facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 27 เข้าใจผิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 เข้าใจผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 เข้าใจผิด
แบบอักษร

“ช่วงนี้นักข่าวพวกนี้นับวันยิ่งไร้จรรยาบรรณ ใช้การสัมภาษณ์เป็นข้ออ้างเข้าหาดารา วิธีการไหนก็ไม่เกี่ยงจริงๆ” หร่วนเซียงเซียงพูดถากถาง

จิ้นหยวนโมโหอยู่แล้ว พอได้ฟังคำพูดของหร่วนเซียงเซียงก็ยิ่งขรึมลง เขาถลึงตามองหร่วนเซียงเซียง หลังจากนั้นก็ตามผู้หญิงร่างเล็กที่คิดจะหนีไปอย่างคนกินปูนร้อนท้อง

ผู้หญิงของเขา ไม่ใช่ใครจะมาดูถูกกํได้

“เอ๋” จิ้นหยวนจู่ๆ ก็จากไป ทำให้หร่วนเซียงเซียงประหลาดใจมาก พอจิ้นหยวนตามไปจับนักข่าวที่เธอเพิ่งดูถูกเมื่อกี้ เธอถึงได้สติกลับมาว่าเกิดอะไรขึ้น

เป็นไปได้ยังไง ที่แท้จิ้นหยวนกับนักข่าวหน้าไม่อายคนนั้นเป็นแบบนั้นกันงั้นเหรอ

ชั่วพริบตานั้นเธอใช้สายตาแผดเผาสาดไปยังนักข่าวคนนั้น

เธออยากวิ่งไปกระชากจิ้นหยวนกลับมา แต่เธอเตือนสติตัวเองว่าอย่าเพิ่งผลีผลาม

อีกฝั่ง หลังจากจิ้นหยวนตามจับเฉียวซือมู่ได้แล้วก็ลากเธอไป

เฉียวซือมู่ถูกเขาบีบแขนจนแทบหัก “ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บ!”

จิ้นหยวนกลับไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น หิ้วแขนของเฉียวซือมู่ราวกับหิ้วสัตว์ตัวน้อยๆ ตัวหนึ่ง

เฉียวซือมู่รู้สึกได้ถึงความโมโหของเขา จึงไม่กล้าต่อต้านมาก เพียงแต่เขาโกรธได้ แล้วเธอโกรธไม่ได้งั้นเหรอ? ตัวเขาเองควงดาราสาวหร่วนเซียงเซียงคนนั้นด้วยท่าทางคลุมเครือ และเธอก็แค่มาสัมภาษณ์เท่านั้น อีกอย่างเรื่องที่เธอพูดกับผู้ชายสองคนนั้นก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

ผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไรก็ทำ และคนอื่นต้องยอมรับเท่านั้น

พอถึงลานจอดรถ จิ้นหยวนก็เปิดประตูรถออกแล้วโยนเฉียวซือมู่เข้าไป หลังจากนั้นตัวเองก็ตามเข้าไป

“อาฮุย ออกรถ!” เขาสั่งอย่างเฉียบขาด

อารมณ์ไม่ดีของจิ้นหยวนส่งให้อาฮุยที่อยู่ไกลๆ รู้สึกได้ว่าหากเขาอิดออดก็จะถูกไฟโมโหของจิ้นหยวนระเบิดเข้าให้ ฉะนั้นเขาจึงทำเหมือนไม่มีตัวตน แต่เพราะวันนี้มีแค่บอดี้การ์ดอย่างเขาตามมาเพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจึงเป็นคนขับรถเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ว่าเขาไม่อยากขับรถให้บอสในสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ

“ท่านประธาน ขับ…ขับรถกลับบ้านใช่ไหมครับ?” เขาค่อยๆ ถามอย่างระมัดระวัง

จิ้นหยวนมองไปที่เขาทันที ความเยียบเย็นในสายตาพาให้อาฮุยอดสั่นไม่ได้

อาฮุยไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่ขับรถไปเงียบๆ

เฉียวซือมู่ก็กลัวเช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่เปิดเผยความรู้สึกออกมา ตอนนี้เขาบีบแขนของเธเจ็บแทบตาย ไหนก้นยังเจ็บจากที่ถูกเขาผลักเข้าไปในรถอีก เธอเองก็โมโหอยู่เหมือนกัน

เพียงแต่ว่า ผู้ชายข้างตัวคนนี้ยั่วโมโหไม่ได้จริงๆ เธอทำได้แค่กอดกระเป๋าและกล้องอย่างคับอกคับใจ พยายามรักษาท่าทางการนั่งให้เรียบร้อย

ตอนแรกจิ้นหยวนไม่ได้มองเธอ เขานั่งไขว่ห้าง นิ้วมือขวาเคาะอยู่บนหน้าตักของตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ราวกับพยายามสงบสติอารมณ์ และก็เหมือนกำลังบ่มเพาะความโกรธอีกเช่นกัน

เฉียวซือมู่ไม่ลดความระมัดระวังลง แต่กลับยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้น

ถ้าเขาโมโหใส่เธอตอนนี้ ถึงแม้มันจะน่ากลัว แต่เวลาที่เขาเก็บไว้ในใจกลับยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ พอกลับไปถึงแล้ว เกรงว่าบทลงโทษจะยิ่งน่ากลัวกว่านี้

“เรื่องที่ฉันพูดกับพนักงานสองคนนั้นเป็นเรื่องโกหก ฉันก็แค่ไปสัมภาษณ์…” เธอเปิดปากพูดช้าๆ พยายามอธิบาย

จิ้นหยวนอยู่ๆ ก็เมินหน้าหนี ยื่นมือออกมาคว้าเธอเข้าไปหา ท่าทางแบบนั้นพูดไม่ได้ว่าอ่อนโยนนัก

“อ๊า!” ใบหน้าของเฉียวซือมู่กระแทกเข้ากับแผ่นอกแกร่งของเขา เธอเจ็บจนร้องโอย

“โกหกอีกสิ ผมฟังอยู่…” จิ้นหยวนใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้นอย่างป่าเถื่อน และเค้นคำพูดรุนแรงออกมา

ความหวาดกลัวในดวงตาของเฉียวซือมู่ควบคุมไม่อยู่อีกแล้ว แต่ที่มากกว่านั้นก็คือความน้อยใจ

“ฉันไม่ได้หลอกคุณนะ ฉันทำไปเพราะต้องการสัมภาษณ์เคอเสี่ยวตงจริงๆ หลังจากนั้นเพื่อให้พนักงานสองคนนั้นปล่อยฉันออกมาอย่างราบรื่น ฉันถึงได้พูดแบบนั้นออกไป เพราะฉันก็สู้พวกเขาไม่ได้ ก็ทำได้แค่หลอกพวกเขา ไม่อย่างนั้นรอให้พวกเขาเห็นเคอเสี่ยวตงในห้องรับรองแล้ว พวกเขาต้องไม่ปล่อยฉันออกมาแน่นอน…” เฉียวซือมู่รีบพูดอธิบาย

“สัมภาษณ์?” จิ้นหยวนฟังเธอพูดแล้วกลับยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ “การสัมภาษณ์สำคัญขนาดที่คุณต้องใช้ร่างกายเข้าแลกเลยงั้นเหรอ?”

เฉียวซือมู่ตะลึง คิดไม่ถึงว่าเขาจะเห็นว่าเธอเป็นคนสกปรกขนาดนี้

“คุณ…หยาบคายเกินไปแล้ว!”

จิ้นหยวนแย่งกล้องในอ้อมกอดของเธอไปอย่างรุนแรง แล้วลดกระจกลงและทำท่าจะโยนกล้องออกไป

เพื่อให้ได้ข่าวเล็กๆ ข่าวนี้ เธอถึงกับยอมใช้ร่างกายตัวเองเข้าแลกโดยไม่เสียดาย งั้นเขาก็จะทำลายมันซะ ดูสิว่าคราวหลังเธอยังกล้าทำอย่างนี้อีกไหม

เขาหวังดีให้น้องรองไปส่งข่าวบอกเธอ แต่กลับได้ผลลัพธ์แบบนี้หมายความว่ายังไง ขว้างงูไม่พ้นคองั้นเหรอ เขาโมโหจนอยากฉีกเธอเป็นชิ้นๆ และยังน้องรองนั่นอีก เขาต้องกลับไปคิดบัญชีกับหมอนั่นด้วย

“นี่ คุณจะทำอะไร อย่าโยน คืนฉันมานะ” เฉียวซือมู่เห็นเขาจะโยนกล้อง ก็ตกใจจนทะยานเข้าไปห้ามทันที

แต่ทว่าผู้หญิงอย่างเธอจะเป็นคู่มือของเขาได้ยังไง นอกจากแย่งกล้องกลับมาไม่ได้แล้ว ยังถูกผลักจนล้มลงไปบนเบาะ ศีรษะกระแทกเข้ากับประตูรถอีก จนเกิดเสียงดัง ‘โป๊ก’

พอจิ้นหยวนได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วไม่ได้คิดจะโยนกล้องออกไปอีก

เฉียวซือมู่กุมศีรษะ เธอเจ็บจนน้ำตาไหลออกมา แต่มืออีกข้างก็ยังเอื้อมไปที่จิ้นหยวนอย่างดื้อรั้น “เอากล้องคืนมานะ”

จิ้นหยวนโยนกล้องวิดีโอลงบนเบาะ ฝ่ามือข้างหนึ่งดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด มองไปที่หัวของเธอแวบหนึ่ง เห็นว่าไม่มีเลือดออกก็วางใจ แต่ยังไงก็ยังต้องคิดบัญชีกับเธอ

“เฉียวซือมู่!” เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเต็มของเธอแบบนี้ แต่กลับไม่ใช่น้ำเสียงที่ดีนัก “ข้อที่หนึ่งในหนังสือสัญญาคืออะไร?”

ข้อที่หนึ่ง?

“ซื่อสัตย์สุจริต…”

“ข้อที่สอง?”

“ซื่อสัตย์…”

ท่าทางของเขาดูดุดันเกินไป เธอจำต้องตอบคำถามเขา

รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นตรงมุมปากของเขาอีกรอบ “สองข้อนี้คุณทำได้แล้วหรือยัง?”

“ฉันทำ…”

เขาไม่ให้เวลาเธอตอบคำถาม แต่กลับพูดจาเสียดสีต่อไปว่า “นี่แค่ไม่กี่วันเท่านั้น คุณก็ทำผิดสัญญาแล้ว คุณวางแผนอนาคตให้ตัวเองเร็วดีนี่”

“ไม่ใช่! จิ้นหยวน คุณอย่าคิดเองเออเองอย่างนี้สิ ความจริงไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”

จิ้นหยวนกลับนึกว่าเธอเถียงข้างๆ คูๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ

“คุณว่ามาสิ…ผมควรลงโทษคุณยังไงดี?” คำพูดนี้วนอยู่ในใจของเขามาหลายรอบ ในที่สุดเขาก็พูดมันออกมา

“คนบ้า ฉันก็บอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”

จิ้นหยวนกลับกดเธอลงใต้ร่างอย่างรุนแรง กัดริมฝีปากของเธอไว้อย่างไร้เยื่อไย เพื่อเก็บ ‘คำเถียงข้างๆ คูๆ’ ของเธอกลับไป

ในปากของเฉียวซือมู่ก็ได้รสคาวของเลือดทันที

ผู้ชายสารเลวคนนี้เป็นหมาบ้าไปแล้วงั้นเหรอ? เธอก่นด่าในใจอย่างเคียดแค้น แต่ก็อดหวาดกลัวไม่ได้

อาฮุยที่ขับรถอยู่ด้านหน้าไม่เคยเห็นจิ้นหยวนเป็นแบบนี้มาก่อน เขาก็ตกใจจนไม่กล้าส่งเสียงออกมา

ถึงแม้เมื่อก่อนมีผู้หญิงมาทำให้บอสหงุดหงิดบ้าง และถึงบอสโกรธอย่างไร แต่อย่างมากก็แค่รำคาญ แล้วไม่นานผู้หญิงพวกนั้นก็ถูกไล่ไปจนหมด แต่คุณเฉียวคนนี้สุดยอดจริงๆ ถึงทำให้บอสโมโหได้ขนาดนี้

แต่ทว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าต่อให้บอสโมโหมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางไล่คุณเฉียวไปได้ล่ะ!

จิ้นหยวนที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดราวกับสิงโตเพิ่งได้กินอาหารคาวมื้อหนึ่ง ไฟโกรธในใจยิ่งลุกโหม แทบจะฉีกกระชากเสื้อผ้าของหญิงสาวที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอด จนเหมือนสัตว์ร้ายอย่างสิ้นเชิง

เฉียวซือมู่ทั้งกลัวทั้งโกรธ เธอได้แต่ทุบตีเขา พอรับรู้ว่าร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่าแล้ว เธอจึงใช้มือบดบังร่างกายของตัวเองอย่างแน่นหนา ทั้งอายทั้งร้อนใจ ข้างหน้ายังมีคนอยู่ เขาทำแบบนี้ได้ยังไง

“สารเลว คนสารเลว…ฮือๆ…” เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงหัวโบราณคนหนึ่งเท่านั้น ถูกเขาดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ แล้วคนด้านหน้ายังเห็นเธอในสารรูปแบบนี้อีก เธอยอมตายไปยังดีกว่า

สิ่งที่เธอได้รับจากเสียงร้องไห้และเสียงสาปแช่งก็คือเขากัดลงไปอีกรอบ ทั้งดุดันและบ้าคลั่ง

แผลบนร่างกายของเธอเพิ่งหายดีได้ไม่นานก็ปรากฏรอยช้ำขึ้นมาอีก

“จิ้นหยวน ฆ่าฉันเลย คุณฆ่าฉันเลยสิ!” เธอตะโกนอย่างบ้าคลั่งด้วยเสียงแหบแห้ง หลังจากนั้นก็ร้องไห้โฮออกมา

อาฮุยที่อยู่ด้านหน้ามองตรงไปยังทางข้างหน้า ไม่กล้าหันมองไปทางข้างหลัง แต่พอได้ยินเสียงตะโกนอย่างนี้ก็ตกใจมากจนเกือบจะเหยียบเบรกไปแล้ว

แรงเฉื่อยทำให้ตัวของจิ้นหยวนเอนมาด้านหน้า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจตัวเอง กลับกระชับกอดผู้หญิงในอ้อมกอดจนแน่น หน้าผากของเขากระแทกเข้ากับพนักพิงของเบาะข้างหน้า ท่าทางน่าเวทนามาก

“ขอโทษครับบอส ขอโทษครับ” อาฮุยพูดขอโทษ รีบควบคุมรถให้ดีอีกครั้ง

จิ้นหยวนคร้านจะด่าเขา แต่กลับยื่นมือออกไปกดปุ่มหนึ่ง หลังจากนั้นหน้าต่างกั้นก็เลื่อนขึ้นมา แบบนี้คนข้างหน้าข้างหลังก็มองกันไม่เห็นกันแล้ว

ผู้หญิงในอ้อมกอดยังคงร้องไห้อย่างหนัก ความโมโหในใจของเขาก็ไม่ได้มากขนาดนั้นแล้ว

ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้กล้าขนาดพูดให้เขาฆ่าเธอ การต่อต้านขนาดยอมทำลายตัวเองก็ให้เขาตกใจขึ้นมา เขากลัวว่าถ้าเขายังลงโทษต่อไป ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้คงได้ฆ่าตัวตายจริงๆ แน่

ดังนั้นเขาจึงเลื่อนกระจกกั้นขึ้น แล้วทำให้เธอสงบใจลงหน่อย

ความจริงแล้วเขาไม่กังวลเลยว่าอาฮุยจะเหลือบมองมาข้างหลัง คนของเขานิสัยเป็นอย่างไร เขารู้ดีอยู่แก่ใจ

เขาไม่ได้ทำอะไรอีก แต่ผู้หญิงในอ้อมกอดยังร้องไห้โฮด้วยท่าทางน้อยใจอย่างที่สุด เจ็บปวดเสียใจอย่างที่สุด เธอขดตัวราวกับถูกทรมาน ถูกย่ำยี น่าสงสารแบบไม่มีอะไรเหลือแล้ว

ทันใดนั้นหัวใจก็เหมือนถูกบีบรัด ให้เขาเจ็บแสบ

เขารู้สึกไม่มั่นใจหน่อยๆ แล้ว ถ้าหากผู้หญิงคนนี้ยอมใช้ร่างกายเข้าแลกข่าวข่าวหนึ่งเพื่อเอาอกเอาใจดาราชายคนนั้นอย่างที่เขาคิดจริง งั้นตอนนี้เธอก็ควรเฉยๆ สิ คงไม่คิดมากเพียงเพราะถูกคนเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเอง ยิ่งไม่อยากตายเพียงเพราะถูกเขากัดสิ

การตอบสนองอย่างรุนแรงของเธอ อธิบายคำถามหนึ่งได้ก็คือเดิมทีเธอไม่ได้เป็นคนเปิดเผยขนาดนั้น กลับกันก็คือเป็นคนหัวโบราณ

พอคิดไปถึงค่ำคืนหลายวันมานี้ ถึงแม้เธอจะเคยทำท่าทางยั่วยวนเขา แต่พอทำเข้าจริงๆ เธอก็มีท่าทางเกร็ง กระบิดกระบวนต่อต้าน ไม่เคยยินยอมเลยสักครั้ง

ฉับพลันก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา เขาไม่ควรวู่วามขนาดนี้

เขายื่นมือออกไปหยิบเสื้อผ้าของเธอ แล้วคลุมลงไปบนร่างกายของเธอ แต่กลับคลุมได้ไม่มิด เขาจึงถอดเสื้อสูทของตัวเองออก ในครั้งนี้เธอจึงถูกเขาห่อจนมิดชิด

เขารวบเธอเข้าไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง และยื่นมือออกไปปาดเช็ดน้ำตาของเธอ

น้ำตาร้อนๆ นั้นส่งให้หัวใจของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

เธอยังคงร้องไห้เสียใจ หัวใจของจิ้นหยวนกลัดกลุ้มขึ้นมาน้อยๆ และก็อดไม่ได้ที่จะเจ็บปวดใจไปด้วย

เขารู้ว่าเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้ใคร อย่างน้อยก็ต่อหน้าเขา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว