email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 500

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2562 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22
แบบอักษร

"กะเห็นว่ายากเนาะกะเลยมาซอยรึบ่เอากะซั่นหนีเด๊ะ" ไผ่พูดแก้เก้อเฉออกนอกทางไป เข้าวัดนี่มันตลกตรงไหนกัน เขาค่อนขอดพี่สาวอยู่ในใจอย่างเคืองๆ

"เอ่อๆๆกะไผสิว่าอิหยังล่ะ มาซอยยุนี่กะดีแล้วดีกว่าสิไปไล่ตีหัวหมาด่าแม่เจ็กยุทางได๋ยุดอก" มะลิว่าให้ขำๆกับท่าทางเจ้าแง่แสนงอนอย่างกับผู้หญิงของน้องชาย

"เอาอิหลีพวกข่อยกะซั่วปานนั้นติเอื้อยมะลิ บ่น๊า" เลื่อนพูดขึ้นด้วยความงวยงงเล็กๆเมื่อรู้ว่าคนอื่นๆเขาคิดกับพวกตนแบบนั้น

"มึงคึดว่าจังได๋ซั่นบักเลื่อน ดีแต่พามูเลาะบ้านไปทั่ว งานการบ่เฮ็ดไผสิว่ามึงดีล่ะ" แพงหันไปพูดแขวะเลื่อนขึ้นอย่างหมั่นไส้เต็มทน เพราะคิดว่าเป็นเพราะไผ่นั้นคบเพื่อนไม่ดีจึงทำให้เขาต้องพลอยตกต่ำลงไปด้วย แถมยังกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาของใครต่อใครทั้งหมู่บ้านไปอีกด้วย

"มึงกะสิเว้าคือหลายอีแพง กูกับบักไผ่กะไปนำกันนั่นล่ะ มึงคือบ่ว่าไห่มันนำซั่นน่ะ" เลื่อนเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดราวาศอกให้ เพราะพอจะดูออกอยู่แล้วว่าแพงนั้นแอบชอบไผ่อยู่ จึงไม่กล้าที่จะบ่นว่าให้ไผ่เหมือนกับที่ว่าให้ตนกับปื๊ด

"เอ๋าๆๆๆพวกสูนิเนาะในวัดในวากะบ่เว่น จ่มป้อยกันในวัดมันสิเป็นบาปเด้อ เดี๋ยวสิหาว่าหล่อบ่เตือนบ่ได่เด้" ปื๊ดว่าให้เพื่อนทั้งสองคนที่กำลังเถียงต่อปากต่อคำกันอยู่อย่างไม่มีใครยอมใครอยู่นั้น ทั้งที่สายตาของตนยังคงจับจ้องอยู่กับเกมในโทรศัพท์มือถือแบบไม่ยอมวาง นั่นล่ะจึงทำให้การเถียงกันแบบหัวชนฝานั้นจบลงได้ จากนั้นไม่นานนักเสียงของลุงพรมัคทายกของวัดก็ดังขึ้นผ่านทางโทรโข่งที่ติดอยู่ทั่วทั้งวัดนั้น กล่าวเชิญชวนขึ้นว่าถึงเวลาที่จะทำการร่วมสวดมนต์ข้ามปีโดยพร้อมเพียงกันได้แล้ว และขอเชิญญาติธรรมทั้งหลายที่มีความตั้งใจมาที่วัดในวันนี้ ให้ขึ้นไปบนศาลาโดยพร้อมเพียงกันในบัดนี้เลย จากนั้นไม่นานนักเสียงสวดมนต์จากเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายนั้น ก็ดังกังวานก้องไปทั่วทั้งบริเวณวัดในยามค่ำคืนที่เย็นยะเยือกของฤดูหนาวนั้นในวันสุดท้ายของปีที่กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว

และที่บ้านของแตนนั้นสนก็ได้พาลูกทั้งสองคนของเขานั้นสวดมนต์ด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีพระพุทธรูปที่อยู่ประจำบนหิ้งพระที่บ้านของเขานั้นเป็นพระประธานด้วยการสวดบทพระพุทธคุณจนครบเก้าจบ จากนั้นจึงค่อยแยกย้ายกันเข้านอนไปทันที เพราะมีหน้าที่ๆจะต้องรับผิดชอบในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง เช้าวันต่อมาเป็นวันขึ้นปีใหม่ ก้องเกียรติลุกขึ้นมาใส่บาตรทำบุญแต่เช้าด้วยชุดลำลองแบบสบายๆโดยมีเสื้อแจ็คเก็ทตัวใหญ่ใส่ทับลงไปอีกตัวหนึ่งเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายอีกชั้นหนึ่งด้วย โดยคิดว่าหลังจากที่ใส่บาตรเสร็จแล้วจะเลยไปซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ก่อนแล้วค่อยกลับมานอนต่ออีกสักหน่อยเพราะวันนี้ไม่ได้ไปทำงานโดยเขาได้ขอเปลี่ยนเวรกันกับเพื่อนเพื่อขอหยุดพักในวันนี้นั่นเอง แต่พอกลับมาถึงห้องพักแล้วกลับไม่รู้สึกง่วงนอนอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก จึงตัดสินใจที่จะออกไปขี่รถเล่นแทน ก้องเกียรติขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขาออกจากบ้านพักตำรวจ ลัดเลาะไปทางเส้นรอบเมืองเพื่อหนีรถติดในตัวเมืองที่ทุกคนต่างก็ออกมาทำธุระปะปังต่างๆกันในวันนี้จนในตัวเมืองดูคึกคักกว่าปกติมาก รวมทั้งมีรถที่มาจากต่างถิ่นที่มีทั้งมาท่องเที่ยว แล้วก็ทั้งคนที่ไปทำงานทำการอยู่ที่อื่นแล้วกลับมาเยี่ยมบ้านในวันขึ้นปีใหม่แบบนี้อีกด้วย ชายหนุ่มขี่รถเล่นกินลมชมวิวไปเรื่อยๆจนมาถึงบ้านหนองเสือก็พบเข้ากับน้อยแล้วก็ติ๋มที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์และนั่งซ้อนท้ายกันมาพอดีจึงเลี้ยวรถเข้าไปทักทายกับสองสาว

"สวัสดีปีใหม่ครับ น้อยกับติ๋มกำลังจะไปไหนกันหรือครับนี่ ดูพร้อมลุยมากๆเลยฮ่ะๆๆๆ" เขาเอ่ยถามขึ้นก่อนพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นชุดที่ทั้งสองสาวสวมใส่อยู่

"ผู้หมวดสวัสดีปีใหม่ค่า ตุข่อยกำลังสิไปนาอีแตนค่า" เมื่อได้ยินชื่อของแตนเข้ามาเกี่ยวด้วยนั้นทำให้ชายหนุ่มถึงกับรู้สึกกระปี้กระเป่าขึ้นมานิดๆทันทีเลยถามต่อว่า

"ไปนาแตนหรือ ไปทำไมครับ ตอนนี้แตนเขาก็อยู่ที่นั่นหรือ"

"ไปกินปลาค่าผู้หมวด มื่อนี่ลุงสนเลาสาหลุมสูบปลาตั่ว แล้วนี่ผู้หมวดมาอิหยังคะ ฮึว่ากำลังสิไปใสติ"

"ไม่ได้จะไปที่ไหนหรอกครับ วันนี้ลาหยุดก็เลยมาขี่รถเล่นก็ขี่ไปเรื่อยๆนั่นแหละ"

"ขั่นผู้หมวดบ่รังเกียจว่าจังซั่นจังซี่ กะซั่นกะไปกินปลานำกันบ่ล่ะคะไปเล่นนาม่วนๆ ลุงสนเผิ่นบ่ว่าดอกเผิ่นใจดี" ติ๋มเอ่ยชวนขึ้นเพราะคิดว่าก้องเกียรตินั้นก็รู้จักและคุ้นเคยกับแตนดีอยู่แล้ว ถ้าเขาไปร่วมสนุกด้วยก็คงจะไม่น่าเกลียดอะไร

"ก็ดีเหมือนกันนะ ขอบคุณครับที่ชวน"

"บ่เป็นหยังค่า จังซั่นกะขี่รถนำมาเลยค่าผู้หมวด" น้อยบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะขี่รถนำออกไป จากนั้นไม่นานนักทั้งสามคนก็ขี่รถมาจนถึงที่นาของแตนและพบกับเตี้ยที่กำลังเก็บกวาดนั่นนี่อยู่บนเถียงนาเข้าพอดี รถทั้งสองคันจึงเลี้ยวเข้าไปจอดที่ไต้ต้นงิ้วป่าต้นใหญ่ที่อยู่ข้างๆเถียงนั้น แล้วเดินเข้าไปหาเจ้าของนา ที่ยืนอยู่บนเถียงแล้วก็กำลังมองมาทางนี้อยู่พอดี

"เอ้า!อีแตนเด้ซั่นอิแม่ เจ่าคือยุผุเดียว" น้อยถามขึ้นทันทีที่เดินเข้าไปถึงเถียงนานั้น

"ยุหนองนำพวกพ่อมึงพุ้น" (ในภาคอีสานนั้นส่วนมากแล้วจะนิยมเรียกพ่อหรือแม่ของเพื่อนว่าพ่อกับแม่เช่นเดียวกันกับที่เพื่อนของตนเรียก แล้วพ่อกับแม่ของเพื่อนก็มักจะเรียกเพื่อนๆของลูกตัวว่าลูกเช่นเดียวกัน)

"สวัสดีครับคุณน้า" ก้องเกียรติเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ผู้เป็นเจ้าของบ้าน

"สวัสดีค่าผู้หมวด" เตี้ยตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับไหว้ตอบเช่นเดียวกัน น้อยนึกขึ้นได้จึงบอกกับแม่ของเพื่อนขึ้นว่า

"พอดีตุข่อยไปพ้อเผิ่นยุกลางทางสิมานาพอดี กะเลยชวนเผิ่นมากินปลานำเด้ออิแม่"

"กะดีนั่นตั่ว มาหลายๆคนมันจังม่วน พาเผิ่นลงไปเบิ่งยุหนองติ๊ล่ะปานนี่บ่แมนน้ำฮอมสิบกล่ะบ้อ สูบตั้งแต่มาฮอดพุ้น" เตี้ยบอกขึ้นเพราะอยากจะให้ก้องเกียรติได้ไปสนุกกับพวกที่อยู่ที่หนองน้ำที่อยู่ท้ายนาด้วย แตนมองเห็นพวกเพื่อนๆของตนกำลังเดินมาแต่ไกลก็ยิ้มแป้นทันที ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าเป็นแบบงงๆขึ้นมาแทนเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนกำลังเดินตามเพื่อนของเธอมาด้วยเช่นเดียวกัน

"ไผว่ะนั่น?" เด็กสาวพูดออกมาเบาๆพอได้ยิน แต่ต่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนักนั้นดันหูดีได้ยินเข้าจึงมองตามสายตาที่พี่สาวของเขานั้นมองอยู่ก่อนที่จะบอกออกมาว่า

"บ่แมนหมวดก้องตินั่น เบิ่งสิคุ่นๆยุ"

"เอื้อยน้อยกับเอื้อยติ๋มเลาพาไผมานำนั่น มึงฮู้จักบ่บักต่อ" เพื่อนของต่อถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะว่าไม่เคยรู้จักก้องเกียรติมาก่อน

"หมวดก้องเลาเป็นตำรวจยุในเมือง" ต่อบอกกับเพื่อนของเขาพลางนึกสงสัยขึ้นมาว่า แล้วทำไมก้องเกียรติถึงมาพร้อมกันกับเพื่อนของพี่สาวของเขาได้ล่ะ พร้อมกับหันไปมองทางพี่สาวของตนซึ่งแตนเองนั้นก็มีทีท่าว่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน..

ความคิดเห็น