื่นเถอะ เดินไหวไหม” 

ชายหนุ่มตบเบาๆ ที่แก้มของวิวัลลาสองสามครั้ง หญิงสาวงัวเงียงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์ พยายามจะออกมายืนโงนเงนอยู่ข้างรถ แต่ก็ไม่สามารถจะทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นสูงขนาดสี่นิ้วได้ สุดท้ายต่อตระการจึงต้องโอบประคองพาเดินไปหน้าลิฟต์ 

เมื่อมาถึงห้อง เขาจัดการอุ้มร่างของหญิงสาวขึ้นทันทีเพื่อความสะดวก และรวดเร็วเนื่องจากไม่ต้องแคร์กับสายตาของคนที่มองมา อีกทั้งวิวัลลาก็นุ่งสั้นเสียเหลือเกิน หากเขาอุ้มเธอตั้งแต่ตอนลงจากรถ พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำอาคารคงได้มองกันตาค้างแน่นอน 

ต่อตระการวางร่างของหญิงสาวลงบนเตียงแล้วถอดรองเท้าส้นสูงออก จากนั้นจึงห่มผ้าให้เธอแล้วเขาก็ออกมานอนเอนหลังบนโซฟาตัวยาวที่ห้องรับแขก ชายหนุ่มนอนเอามือก่ายหน้าผาก ครุ่นคิดถึงเรื่องระหว่างเขากับวิวัลลา และความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนัก ถึงแม้เธอจะรักและคบหาอยู่กับคนอื่น แต่ทุกครั้งที่เธอกำลังลำบาก หรือมีเรื่องทุกข์ใจ วิวัลลาจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์หาเขาก่อนเป็นคนแรกเสมอ จนเขาอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าบางทีเธอก็อาจจะมีใจให้เขาบ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่ภาษีของผู้ชายคนนั้นดูดีกว่าเขา เธอจึงเลือกผู้ชายคนนั้น 

ถ้าผู้ชายคนนั้นรักเธอจริง เขาก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากดีใจไปกับเธอด้วย 

ในขณะเดียวกัน ใจก็หวนคิดไปถึงผู้หญิงอีกคนที่เขาผิดนัด ไม่รู้ว่าเธอต้องรอเขานานแค่ไหน จะร้องไห้เสียใจที่เขาผิดนัดรึเปล่า คิดแล้วก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ เรื่องสำคัญกลับลืมเสียได้ และถ้าเธอโกรธเขาขึ้นมาจริงๆ เขาต้องง้อด้วยวิธีไหนเธอถึงจะยอมใจอ่อนกันหนอ 

มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นทันทีเมื่อคิดถึงวิธีงอนง้อที่เขาจะใช้กับแก้วกานดาในวันรุ่งขึ้น 

  

นาฬิกาปลุกบนหัวเตียงแผดเสียงดังลั่นจนคนที่นอนซุกอยู่กับผ้า นวมผืนใหญ่ถึงกับสะดุ้ง แก้วกานดาใช้มือควานขึ้นไปหาต้นเสียงแล้วกดปิด แต่ยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิม เปลือกตาปวดระบมและหนักอึ้งจนแทบไม่อยากลืมตาขึ้น เมื่อคืนเธอนอนร้องไห้จนหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือพื้นที่บนเตียงนอนข้างเธอนั้นว่างเปล่า ทำให้รู้ว่าเมื่อคืนต่อตระการไม่ได้กลับมานอนที่นี่ 

หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมาเปิดดูข้อความด้วยความหวังว่าจะเจอข้อความจากเขาส่งมาบ้าง ทว่ากลับไม่มีมาแม้แต่ประโยคเดียว 

แต่อะไรก็ไม่น่าปวดใจเท่ากับการที่รู้ว่าเขาได้อ่านข้อความของเธอที่ส่งไปแล้ว... แต่ไร้วี่แววการตอบกลับจากเขา 

แก้วกานดาถือผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเลื่อนลอย กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกคราเมื่อน้ำตาจวนเจียนจะหยดไหล โมโหตัวเองที่กลายเป็นคนเจ้าน้ำตาจนน่ารำคาญ ทั้งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเอาน้ำตาจากไหนมากมายมาไหลทิ้งได้ข้ามวันข้ามคืน 

ตลอดช่วงเช้า แก้วกานดาทำหน้าที่ทุกอย่างของตัวเองไปตามปกติ การเป็นพยาบาลนั้นสติต้องอยู่กับตัวตลอดเวลา โชคดีที่ตอนอยู่เชียงใหม่ เธอมักจะไปนั่งสมาธิกับมารดาบ่อยๆ ที่ห้องพระเพื่อฝึกจิตอย่างสม่ำเสมอ วันละครึ่งชั่วโมงบ้าง หนึ่งชั่วโมงบ้างตามแต่โอกาสจะอำนวย ทว่าตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ เธอก็ไม่ได้ปฏิบัติอีกเลย 

“แก้วครับ ไปทานติ่มซำกันไหม ที่ผมบอกเมื่อวานว่าเป็นเจ้าต้นตำรับที่หลังโรงพยาบาลน่ะ” นายแพทย์วรัถเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล เขารีบเอ่ยปากชวนแก้วกานดาทันทีเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ได้ออกไปกินมื้อเที่ยงกับเพื่อนพยาบาลด้วยกัน จนพยาบาลอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันกับแก้วกานดาอดเอ่ยปากแซ็วไม่ได้ 

“แหม... คุณหมอใจดำจริงชวนแต่แก้ว ไม่เห็นชวนพี่บ้างเลย” พยาบาลวัยสามสิบปลายคนหนึ่งพูดยิ้มๆ 

“ไปด้วยกันสิครับ ร้านติ่มซำหลังโรงพยาบาลร้านนั้นนั่นแหละ” 

นายแพทย์หนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ เอ่ยชวนพยาบาลอีกคนอย่างกระตือรือร้นเพราะถ้าหากพยาบาลคนนี้ไปด้วย แก้วกานดาจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดที่จะต้องไปกับเขาสองต่องสอง 

“คุณหมอไปกับแก้วเถอะค่ะ พี่เพิ่งทานไปเมื่อตอนสิบโมงครึ่งนี่เอง ไปเถอะแก้ว พี่อยู่ตรงนี้เอง อีกสักพักเดี๋ยวพวกนั้นเขาก็ขึ้นมากันแล้ว เพราะนี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้วน่ะ” หล่อนหมายถึงพยาบาลอีกสองคนที่ไปพักกลางวันก่อนหน้านี้ 

“ถ้างั้นพี่อรจะฝากแก้วซื้ออะไรไหมคะ เดี๋ยวแก้วซื้อขึ้นมาให้” แก้วกานดาลุกขึ้นยืนพลางหยิบกระเป๋าสะพายมาวางบนโต๊ะ 

“ไม่เป็นไรหรอก บ่ายแก่ๆ พี่ลงไปหาดูเองดีกว่า ขอบใจมากจ้ะ” 

แก้วกานดาหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วหันไปยิ้มให้นายแพทย์วรัถที่ยืนรออยู่ ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะพยักหน้าให้หญิงสาวแล้วเดินเคียงกันลงบันไดไปชั้นล่าง จากนั้นจึงพาหญิงสาวเดินออกทางประตูอีกฝั่งของโรงพยาบาล ซึ่งด้านหลังจะมีร้านอาหารมากมายรวมทั้งร้านแผงลอยต่างๆ ในราคาไม่แพงนักถ้าเทียบกับร้านในโรงพยาบาล 

“ทานอะไรดีครับ ร้านนี้อร่อยทุกอย่างเลยนะผมรับประกันได้” 

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อเห็นแก้วกานดามองดูเมนูตรงหน้าอย่างสนใจ ทว่ารอยยิ้มนั้นมีอันต้องเหือดจางลงไป หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยที่ตาของหญิงสาว ไม่ต้องบอกก็ดูรู้ว่าสภาพแบบนี้คงผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใจหนึ่งก็นึกอยากถาม แต่อีกใจก็เห็นว่าไม่สมควร เพราะเขากับเธอเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน หากหลุดปากถามออกไปคงไม่ต่างอะไรกับการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว 

“หน้าตาน่าทานทุกอย่างเลยนะคะ คุณหมอมาทานบ่อยหรือคะร้านนี้” หญิงสาวพลิกดูรูปภาพอาหารในเมนูพร้อมกับเอ่ยปากถามเขาไปด้วย จึงไม่ทันได้เห็นแววตาของชายหนุ่มที่มองมาอย่างสงสัยแกมห่วง 

“ก็ไม่บ่อยเท่าไรหรอกครับ ส่วนใหญ่ผมจะมานั่งทานคนเดียวมากกว่า โชคดีที่วันนี้แก้วมาทานเป็นเพื่อนผมด้วย สงสัยวันนี้ผมคงเจริญอาหารแน่ๆ เลย” ได้ยินเขาพูดจบแก้วกานดาก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะก้มลงดูเมนูต่อไป 

นายแพทย์วรัถหยิบกระดาษจดออเดอร์บนโต๊ะมาเขียนหมายเลขจำนวนที่ต้องสั่งลงไปที่หน้ารายการอาหาร พร้อมกับถามความเห็นของหญิงสาวไปด้วย เธอบอกเขาไปประมาณสามอย่าง ส่วนตัวเขาเองเลือกมาถึงแปดอย่างในกระดาษแผ่นเดียวจนแก้วกานดาอดท้วงออกไปไม่ได้ 

“คุณหมอสั่งเยอะจัง ทานหมดหรือคะ หรือว่าจะมีใครมาทานด้วย” เห็นสีหน้าแปลกใจของเธอแล้วเขาก็ยิ้มกว้าง พลางเอ่ยอธิบายให้เธอเข้าใจ 

“เห็นผมอย่างนี้น่ะ ผมทานเยอะนะ มันคงติดเป็นนิสัยแล้วด้วยมั้งที่จะต้องตุนเอาไว้หลายๆ ชั่วโมงหน่อย เพราะบางทีเวลาเข้าห้องผ่าตัดผมก็ต้องอยู่ในนั้นหลายชั่วโมง บางทีก็แป๊บเดียว มันเลยเป็นการคาดเดาไม่ได้ ฉะนั้นผมเลยต้องตุนอาหารเอาไว้ก่อนน่ะ ว่าแต่แก้วเถอะ ทานแค่นี้อิ่มหรือครับ” 

“ก็ลองสั่งมาทานดูเท่านั้นก่อนค่ะ ถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่มเอา” 

แก้วกานดายิ้มแหยๆ จะว่าไปแล้วเธอก็เคยหิวจนท้องไส้กิ่วไปหมดตอนที่อยู่ในห้องผ่าตัดเหมือนกัน แต่ถ้าจะให้ตุนอาหารด้วยการกินเข้าไปเยอะๆ แบบนั้นเห็นทีคงไม่ไหว 

อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟติดๆ กันจนวางเต็มโต๊ะ ชายหนุ่มก็คอยคีบชิ้นนั้นชิ้นนี้มาวางไว้ในจานของแก้วกานดาอย่างต่อเนื่องจนเธอรู้สึกเกรงใจที่เขามาคอยบริการให้ หากแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกไปมากนักเพราะกลัวว่าจะเสียน้ำใจ 

**************************************

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่าาา

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว