facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 23 ท่านประธานจิ้นที่โหดร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ท่านประธานจิ้นที่โหดร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2562 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ท่านประธานจิ้นที่โหดร้าย
แบบอักษร

จิ้นหยวนเบื่อจนต้องลุกขึ้นเดินไปทางห้องครัว 

แต่เขาไม่รู้ว่าห้องครัวอยู่ตรงไหน 

“พาฉันไปห้องครัว” เขาสั่งสาวใช้คนหนึ่งอย่างไม่ต้องคิด 

“ท่าน…ท่านประธานจิ้น จะไปห้องครัวเหรอคะ” ฮวาจือมองเขาอย่างประหลาดใจ คนใช้คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องรับแขกต่างก็มีสีหน้าตกใจเหมือนกัน 

จิ้นหยวนขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีนิลเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นทันที เขาก็แค่จะไปห้องครัวเท่านั้น คนใช้พวกนี้มีอะไรต้องประหลาดใจขนาดนี้งั้นเหรอ? 

ฮวาจือรีบเก็บสีหน้าประหลาดใจทันที หลังจากทำท่าทางเชิญอย่างนอบน้อมแล้วก็เดินนำทางไป 

หลังจากเขาเดินจากไปแล้ว คนใช้ในห้องรับแขกต่างก็ตกตะลึง 

ยังมีเรื่องอะไรน่าเหลือเชื่อมากไปกว่าการที่ท่านประธานจิ้นไปห้องครัวอีก กฎเกณฑ์ที่คุณชายอยู่ห่างจากห้องครัวนี้ ท่านประธานจิ้นปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อีกทั้งเขายังไม่ชอบกลิ่นน้ำมันเป็นอย่างมาก ดังนั้นตั้งแต่เด็กจนโตเขาจึงเกลียดห้องครัวมาก 

ตอนที่ออกแบบคฤหาสถน์หลังนี้ เขาก็พิจารณาถึงจุดจุดนี้เช่นกัน ดังนั้นจึงสร้างห้องครัวและห้องรับแขกห่างๆ กัน และไม่เคยเยียบย่างเข้ามาห้องครัวของที่นี่เลยสักครั้ง 

เขาไม่รู้ว่าห้องครัวบ้านของตัวเองอยู่ตรงไหนก็ไม่แปลก 

แต่ว่า ตอนนี้เขากลับอยากจะไปห้องครัว 

งั้น…ทำไมเขาถึงอยากไปห้องครัวกันล่ะ? 

คนใช้หลายคนมองหน้ากัน ต่างก็ไม่เข้าใจเหตุผล 

เพราะว่าคุณเฉียวทำอาหารอยู่ที่ห้องครัวไง 

จิ้นหยวนมาถึงประตูห้องครัว ก็ส่งสัญญาณมือกับฮวาจือที่นำทางมาให้เธอออกไปก่อน หลังจากนั้นตัวเองก็ยืนอยู่หน้าประตูมองหญิงสาวร่างเล็กคนนั้นยุ่งอยู่ในห้องครัว 

ไม่รู้ว่าเธอไปหาผ้ากันเปื้อนผืนใหม่จากที่ไหนมาผูกรอบเอว นี่ยิ่งส่งให้เธอดูเป็นแม่ศรีเรือนขึ้นอีกเยอะ กิริยาท่าทางของเธอช่ำชองเหมือนกับคนทำอาหารเป็น 

เธอทั้งหั่นผัก ผัดกับข้าว บางครั้งก็ไปเช็กซุปที่ตุ๋นอยู่ในหม้อ ท่าทางไม่รีบร้อน อิริยาบถราวกับน้ำไหลไปเรื่อย 

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของจิ้นหยวน เขาไม่รู้เลยว่า ตัวเขารู้สึกเหมือนว่ากลิ่นน้ำมันพวกนั้นจะไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้นอีกแล้ว 

ถึงแม้มีแอร์อยู่กลางห้องครัว แต่อากาศก็ยังร้อนมากอยู่ดี เขามองเห็นเม็ดเหงื่อสุกใสแวววาวไหลจากหน้าผากของเธอ แล้วย้อยลงไปถึงตรงลำคอ 

สีหน้าของเธอเผยความเจ็บปวดออกมาทันที เธอยื่นมือลูบไปที่แผ่นหลัง 

จิ้นหยวนถึงนึกขึ้นได้ว่าบาดแผลบนตัวของเธอยังไม่หายดี ยังหลงเหลือบาดแผลหลายจุดบนแผ่นหลัง 

ในใจคันยุบยิบขึ้นมา เขารู้สึกว่าคิดผิดจริงๆ ที่ให้เธอมาทำอาหาร 

แต่ก็น่าเสียดายหากจะทำลายภาพตรงหน้าของเขา 

ถ้าจากนี้ไปเธอมาทำอาหารรอเขากลับมาทานในทุกๆ วัน ทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างมีความสุข พูดคุยกันและดูทีวีด้วยกันอย่างสนุกสนานก็คงดี… 

ความคิดนี้ทำให้คิ้วของเขากระตุก เมื่อมองไปยังหญิงสาวในห้องครัวอีกครั้ง สายตาของเขาก็กลับมาเยือกเย็นดังเดิม 

ยังไม่ใช่เวลา เขายังเปิดเผยต่อหน้าหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ไม่ได้ 

เฉียวซือมู่วุ่นวายอยู่ในห้องครัวหนึ่งชั่วโมงเต็มถึงได้ทำอาหารทั้งหมดเสร็จ ทั้งร่างของเธอยังเต็มไปด้วยเหงื่อ 

เมื่อเรียกคนใช้มายกอาหารออกไป เธอก็รีบออกไปเช่นกัน...ต้องไปอาบน้ำแล้ว 

“คุณจะไปไหน?” จิ้นหยวนเห็นเธอไม่สนใจเขา แต่กลับรีบแต่จะขึ้นชั้นบน จึงเอ่ยปากถาม 

เฉียวซือมู่ใช้มือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ตอบกลับมาอย่างอ่อนเพลีย “ฉันจะไปอาบน้ำค่ะ อาหารเย็นเสร็จแล้ว คุณไปกินเถอะ” 

จิ้นหยวนขมวดคิ้ว ท่าทางไม่คิดจะปล่อยเธอไป 

เฉียวซือมู่ยืนอยู่ตรงหน้าบันไดด้วยท่าทีอ่อนเพลียเล็กน้อย 

“งั้นคุณรีบหน่อยแล้วกัน ลงมากินข้าวกับผม ไม่อย่างนั้น...ผมคงไม่มีความสุขแน่” จิ้นหยวนนั่งลงบนโซฟา ในมือถือรายงานเศรษฐกิจรอบโลก พูดออกมาโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้น 

เฉียวซือมู่ขี้เกียจเถียงกับเขาอีก จึงตอบรับอย่างอ่อนแรง “ฉันรู้แล้วค่ะ” หลังจากนั้นก็ขึ้นชั้นบนไป 

ไม่ถึงยี่สิบนาที เฉียวซือมู่ก็เดินลงมา พอได้อาบน้ำแล้ว เธอก็รู้สึกเนื้อตัวสะอาดและเย็นสบายมากๆ ความอ่อนเพลียก็หายไปไม่น้อย 

เฉียวซือมู่เห็นท่านประธานจิ้นยังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา ก็แอบตกใจอยู่ลึกๆ...นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว เขาไม่หิวหรือไงกันนะ ยังอุตส่าห์รอเธอลงมากินข้าวด้วยกันอีก เขานี่อดทนจริงๆ 

จิ้นหยวนกับเฉียวซือมู่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันของโต๊ะอาหาร 

พอมองไปยังอาหารหน้าตาน่ารับประทานตรงหน้า แววตาของเขาก็เป็นประกาย แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

เฉียวซือมู่เห็นปฏิกิริยาของเขาแบบนี้ ก็อดผิดหวังไม่ได้ 

“รีบชิมดูสิคะ ถ้าชอบก็แสดงว่าคุณมีความสุขแล้วนะ!” เธอพยายามพูดพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม 

จิ้นหยวนที่มีสีหน้าไร้อารมณ์มองไปทางเธอ ใช้สายตาบอกเธอว่าอย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย 

เฉียวซือมู่ถลึงตามองเขารอบหนึ่ง แล้วจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มกินอย่างไม่พอใจ 

เธอหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ไม่อยากไปเกรงใจเขาอีก 

บ้านเขามีพ่อครัวตั้งเยอะขนาดนั้น ของที่ปรุงขึ้นมาต้องเทียบเท่ากับระดับโรงแรมห้าดาว เขาดูถูกอาหารที่เธอทำเองพวกนี้ก็พอเข้าใจได้ 

ช่างมัน ถ้าวิธีการนี้ไม่สำเร็จ เธอค่อยคิดหาวิธีอื่นให้เขามีความสุขก็ได้ 

เธอกลับไม่รู้ว่า หลังจากจิ้นหยวนชิมปอเปี๊ยะปลาเข้าไปคำหนึ่ง ก็หยุดปากไม่ได้และขยับตะเกียบเร็วขึ้น 

อร่อยจริงๆ! 

ขนาดท่านประธานจิ้นจอมเลือกกิน ก็ยังอดชมเชยในใจไม่ได้ 

เฉียวซือมู่เห็นเขาเป็นอย่างนี้ สายตาก็ฉายแววตื่นเต้นดีใจทันที แต่ว่าท่าทางขมวดคิ้วหลังจากจิ้นหยวนชิมผัดกระเพาะรสเผ็ดเข้าไปแล้วหนึ่งคำ หัวใจของเธอก็กระตุกวูบ 

แย่แล้ว! ตัวเธอเองชอบทานเผ็ด จึงเผลอทำอาหารจานนั้นเผ็ดมาก จากท่าทางของจิ้นหยวนเมื่อกี้ ชัดเลยว่ากินเผ็ดมากไม่ได้ 

“คุณไม่ต้องกินจานนี้แล้วค่ะ กินอย่างอื่น กินอย่างอื่นเถอะ…” เธอพูดหัวเราะเยาะ หลังจากนั้นก็เลื่อนจานผัดกระเพาะรสเผ็ดมาไว้ตรงหน้าตัวเอง 

จริงอย่างที่คิด จิ้นหยวนพูดออกมาว่า “อันนั้นเผ็ดเกินไปแล้ว คุณห้ามกินนะ แผลยังไม่หายดีเลย” 

หลังจากนั้น ก็มีคนใช้เดินมายกอาหารจานนั้นออกไป 

เฉียวซือมู่มองไปทางจิ้นหยวนอย่างแค้นเคือง อาหารจานนั้นเผ็ดมากก็จริง แต่ก็เป็นรสชาติที่ถูกปากเธอที่สุดเช่นกัน 

จิ้นหยวนยักคิ้ว แล้วทานอาหารต่อ เพียงแต่ว่าเขาทานช้าลง 

ความจริงแล้ว เขารู้สึกว่ากุ้งอบจานนั้นกรอบนอกนุ่มในกำลังดี ทำได้อร่อยกว่าที่พวกพ่อครัวทำเสียอีก ส่วนหอยโข่งซอสไวน์ขาวฝรั่งเศสไม่มันและไม่เลี่ยน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด กลิ่นไวน์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหอมของกระเทียมเข้ากันได้ดี รสชาติดีมาก และยังซุปมะเขือเทศเนื้อวัวครีมซอสจานนั้น คาดว่าคงไม่มีใครทำได้อร่อยอย่างนี้อีกแล้ว 

“อาหารจานนี้รสชาติหนักเกินไป คุณควรกินอาหารรสอ่อนไปก่อน และไม่ควรกินเยอะเกินไป” ท่านประธานจิ้นพูดออกมาทันทีหนึ่งประโยค 

เฉียวซือมู่ถลึงตา! 

นี่เป็นอาหารที่เธอตั้งใจทำอย่างยากลำบาก เขายังไม่อนุญาตให้เธอทานอีก 

แต่ว่าเธอก็ไม่อยากยั่วโมโหเขา ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะสูญเปล่า เธอวางตะเกียบลง แล้วข่มความโมโหอยู่ในใจ 

ผ่านไปนานมาก จิ้นหยวนถึงได้วางตะเกียบลง 

เฉียวซือมู่ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ ผู้ชายคนนี้กระเพาะใหญ่เกินไปแล้ว กินไปเยอะขนาดนี้ได้ยังไง อาหารพวกนี้แทบจะเหลือไม่ถึงครึ่งจานแล้ว 

และอีกอย่าง เขารังเกียจรสชาติหนักๆ บอกว่าไม่อร่อยนี่ ทำไมยังกินเยอะขนาดนี้ 

“อืม ใช้ได้” จิ้นหยวนเช็ดปากเสร็จก็เช็ดมือ ก่อนชมเชยออกมาเรียบๆ 

เฉียวซือมู่ตาเป็นประกาย 

“แต่ว่า ยังไม่พอให้ผมมีความสุขหรอกนะ” จิ้นหยวนเสริมมาอีกประโยค 

สายตาของเฉียวซือมู่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น 

เธอลุกขึ้น เดินขึ้นชั้นบนไปอย่างโมโห 

ท่านประธานจิ้นมองไล่หลังไปด้วยมุมปากยกยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ 

หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้นเดินตามไปยังชั้นบน 

ความจริงเฉียวซือมู่ปฏิเสธที่จะอยู่ห้องนอนเดียวกับเขา พอเห็นเขาขึ้นมาเร็วขนาดนี้ เธอก็กระวนกระวายใจ อยากพูดออกไปว่าขอไปนอนห้องรับแขก แต่ก็คิดว่าเขาต้องโกรธแน่ๆ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว