facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 33 จ้านซีเยวี่ยพ่ายแพ้

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 จ้านซีเยวี่ยพ่ายแพ้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2562 17:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 จ้านซีเยวี่ยพ่ายแพ้
แบบอักษร

จ้านซีเยวี่ยกัดฟันกรอด พวกใช้ไม่ได้เรื่อง ช่วงเวลาสำคัญดันหวังพึ่งไม่ได้เลยสักคน

“บ.ก.ประกาศผลคะแนนเถอะค่ะ” เฉียวซือมู่พูดยิ้มๆ กับต้วนฉี่รุ่ย

ต้วนฉี่รุ่ยมองไปยังจ้านซีเยวี่ยแวบหนึ่ง แล้วเริ่มต้นประกาศผลคะแนน

ตัวเขาเองย่อมลงคะแนนข้างจ้านซีเยวี่ย แต่หลังจากเขาพูดออกไป ก็มีคนหัวเราะเย้ย คาดว่าคงจะสงสับสายตาและความสามารถในการตัดสินของเขาแล้ว สีหน้าของต้วนฉี่รุ่ยดูไม่ดีเอามากๆ แต่ก็ไม่ได้แก้ไขความตั้งใจเดิม

จ้านซีเยวี่ยมองไปยังเฉียวซือมู่และยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ คะแนนของบ.ก.คนเดียวมีค่าเท่ากับห้าคนบวกกับพนักงานที่ลงคะแนนให้เธออีก อัตราการชนะของเธอถือว่าสูงมากทีเดียว

เพียงแต่พอเธอเห็นคนที่วางตัวเป็นกลางต่างพากันเทคะแนนให้กับเฉียวซือมู่ สีหน้าของเธอก็เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว ก็แค่ข่าวเสพยาของดาราคนหนึ่งเท่านั้น พวกเขากลับคิดไปว่าข่าวของเฉียวซือมู่ดีกว่าข่าวของเธอ

จำนวนคะแนนตามมาจนเสมอกัน จ้านซีเยวี่ยลุกขึ้นยืนรีบมองกวาดไปยังคนที่ยังไม่ลงคะแนนเหล่านั้น แล้วเธอก็พบว่า  หรงเซียวที่นั่งอยู่ตรงปลายโต๊ะยังไม่ได้ลงคะแนน

เธอหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ เพราะว่าหรงเซียวก็เป็นคนของเธอ

“ฮ่าๆๆ เฉียวซือมู่ เธอยังอยากพูดอะไรอีกไหม ครั้งนี้เธอแพ้แน่แล้ว”

เฉียวซือมู่มองเธอแวบหนึ่งและพูดยิ้มเยาะ “เธอมั่นใจได้ยังไงว่าหรงเซียวจะลงคะแนนให้เธอ?”

“ถ้าหรงเซียวไม่ให้คะแนนฉัน แล้วจะไปให้คะแนนเธองั้นเหรอ?” จ้านซีเยวี่ยมองเฉียวซือมู่ราวกับมองคนโง่ “เธออย่าคิดประหลาดไปหน่อยเลย”

พูดแล้วเธอก็หันกลับไปมองที่หรงเซียว กลับเห็นหรงเซียวก้มหน้าลงต่ำ บัตรตัวเลขในมือกลับเขียนเป็นชื่อของเฉียวซือมู่

“เธอ…” จ้านซีเยวี่ยโกรธจนหน้าแดงเป็นตับหมู “หรงเซียวเธอมัน คนทรยศ!” พูดแล้ว เธอก็ดึงเก้าอี้ออกและพุ่งทะยานไปยังหรงเซียวอย่างโมโห

หรงเซียวตกใจจนหลบหนีทันที แต่กลับหลบไม่ทัน

“อ๊า!” หรงเซียวรูปร่างเล็กจะเป็นคู่ต่อสู้กับจ้านซีเยวี่ยที่รูปร่างสูงโปร่งจิตใจอำมหิตได้ยังไง หล่อนถูกจ้านซีเยวี่ยดึงทึ้งผม เจ็บจนร้องออกมา

เฉียวซือมู่รีบเข้าไปห้าม “จ้านซีเยวี่ย เธอทำเกินไปหน่อยแล้ว หล่อนไม่ลงคะแนนให้เธอก็ถึงกับต้องลงไม้ลงมือกันเลยเหรอ เธอเป็นอะไรกับหล่อนกัน มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้?”

“หล่อนเป็น…” จ้านซีเยวี่ยเดือดดาล เกือบจะหลุดพูดไส้ในออกมา ยังดีที่เธอหยุดไว้ได้ทัน ไม่ตกลงไปในกับดักของเฉียวซือมู่ “เฉียวซือมู่ ยัยคนเจ้าเล่ห์!”

“เจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์อะไร?” เฉียวซือมู่ผลักจ้านซีเยวี่ยออกไปอย่างแรง แล้วดันตัวหรงเซียวมาอยู่ด้านหลัง “หรือว่าคำถามของฉันมีปัญหาตรงไหน? หรงเซียวเป็นพนักงานของที่นี่ ไม่ใช่คนของเธอสักหน่อย หล่อนใช้ท่าทีที่เที่ยงธรรมในการลงคะแนน ผิดตรงไหนเหรอ? เธอต้องมาก่นด่าหล่อนและยังตบตีหล่อนงั้นเหรอ? และอีกอย่างต่อให้เธอมีความผิดจริง บรรณาธิการก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ เธอมีสิทธิ์สั่งสอนหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? จ้านซีเยวี่ย สำนักนิตยสารกลายเป็นบ้านของเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่!”

ประโยคคำถามเหล่านี้ทุกคำพูดคมกริบ แต่ละประโยคแทงใจดำจ้านซีเยวี่ย จนจ้านซีเยวี่ยไปไม่เป็นจริงๆ

“ใช่ๆ รองบ.ก.ใจแคบเกินไปหน่อยแล้ว ก็แค่คนอื่นไม่ลงคะแนนให้ตัวเองก็จะไปตบตี แล้วมันต่างอะไรกับผู้หญิงปากตลาดกัน” หนึ่งในคนที่วางตัวเป็นกลางก่อนหน้านี้พูดออกมา

“ใช่ๆ ฉันคิดว่าคนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้น่าจะเป็นรองบ.ก.จ้านมากกว่า”

“จากที่ฉันเห็นนะ ตำแหน่งรองบ.ก.ควรจะเป็นเฉียวซือมู่มากกว่า ใครดีใครเลว ใครดีเลิศใครเป็นหนองก็เห็นอยู่ชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?”

ทุกคนต่างพูดกันออกมา ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ปิดปากเงียบเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง คงไว้ซึ่งท่าทีปกป้องตัวเอง

เฉียวซือมู่แอบดีใจอยู่เงียบๆ แต่จ้านซีเยวี่ยกลับโมโหจนเกือบกระทืบเท้า

“หล่อนซื้อตัวหรงเซียวแล้ว นี่พวกเธอมองไม่ออกหรือไง?” ความคิดแวบขึ้นมาในหัวจ้านซีเยวี่ย เธอชี้ไปที่เฉียวซือมู่และพูดออกมาเสียงดัง

พอต้วนฉี่รุ่ยได้ยินคำพูดของจ้านซีเยวี่ย สีหน้าก็ขรึมลงไปอีก

ขณะนี้ เขาเริ่มสงสัยสายตาของเขาอย่างหนักแล้ว

เฉียวซือมู่พูดถูก เขาไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้าและถูกจ้านซีเยวี่ยซื้อไว้เป็นพวกเลย จ้านซีเยวี่ยคนนี้ดูภายนอกแล้วสวยงาม แต่ภายในกลับน่ารังเกียจ มีสมองอย่างกับหมู ถึงขั้นนี้แล้วหล่อนยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ยอมปล่อยมือ และยังหาเหตุผลเกรดต่ำอย่างนี้ออกมาอีก นี่ยิ่งทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคน และเขาเองก็ทนดูไม่ได้ เพราะความจริงที่เขายืนอยู่ฝั่งเดียวกับจ้านซีเยวี่ยเป็นที่รู้ชัดอยู่แก่ใจ

“โอ้ เธอบอกว่าหรงเซียวถูกเฉียวซือมู่ซื้อตัวไว้แล้ว ถ้าเอาตามที่เธอว่า เมื่อกี้พวกเราลงคะแนนให้เฉียวซือมู่ ก็เท่ากับว่าถูกเฉียวซือมู่ซื้อไว้แล้วน่ะสิ”

“เที่ยวซื้อใจคนไปทั่วน่าจะเป็นเธอมากกว่ามั้ง อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นมั่วๆ”

“เป็นขโมยแต่ตะโกนให้จับขโมย รองบ.ก.จ้าน คุณว่าจริงหรือเปล่า?”

เป็นคนทำนิตยสาร เป็นนักข่าว เป็นพนักงานของที่นี่ ไม่มีใครพูดไม่เก่ง ทุกคนล้วนพูดตรงๆ อย่างลึกซึ้งและตรงประเด็น

จ้านซีเยวี่ยโมโหจนริมฝีปากเริ่มกระตุก เธอจ้องเขม็งไปยังหรงเซียว สายตาเกลียดจนจะแล่เธอเป็นๆ ได้

หรงเซียวเห็นเฉียวซือมู่ปกป้องเธอ อีกทั้งทุกคนยังเริ่มประณามจ้านซีเยวี่ยอย่างเปิดเผย ความกล้าก็เพิ่มขึ้น เธอค่อยๆ ก้าวออกมาจากเบื้องหลังของเฉียวซือมู่ ปลุกความกล้าในใจและพูดว่า “ข่าวของพี่มู่มู่ดีกว่าของเธอจริงๆ ฉันฝืนใจลงคะแนนให้เธอไม่ได้หรอกค่ะ”

คำพูดที่ทั้งง่ายและตรงไปตรงมาราวกับฝ่ามือตบลงไปแรงๆ บนใบหน้าของจ้านซีเยวี่ย จ้านซีเยวี่ยโมโหจนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และจะคว้าผมของหรงเซียวอีกครั้ง หรงเซียวร้องตกใจ ก่อนหลบไปข้างหลังของเฉียวซือมู่อีกครั้ง

เฉียวซือมู่ตาไวมือไว ยื่นมือออกไปจับแขนของจ้านซีเยวี่ยเอาไว้ “จ้านซีเยวี่ย เธอไม่มีจิตสำนึกเลยจริงๆ!”

“งั้นเธอมีหรือไง? รองเท้าเก่าที่ถูกคนอื่นใส่มาแล้ว เป็นหมาจรจัดที่ล้มละลายไม่เหลือเงินสักแดง เป็นคนต่ำต้อยไม่มีผู้ชายเอา…” จ้านซีเยวี่ยเสียสติไปแล้ว เริ่มพูดแบบไม่ไตร่ตรองใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่รอให้เฉียวซือมู่พูดอะไร เฝิงเจ๋อก็เข้ามา ยื่นมือออกมาผลักจ้านซีเยวี่ยออกไปอย่างแรง “พูดให้มันดีๆ หน่อย!”

ด้วยเพราะจ้านซีเยวี่ยสวมรองเท้าส้นสูง เมื่อถูกเฝิงเจ๋อผลักอย่างนี้ ศูนย์ถ่วงก็ไม่มั่นคงทันทีและล้มลงไปบนพื้น ทั้งมือทั้งขาชี้ฟ้า และเธอยังสวมกระโปรงสั้นอีก พอล้มแบบนี้ก็หวอโผล่ทันที

จ้านซีเยวี่ยยากที่จะลุกขึ้นมาจากพื้นในทันที ทำได้แค่คลานอยู่บนพื้นและก่นด่า

“พอแล้ว!” ในที่สุดต้วนฉี่รุ่ยก็เปิดปากพูด “ที่นี่เป็นห้องประชุม ไม่ใช่ตลาดสด ทะเลาะตบตีกันต่อหน้าคนมากมาย ไม่อายบ้างหรือไง!”

และต่างคนต่างก็พูดกันขึ้นมาอีก ล้อเลียนลักษณะอันน่าเกรงขามของบ.ก. เฉียวซือมู่ยิ้มเย็นๆ ในใจ ไม่แม้แต่จะมองไปที่ต้วนฉี่รุ่ย

“โอเค ผลคะแนนก็ออกมาแล้ว ครั้งนี้เฉียวซือมู่เป็นฝ่ายชนะ ก็ใช้ข่าวของเฉียวซือมู่เป็นพาดหัวข่าว ซีเยวี่ย เธอก็อย่าเพิ่งท้อใจไป ครั้งหน้าพยายามให้มากขึ้นก็แล้วกัน”

จิ้งจอกเฒ่าพูดจากลับกลอก ทุกคนจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะดูถูก

เฉียวซือมู่บรรลุจุดประสงค์และก็ไม่อยากก่อกวนจ้านซีเยวี่ยอีก เธอยิ้มเยาะให้จ้านซีเยวี่ยครั้งหนึ่ง ก่อนหมุนตัวเดินออกไปนอกห้องประชุม

เฝิงเจ๋อตามอยู่ข้างหลังเธอ ส่วนหรงเซียวก็ตามหลังเธอไปเช่นกัน

เรื่องที่หรงเซียวตามเธอมา เฉียวซือมู่กลับไม่รู้สึกเกินคาดเลย

“พี่มู่มู่ ขอโทษนะคะ ฉันไม่น่าถูกรองบ.ก.จ้านซื้อเพียงเพราะสร้อยเส้นเดียวเลย ขอโทษสำหรับช่วงก่อนหน้านี้ด้วยจริงๆ ความจริงฉันคิดว่าพี่เก่งที่สุดนะ ตอนแรกที่ฉันมาทำงานที่นี่ก็เพราะว่าเลื่อมใสพี่…” เด็กสาวพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาด้วยดวงตาเป็นประกาย “ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว ฉันจะทำตามพี่มู่มู่ ฉัน…ฉันเอาสร้อยเส้นนั้นไปคืนรองบ.ก.จ้านแล้วล่ะค่ะ พี่มู่มู่ พี่อย่าโกรธฉันเลยนะ”

เฉียวซือมู่มองไปยังหญิงสาวหน้ากลมตัวเล็กตรงหน้า อารมณ์ก็ดีขึ้นมาเยอะ

ถ้าดูจากบางมุมแล้ว หรงเซียวกับเฝิงเจ๋อก็ดูคล้ายกันทีเดียว บริสุทธิ์ ใจดี นิสัยซื่อตรงไม่มีอุบาย เพียงแต่ว่า หรงเซียวที่เป็นผู้หญิงมีนิสัยแบบนี้จึงดูน่ารักกว่าเฝิงเจ๋อ

เมื่อก่อนเฉียวซือมู่ก็ชอบเพื่อนร่วมงานตัวเล็กคนนี้มาก ตอนนี้เห็นเธอเป็นอย่างนี้จึงยิ่งชอบเข้าไปอีก

“ฉันจะโกรธเธอได้ยังไง เธอชื่นชมฉันแบบนี้ ฉันกลับดีใจและเป็นเกียรติมากซะอีก”

“จริงเหรอคะ?” หรงเซียวมองเธอด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย คิดไม่ถึงว่าเฉียวซือมู่จะพูดจาง่ายขนาดนี้

“จริงสิ!”

เฝิงเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นเฉียวซือมู่มีลูกศิษย์เพิ่มอีกคนหนึ่งก็ดีใจแทนเธอ มู่มู่เป็นคนเก่งและมีเสน่ห์ไม่ใช่เหรอ?

แต่ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนทำงานร่วมกับมู่มู่ก็จะไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวแล้ว ถ้ามีอีกคนเข้ามาแย่งความสนใจของมู่มู่ไป เขาเองก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่

เฮ้อ เมื่อไหร่เขาถึงจะแข็งแกร่งจนปกป้องมู่มู่ และรับงานในมือของมู่มู่มาทำได้สักที มู่มู่จะได้พึ่งพาเขาอย่างวางใจ แบบนี้ก็จะไม่มีใครมาแย่งความรักของมู่มู่ไปได้แล้ว

ขณะที่เฉียวซือมู่และหรงเซียวคุยกันอยู่นั้น ก็เหลือบไปมองเฝิงเจ๋อบ้าง เห็นอารมณ์บนสีหน้าของเฝิงเจ๋อเปลี่ยนไปเป็นเหม่อลอย ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงถามยิ้มๆ “เฝิงเจ๋อ เธอคิดอะไรอยู่ ทำไมใจลอยขนาดนี้”

เฝิงเจ๋อได้สติกลับมาทันที “อ้อ…ไม่มีอะไรครับ!”

เฉียวซือมู่จึงพูดกับเธอ “คราวหลังนะ เรื่องจุกจิกอย่างพวกจัดการข่าวก็ให้เซียวเซียวทำเถอะ จากความสามารถของเธอมาทำเรื่องพวกนี้ก็น่าเสียดายแย่ เธอก็เป็นเหมือนกับฉัน ออกไปหาข่าวข้างนอกบ่อยๆ เถอะ พวกเรามาแบ่งประเภทข่าวกัน คราวหลังฉันรับผิดชอบบางส่วน เธอรับผิดชอบที่เหลือ”

การแบ่งงานอย่างสมเหตุสมผลนี้ทำให้หรงเซียวพอใจมาก แต่เฝิงเจ๋อกลับขรึมลงทันที ราวกับเขาโกรธมาก “ไม่ได้ ผมต้องออกหาข่าวกับคุณ คุณออกไปหาข่าวคนเดียวมันอันตรายเกินไป”

มู่มู่ทำอย่างนี้ได้ยังไง ให้หรงเซียวมาเป็นผู้ติดตามของเธอ วิ่งหน้าวิ่งหลังจัดการข่าวสาร และเขากลับถูกแยกออกไปให้ไปวิ่งหาข่าวคนเดียว แบบนี้เวลาอยู่ด้วยกันของเขากับมู่มู่ก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้วสิ

“พวกเราก็ยังเป็นเหมือนเดิม ออกไปหาข่าวด้วยกัน เรื่องการจัดการต้นฉบับก็ให้ผมดูแล ส่วนหรงเซียวช่วยผมจัดการก็ได้!” เขาพูดออกมาอย่างหนักแน่น น้ำเสียงเจือไปด้วยการวางอำนาจเล็กน้อย

เฉียวซือมู่ได้ยินก็คิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ายิ้มๆ “ได้สิ เฝิงเจ๋อของพวกเราโตพอจะทำเรื่องสำคัญแล้ว งั้นเอาแบบนี้ เซียวเซียวเธอเรียนรู้กับเฝิงเจ๋อก่อนแล้วกัน”

หรงเซียวได้ยินอย่างนี้ก็ยิ่งดีใจ

เธอเงยหน้าขึ้นมองเฝิงเจ๋อแวบหนึ่งด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ คิดว่าต่อจากนี้จะได้ทำงานกับเฝิงเจ๋อ เธอก็ก้มหน้าลงน้อยๆ อย่างเขินอาย

เฉียวซือมู่เห็นเธอเป็นแบบนี้ก็เข้าใจได้ในทันที

เธอแอบดีใจลึกๆ ถ้าหากคนสองคนตรงหน้าเป็นคู่กันได้คงเป็นเรื่องดีเลยจริงๆ ทั้งสองคนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา นิสัยใจคอซื่อตรง ถ้าอยู่ด้วยกันต้องน่ารักมากแน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว