facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 41 เรียนทำอาหาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 เรียนทำอาหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 เรียนทำอาหาร
แบบอักษร

คำพูดเหล่านี้ช่วยกู้หน้าให้จิ้นหยวนได้อย่างแยบยล แต่ก็แสดงออกถึงความห่างเหินที่มีต่อหร่วนเซียงเซียง

หร่วนเซียงเซียงอดไม่ได้ที่จะกระดากอาย ก่อนหน้านี้คุณแม่จิ้นถึงแม้ไม่ได้แสดงออกอย่างอบอุ่นกับเธอ แต่ก็ไม่ได้เย็นชาหรือเกรงใจมาโดยตลอด แต่คำพูดในวันนี้กลับแสดงออกถึงท่าทีที่ปฏิเสธของเธอ

ถึงท้อไปเยอะ แต่เธอก็ยังไม่ได้ไป เธอล้มเลิกอย่างนี้ไม่ได้ สิ่งที่หร่วนเซียงเซียงอยากได้มา ไม่มีใครมาขวางได้

“คุณลุงขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ เป็นความผิดหนูเอง!” เธอเดินไปยังเบื้องหน้าของคุณพ่อจิ้นและพูดขอโทษ

จิ้นหยวนกำลังช่วยคนใช้ดูแลพ่อ พอได้ยินคำพูดนี้ก็มองไปที่หร่วนเซียงเซียงแวบหนึ่ง สายตานั้นเย็นชามาก

คำพูดแม่ของเขาก็ชัดเจนมากแล้ว ถ้าเธอยังเข้าใจในตัวเองก็ควรรู้ตัวว่าต้องกลับไปแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้

คุณพ่อจิ้นไม่สบายใจมากอยู่แล้ว เมื่อเห็นหร่วนเซียงเซียงยืนอยู่ข้างกายด้วยสีหน้ารู้สึกผิดแบบนี้ก็ปลอบใจทันที “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ เด็กน้อย ลุงไม่ดีเอง รีบร้อนเกินไป หนูนั่งก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวลุงจะเรียกคนไปหยิบของขวัญมาให้หนูเอากลับไปฝากคุณตา”

จิ้นหยวนบอกว่าหยกเสือต้องเก็บไว้ให้ว่าที่ภรรยาของเขา พอจิ้นเฮ่าได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็โกรธมาก ลูกชายอกตัญญูคนนี้ไม่เชื่อฟังเขาเลย ยังเถียงเขาต่อหน้าคนอื่นจนเขาเสียหน้า เซียงเซียงเองก็เช่นกัน ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งนี่มันถือว่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ในฐานะที่เป็นลูกชายของเขาก็ถือว่าอกตัญญูไม่รู้คุณ

แต่ภรรยาของเขากลับพูดแบบนั้นด้วยอีกคน นี่จึงทำให้เขาต้องสงบสติอารมณ์คิดให้ดี

แต่งงานกันมาหลายปี ความรู้สึกที่จิ้นเฮ่ามีต่อฉินเพ่ยหรงบอกไม่ถูกว่าลึกซึ้งแค่ไหน แต่กลับเชื่อใจและเคารพเป็นอย่างยิ่ง หยกเสือชิ้นนั้นอยู่ในความดูแลของภรรยาตระกูลจิ้นมาทุกยุคทุคสมัย ส่งผ่านกันรุ่นสู่รุ่น จึงต้องระมัดระวังอย่างแน่แท้

ถึงเขาจะชอบหร่วนเซียงเซียง และพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเป็นคนกลางให้ลูกชายและหร่วนเซียงเซียง แต่ถ้าต้องยอมรับหร่วนเซียงเซียงเป็นลูกสะใภ้ตระกูลจิ้นจริงๆ กลับเร็วเกินไป

ยิ่งกว่านั้นหยกเสือในความเป็นจริงก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลของภรรยา จะให้ใครรับช่วงต่ออำนาจก็ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว เขาจึงต้องเคารพความคิดเห็นของเธอเช่นกัน

ดังนั้นเขาจึงได้แค่เปลี่ยนคำพูดกับหร่วนเซียงเซียง แล้วใช้ของขวัญอย่างอื่นทดแทน

หร่วนเซียงเซียงเห็นคุณพ่อจิ้นยังเข้าข้างเธอย่อมต้องดีใจ แต่คุณพ่อจิ้นจะเปลี่ยนหยกเสือ เธอก็ไม่สมัครใจเช่นกัน

ได้รับหยกเสือหลานเถียนก็เท่ากับเป็นภรรยาของจิ้นหยวน เป็นคุณนายตระกูลจิ้นแล้ว แต่เป็ดที่ได้ถึงมือแล้วกลับบินหนีไป จะให้เธอเต็มใจยอมได้อย่างไร

เพียงแต่เธอไม่สามารถแสดงออกถึงความไม่สมัครใจภายในใจได้ กลับต้องฉีกยิ้มและพูดว่า “ของขวัญช่างเถอะค่ะ คุณลุงพักผ่อนดีๆ อย่าไปคิดถึงเรื่องของขวัญอีกเลย หนูยังมีโบราณวัตุล้ำค่าและหายากอยู่นิดหน่อย ไว้กลับไปหยิบสักสองชิ้นขอโทษคุณตาก็ได้แล้วค่ะ ชาต้าหงเผากับถังเช่านี้ก็ถือว่าหนูซื้อมาแสดงความกตัญญูเถอะนะคะ”

คุณพ่อจิ้นพยักหน้าชมเชย “เซียงเซียงเป็นเด็กดีจริงๆ !”

กตัญญูกตเวที เมตตา ใจกว้าง เอาใจใส่ขนาดนี้ ดีขนาดไหนล่ะเนี่ย แต่ลูกชายยังไงก็ไม่ชอบเธอ ปากเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องขวัญอีก แต่ในใจกลับยังคงคิดว่าอีกสักครู่จะหยิบของขวัญอะไรออกมาถึงจะดี

คุณแม่จิ้นเห็นหร่วนเซียงเซียงเกลี้ยกล่อมคุณพ่อจิ้นอยู่หมัดขนาดนี้ ความก็มีความไม่สบายใจ คิดว่าหร่วนเซียงเซียงคนนี้อุบายลึกซึ้ง

“พวกคุณคุยกันไปก่อนนะคะ ฉันเข้าครัวไปดูอาหารกลางวันหน่อยว่าเตรียมไปถึงไหนแล้ว”

หร่วนเซียงเซียงเห็นคุณแม่จิ้นจะไปห้องครัวก็ลุกขึ้นทันทีและพูดยิ้มๆ “คุณป้า หนูไปด้วยค่ะ”

คุณแม่จิ้นจึงหันกลับมามองเธอ

ไม่รอให้เธอปฏิเสธ หร่วนเซียงเซียงก็พูดออกมา “ได้ยินมานานว่าคุณป้าทำอาหารฝีมือประณีต ไม่ทราบว่าให้หนูตามเข้าไปเรียนรู้ได้ไหมคะ” นี่เป็นโอกาสดีมากในการดึงคุณแม่จิ้นมาเป็นพวก ด้วยการพูดเอาใจเธอ

คุณแม่จิ้นหัวเราะเบาๆ ออกมาและปฏิเสธ “หนูหร่วนเป็นแขก มีขนบธรรมเนียมไหนให้แขกลงครัวทำอาหารกัน”

หร่วนเซียงเซียงเองก็เข้าใจว่าคำพูดของคุณแม่จิ้นแฝงไว้ด้วยความไม่ยินดีและห่างเหิน แต่เธอไม่ยอมละทิ้งโอกาสดีๆ อย่างนี้หรอก เธอเชื่อว่าถ้าเธอพยายามและตั้งใจ คุณแม่จิ้นก็จะชอบเธอเหมือนอย่างคุณพ่อจิ้น

คุณแม่จิ้นขมวดคิ้ว ใบหน้าอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “การทำอาหารต้องใช้ใจถึงจะอร่อย ให้ฉันสอนก็ได้ แต่หนูหร่วนมั่นใจว่ามาเรียนทำอาหารกับฉันเพื่อทำอาหารอร่อยเท่านั้นเหรอ?”

หร่วนเซียงเซียงเริ่มขาดความมั่นใจแล้ว ตัวเองสนใจในตัวจิ้นหยวนตั้งแต่แรก ตอนนี้พูดว่าจะเข้าครัวฝึกฝีมือทำอาหารให้อร่อยจะมีใครเชื่อกัน ยิ่งกว่านั้นท่าทางปฏิเสธของคุณแม่จิ้นก็ชัดเจนมาก ถ้าเธอยังดึงดันก็ต้องปฏิเสธอีก งั้นก็ยิ่งมองหน้าไม่ติดเข้าไปอีก

เธอครุ่งคิดสักครู่ก็ละเลิกอย่างจนใจ

“ที่แท้คุณป้าก็จะสอนเฉพาะคนที่อยากทำอาหารอร่อยเท่านั้น พรสวรรค์ของหนูคงไม่พอ งั้นหนูอยู่คุยเป็นเพื่อนคุณลุงดีกว่าค่ะ” เธอหาทางลงให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็นั่งลง

จิ้นหยวนกลับลุกขึ้น เข้าไปในห้องครัวพร้อมกับแม่

“ปกติลูกไม่เข้าครัวไม่ใช่หรือ?” คุณแม่จิ้นถามยิ้มๆ

จิ้นหยวนคิดถึงครั้งนั้นที่ตัวเองต้มก๋วยเตี๋ยวให้เฉียวซือมู่กิน ริมฝีปากก็ผุดรอยยิ้มบางๆ “ความเคยชินมันเปลี่ยนกันได้ครับ”

“หืม?” จิ้นคนแม่เลิกคิ้ว รู้สึกสนใจขึ้นมา

“ผมอยากทำอาหารให้อร่อยจริงๆ แม่จะสอนผมได้ไหมครับ?”

“อย่ามาล้อเล่นน่า อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้จักลูก ลูกก็แค่อยากหลบหร่วนเซียงเซียงคนนั้นไม่ใช่เหรอ” คุณแม่จิ้นมีท่าทางรู้ทัน เอาตามจริงลูกชายทนได้จนถึงตอนนี้อดกลั้นมากแล้ว

ลูกชายฉลาดหลักแหลมเหมือนกับเธอ ใครมีกลอุบายใครมีท่าทางใด ในใจรู้ดีมาก แต่ว่าสามีกลับเห็นแก่หน้า ทนกับคำพูดดีๆ หรือระเบิดเคลือบน้ำตาลไม่ได้

“พ่อของลูกแก่แล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยดี อยากให้คนมาพูดดีกับเขาบ่อยๆ หร่วนเซียงเซียงคนนั้นปากหวานจริง สามารถเอาใจเขาได้ก็ไม่แปลก แม่รู้ว่าลูกไม่ชอบหร่วนเซียงเซียงคนนั้น แต่คิดถึงร่างกายของพ่อแล้ว ยังไงลูกก็ต้องยอมบ้าง เมื่อถึงเวลาจำเป็นก็อย่าพูดเด็ดขาดเกินไป ความจริงท้ายที่สุดลูกจะขอหร่วนเซียงเซียงแต่งงานหรือไม่ ในบ้านนี้ก็ไม่มีใครบังคับลูก ในตอนนี้ก็ตามๆ พ่อเขาบ้าง”

จิ้นหยวนยิ้มออกมาและถามกลับ “เมื่อกี้แม่ก็ไม่ได้เกรงใจหร่วนเซียงเซียงไม่ใช่เหรอครับ?”

คุณแม่จิ้นสำลัก ไม่มีอะไรจะเกลี้ยกล่อมแล้ว

“เฮ้อ ก็ใช่ หร่วนเซียงเซียงคนนั้นเกินไปหน่อยจริงๆ …” คุณแม่จิ้นขมวดคิ้วดูแล้วจนใจเล็กน้อย “แม้แต่แม่ยังทนไม่ได้ต้องหลบเข้ามาในครัว ไหนจะยังลูกอีก”

จิ้นหยวนหุบยิ้ม “เธอไม่คุ้มค่าให้ผมหลบเข้ามาถึงในครัวหรอก แม่ครับ ผมมาห้องครัวเพราะอยากเรียนทำอาหารกับแม่จริงๆ ผมอยากฝึกฝีมือทำอาหารสักหน่อยน่ะครับ”

“หืม?” คุณแม่จิ้นยิ้มแย้มแจ่มใส “โอ้ วันนี้พระอาทิตย์ออกมาจากทางไหนกันนะ ลูกชายฉันถึงอยากจะเรียนทำอาหารขึ้นมา!”

จิ้นหยวนตอนเด็กแค่ได้กลิ่นน้ำมันก็โวยวาย ทำให้ห้องครัวของบ้านต้องรีโนเวทใหม่ ต่อมาตัวเขาเองออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ตอนที่ทำห้องครัวก็ยังสร้างให้ห่างจากห้องรับแขกและห้องนอนตั้งไกล

มาตอนนี้จิ้นหยวนกลับอยากเข้าครัวมาเรียนทำอาหาร จะไม่น่าแปลกใจได้อย่างไร

คุณแม่จิ้นความคิดความอ่านว่องไว ไม่นานก็คิดได้ว่ามีลับลมคมใน “ไม่ใช่ว่ามีผู้หญิงคนไหนขอร้องให้ลูกทำอาหารเหรอ?”

หัวคิ้วของจิ้นหยวนกระตุกโดยไม่รู้ตัว ไม่คิดว่าแม่จะความรู้สึกไวขนาดนี้ แค่เดาก็ถูกไปเกือบหมด แต่ว่าไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนไหนขอร้องให้เขาทำอาหาร แต่เป็นเขาที่อยากทำอาหารให้ผู้หญิงคนนั้นต่างหาก

พอนึกถึงก๋วยเตี๋ยวชามนั้นที่ถูกเธอรังเกียจ เขาก็อยากชำระล้างความอัปยศอดสู

“ผมอยากเรียนเองต่างหาก!” เขาอธิบายแต่ก็เป็นความจริง

คุณแม่จิ้นมองเขาอย่างเจือความสนใจ ท่าทางของเธอมั่นใจเพราะรู้ดี แต่ว่าเธอก็ไม่ได้ซักถามอีก

แม่ลูกจึงเอาแต่ยุ่งอยู่ในครัว

จิ้นหยวนไม่พลาดเรื่องพังห้องครัว ต่อให้คุณแม่จิ้นอดทนแค่ไหนก็ถูกมือไม้งุ่มง่ามของจิ้นหยวนทำให้ขำไม่ได้ร้องไม่ออก

“เฮ้อ แม่ก็นึกว่าลูกชายของแม่จะทำได้ทุกอย่างซะอีก!” คุณแม่จิ้นพูดไปด้วยส่ายหัวไปด้วย

จิ้นหยวนเก้อเขินมาก มองไปยังกระดูกหมูเกรียมเล็กน้อยบนจาน ด้วยอารมณ์ที่ไม่รู้ว่าควรจะพรรณาอย่างไร

“ช่างเถอะ การทำอาหารต้องมีพรสวรรค์ ลูกคงใช้ยีนดีๆ ไปกับเรื่องอื่นแล้ว ในส่วนของฝีมือการทำอาหารก็คือยีนแย่ๆ ที่มารวมกัน ช่วยไม่ได้จริงๆ”

จิ้นหยวนได้ฟังแม่อธิบายเช่นนั้น มุมปากก็เบะโดยไม่รู้ตัว

“อาหารพวกนี้จะยกออกไปดีไหมฮึ?” คุณแม่จิ้นถามขึ้นในฉับพลัน

“ผมว่าไม่ต้องแล้ว!” จิ้นหยวนตอบทันที

คุณแม่จิ้นกกลับหัวเราะออกมา “แม่ว่ายกออกไปก็ไม่เป็นไร หร่วนเซียงเซียงคนนั้นกินแล้วต้องบอกว่าอร่อยแน่ อีกอย่างเธอต้องกินเยอะมากด้วย”

“ให้เธอกินไม่ได้!” จิ้นหยวนพูดประโยคนี้ออกมา และเดินเท่ๆ ออกไปจากห้องครัว

คุณแม่จิ้นได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ

น่าจะไม่ใช่ ‘ให้เธอกินไม่ได้’ แต่เป็น ‘ไม่อยากให้เธอกินละะมั้ง’

ดูแล้วลูกชายไม่ชอบหร่วนเซียงเซียงคนนั้นจริงๆ ลูกชายไม่ชอบ งั้นเธอก็ต้องช่วยลูกชายขวางคนที่ไม่ชอบไว้ ปล่อยให้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลจิ้นไม่ได้

หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ จิ้นหยวนก็เตรียมจะกลับไป

แน่นอนว่าคุณพ่อจิ้นไม่พอใจ กว่าลูกคนนี้จะกลับมาบ้านสักรอบ แต่นี่จะรีบร้อนกลับไปอีกแล้ว จนเขาสงสัยมากว่าตั้งใจมาเยี่ยมจริงหรือเปล่า

“ลูกยังมีธุระต้องกลับไปจัดการ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ไปแล้วไปลับสักหน่อยนี่” คุณแม่จิ้นพูดเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างๆ

“งั้นหนูต้องขอตัวก่อน จะได้ไม่รบกวนเวลาพักกลางวันของคุณลุง” หร่วนเซียงเซียงพูดพร้อมกับลุกขึ้นทันทีที

คุณพ่อจิ้นเปลี่ยนเป็นยิ้มทันที “งั้นดีเลย อย่าลืมมาเยี่ยมพวกลุงบ่อยๆ นะ” พูดแล้วก็หันหน้าไปทางจิ้นหยวนพร้อมกับพูดกำชับ “แกไปส่งเซียงเซียง ต้องพาเธอไปส่งให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยด้วยล่ะ”

จิ้นหยวนกำลังคิดจะปฏิเสธก็มองเห็นแม่ส่ายศีรษะกับเขา

เขาจึงพยักหน้า หมุนตัวออกไป หร่วนเซียงเซียงดีใจและตามไปทันที

อาอวี้ขับรถเข้ามา จิ้นหยวนก็ขึ้นไปในตำแหน่งข้างคนขับ

หร่วนเซียงเซียงผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าออกเสียงให้จิ้นหยวนมานั่งเป็นเพื่อนเธอข้างหลัง เดิมทีเธอยังคิดว่าถ้าหากนั่งข้างหลังกับจิ้นหยวนได้ก็พอจะสร้างโอกาสได้บ้าง เช่นโคลงเคลงและล้มลงบนร่างของเขาอะไรอย่างนี้

ช่วงเวลาหวานซึ้งล้วนต้องสร้างขึ้นมาทั้งนั้น แบบนี้ความรู้สึกถึงจะก่อตัวขึ้นมาทีละเล็กละน้อย

แต่ใครจะรู้ จิ้นหยวนขึ้นไปนั่งตำแหน่งข้างคนขับอย่างนี้ เท่ากับไม่เหลือโอกาสให้เธอเลยสักน้อยนิด

แต่พอคิดอีกที เขารับปากจะส่งเธอกลับบ้านก็นับว่าก้าวหน้าแล้วไม่ใช่เหรอ ดีกว่าเมื่อวานที่เขาปฏิเสธไปส่งเธอกลับบ้านอย่างโหดร้ายเพราะเฉียวซือมู่คนนั้น

ตลอดทางเธอรู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร ไม่ได้เปิดปากพูดถึงเรื่องอ่อนไหวเหล่านั้น จิ้นหยวนจะได้ไม่โกรธแล้วไล่เธอลงจากรถ

เพียงแต่ในตอนที่ขับผ่านซีเฉินนั้นกลับมองเห็นสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นอย่างยิ่ง

เฉียวซือมู่กับฉีหย่วนเหิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างในร้านอาหารฝรั่งเปิดใหม่ร้านหนึ่งในซีเฉิน และสนทนากันอย่างออกรส

“หยุดรถ!”

จริงอย่างที่คิด หลังจากจิ้นหยวนเห็นก็ออกคำสั่งเสียงเย็นทันที

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว