facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 30 ท่านประธานจิ้นผู้ทำลายห้องครัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 ท่านประธานจิ้นผู้ทำลายห้องครัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2562 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 ท่านประธานจิ้นผู้ทำลายห้องครัว
แบบอักษร

เขาโมโหจนบีบปลายคางของเธอแน่น อยากจะสั่งสอนเธอแต่กลับเค้นหาคำพูดออกมาไม่ได้

หรือว่าเขาจะถือสากับคำพูดของเธอที่ว่าเขาเหมือนหนังงูเปื่อยงั้นเหรอ?

ลำคอตีบตันเล็กน้อย เขาโมโหจนกลัดกลุ้มไปแล้ว

เฉียวซือมู่เห็นท่าทางคับอกคับใจของเขาจู่ๆ ก็ไม่รู้สึกกลัวเขาอีก อดที่จะขำออกมาไม่ได้

เป็นถึงท่านประธานใหญ่จิ้น คาดว่าคงถูกว่าแบบนี้ครั้งแรกละมั้ง

เธอกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ และก็มองเขาอย่างอ้อยอิ่ง

เธอไม่เชื่อหรอกว่าเธอพูดอย่างนี้กับเขาไปแล้ว เขาจะยังทำกับเธอแบบหยาบคายได้อีก

แต่ทว่า เธอประเมินความอดทนของผู้ชายคนนี้ผิดไปมาก

ถูกด่าว่าหนังงูเปื่อยแล้วยังไง ถูกดับไฟปรารถนาแล้วยังไง ประธานใหญ่จิ้นจะออกสนามรบ ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอย่างสิ้นเชิง แล้วไหนจะยังความรู้สึกทะนุถนอมนี้ที่มีต่อคนที่เขาสนใจอีก

ไม่ว่าเฉียวซือมู่ว่ายังไงก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ว่าต้องถูกท่านประธานจิ้นจับกินแน่นอน

หลังจากท่านประธานจิ้นกินอิ่มหนำสำราญ เฉียวซือมู่ก็หมดแรงไปเสียแล้ว ทว่าชายหนุ่มข้างๆ กลับอารมณ์ดีมาก เขาลูบแผ่นหลังของเธอไม่หยุดราวกับกำลังปลอบขวัญเธอ เธออยากพลิกตัวไม่สนใจเขาก็ไม่เหลือแรงแล้ว

เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็หิวจนแทบทนไม่ไหว

และชายหนุ่มข้างกายก็ตื่นแล้วเช่นกัน แต่ถูกเสียงท้องร้องดังจ๊อกๆ ของเธอปลุกขึ้นมา ด้วยถูกฝึกให้ไวต่อเสียง สำหรับเรื่องหรือคนที่สนใจ หากมีการเคลื่อนไหวใดๆ เขามักจะตื่นขึ้นมาทันทีเสมอ

“ยังไม่กินข้าวเย็นเหรอ?” เขาถาม

“เหอะ!” เฉียวซือมู่กุมท้อง พลิกตัวไปอีกด้านไม่สนใจเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอจะโมโหจนไม่ยอมกินของที่พวกฮวาเหยายกขึ้นมางั้นเหรอ พอเขากลับมาทุกอย่างก็แปลกๆ และยังเป็นสัตว์ร้ายกับเธออีก ไม่หยุดคิดเลยว่าเธอยังไม่ได้กินข้าวเย็น

จิ้นหยวนเลิกคิ้ว นึกได้ว่าเธอยังไม่ได้กินข้าวเย็นจริงๆ ก็รู้สึกกินปูนร้อนท้องขึ้นมา

“คุณรอแป๊บหนึ่ง ผมจะให้คนทำอะไรขึ้นมา” เขาลุกขึ้นลงจากเตียง ช่วยเธอจัดผ้าห่มและพูดกำชับ

เฉียวซือมู่เบนหน้ามองไปทางเขา เขาใจดีขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?

แต่ด้วยความมืดสนิท เธอจึงไม่เห็นอารมณ์บนใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้ ได้ยินเพียงเสียงก้าวเดิน หลังจากนั้นก็เป็นเสียงประตูเปิดและปิดลง

คาดว่าเขาคงไปเรียกคนใช้หรือให้คนครัวทำอาหารให้เธอ

เมื่อถูกความหิวปลุกให้ตื่น เธอก็ไม่หลงเหลือความง่วงอีกแล้ว เธอรู้สึกเย็นตามร่างกาย ตามมาด้วยกลิ่นหอมของยาอันคุ้นเคย ผู้ชายคนนั้นคงถือโอกาสตอนที่เธอหลับอยู่ทายาบนแผลให้อีกแล้ว

เหอะ รอยบนตัวเธอก็เป็นรอยฟันที่ถูกเขากัดนั่นแหละ!

เธอสงสัยแล้วว่าทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้สวยเลยแท้ๆ แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงกลายเป็นสัตว์ป่าไปได้ทุกที

และก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เฉียวซือมู่ก็ถูกความง่วงจู่โจมจนจะหลับไปอีกรอบ แล้วก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก

พอเธอตื่นขึ้นมาก็ได้กลิ่นของอาหารโฉยมา แต่ว่ากลิ่นดูไม่ค่อยคล้ายของกินเท่าไหร่

เมื่อไฟถูกเปิดขึ้น เฉียวซือมู่ก็เห็นชามที่จิ้นหยวนยกขึ้นมา เขายืนอยู่หน้าเตียง

บนหน้าผากของเขามีเหงื่อผุด ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อผ้ายังมีรอยยับยู่ยี่ เธอแอบสงสัยอยู่ในใจ ก็แค่ยกชามข้าวขึ้นมาเท่านั้น ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้?

แต่ทว่าท่านประธานจิ้นลงไปสั่งคนทำอาหารให้เธอทานเองในเวลาดึกดื่น และยังยกขึ้นมาให้อีก เธอค่อนข้างประหลาดใจเหมือนกัน

ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะ

“มากินสิ” จิ้นหยวนกวักมือเรียกเธอมานั่งริมเตียง

เฉียวซือมู่เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง และขยับตัวมายังริมเตียง

พอยกชามขึ้นมา เฉียวซือมู่ก็สีหน้าเปลี่ยนทันที

ของเหนียวๆ ข้นๆ แบบนี้ ก๋วยเตี๋ยวงั้นเหรอ?

อีกอย่าง มีแค่ก๋วยเตี๋ยวงั้นเหรอ? ทำไมข้างในถึงไม่ใส่ผักกาดขาวหรืออะไรอย่างอื่นลงไปเลย อย่างน้อยก็เพิ่มสีสันบ้างสิ มีแค่เส้นอย่างเดียว หน้าตาอาหารน่าเกลียดขนาดนี้ แล้วจะให้เธอกินได้ยังไงกัน?

เธอจำได้ว่าคนครัวของที่นี่ฝีมือดีทั้งนั้นเลยนี่

สีหน้าท่าทางรังเกียจของเธอชัดเจนเกินไปจริงๆ จิ้นหยวนจึงเริ่มขาดความมั่นใจเล็กน้อย

“ชิมดูสิ ถึงหน้าตาจะดูไม่ค่อยดี แต่รสชาติน่าจะพอได้นะ”

เฉียวซือมู่มองเขาแวบหนึ่งอย่างสงสัย

แต่ทว่าเธอก็ยังรับตะเกียบมาจากมือของเขา เพราะว่าเธอหิวมากจริงๆ

พอกินไปเพียงแค่คำเดียว เฉียวซือมู่ก็ถลึงตาโต

นี่…รสชาติแย่จริงอย่างที่คาดคิดไว้เลย!

นี่มันของแปลกอะไรกันเนี่ย ทำก๋วยเตี๋ยวรสชาติแย่ขนาดนี้ได้ยังไง

เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีกลืนสิ่งที่ทั้งเค็มทั้งเปรี้ยวในปากลงท้องไป และไม่ได้คายมันลงไปบนพื้น

“นี่เป็นฝีมือคนครัวคนไหนของบ้านคุณเนี่ย ฉันว่าคุณไล่เขาออกได้แล้ว!” เฉียวซือมู่วางชามลงบนโต๊ะหัวเตียง และหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มน้ำไปอึกใหญ่ถึงได้กดรสชาติเค็มและเปรี้ยวในปากลงไปได้

สีหน้าของจิ้นหยวนขรึมลงไปมาก ‘มันรสชาติแย่ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?’

“พวกคนครัวไม่มีใครอยู่ที่นี่ตอนกลางคืนกัน มีแค่คนใช้สองคนอยู่ที่นี่เท่านั้น พวกเขาทำได้ขนาดนี้ก็ไม่เลวแล้ว” เขาอธิบาย

“อ้อ!” เฉียวซือมู่ตอบรับมา แต่เมื่อมองก๋วยเตี๋ยวที่ทั้งเค็มทั้งเปรี้ยวชามนั้นกลับไม่กล้าขยับตะเกียบอีก

“มีอย่างอื่นที่กินได้อีกไหม ขนมเค้กก็ได้ หรือผลไม้อะไรก็ได้ที่พอให้อิ่มท้อง” เฉียวซือมู่พูดขอ

จิ้นหยวนสูดลมหายใจลึก พูดออกมาอย่างอดทน “ไม่มี อาหารที่นี่ไม่เคยมีแบบเหลือค้างคืน”

“หา?” เฉียวซือมู่กลัดกลุ้มใจ “ในตู้เย็นก็ไม่มีของกินเลยเหรอ?”

‘จะว่ามีก็มี แต่ไม่มีของสำเร็จรูปที่กินได้เลยน่ะสิ’ จิ้นหยวนพูดอยู่ในใจ

เฉียวซือมู่มองไปยังชายหนุ่มข้างๆ ก็ตะลึงไปสองวินาที ฉับพลันสายตาก็เป็นประกายเหมือนฉุกคิดบางอย่างได้

เมื่อมองไปยังก๋วยเตี๋ยวชามนั้น เธอก็หลุดขำแบบไม่ออกเสียง

‘อ้อ…ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ ก๋วยเตี๋ยวชามนี้ท่านประธานใหญ่จิ้นเป็นคนทำเองสิท่า’

ผู้ชายคนนี้…มิน่าเขาถึงดูเซ็งๆ ไม่พูดไม่จา ไม่สบอารมณ์แบบนี้

เฉียวซือมู่ลอบคิดในใจว่าท่าทางแบบนี้ของเขาก็น่ารักดี

ท่านประธานจิ้นกลัดกลุ้มแล้วจริงๆ ภายในคฤหาสน์หลังนี้ไม่มีใครแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เหลือพ่อครัวสักคน บางครั้งพวกพี่น้องมาสังสรรค์กันที่นี่ ก็ต้องมีพ่อครัวเหลือไว้เพื่อทำอาหารว่างยามดึกบ้าง

แต่ทว่าวันนี้เขาไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา อยากจะทำอาหารให้ผู้หญิงคนนี้ทาน

แต่ว่าเขาที่อะไรได้ทุกอย่าง กลับเป็นฆาตกรพังห้องครัวแท้ๆ

ต้มไข่ลวกสักฟองยังทำไหม้ สุดท้ายต้องเททิ้งอย่างเดียว อื่นๆ ที่ยุ่งยากเขาก็ทำไม่เป็น ทำได้แค่ต้มก๋วยเตี๋ยว

แต่ว่าใส่เครื่องปรุงอะไรบ้างเขาก็แยกไม่ออก และก็ไม่รู้ด้วยว่าต้องใส่เท่าไหร่ ระดับไฟก็ควบคุมได้ไม่ดี

ต้มไปสามครั้ง ในที่สุดก็มีครั้งหนึ่งที่ดูเข้าท่าขึ้นมาหน่อย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เฉียวซือมู่ต้องรอนานขนาดนี้ กว่าเขาจะยกชามก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาชามหนึ่ง

แต่เดิมคิดว่ารสชาติคงใช้ได้ กลับไม่คิดว่าจะถูกเธอรังเกียจขนาดนี้ เขาจึงไม่อยากพูดว่าตัวเขาเป็นคนทำเอง และก็ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองทำแย่ จึงพูดไปว่าคนใช้เป็นคนทำ และยังพูดอีกว่าทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว

เพียงวันเดียวก็ถูกหญิงสาวตัวเล็กคนนี้รังเกียจหาว่าหนังงูเปื่อยบ้าง รังเกียจฝีมือทำอาหารอีก ท่านประธานจิ้นรู้สึกเหมือนถูกโจมตีเล็กน้อยแล้วจริงๆ

แต่ทว่าเขาแสดงออกมาไม่ได้

เฉียวซือมู่แอบมองเขาเป็นนาน เมื่อเห็นเขาไม่ขยับและไม่พูดอะไร ถึงแม้กูสีหน้าอารมณ์ไม่ค่อยออก แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาต้องรู้สึกไม่ค่อยดีแน่ๆ ดังนั้นเธอจึงแอบใจอ่อนขึ้นมาแบบควบคุมไม่ได้

หลังจากนั้นเธอก็ยกก๋วยเตี๋ยวชามนั้นขึ้นและเริ่มกินใหม่อีกครั้ง

เมื่อได้ยินเสียง จิ้นหยวนก็หันหน้ากลับมามองเธอ เห็นเธอกินก๋วยเตี๋ยวคำใหญ่ก็ประหลาดใจ

“บอกว่าไม่อร่อยไม่ใช่เหรอ?” เขาถามเสียงแผ่ว ถ้าไม่อร่อยจริงๆ เขาก็ไม่อยากบังคับให้เธอกิน

เฉียวซือมู่กลืนก๋วยเตี๋ยวลงไปและเลิกคิ้วขึ้น ยิ้มแบบมีเลศนัย “หรือว่าคุณดูไม่ออกเชียวหรือว่าฉันจงใจยั่วโมโหคุณ? ก๋วยเตี๋ยวชามนี้ถือว่าไม่เลวเลย อร่อยดี ”พูดแล้วเธอก็กินอีกคำใหญ่

จิ้นหยวนขมวดคิ้ว ท่าทางโกรธเคืองเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนี้กล้าล้อเขาเล่นงั้นเหรอ

เขายื่นมือออกไปคิดจะแย่งชามก๋วยเตี๋ยวชามนั้นมา

เฉียวซือมู่กลับเบี่ยงตัวไปอีกด้านอย่างแรง หลบการแย่งของเขา

“นี่ คุณอย่ามาขี้เหนียวสิ ก็แค่ล้อเล่นเอง” เธอขำเบาๆ ประคองชามก๋วยเตี๋ยวอย่างแน่นเพื่อปกป้องอาหาร เธออารมณ์ดีทีเดียว ดวงตาเป็นประกาย มุมปากเปื้อนน้ำซุปมันๆ แต่มองดูแล้วเป็นประกาย

เธอไม่เคยแสดงท่าทางผ่อนคลายมีความสุขแบบนี้ต่อหน้าเขามาก่อน

เขาจึงยกมุมปากขึ้น รู้สึกว่าเธอที่เป็นแบบนี้ช่างน่าหลงใหลจริงๆ

ไม่นานเฉียวซือมู่ก็กินก๋วยเตี๋ยวจนหมด และยังจุ๊ปากอีก ท่าทางเหมือนยังไม่หายอยากแบบนี้ ความจริงแล้วเธอทำเพื่อไม่ต้องการให้เขาได้ชิมก๋วยเตี๋ยวที่เขาทำเอง เพื่อไม่ให้ทำลายศักดิ์ศรีของเขา

แต่ว่ารสชาติมันแย่มากเลยจริงๆ

“ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ” เธอวางชามลงและพูดยิ้มๆ กับจิ้นหยวน

จิ้นหยวนไม่ได้สงสัย เขายิ้มและพยักหน้า

เธอแสร้งว่าทานจนอิ่มแล้วและไปห้องน้ำ แต่เมื่อปิดประตูลงเธอก็เริ่มผะอืดผะอมขึ้นมา แต่กลับไม่ได้อ้วกออกมา เธอรีบเปิดก็อกน้ำ กลั้วปากไปยกใหญ่และบ้วนปาก

เป็นภัยพิบัติฉากหนึ่งจริงๆ

ต่อไปต้องหาทางห้ามท่านประธานจิ้นเข้าครัวอีก

ไม่ควรมีครั้งหน้าอีกแล้ว

ท่านประธานจิ้นคงคิดว่าวันนี้ทำไม่ดีกับเธอไว้เยอะ ดังนั้นถึงได้คิดจะทำอาหารให้เธอทานเป็นการชดเชย

และก็ไม่กล้าอยู่ในห้องน้ำนานเกินไป กลัวว่าผู้ชายข้างนอกจะสงสัยเอาได้

ตอนที่ออกมาจิ้นหยวนก็นั่งอยู่บนเตียงแล้ว ดูเหมือนกำลังรอเธออยู่พอดี

เฉียวซือมู่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เธอไม่อยากเอนตัวอยู่บนเตียงเดียวกับเขาเลย

จิ้นหยวนเห็นท่าทางสองจิตสองใจของเธอก็เริ่มไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้เปล่งเสียงพูดกับเธอ แต่กลับรอดูปฏิกิริยาของเธอต่อไป

ถ้าหากเธอตีตัวออกห่างเขาตลอดแบบนี้ งั้นเขาก็ต้องคิดแล้วว่าเขาดีกับเธอเกินไปหรือเปล่า ต่อไปการวางตัวไม่ชัดเจนถึงจะเป็นวิธีการเข้าหาเธอที่ดีที่สุดงั้นเหรอ?

ดีหน่อยตรงที่ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้สองจิตสองใจอยู่ชั่วครู่ก็นั่งลงบนเตียง โดยเว้นระยะห่างเล็กน้อยและเอนตัวลง หลับตา หาววอดหนึ่ง ท่าทางง่วงมากและอยากจะนอนแล้ว

ผลลัพธ์แบบนี้ดูไม่ค่อยดี แต่ก็ดูไม่เลวขนาดนั้น

อย่างน้อยเธอก็ไม่หาข้ออ้างมาบอกว่าจะไปนอนโซฟาหรือไปห้องอื่น

แต่หากเขารู้ความในใจของเธอก็คงจะไม่คิดอย่างนี้แล้ว

เฉียวซือมู่กำลังคิดว่าในเมื่อนอนก็เคยนอนมาแล้ว อีกทั้งตัวเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ฉะนั้นก็อย่าไปต่อต้านเขาแบบโง่ๆ อีก ยังไงก็ต้องคุ้นชินเข้าสักวัน เธอก็เป็นเพียงกระป๋องผุพังใบหนึ่ง...แต่ผู้ชายข้างๆ กลับไม่ได้คิดถึงตรงนี้

ตอนเช้าตรู่ เฉียวซือมู่ก็ตื่นไปทำงาน ถึงจิ้นหยวนไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้าม เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ เฉียวซือมู่ก็รีบร้อนออกไป วันนี้เป็นวันที่สำนักนิตยสารจะกำหนดพาดหัวข่าวของรอบนี้ เธอต้องรีบไป

“ผมไปส่ง” ยังไม่ทันก้าวออกจากประตูใหญ่ก็ได้ยินจิ้นหยวนพูดขึ้นมาจากเบื้องหลัง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว