facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 13 ซ้ำเติม

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ซ้ำเติม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2562 11:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ซ้ำเติม
แบบอักษร

เรื่องมาถึงตอนนี้ เธอรู้สึกหมดหวังจริงๆ 

แต่เธอไม่ยอมแพ้หรอก! ไม่ยอมแพ้ให้กับเงื้อมมือร้ายกาจของจ้านซีเยวี่ยแบบนี้ 

เฝิงเจ๋อสังเกตเฉียวซือมู่มาตลอด พอเห็นเฉียวซืมู่กุมศีรษะด้วยสภาพท้อแท้และเหน็ดเหนื่อย เขาก็อดสงสารไม่ได้ จึงรวบรวมความกล้าเดินไปข้างๆ เฉียวซือมู่ และพูดเสียงเบา “พี่มู่มู่ ผมพอมีข้อมูลหัวข้อข่าวอยู่บ้าง ความสามารถของผมคงทำให้ข่าวพวกนี้ขึ้นหน้าหนึ่งไม่ได้ ผมให้พี่รับช่วงต่อดีกว่าครับ” 

เฉียวซือมู่เงยหน้า รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา 

เด็กซื่อคนนี้ วันนี้ทำให้เธอซาบซึ้งใจแล้วจริงๆ 

“ได้สิ ฉันช่วยเธอเอง จะให้หัวข้อข่าวต่างๆ เด่นขึ้นมาเลยล่ะ” เธอพูดยิ้มๆ ออกมาอย่างมีความสุข 

เฝิงเจ๋อก็คลี่ยิ้มด้วยความดีใจ ต่อมาก็นึกขึ้นได้ “ไม่ๆๆ พี่มู่มู่ หลังจากทำเสร็จแล้ว ชื่อคนทำก็ให้เป็นชื่อพี่ พี่แค่ใส่ชื่อผมร่วมด้วยก็พอแล้ว” 

เฉียวซือมู่ส่ายศีรษะ ยืนยันว่าจะใส่ชื่อเฝิงเจ่อเป็นคนทำ “ต่อไป ฉันจะสอนเรื่องที่ฉันทำได้ให้เธอทั้งหมด เสี่ยวเจ๋อ เธออยากเป็นรองบ.ก.ไหม?” 

เฝิงเจ๋อมองไปที่เฉียวซือมู่หน้าตาตื่น “นี่…พี่มู่มู่ ผม…” 

“ถ้าเธอไม่ปฏิเสธ งั้นฉันจะถือว่าเธอตกลงนะ” 

ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นในหัวของเฉียวซือมู่ แต่เธอกลับยืนยันจะทำให้ได้ 

เมื่อพบเห็นคนใจสกปรกเลวทรามมาอย่างลึกซึ้ง เธอถึงได้รู้ว่าคนบริสุทธิ์อ่อนโยนแบบเฝิงเจ๋อมีค่าแค่ไหน เธอจะต้องพยายามตอบแทนเขาอย่างเต็มที่ ตอบแทนที่เขาช่วยให้เธอเห็นแสงสว่างอีกครั้งในยามที่ท้อแท้ 

เฝิงเจ๋อเห็นท่าทางแน่วแน่ของเธอ ก็รู้ว่าถ้ายังอ้างเหตุผลปฏิเสธอีกคงไม่ดี จึงพยักหน้ารับปากไป  “ครับ พี่มู่มู่ ผมจะพยายาม” 

เฉียวซือมู่ลุกขึ้นยืน ตบไปที่บ่าของเขา สัญญาลับของทั้งสองคนเกิดขึ้น ณ ตอนนี้เอง 

“งั้นผมจะรีบส่งข้อมูลข่าวให้พี่นะครับ” 

“ได้เลย!” 

“เฉียวซือมู่ วิธีการของเธอนี่ยอดเยี่ยมใช้ได้ แค่แป๊บเดียวก็ซื้อคนซื่อๆ ให้ทำงานแทนได้แล้ว?” 

เฉียวซือมู่หันกลับไป ก็เห็นเฉินอวี้มองมาที่เธอ มุมปากเจือด้วยรอยยิ้มเสียดสี 

เธอจำได้ เฉินอวี้เป็นคนของจ้านซีเยวี่ย 

“นี่ ระวังตกหลุมพรางนะ เฝิงเจ๋อ นายอย่าไปถูกหล่อนหลอกเอานะ พี่ซีเยวี่ยเอาชนะหล่อนจนได้ขึ้นเป็นรองบ.ก. หล่อนจะไม่เกลียดได้ยังไง จะไม่อยากแย่งตำแหน่งรองบ.ก.กลับไปได้ยังไง หล่อนสัญญาว่าจะให้นายได้เป็นรองบ.ก. แน่นอนว่าต้องหลอกนาย หล่อนก็แค่ปลอบโยนนายด้วยความฝัน เพื่อให้นายทำงานให้หล่อน” หยวนหลิ่วก็สำทับมาอีก 

“คนบางคน อย่ามั่นใจในตัวเองให้มาก รองบ.ก.ได้มาง่ายๆ งั้นเหรอ? ตัวเองแพ้แล้วแท้ๆ ยังจะอยากส่งอีกคนขึ้นไป น่าขำจริงๆ” 

“ใช่ๆ ก่อนอื่นไปใช้หนี้ให้หมดก่อนเถอะ พวกทวงหนี้จะได้ไม่ตามมาอาละวาดถึงสำนักนิตยสาร ทำให้พวกเราเดือดร้อนไปด้วย” 

 

เฉียวซือมู่ยังนิ่งเฉย แต่เฝิงเจ๋อกลับนั่งไม่ติดแล้ว “พวกคุณพูดเกินไปแล้วนะ เมื่อก่อนพี่มู่มู่ดีกับพวกคุณขนาดนั้น พวกคุณไม่ช่วยเธอก็ไม่เป็นไร นี่ยังจะมาซ้ำเติมอีก” 

แต่ละคนถูกพูดจี้ใจดำ ย่อมขายหน้าจนอารมณ์เดือดพล่าน ต่างฝ่ายต่างโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิง เฝิงเจ๋อถกเถียงสู้พวกหล่อนไม่ได้ โกรธจนตาแดงไปหมด 

เฉียวซือมู่ไฟโกรธสุมอก คนพวกนี้จะรังแกเธอก็ไม่ว่า ตอนนี้แม้แต่เฝิงเจ๋อก็กระทบไปด้วย ไม่มีจิตสำนึกกันเลยจริงๆ  

“พอแล้ว พวกเธอรังแกคนซื่อๆ อย่างนี้ไม่ละอายกันบ้างเหรอ? เฉินอวี้ ทุกวันที่เธอเลิกงานแล้วไปนัดเดต งานที่เหลือมีครั้งไหนบ้างที่ไม่โยนไปให้เฝิงเจ๋อทำ หยวนหลิ่ว เธอนับดูสิว่าข่าวของตัวเองให้เฝิงเจ๋อช่วยทำไปเท่าไหร่ แล้วเธอทำเองไปเท่าไหร่ เกรงว่าข่าวที่เขาช่วยเธอทำ น่าจะมากกว่าที่เธอทำเองซะอีก…” 

เธอพูดจี้ข้อบกพร่องของแต่ละคน จนพวกหล่อนแทบจะเอาปี๊บมาคลุมหัว แต่พวกหล่อนก็พึ่งพาอาศัยจ้านซีเยวี่ยตั้งนานแล้ว แน่นอนว่าไม่ท้อใจ 

“เห็นชัดๆ ว่าเป็นเธอที่รังแกเฝิงเจ๋อ หลอกลวงให้เขาทำงานให้เธอ โยนมาให้พวกเราทำไมฮะ?” 

“ต่อให้พี่มู่มู่ใช้ผมแล้วจะยังไง ผมยอมให้เธอใช้เอง นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกคุณ นับจากนี้ไปพวกคุณก็หุบปากไปเลย” เฝิงเจ๋อทนไม่ไหวแล้ว ตะโกนออกมาเสียงดัง 

ตอนนี้เขาไม่ใช่คนย่อท้อคนนั้น และไม่ใช่เด็กผู้ชายที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองอีกแล้ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวหนักแน่น แม้แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขาก็เปลี่ยนเป็นคมคาย 

เขาก็โกรธเป็น และมีคนที่อยากปกป้องเหมือนกัน 

เฉียวซือมู่ตกใจแวบหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้เฝิงเจ๋อด้วยความปลาบปลื้ม 

เห็นได้ชัดเลยว่าคนที่เสียดสีพวกเธอถูกความโกรธของเฝิงเจ๋อทำให้ตกใจจนช็อคไปแล้ว และเริ่มมองเฝิงเจ๋อใหม่ 

คิดว่า พวกหล่อนคงรู้สึกได้ว่าเฝิงเจ๋อไม่ใช่คนซื่อๆ ที่ถูกรังแกอีกแล้ว 

“ทะเลาะอะไรกัน ที่นี่เป็นสำนักนิตยสารนะ ไม่ใช่ตลาดสด แพ้แล้วยังไง ถึงไม่พอใจก็ต้องทำงานต่อไป ไม่งั้นก็ไสหัวไปจากที่นี่ซะ” คำเตือนร้ายแรงส่งออกจากต้วนฉี่รุ่ยที่อยู่ตรงประตูห้องทำงานใหญ่ 

คนพอถึงวัยกลางคน เสียงก็จะดูเรียบๆ มีพลัง หนักแน่น ทั้งห้องทำงานราวกับถูกเสียงตะโกนโกรธทำให้สั่นสะเทือน 

เฉียวซือมู่จ้องไปที่ต้วนฉี่รุ่ย กัดฟันแน่น...ต้วนฉี่รุ่ยจิ้งจอกเฒ่าคนนี้ ถึงแม้จะพูดสั่งสอนทุกคน แต่คนที่มีสายตาเฉียบแหลมต่างก็มองออกว่าเขาจงใจพูดถึงเธอ เขากำลังเตือนให้เธอรู้ว่าอย่าไปทะเลาะกับคนของจ้านซีเยวี่ย มิฉะนั้นเขาก็จะไล่เธอออก! 

ไม่นานคนของจ้านซีเยวี่ยก็เข้าใจความหมายของหัวหน้าบ.ก. หลังจากต้วนฉี่รุ่ยเดินจากไป ก็พูดเสียดสีกันเซ็งแซ่ 

“เหอะ อยากดูนักว่าเธอจะกำเริบเสิบสานได้อีกไหม ลองพูดมากอีกสิ พวกเรากจะไปฟ้องหัวหน้าบ.ก. ให้เขาบ.ก.ไล่เธอออก” 

“ใช่ๆ เธอจะได้ไม่ไปแข่งกับพี่ซีเยวี่ยอีก” 

 

เฉียวซือมู่แสร้งใจเย็น แต่มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ ว่าตัวเองโกรธจนตัวสั่นไปหมด 

แต่ว่า เธอลาออกได้เหรอ? 

ไม่ได้! 

ค่ารักษาของแม่อย่างน้อยก็หลักพันต่อวัน เงินในบัตรธนาคารใบนั้นเหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ถ้าเธอลาออกไปหางานใหม่คงต้องใช้เวลาไม่น้อย อีกอย่างจ้านซีเยวี่ยต้องไปขัดขวางเธอตอนที่กำลังหางานแน่นอน 

เธอทำได้แค่ทน! 

เธออดทนไม่ตอบโต้ แต่เฝิงเจ๋อกลับโกรธจนตาแดงก่ำ เด็กผู้ชายที่สูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นฯ ตอนนี้ทั้งร่างเต็มไปด้วยอารมณ์โมโห 

เฉียวซือมู่รีบปรายตามอง ก่อนเดินไปข้างของเฝิงเจ๋อ พูดอ่อนโยน  “เธอบอกว่าจะเอาข้อมูลข่าวของเธอให้ฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่เอามาอีกล่ะ?” 

เฝิงเจ๋อถึงได้รู้สึกถึงท่าทางของตัวเอง เขาไม่ได้หันหน้ามา แต่ถอนหายใจแรงๆ หนึ่งที หลังจากนั้นก็หันมายิ้มและพูดว่า “ผมจะรีบไปส่งเดี๋ยวนี้ พี่มู่มู่ พวกเราใช้เวลาก่อนเลิกงานสรุปข่าวพวกนี้กันดีกว่า” 

“เอาสิ!” 

ความสามารถของเฉียวซือมู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถึงแม้ประสบการณ์ของเฝิงเจ๋อจะไม่ได้เยอะเหมือนเธอ แต่เขาก็มีความพยายามมาก ถึงมักจะถูกรังแก แต่ก็เพราะเขาถูกรังแก ฉะนั้นเขาจึงได้ขยันมากกว่าคนอื่น ดังนั้นความสามารถจึงได้รับการขัดเกลา เฉียวซือมู่พบว่าเฝิงเจ๋อเป็นคนมีความสามารถแท้จริง จึงพยายามสนับสุนอย่างเต็มที่ ไม่ถึงสองชั่วโมงทั้งสองคนก็จัดการข่าวที่ดูมีคุณค่าขึ้นมาได้สามข่าว 

ยุ่งจนถึงเวลาสี่ทุ่ม ทั้งสองคนถึงจัดการข่าวทั้งหมดเสร็จ 

“พี่มู่มู่ ผมส่งพี่กลับบ้านนะครับ ดึกมากแล้ว พี่กลับคนเดียวไม่ปลอดภัย” พอออกมาจากสำนักนิตยสาร เฝิงเจ่อก็พูดเสนออย่างคาดหวัง 

เฉียวซือมู่ส่ายศีรษะยิ้มๆ “ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันอยู่บ้านเพื่อน เป็นคนละทางกับบ้านเธอเลย ถ้าเธอส่งฉันกลับบ้านแล้วกลับบ้านตัวเอง กว่าจะถึงก็เที่ยงคืนแล้ว” 

“ไม่เป็นไรครับ ผมส่งพี่กลับบ้านดีกว่า พี่…” 

เฉียวซือมู่ตัดบทเขา “เด็กโง่ พี่มู่มู่คนนี้เดินกลางค่ำกลางคืนมาตั้งเท่าไหร่แล้ว อีกอย่าง ฉันเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ได้เดินไม่กี่ก้าวหรอก เธอวางใจเถอะ” 

เฝิงเจ๋อไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ประนีประนอม “งั้นก็ได้ ผมส่งพี่ขึ้นรถแท็กซี่แล้วกันครับ” 

แล้วก็มีรถแท็กซี่ขับมาพอดี เฝิงเจ๋อยื่นมือออกไปเรียกและช่วยเปิดประตูให้เฉียวซือมู่ รอจนเฉียวซือมู่นั่งเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดประตูให้เธออีก 

“เด็กหนุ่ม สุภาพบุรุษจริงๆ ดีกับแฟนขนาดนี้แน่ะ” ลุงคนขับรถเอ่ยแซว 

เฝิงเจ๋อเกาหัวอย่างเก้อเขิน เฉียวซือมู่ได้ยินก็หัวเราะ “คุณลุงคะ อย่าเข้าใจผิด เขาไม่ใช่แฟนฉันหรอกค่ะ” 

“เอ๋? ขอโทษด้วยๆ” คนขับรถก็รู้สึกกระดาก จึงยิ้มให้เฝิงเจ๋อ และออกรถไป 

ไม่มีใครเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเฝิงเจ๋อขรึมลง 

‘เขาไม่ใช่แฟนของฉัน เขาไม่ใช่แฟนของฉัน…’ 

จากสภาพการณ์แล้ว เธอคงเห็นเขาเป็นแค่น้องชายหรือเด็กชายธรรมดา 

เขาก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง เดินทอดน่องไปคนเดียวตามริมถนน 

บ้านที่หลินหลิงเช่าอยู่ค่อนข้างห่างไกล คนขับรถคิดว่าไม่คุ้มจึงให้เฉียวซือมู่ลงที่ถนนหลัก แต่เฉียวซือมู่ก็ไม่ได้โกรธ เธอลงจากรถแล้วเดินต่อ 

ถนนเส้นนี้ค่อนข้างเก่า ไฟข้างทางก็ไม่มี เฉียวซือมู่เดินอยู่คนเดียวก็หวาดกลัวเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน 

เธอเพิ่มความเร็วเท้าขึ้น อยากรีบกลับไปให้ถึงบ้านของหลินหลิง 

ในขณะที่กำลังเดินนั้น โทรศัพท์มือถือกลับดังขึ้น เฉียวซือมู่ถูกเสียงเรียกเข้าดังขึ้นกะทันหันทำให้ตกใจ เธอล้วงโทรศัพท์ออกมาดู ก็เห็นว่าเป็นหลินหลิงที่โทรเข้ามา 

“มู่มู่ ทำไมถึงยังไม่กลับมา นี่จะห้าทุ่มแล้วนะ” 

“อ้อ ฉันใกล้จะถึงบ้านแล้ว ไม่ต้องกังวลนะ อ๊า!” 

เฉียวซือมู่รู้สึกเจ็บหลัง เดินสะดุดไปข้างหน้าสองก้าว โทรศัพท์ปลิวหลุดจากมือ 

“ใคร?” เฉียวซือมู่กัดฟันหันไปดู ก็พบผู้ชายร่างใหญ่สี่ห้าคนยืนอยู่ข้างหน้าเธอ 

“คุณหนูเฉียวอย่าลืมกันสิ แม้แต่เจ้าหนี้ก็ลืมไปซะแล้ว” ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมายิ้มๆ 

“เลี่ยงจื่อ ครั้งที่แล้วตอนเราไปทวงเงินก็เจอแค่แม่ของเธอ เธอจะไม่รู้จักพวกเราก็ไม่แปลก” 

“อ้อ ก็ใช่!” 

เฉียวซือมู่เข้าใจในทันที “เป็นพวกแก…เป็นพวกแกที่ซ้อมแม่ของฉันจนเจ็บหนัก” 

“เออ ใช่สิ แปลกมากเหรอ?” ผู้ชายที่ชื่อว่าเลี่ยงจื่อก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ย่อตัวลงไปใกล้เฉียวซือมู่แล้วพูดต่อ “เงินที่ติดหนี้ ยังไงก็ต้องใช้คืน ถ้าพวกเราไม่ได้เงิน ก็ได้แค่ซ้อมคนแล้ว” 

“พวกแกทำอย่างนี้ได้ยังไง เงินนั่นเป็นหนี้ที่เมียน้อยของพ่อฉันติดไว้ ที่พวกแกต้องไปตามคือหล่อน ทำไมต้องไปทวงแม่ฉัน แล้วยังซ้อมจนบาดเจ็บอีก” เฉียวซือมู่ตะโกนอย่างอารมณ์ขึ้น 

“แต่บริษัทเป็นชื่อแม่ของเธอ พวกเราก็ได้แค่ไปตามทวงจากแม่เธอ ถ้าเธอคิดว่าไม่ยุติธรรม งั้นก็ไปตามทวงจากเมียน้อยของพ่อเธอสิ ยังไงก็ตามแต่ พวกเราทำได้แค่ตามทวงจากเธอและแม่ของเธอเท่านั้น” 

เลี่ยงจื่อเคี้ยวหมากฝรั่ง และมองประเมินร่างของหญิงสาวตรงหน้า รู้สึกว่าเธอหน้าตาดีใช้ได้ ถึงเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยเรือนร่างก็ดี อะไรที่ควรมีก็มี 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว