ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ทุกคนคือความสุขของเราสัญญาว่าจะเขียนให้ดี แล้วน้อมรับทุกคำติชมของทุกคนนะคะ(แต่อย่าเเรงมาก555) เม้นกันเยอะๆนะคะ

ชื่อตอน : 24จำใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2563 01:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
24จำใจ
แบบอักษร

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอกทำให้คนที่นอนหลับอยู่อย่างพิมพ์ประภัสสะดุ้งตัวตื่นขึ้น

สายตาหวานพยายามกวาดมองไปทั่วห้องแต่ก็กลับไม่พบร่างของคนที่ตักตวงเอาความสุขจากร่างกายเธอไปจนเธอสิ้นสติสลบคาอกแกร่ง

พื้นที่นอนข้างๆที่ยังยับยู่ยี่เย็นเฉียบดูก็รู้ว่าคนที่นอนอยู่ลุกออกไปนานเเล้ว

“เขาคงกลับไปแล้วสินะ”ร่างบางได้แต่พึมพำกับตัวเองเบา ทั้งที่อันที่จริงเธอควรจะต้องดีใจที่เขานั้นกลับไปแต่ทำไมหัวใจดวงน้อยของเธอกลับรู้สึกหน่วงๆ

แกร็ก “ขอโทษนะคะมีคนสั่งให้เอาเสื้อผ้ามาให้ค่ะไม่ทราบว่าจะให้วางตรงไหนดีคะ”เสียงแม่บ้านที่ขึ้นเอาเสื้อผ้ามาให้สาวเจ้าเอ่ยออกไปอย่างสุภาพ

“คะ? อะ..เออวางไว้บนโซฟาก็ได้ค่ะ”หญิงสาวรีบตะโกนบอกไปอย่างรวดเร็วเพราะเธอกลัวแม่บ้านจะเข้ามาเห็นเธอในสภาพที่แย่แบบนี้ ทั้งรอยกัดบนลำคอรอยดูดมันเต็มร่างกายเธอไปหมด

“งั้นดิฉันขอวางของไว้ตรงนี้นะคะ”แม่บ้านสาวกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป

.

.

“ไหนนายบอกว่าอลันจะกลับมาวันนี้ไงไหน!!”อลิซหญิงสาวในชุดเดรสสีเเดงตะโกนดังลั่นบ้านพักของอลันด้วยความหงุดหงิด เธอมาหาอลันที่ไรมีแต่เรื่องที่ทำให้ปวดหัวทั้งๆที่เธออยากเจอเขาจนตัวสั่น

“นายท่านกำลังมาครับ ถ้าคุณอลิซทนไม่ไหวก็กลับไปรอที่เรือนใหญ่ก่อนก็ได้เพราะคงอีกนานกว่าเครื่องจะลงจอด”เจอาร์รายงานทุกอย่างตามที่เขารู้ออกไปถึงแม้เขาจะไม่ค่อยชอบอลิซแต่เห็นความมานะพยายามที่จะพบผู้เป็นนายเขาก็อดสงสารเธอไม่ได้ ถ้าตัดเรื่องขี้เอาแต่ใจของเธอออกไปเธอก็คงเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

“ฉันจะรออยู่นี่”หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนเอาแต่ใจจนทำให้บรรดาลูกน้องของอลันต่างส่ายหัวกันเป็นพัลวัน

“ถ้าคิดว่านั่งรอได้ก็เชิญครับ”อลันกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป

.

.

ร่างของพิมพ์ประภัสค่อยๆลุกขึ้นด้วยความยากลำบากเพราะความเจ็บที่อีกคนฝากไว้โดยเฉพาะใจกลางสาวที่มันเจ็บแปร๊บยามเธอเดิน

สองมือบางโอบอุ้มผ้าห่มขึ้นมาพันตัวเอาไว้อย่างทุรักทุเร ผ้าห่มนวมผืนหนาถูกยกขึ้นมาปกปิดร่องรอยบนตัวเธอ ถึงแม้เธอจะอยู่คนเดียวก็ตามแต่เธอก็กลัวมีคนเข้ามาเห็น

สองเท้าค่อยก้าวเดินทีละนิดไปยังเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่บ้านพึ่งเอามาให้ทั้งเสื้อและกางเกงเป็นเเขนยาวทั้งคู่เหมือนรู้ว่าเธอกำลังต้องการ

“คนที่นี่รู้ใจเราจริงๆเลย”เธอเอ่ยชมงานบริการของที่นี่โดยไม่นึกเลยว่าเป็นฝีมือใครที่สั่งทุกอย่าง

หญิงสาวรีบทำการสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วเนื่องจากวันนี้เธอต้องไปสมัครงานใหม่แม้ร่างกายจะยังไม่พร้อมก็ตาม

เวลาร่วงเลยไปยี่สิบกว่านาทีที่หญิงสาวใช้ในการเดินออกจากห้องไปขึ้นลิฟต์เพราะเธอเดินได้ก้าวสองเก้าก็ต้องหยุดเนื่องจากความเจ็บใจกลางกายและไหนจะต้องเล่นละครตบตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาอีก

แต่ทันทีที่เธอลงมาถึงชั้นล่างพวกพนักงานสาวก็เอาแต่จ้องหน้าฉันด้วยความสมเพชทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้พวกเธอเลยด้วยซ้ำ

“แหม่ เห็นเงียบๆที่แท้....”พนักงานหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะไล่สายตามองเธอจากหัวจรดเท้าพร้อมกับแสยะปากยิ้ม

“ไม่ทราบว่าฉันไปทำอะไรให้พวกคุณไม่พอใจกันหรอคะถึงได้มองกันในสภาพแบบนี้”เสียงใสเอ่ยพูดตรงๆตามใจที่เธอนึก

“เธอไม่ได้ทำอะไรหรอกพวกฉันแค่ไม่ชอบหน้าเธอเท่านั้นแหล่ะ”พนักงานสาวยังจีบปากจีบคอพูดโดยไม่สนใจคนรอบข้างจะมองอย่างไร

“ถ้าคุณไม่ชอบหน้าฉัน เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้วขอทางด้วยค่ะ”ร่างบางรีบจ้ำอ้าวออกมาโดยไม่หันกลับมองทางที่เธอจากมา

น้ำตาเม็ดใสที่เอ่อล้นล่วงไหลเปรอะเปื้อนแก้มนวลที่แดงเถือกจากการร้องให้ เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำกรรมอะไรมาโลกนี้ถึงต้องเวี่ยงคนใจร้ายให้เข้ามาในชีวิตเธอทั้งๆที่เธอไม่เคยทำอะไรให้คนพวกนั้นเลย ทำไม

“พี่สาวเป็นอะไรหรอคะ ร้องไห้ทำไม”เด็กสาวในชุดนักเรียนที่เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

ร่างบางที่สะอึกสะอื้นจากการร้องไห้จนตัวโยนพยายามรวบรวมสติตอบกลับเด็กน้อยไป

“ฮึก พี่โดนคนใจร้ายทำร้ายใจมา”

“ใครช่างกล้าทำร้ายคนสวยๆแบบพี่ได้กัน”เด็กน้อยเอ่ยขึ้นก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือบางเพื่อเป็นการปลอบประโลม

“คนที่นิสัยไม่ดีไงล่ะคะ” มือบางข้างที่ว่างยกขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆเธอพอจะทำใจได้แล้ว

“หนูนาลูกอยู่ไหน”เสียงหญิงสาวเรียกหาลูกน้อยจนเสียงหลง เธอแค่เผลอหันไปคุยโทรศัพท์แป้บเดียวลูกสาวกลับวิ่งหายไปไหนไม่รู้

“หนูนา”

“หนูอยู่นี่ค่ะแม่”แขนเล็กยกขึ้นกวักเรียกผู้เป็นแม่

“มาทำอะไรตรงนี้แม่หันมาไม่เห็นหนูตกใจจนหัวใจจะวายรู้ไหมลูก”

“หนูเห็นพี่สาวเขายืนร้องไห้เลยเข้ามาคุยด้วย”เด็กสาวพูดขึ้นก่อนจะหันหน้าไปทางสาวเจ้าที่ยืนดูแม่ลูกด้วยความเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ช่างพูดแถมยังฉลาดมากจนเธอรู้สึกตกใจ

“ฉันขอโทษแทนลูกฉันด้วยนะคะ ว่าแต่เอ่อ...”

“พิมพ์ค่ะฉันชื่อพิมพ์”

“คุณพิมพ์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”รอยยิ้มหวานถูกส่งผ่านใบหน้าของผู้เป็นแม่เด็กน้อยด้วยความเป็นมิตร

“ฉันก็ยินดีเช่นกันค่ะ”

“คุณพิมพ์พักอยู่แถวนี้หรอคะ?”

“พิมพ์แค่ผ่านมาเฉยๆค่ะ กะจะมาหางานทำแถวนี้พอดี”

“ตกงานเหมือนกันเลยนะคะ พี่ก็พึ่งตกงานมาเหมือนกันช่วงนี้อะไรก็แพงเสียด้วยสิ”สีหน้าจ๋อยลงของหญิงตรงหน้าทำให้เธออดคิดตามไม่ได้ ก็จริงอย่างที่เธอพูดทุกอย่างตอนนี้มันไม่ดีแถมเธอก็ยังไม่มีงานใหม่มาทำขืนให้กลับไปที่บ้านสวนมีหวังโดนคุณยายด่าแน่นอน

“เพราะแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้พี่สาวร้องไห้”เด็กน้อยร่างท้วมเอ่ยขึ้น

“ใช่เลย เรานี่พูดเก่งจริงๆเลยนะ” มือบางยกขึ้นลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู

“แล้วพิมพ์พักอยู่ที่ไหนล่ะ”

“อ๋อ พิมพ์ยังหาที่พักไม่ได้เลยค่ะว่าจะไปหางานก่อนค่อยไปหาที่พัก”

“อ้าว นี่มันก็จะเย็นแล้วขืนพิมพ์เดินหาตอนกลางคืนมันจะอันตรายเอานะ”

“ก็มันเลี่ยงไม่ได้นี่คะ”

“ไปอยู่บ้านพี่ก่อนมาแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เธอยอมรับเลยว่าการที่เอาคนที่พึ่งรู้จักกันไม่นานเข้าบ้านมันไม่ดี แต่จะปล่อยให้ผู้หญิงหน้าตาสวยขนาดนี้มาเดินข้างทางมีหวังโดนฉุดไปข่มขืนเป็นแน่แต่จากที่เธอรองคุยดูแล้วแม่หญิงสาวก็ไม่ได้มีพิษอะไรแถมเธอยังถูกชะตาตั้งแต่คุยกันคำแรก

“ขอบคุณมากค่ะ”สองมือเล็กพนมขึ้นไหว้อย่าวอ่อนน้อม เธอสัญญาเลยว่าถ้าเธอมีโอกาสตอบแทนบุญคุณนี้เธอจะตอบแทนอย่างสาสม

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว