facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 20 กลับตาลปัตร

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 กลับตาลปัตร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2562 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 กลับตาลปัตร
แบบอักษร

เฉียวซือมู่มาถึงสำนักนิตยสารตั้งแต่เวลายังเช้า ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครมา มีเพียงเฝิงเจ๋อคนเดียวที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตั้งใจพิมพ์เคาะแป้นคีย์บอร์ด

“พ่อหนุ่ม ใช้ได้นี่ ขยันจริงๆ” เฉียวซือมู่เดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับพูดชื่นชม

เฝิงเจ๋อเห็นเธอ ก็ดีใจจนลุกพรวด

“พี่มู่มู่ พี่มาแล้ว ไม่เห็นพี่ตั้งหลายวันเลย ผมยังนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก” เฝิงเจ๋อทำหน้าทำตา น้ำเสียงบ่นเล็กๆ

เขากลัวจริงๆ ว่าเฉียวซือมู่จะไม่มาอีก หากเป็นอย่างนั้นจริงๆ งั้นความอดทนและความพยายามของเขาในช่วงนี้ จะมีความหมายอะไร

เฉียวซือมู่ยิ้มอย่างลุแก่โทษ และพูดว่า “ขอโทษนะ ฉันติดธุระเลยล่าช้าไป แต่ฉันรับปากเธอแล้ว ว่าจะทำให้ข่าวพวกนี้ขึ้นหน้าหนึ่งให้ได้ ฉันจะผิดคำพูดได้ยังไงล่ะ”

เฝิงเจ๋อยิ้มออกมาทันที ใบหน้าอ่อนเยาว์ ปรากฏลักยิ้มขึ้น ดูน่ารักมาก

“พี่มู่มู่ ผมรู้อยู่แล้ว พี่ไม่ทิ้งผมหรอก”

เฉียวซือมู่ตะลึง ในใจคิดว่าเด็กคนนี้พูดอะไรอยู่ อะไรคือไม่ทิ้งผมหรอก แต่ว่าดูท่าทางไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม ก็คิดว่าใช้คำศัพท์ที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น ช่างเถอะ เธอไม่ถือสากับเรื่องพวกนี้

“โอ้โห มาที่นี่เพื่อพูดหยอกล้อแสดงความรักกับรุ่นน้องแต่เช้า ทักษะของรุ่นพี่นี่แน่นจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่รุ่นน้องจะตั้งใจทำงานทุ่มเทซะขนาดนี้” เฉินอวี้เดินเข้ามาพร้อมกับพูดจาเสียดสี

“ใช่สิ ตัวเองไม่ต้องมาทำงาน ก็มีรุ่นน้องคอยช่วยทำให้ ข่าวที่ทำก็เก็บเป็นชื่อของเธอ ส่วนพวกเราก็คงต้องทำงานของตัวเองต่อไปอย่างซื่อตรงล่ะเนอะ” หยวนหลิ่วก็สำทับเสริมขึ้นมาอย่างเจตนาร้าย

“ใช่ไหมล่ะ กลางคืนตัวเองก็ใช้ฝีมืออย่างงั้นกับรุ่นน้อง พอกลางวันรุ่นน้องก็ทำงานให้” เฉินอวี้ล้วงลิปสติกและกระจกใบเล็กออกมาจากกระเป๋า แต่งหน้าพลางหัวเราะเยาะเย้ย

เฉียวซือมู่หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมา เดินไปหน้าโต๊ะของเฉินอวี้ ก่อนสะบัดมือสาดน้ำใส่ใบหน้าของเฉินอวี้

“ปากสกปรกขนาดนี้ ยังจะทาลิปสติกทำไม ยิ่งทายิ่งสกปรก ยิ่งทายิ่งน่าเกลียด ใช้น้ำล้างเอาซะ ดีว่าไปรกสายตาขายหน้าคนอื่น!”

เฉินอวี้ถูกสาดน้ำก็ตะลึงไป เธอไม่ได้คาดการณ์ว่าเฉียวซือมู่จู่จะระเบิดอารมณ์ออกมา

ลิปสติกของเธอเป็นจีวองชี่ก็อป คุณภาพต่ำ เพิ่งทาลงไปแล้วถูกน้ำสาด ก็กลายเป็นหยดน้ำสีแดงย้อยลงมา ไม่นานก็ย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอจนเป็นสีแดง

“เฉียวซือมู่ เธอมันผู้หญิงชั่ว...” หลังจากเฉินอวี้ได้สติกลับมา ก็พุ่งขึ้นมาคิดจะตบเฉียวซือมู่

เฉียวซือมู่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว คว้าหนังสือและเอกสารบนโต๊ะของเฉินอวี้เขวี้ยงไปยังศีรษะของเฉินอวี้

“ปากเธอเหม็น ฉันเลยสั่งสอนเธอ เธอควรขอบคุณฉันสิถึงจะถูก!” เธอหัวเราะ และจงใจพูดกระทบหล่อน

หยวนหลิ่วเห็นเฉินอวี้สู้เฉียวซือมู่ไม่ได้ จึงรีบเข้ามาช่วย แต่กลับถูกเฝิงเจ๋อกั้นขวางเอาไว้

เฝิงเจ๋อที่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นฯถึงแม้จะผอม ก็ไม่ใช่คนที่ผู้หญิงร่างเล็กแบบหยวนหลิ่วจะผลักพ้นได้

“ถือโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่มารังแกคนของฉัน เฉียวซือมู่ เธอนิสัยเสียขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ” จ้านซีเยวี่ยใส่รองเท้าส้นสูง ในมือถือกาแฟร้อนเดินเข้ามา

เฉียวซือมู่มองผมลอนใหญ่มีระดับของหล่อน การแต่งหน้าที่ประณีตทำให้หล่อนดูกระปรี้กระเปร่า คิดว่าพอไม่มีเธอเป็นคู่แข่ง หล่อนคงปลื้มอกปลื้มใจน่าดูชม

“ลูกน้องของเธอปากเหม็น ฉันเลยช่วยล้างปากให้ มีอะไรผิดเหรอ?”

“จริงๆ แล้วหล่อนปากเหม็น หรือว่าเธอโสโครกกันแน่ ไม่ยอมให้คนอื่นพูด แต่ตัวเธอเองรู้ดีกว่าใคร”

“ตัวเธอเองโสโครก ก็อย่ามาใส่ร้ายคนอื่น” เฉียวซือมู่พูดอย่างแน่วแน่

จ้านซีเยวี่ยหัวเราะขึ้นมาทันทีและพูดว่า “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ ความจริงแล้วเธอยังแค้นที่หยางฉี่ทิ้งเธอ แล้วมาเลือกฉัน แต่ในเมื่อเธอถูกทิ้งไปแล้ว ก็ไปหาใหม่เอาสิ ไม่เห็นต้องกินไม่เลือกขนาดนี้ แม่แต่รุ่นน้องก็ไม่เว้น”

เฉียวซือมู่หัวเราะประชดประชัน “ฉันรู้แล้วว่าทำไมปากของเฉินอวี้ถึงเหม็นได้ขนาดนี้ ที่แท้ก็เพราะอยู่กับเธอ หัวหน้าไม่ดีลูกน้องก็ไม่ดีไปด้วย อยู่ใกล้คนเลวก็กลายเป็นคนเลว อยู่ใกล้ขี้ก็เหม็นน่ะสิ”

“เธอ!” จ้านซีเยวี่ยถูกด่าจนปากเริ่มกระตุก แต่คนที่เข้ามาในออฟฟิศยิ่งเยอะขึ้น เธอได้ไม่คุ้มเสีย ไม่อยากเสียภาพลักษณ์ไปกับการปะทะฝีปากกับเฉียวซือมู่

“ฮ่าๆ…” กลับมีเพื่อนร่วมงานพอได้ยินคำที่เฉียวซือมู่ด่าจ้านซีเยวี่ยก็รู้สึกขำ อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“หรือว่าฉันพูดอะไรผิด? มีตาคู่ไหนของพวกเธอเห็นบ้างว่าฉันกับเฝิงเจ๋อมีความสัมพันธ์แบบนั้น จิตใจต่ำทราม ใส่ร้ายอย่างเหลวไหล จ้านซีเยวี่ย จากคำพูดของเธอกับเฉินอวี้ ฉันฟ้องหมิ่นประมาทได้นะ” ถือโอกาสที่ทุกคนมาแล้ว เฉียวซือมู่ยิ่งอยากพูดให้ชัดเจน เธอเป็นอย่างไรเธอไม่สน แต่ให้เด็กซื่อๆ อย่างเฝิงเจ๋อมาเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้

“ฟ้องฉัน? เฉียวซือมู่ ตอนนี้เธอมีเงินเหรอ? ค่าผ่าตัดของแม่เธอก็เป็นเงินของฉันทั้งนั้น” จ้านซีเยวี่ยตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

เฉียวซือมู่ไม่คิดว่าจ้านซีเยวี่ยจะเอาเรื่องนี้มาพูดโต้งๆ แต่เธอก็โต้แย้งหล่อนไม่ได้

“เป็นไง เถียงไม่ออกล่ะสิ” จ้านซีเยวี่ยเห็นเฉียวซือมู่ไม่พูดอะไรออกมา ก็โจมตีซ้ำอย่างสะใจ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ บนโต๊ะคอมฯของเขามีรูปถ่ายของเธอตั้งหลายภาพเลยนี่ ถ้าพวกเธอไม่มีความสัมพันธ์แบบนั้น งั้นรูปถ่ายพวกนี้จะว่ายังไง? ถ้าไม่เชื่อ ฉันไปดึงออกมาให้เธอดูก็ได้” พูดแล้ว จ้านซีเยวี่ยก็เดินไปทางตำแหน่งของเฝิงเจ๋อ

เฝิงเจ๋อรีบหมุนตัวจะไปดึงจ้านซีเยวี่ยทันที

เฉียวซือมู่กลับเร็วกว่าเขาสียอีก เธอดึงแขนของจ้านซีเยวี่ยไว้ พูดเสียงดัง “จ้านซีเยวี่ย หุบปากเหม็นๆ ของเธอไปซะ ถ้าวันนี้เธอกล้าไปยุ่งกับคอมฯของเฝิงเจ๋อ ฉันไม่จบกับเธอแน่”

จ้านซีเยวี่ยเห็นเฉียวซือมู่ลงมือ ก็ไม่เกรงใจแล้วเหมือนกัน

“ฉันกลัวเธอหรือไง น่าขำสิ้นดี!” จ้านซีเยวี่ยสะบัดมือขวาขึ้น กาแฟร้อนทั้งแก้วสาดไปยังเฉียวซือมู่

ทุกๆ คนตื่นตกใจทันที ถ้ากาแฟแก้วนี้สาดไปโดนใบหน้าของเฉียวซือมู่จริงๆ เธอต้องเสียโฉมเป็นแน่

ในตอนนั้น เฝิงเจ๋อพุ่งเข้ามา ยกสองแขนของเขาไขว้กัน บังอยู่ด้านหน้าของเฉียวซือมู่อย่างมิดชิด กาแฟร้อนแก้วนั้นจึงกระแทกเข้ากับแขนของเขา

ปกติหากเป็นช่วงหน้าร้อน เขามักจะสวมใส่แค่เสื้อแขนสั้น ดังนั้นกาแฟที่กำลังร้อน จึงสาดโดนแขนเปลือยเปล่าของเขาเข้าเต็มๆ

เฉียวซือมู่โมโหมาก ยกมือขึ้นจะไปตบจ้านซีเยวี่ย

“พอแล้ว!” ต้วนฉี่รุ่ยปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ ตะโกนเสียงดังจนสะกดทุกคนไว้ได้“ สำนักนิตยสาร อึกทึกครึกโครมอะไรตั้งแต่เช้า ไร้ระบบสิ้นดี ที่นี่เป็นตลาดสดงั้นเหรอ?”

ทุกคนเงียบกริบ

เฉียวซือมู่ปราดมองต้วนฉี่รุ่ยนิ่งๆ แวบหนึ่ง และประคองแขนของเฝิงเจ๋อขึ้นมาอย่างเป็นห่วง เห็นแขนของเขาถูกลวกจนแดง บางแห่งก็เป็นแผลพุพอง เธอจึงรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

“บ.ก.คะ เฉียวซือมู่ชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้ว รังแกฉันไม่พอ ยังมาสั่งสอนฉันอีก เมื่อกี้คุณก็เห็นแล้ว ท่าทางจะมาตบฉันของเธอ ถ้าไม่ใช่ว่าคุณมาทันเวลา ฉันคงมีรอยฝ่ามือประทับหน้าไปแล้ว” จ้านซีเยวี่ยพูดฟ้องอย่างไร้ยางอาย

เฉียวซือมู่อารมณ์ขึ้นทันที “ จ้านซีเยวี่ยเธออย่ามาหน้าด้าน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอดูถูกพวกเราก่อน ฉันจะลงมือกับเธอทำไม และอีกอย่าง ถ้าเธอไม่ใช้กาแฟมาลวกเฝิงเจ่อจนบาดเจ็บ ฉันจะโกรธจนไปตบเธอเหรอ? ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็เห็นๆ กันอยู่ เธออย่ามาพูดจาไปเรื่อย”

“เธอน่ะสิพูดจาเหลวไหล!” จ้านซีเยวี่ยหันไปจ้องเฉียวซือมู่ “เห็นชัดๆ เลยว่าเธอตบฉันก่อน ฉันถึงเผลอสาดกาแฟออกไป คู่รักของเธอไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ ถึงได้มากันไว้แทน เธอโทษฉันทำไม ทุกคนว่าใช่ไม่ใช่?”

“เธอ!” เฉียวซือมู่โกรธจนกำหมัดแน่น จ้านซีเยวี่ยเลวทรามอำมหิตเกินไปแล้วจริงๆ

อย่างที่คิด หลังจากต้วนฉี่รุ่ยใช้สาดตากวาดไปยังทุกคนในห้องทำงานแล้วหนึ่งรอบจึงพูดขึ้นว่า “ ที่เฉียวซือมู่กับบ.ก.จั้นพูดมา ใครจริงใครโกหก?”

เฉินอวี้และเฉินหลิ่วย่อมเข้าข้างจ้านซีเยวี่ย เฝิงเจ๋ออยากจะพูดอะไรเพื่อเฉียวซือมู่ กลับถูกเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาก่อน เขาก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับจ้านซีเยวี่ย

นอกจากเพื่อนร่วมงานชายนิสัยค่อนข้างซื่อตรงที่พูดขึ้นว่า ‘เฉียวซือมู่พูดคือความจริง’ แล้ว สิบกว่าคนที่ยังอยู่ในห้องทำงาน ล้วนยืนอยู่ฝั่งเดียวกับจ้านซีเยวี่ย

ต้วนฉี่รุ่ยจึงจ้องไปทางเฉียวซือมู่ ส่งเสียงเหอะหนึ่งครั้งและพูดว่า “ถ้ายังมีครั้งหน้าอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

พูดจบ เขาก็ก้าวยาวๆ กลับห้องทำงานของตัวเองไป

แน่นอนว่าจ้านซีเยวี่ยก็ตามไป เดินไปถึงข้างๆ เฉียวซือมู่ และจ้องเธออย่างเยาะเย้ยแวบหนึ่ง

เฉียวซือมู่ข่มความโกรธอยู่ภายในใจ แต่ว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า เล็บของเธอจิกฝ่ามือจนแน่นไปหมด จ้านซีเยวี่ย ต้วนฉี่รุ่ย เห็นแก่ตัวทั้งสองคน เธอไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่

เธอคว้าแขนของเฝิงเจ๋อ ดึงเขาไปทางห้องน้ำ

พอบิดก๊อกน้ำเย็น เธอก็ดึงแขนซ้ายของเฝิงเจ๋อเข้ามา วางให้น้ำไหลผ่าน

และเพียงชั่วครู่ บาดแผลน้ำร้อนลวกบนแขนซ้ายก็หนักขึ้นเยอะ เฉียวซือมู่รู้สึกเจ็บแทนเป็นอย่างมาก “เจ็บก็ร้องออกมา พี่ไม่หัวเราะเธอหรอก”

เฝิงเจ๋อกลับก้มหน้าลง ไม่ส่งเสียงอะไรออกมา

แต่เขายังเด็ก จึงทนต่อไม่ไหวอีก สูดน้ำมูกขึ้นมา

เฉียวซือมู่ตกใจ รีบหันหน้าเขาทันที ก็เห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาแดงก่ำ กำลังอดทนที่จะไม่ร้องไห้ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความคับอกคับใจ ด้วยไม่สามารถระบายความโกรธเกลียดออกมาได้

“เสี่ยวเจ๋อ อย่าทำอย่างนี้ พวกเขาคนเยอะมีอำนาจ เราต้องอดทนหน่อย ถ้าพี่หาวิธีการได้ จะช่วยเธอสั่งสอนพวกเขาแน่ๆ”

เฝิงเจ๋อจู่ๆ ก็ยื่นแขนออกมา คว้าเธอเข้ามากอดแน่นในอ้อมกอด

“มู่มู่ ขอโทษ ผมไม่ได้เรื่องเลย ปกป้องเธอไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แค่มองพวกเขารังแกเธอ”

“ไม่ใช่เลย เป็นพี่ที่ทำให้เธอลำบากไปด้วย” เฉียวซือมู่คิดว่าเพราะสถานการณ์แบบนี้เขาถึงได้กอดเธอ คิดว่าเป็นเพราะโดนรังแกอย่างหนัก ฉะนั้นอารมณ์จึงอ่อนไหว แม้กระทั่งที่เขาเปลี่ยนคำเรียกเธอ เธอก็ยังไม่ทันสังเกต เธอปฏิเสธน้อยๆ เพื่อให้เฝิงเจ๋อปล่อยเธอออก

เฝิงเจ๋อกลับกอดแน่นขึ้นอีก ยังไงก็ไม่ยอมปล่อย

“เสี่ยว…เสี่ยวเจ๋อ!” เฉียวซือมู่เรียกเขาครั้งหนึ่งด้วยความประดักประเดิด เฝิงเจ๋อถึงได้ปล่อยเธอออก

เฝิงเจ่อมองไปที่เธอแวบหนึ่ง จู่ๆ ก็หมุนตัว ไม่มองไปที่เธออีก เปิดปากพูดออกมาว่า “ขอ…ขอโทษครับ”

“เด็กโง่ พูดขอโทษทำไม รีบหันกลับมา แขนของเธอต้องใส่ยา” เฉียวซือมู่ดึงแขนของเฝิงเจ๋อ หยิบยาออกมาจากกระเป๋า พอดูแล้วก็พบว่าเป็นยาที่รักษาแผลพุพองได้ เธอจึงบีบยาทาลงไปให้เฝิงเจ๋อ นี่เป็นยาที่จิ้นหยวนให้เธอใช้ เธอนำติดมาด้วยเพื่อเตรียมทายาให้ตัวเองตอนพักเที่ยง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว