facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 19 คนที่ควรบำรุงคือเขา

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 คนที่ควรบำรุงคือเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2562 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 คนที่ควรบำรุงคือเขา
แบบอักษร

เฉียวซือมู่สงบได้สองนาที ในที่สุดก็ได้สติกลับมา ไม่ได้ ขายหน้าเกินไปแล้ว เธอจำเป็นต้องพลิกสถานการณ์กลับมา ไม่อย่างนั้นต่อไปจิ้นหยวนต้องล้อเธอเรื่องเลือดกำเดาไหลแน่นอน และตอนนั้นจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีก

ดังนั้น พอจิ้นหยวนอาบน้ำเสร็จ หลังจากสวมใส่ชุดอยู่บ้านสบายๆ เดินออกมาแล้ว ก็มองเห็นหญิงสาวบนเตียงนอนตะแคงเอามือข้างหนึ่งค้ำศีรษะ แสดงใบหน้าท่าทางยั่วยวน

สายตาเยือกเย็นของจิ้นหยวนหรี่ลง นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นเกิดเป็นกลุ่มไฟลุกไหม้

มุมปากของเธอประดับด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาใสราวองุ่นยิ้มและจ้องมาทางเขา กระดูกไหปลาร้าตรงลำคอสวยเสมือนหยกขาวชั้นดี และยังมีรอยฟกช้ำสีม่วงที่ยังไม่จางไป

เขาเริ่มทนไม่ไหว กลืนน้ำลายดังเอื๊อก แต่กลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

‘ผู้หญิงคนนี้ ตั้งใจยั่วเขาเหรอ?’

เขาไม่แน่ใจ!

ก่อนหน้านี้ ถึงเขาหยอกหรือแกล้งเธออย่างไร ก็ไม่เคยคิดว่าจะทำจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงจัดการเธอไปตั้งนานแล้ว เพราะว่าเขาทะนุถนอมเธอ กลัวว่าตัวเองจะทำให้แผลของเธอหนักขึ้น

เฉียวซือมู่เห็นเขายืนนิ่ง ก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอยกมือขึ้นเสยผมยาวสีน้ำตาลของตัวเอง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มยั่วยวนขึ้นกว่าเดิม

จิ้นหยวนสูดลมหายใจลึก ในที่สุดก็ขยับด้วยอดไม่ไหว เขาเดินไปริมเตียงทันที พร้อมกับมองเธอจากด้านบน

“ท่านประธานจิ้น ไม่ได้บอกว่าจะเอ็นดูฉันเหรอ?” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลอ่อนโยน ราวกับกรงเล็บน้อยๆ ข่วนไปที่หัวใจ

จิ้นหยวนยกยิ้มขึ้นมาทันที สื่อความหมายคลุมเครือ “แม่แมวป่าน้อย คุณกำลังยั่วผมเหรอ”

แววตาทั้งคู่ของเฉียวซือมู่เปล่งประกายเล็กน้อย คิดว่าแผนของตัวเองสำเร็จแล้ว ท่าทางลำพองใจของเธอไม่หลุดรอดไปจากสายตาของจิ้นหยวน แต่เขากลับยังนิ่งสงบ ไม่ได้เริ่มทำตัวรุ่มร่าม

“แล้วฉันทำสำเร็จไหมคะ ท่านประธานจิ้น?” เฉียวซือมู่ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วขยับเข้าไปใกล้จิ้นหยวน

จิ้นหยวนมองแม่แมวป่าน้อยตัวนี้ที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นท่าทางยั่วยวน ไฟในดวงตาลุกโชน แต่ในใจกลับสงบนิ่ง

เฉียวซือมู่เห็นท่าทางติดเบ็ดของเขาก็ดีใจ รีบยั่วยวนเขาต่อไป “จากที่ฉันดูแล้ว น่าจะเป็นท่านประธานจิ้นที่อดใจไม่ไหวมากกว่าสินะคะ?” ลมหายใจของเธอรดอยู่ริมหูของเขา คำพูดกลับร่าเริงใจกล้า

จิ้นหยวนขมวดคิ้ว คิดว่าที่แท้ก็เป็นอย่างนี้

เขาไม่ได้พูดอะไร ยิ้มออกมาอย่างนิ่งๆ ยอมให้แม่แมวป่าน้อยบนเตียงตัวนี้กางเล็บอย่างเหิมหาญ

“แต่น่าเสียดาย บนตัวฉันยังมีแผลอยู่เลย ถ้าท่านประธานจิ้นยังดึงดันทำก็เป็นสัตว์ป่าแล้ว” เธอหุบยิ้มยั่วยวนบนใบหน้าทันที แล้วดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาปิดร่างกายตัวเองอย่างมิดชิด

นัยน์ตาสีนิลของชายหนุ่มมีความดุดันแวบขึ้นมา นี่เป็นโหมโรงความโกรธของเขา

เฉียวซือมู่เห็นท่าทางควบคุมอารมณ์ของเขาก็ปริ่มใจ

‘เหอะ ผู้ชายสารเลว ใครใช้ให้คุณมาเล่นกับฉัน!’

“ท่านประธานจิ้น ฉันว่าคุณช่วยเหลือตัวเองเถอะ” เฉียวซือมู่ยิ้มอย่างขี้เล่น วางข้อศอกลง เอียงศีรษะ ผมยาวสีน้ำตาลพาดผ่านปลายจมูกของจิ้นหยวนไปพร้อมกับกลิ่นหอม

หลังจากจิ้นหยวนเปล่งเสียงหัวเราะคลุมเครือออกมา เขาก็ใช้มือคว้าปลายคางของเฉียวซือมู่มาอย่างรวดเร็ว

“คุณทำกับผมยังไง ผมก็ทำกับคุณอย่างนั้น แม่แมวป่าน้อย คุณกล้ามาก”

ดวงตายาวรีของเฉียวซือมู่เบิกโต มองเขาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ “คุณ…คุณ…”

เขามองแผนของเธอออก

แต่ทว่า…

“แล้วยังไงล่ะ คุณจะทำอะไรฉัน ถ้าคุณกล้าเข้ามาจริงๆ งั้นคุณก็ไม่ต่างจากสัตว์ป่า เป็นถึงท่านประธานจิ้นแต่กลับรังแกคนไม่สบาย คิดว่าดีแล้วเหรอคะ” เฉียวซือมู่ไม่เกรงกลัว

พูดไปด้วย เธอก็ทำเสียงซี้ดไปด้วยสองครั้ง แสดงอาการว่าร่างกายของเธอยังเจ็บอยู่มาก

จิ้นหยวนจ้องเธอ มุมปากผุดรอยยิ้มอันตรายออกมา เขายื่นมือไปดึงผ้าห่มผืนบางบนร่างกายของเธอออก แล้วแทนที่ด้วยร่างกายของตัวเอง

ในเมื่อเธอตั้งใจมายั่วเขาขนาดนี้ งั้นเขาก็จะละทิ้งคุณธรรมแล้วกลายเป็นสัตว์ป่าสักรอบแล้วกัน ยังไงเขาก็ไม่ใช่คนดีมาแต่แรกแล้ว

สุดท้ายบาดแผลของเฉียวซือมู่ก็หนักขึ้นไปอีก

“สาวน้อย จำไว้ อย่ามายั่วผม!” เขาราวกับสัตว์ร้ายที่กินจนอิ่มแล้ว กินเสร็จแล้วยังเอ่ยคำพูดกระด้างออกมาอีก นัยน์ตาเย็นชาก็ยังคงเยือกเย็น ร่างกายของเฉียวซือมู่ราวกับถูกรถบรรทุกเหยียบ รู้สึกเสียเปรียบมากๆ แต่พอสบดวงตาเย็นชาของเขาแล้ว กลับได้แต่เก็บความโมโหไว้ในใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

ผู้ชายโหดร้ายตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ ไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยอารมณ์เบิกบาน ทานอาหารเช้า หลังจากนั้นก็ไปทำงานอย่างสบายอารมณ์

เฉียวซือมู่กัดฟันเลิกผ้าห่มออก ยกที่หนึ่ง เธอแพ้อย่างราบคาบ!

ตอนแรกยังลุกลงจากเตียงได้ แต่ตอนนี้กลับต้องนอนนิ่งบนเตียงทั้งวัน เฉียวซือมู่รู้สึกว่า ถ้ายังนอนต่อไปอย่างนี้ เธอต้องพิการแน่ๆ

ฮวาเหยาพาฮวาฉิงกับฮวาจือขึ้นมาทำความสะอาดห้อง บนใบหน้ามีรอยยิ้มคลุมเครือ เฉียวซือมู่รู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมากจึงหยิบหมอนขึ้นมาปิดหน้า ไม่ยอมลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน

“คุณเฉียวคะ ท่านประธานบอกว่าเมื่อคืนคุณเหนื่อยมาก สั่งให้พ่อครัวต้มซุปบำรุงไว้ รอให้คุณตื่นแล้วค่อยยกขึ้นมาให้ค่ะ” ฮวาเหยายืนอยู่ริมเตียง ก้มหน้าพูดยิ้มๆ

เฉียวซือมู่เปิดหมอนออกทันที ถลึงตาพูด “คนที่ต้องบำรุงคือเขา ฉันไม่ต้องการ ไม่ดื่ม”

ฮวาเหยาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสลดทันที “ท่านประธานบอกไว้ว่า ถ้าพวกเราทำให้คุณทานไม่ได้ งั้นพวกเราก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว”

“งั้นพวกเธอก็ไปเถอะ!” เฉียวซือมู่ไม่หันหน้ามา ความโกรธยังคงคุกรุ่น

ฮวาเหยาร้องไห้ออกมาทันที สะอึกสะอื้นราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม ฮวาฉิงและฮวาจือที่อยู่ข้างหลังก็แอบเช็ดน้ำตา

ร้ายกาจทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเลยจริงๆ

เฉียวซือมู่ได้แต่ประนีประนอมอย่างจนใจ “ก็ได้ๆ ฉันดื่มก็ได้ ไปยกขึ้นมาเถอะ”

เด็กสาวทั้งสามคนยิ้มปริ่มทันที และถอยออกไปอย่างมีความสุข

ทั้งสามคนดูแลจนเฉียวซือมู่ดื่มซุปและทานอาหารเช้าเสร็จ ฮวาเหยาก็หยิบกล่องหนึ่งออกมา แล้วส่งให้เฉียวซือมู่

“คุณเฉียวคะ นี่เป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ท่านประธานสั่งให้นำมาให้คุณ บอกว่าหาเครื่องเก่าของคุณเจอแล้วก็จริง แต่ทำตกจนพังไปแล้ว แต่ว่าข้อมูลการโทรในโทรศัพท์เครื่องเก่าของคุณรวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ถูกคัดลอกมายังโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้ว คุณใช้ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ”

เฉียวซือมู่รับกล่องโทรศัพท์มา พอเปิดออกก็เห็นโทรศัพท์สีโรสโกลเครื่องหนึ่งด้านใน เครื่องไม่ใหญ่ไม่เล็ก หยิบขึ้นมากลับกระชับมือ เธอดูซ้ำไปซ้ำมา พบว่าโทรศัพท์ไม่มียี่ห้อ จึงเอ่ยถาม “นี่ยี่ห้ออะไรเหรอ”

“อันนี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ท่านประธานเอาให้คุณ ยังไงก็ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด วางใจเถอะค่ะ” ฮวาเหยาพูดยิ้มๆ

เฉียวซือมู่ยกยิ้มมุมปาก รู้สึกแปลกใจบางๆ

ความจริงท่านประธานจิ้นก็ใส่ใจรายละเอียดเหมือนกัน

หลังจากเปิดเครื่อง เธอก็รีบโทรศัพท์ไปโรงพยาบาลทันที ทราบว่าถึงแม่ยังไม่ฟื้น แต่บาดแผลบนศีรษะกำลังฟื้นฟู เท่านี้เธอก็สบายใจไปมาก หลังจากนั้น เธอก็โทรศัพท์หาหลินหลิง บอกว่ามีญาติมาหาเธอ พาเธอกลับบ้าน หลังจากนั้น เธอก็อยู่ที่บ้านญาติ หลินหลิงไม่ค่อยเชื่อและเป็นห่วงเธอมาก ถึงขนาดนัดให้เธอออกมาเล่าให้ละเอียด เธอจึงได้แต่ตอบรับไปว่าอีกสองวันจะไปพบ

แผลบนตัวของเธอตอนนี้ จะไปพบใครที่ไหนได้

หัวหน้าบ.ก.นิตยสารก็โทรศัพท์มาบอกให้เธอรีบกลับไปทำงาน ไม่อย่างนั้นเขาจะใช้เหตุผลที่เธอขาดงานโดยไม่ลาบ่อยเกินไป ทำให้งานของทุกแผนกต้องล่าช้ามาเป็นเหตุผลในการไล่เธอออก ในครั้งนี้ เธอไม่ได้มีท่าทีแข็งกระด้างอีก แต่กลับพูดจาดีๆ กับต้วนฉี่รุ่ย ขอเวลาเธออีกสองวัน และยังมีข้อแม้ว่าในสองเดือนจากนี้จะไม่ลาหยุดอีก ต้วนฉี่รุ่ยจึงตกปากรับคำเธอ

กว่าจิ้นหยวนจะกลับมาก็ดึกมากแล้ว ทั้งตัวยังมีแต่กลิ่นเหล้า ปลุกให้เฉียวซือมู่ตื่นขึ้นจากความฝัน เธอขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ แต่กลับไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจน บทลงโทษเมื่อคืนก็หนักพอแล้ว เธอไม่กล้าไปยั่วโมโหเขาอีก

จิ้นหยวนมองเห็นท่าทางโมโหแต่ไม่กล้าวีนของเธอ จึงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ

เฉียวซือมู่หันหน้าหนีจากเขา แล้วแสร้งทำเป็นหลับ

จิ้นหยวนก็ไม่ได้สนใจเธอ แต่เดินตรงไปยังห้องอาบน้ำ

พอเขาเดินออกมา เธอก็นอนหลับไปแล้วจริงๆ

จิ้นหยวนนั่งอยู่ริมเตียง มองเธออยู่สักครู่ ถึงได้หยิบขวดแอลกอฮอล์ สำลี และยาทาแผลออกมา ก่อนเริ่มทายาให้เธอ

ครั้งนี้ เฉียวซือมู่ไม่ได้ถูกความเจ็บปลุกให้ตื่นขึ้นมา

ด้วยเพราะจิ้นหยวนให้คนใส่ยานอนหลับอ่อนๆ ลงไปในอาหารเย็นของเธอ ในตอนนั้น เป็นช่วงที่ยานอนหลับออกฤทธิ์พอดี

เขามุ่นอยู่กับเรื่องนี้จนถึงเวลาเช้ามืด

จิ้นหยวนก็เข้าห้องอาบน้ำไปอาบน้ำเย็นอีกสักพัก ถึงได้กลับออกมาเอนตัวลงนอนบนโซฟาในห้องนอน

เขาเป็นสัตว์ร้ายได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าบ่อยครั้งเกินไป ไม่เพียงทำให้เธอลำบาก ตัวเขาเองก็จะลำบากไปด้วย กว่าจะเลี้ยงผู้หญิงได้สักคน แถมเธอยังเอาแต่เจ็บตัวตลอด ได้แค่ดูได้แค่สัมผัสแต่กินไม่ได้ จะบ้าหรือไง!

ดังนั้น วันรุ่งขึ้นเขาจึงใช้กลยุทธ์มองไม่เห็น ออกไปดูงานข้างนอก รอให้แผลเธอหายค่อยกลับมา

ผู้ชายสารเลวไปดูงานนอกสถานที่แล้ว เฉียวซือมู่ก็ดีใจยกใหญ่ แต่เธอจะนอนอยู่บนเตียงทั้งวันไม่ได้ เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว

ฮวาเหยาขวางไว้ด้วยท่าทางจริงจังไม่ยอมให้เธอออกไป บอกว่าท่านประธานจิ้นกำชับมาว่าก่อนแผลหายห้ามออกไปข้างนอก เฉียวซือมู่หิ้วกาน้ำร้อนกาหนึ่งเพื่อขู่เธอ ถ้าไม่ให้เธอออกไปข้างนอก เธอก็จะราดน้ำร้อนใส่ตัวเอง หลังจากนั้นก็ฟ้องจิ้นหยวนว่าหล่อนเป็นคนทำเธอ

“คุณเฉียวคะ คุณอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ!”

เฉียวซือมู่เชิดหน้าขึ้น ปรายตามองนิ่งๆ “นี่เรียกว่า…เธอทำกับฉันยังไง ฉันก็ทำกับเธออย่างนั้น พวกเธอชอบขู่ว่าท่านประธานจะไล่ออกไม่ใช่เหรอ?”

ฮวาเหยาก้มหน้าลงอย่างกินปูนร้อนท้อง

เฉียวซือมู่จึงเดินวางมาดออกจากคฤหาสน์ไป พ่อบ้านรีบตามออกมาเพื่อเตรียมรถและคนขับรถให้เธอ แต่เฉียวซือมู่กลับปฏิเสธ เธอเรียกรถแท็กซี่คันหนึ่งแล้วออกไป ส่วนอาอวี้กับอาฮุยก็แอบติดตามไป

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว