facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

"คบกับผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป"

ตอนที่ 7 ล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 12:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืน
แบบอักษร

“ฉันเป็นใคร…ท่านประธานจิ้นไม่จำเป็นต้องรู้” น้ำเสียงแข็งกร้าว แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมแพ้ แต่กระนั้นเธอก็ยังก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพียงแค่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าท่าทางแข็งกระด้างเกินไป 

จิ้นหยวนยกยิ้มมุมปาก ส่งให้ริมฝีปากเรียวบางดูเซ็กซี่มากๆ เฉียวซือมู่ไม่อยากมองนาน เพราะเธอรู้ว่าแค่เขาเปิดปากพูด ก็มีแต่คำพูดที่ไม่ดีทั้งสิ้น 

เป็นอย่างที่คิด ชายหนุ่มตรงหน้ายื่นมือมาบีบคางเธออีกครั้ง แล้วพูดว่า “สำหรับแมวป่าน้อยที่ไม่เชื่อฟัง เจ้านายก็ต้องทำให้มันเชื่อง คุณว่า ผมควรถอนเขี้ยวเล็บของแมวตัวนี้ให้มันเชื่องขึ้นดีไหม” 

มืออีกข้างของเขายึดข้อมือของเฉียวซือมู่ไว้ เริ่มออกแรงบีบมากขึ้น 

“คุณ...” เฉียวซือมู่ถลึงตา เดินถอยหลังไปสองก้าว เริ่มหอบหายใจแรงๆ ครั้งนี้เธอรู้สึกหวาดกลัวจริงๆ แล้ว เธอพยายามออกแรงสะบัดให้หลุดพ้นจากการจับยึดของเขา กลับพบว่าเสียแรงเปล่า 

ผู้ชายตรงหน้าคนนี้แรงเยอะจนน่าตกใจ 

“นี่ไม่ผิดกฎหมายหรือคะ” เธอต่อสู่กับความกลัวในใจแล้วพูดออกมา 

“แต่กฎหมายทำอะไรบางคนไม่ได้  เช่นผมเป็นต้น” 

เฉียวซือมู่หลับตาลง ไม่ยอมมองไปที่เขาอีก 

แต่จิ้นหยวนไม่ได้คิดจะปล่อยเธอไป แมวป่าน้อยตรงหน้าตัวนี้ เขาอยากทำให้เชื่องจริงๆ 

พอเพิ่มแรงเข้าไปอีก ข้อมือของหญิงสาวก็ถูกเขาบีบอย่างแรง คงไม่ต้องสงสัย หากเขาอำมหิตอีกนิด ‘กงเล็บ’ สวยๆ นี้คงถูกหักเป็นแน่ 

“อ๊า!” เฉียวซือมู่เจ็บจนร้องออกมา อีกทั้งน้ำตายังคลอเต็มเบ้าตา 

เธอลืมตาขึ้น สายตาเกลียดชังมองไปยังจิ้นหยวน ดวงตาสีดำสนิทสุกใสแวววาว ท่าทางอ่อนแอจนน่าสงสาร แต่ในความอ่อนแอก็มีความโกรธปนอยู่ด้วย 

จิ้นหยวนใจบีบรัดไปหมด เห็นสายตาแบบนี้ของหญิงสาว เขาเกือบจะยอมจำนนแล้ว แต่ว่าเขาทำไม่ได้ และไม่ยอม 

ในที่สุดก็เป็นเฉียวซือมู่ที่อ่อนลง เพราะเธอกลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะหักแขนของเธอเข้าจริงๆ 

“เฉียวซือมู่ ชื่อของฉัน” 

จิ้นหยวนเลิกคิ้ว ที่แท้เธอก็เป็นคุณหนูของเครือตระกูลเฉียว แต่ทว่าสถานการณ์ของเครือตระกูลเฉียวไม่ค่อยสู้ดีนัก 

เขาจึงปล่อยข้อมือของหญิงสาวตรงหน้าทันที สาวน้อยตรงหน้าโซเซเล็กน้อย อาจด้วยเจ็บเกินไป มือขวาของเธอจึงกุมไปที่ข้อมือซ้าย เธอเซไปสองก้าว แล้วร่างกายก็ทรุดล้มลง 

จิ้นหยวนยื่นมือออกไปประคองเธอ แต่เฉียวซือมู่กลับผลักเขาออกไปอย่างแรง 

น่าเสียดายที่เธอข้อมือยังเจ็บอยู่ มือจึงอ่อนล้าไม่มีแรงได้แค่จ้องไปยังผู้ชายใจร้ายตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้ 

ในชีวิตของเฉียวซือมู่ ไม่เคยตกที่นั่งลำบากขนาดนี้มาก่อน 

ดวงตาใสราวองุ่นชุ่มน้ำนี้ นอกจากความโกรธแล้วยังรู้สึกไม่เป็นธรรมและคับแค้นใจ ในที่สุดเขาก็ทำให้ ‘แม่แมวป่าน้อย’ ตัวนี้อ่อนลงจนได้ แต่ว่าทำไม เขากลับไม่มีความสุขเลยสักนิด 

พอเห็นท่าทางตกที่นั่งลำบากของเธอแบบนี้ เขาก็เจ็บแปลบนิดๆ 

เขาจึงเดินเข้าไปประคองไหล่ของเธอ และประทับจูบเบาๆ ลงบนหน้าผาก 

เฉียวซือมู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธออดทนกับความเจ็บปวดราวกับเป็นแม่เสือดาวบ้าคลั่งตัวหนึ่ง ผลักจิ้นหยวนออกไปอย่างแรง แล้ววิ่งออกไปทันที 

จิ้นหยวนตะลึงอยู่ที่เดิม ผ่านไปสักพัก เขาก็ยกยิ้มขึ้นมา นิ้วมือลูบไปยังริมฝีปาก คล้ายยังหลงเหลือความอบอุ่นจากหน้าผากเธออยู่ 

เหอะ…แมวป่าน้อยตัวนี้ น่ารักชะมัดเลย 

เฉียวซือมู่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองออกมาจากโรงแรมของเครือจิ้นได้อย่างไร ทั้งมือและขา เอวและหลังเจ็บไปทั่วทั้งตัว 

น่ารังเกียจ ผู้ชายเฮงซวย ฉันต้องจัดการคุณให้ได้! 

เฉียวซือมู่คิดอย่างเคียดแค้น 

ในขณะที่เธอยังเรียกรถไม่ได้  ข้างหน้าก็ปรากฏชายร่างใหญ่ในชุดดำคนหนึ่ง 

เฉียวซือมู่ตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว แต่ร่างนั้นกลับเดินมาข้างหน้าอีกก้าวอย่างนิ่งเฉย 

เฉียวซือมู่กระวนกระวายใจ เธอหันตัวกลับไป  ตรงนี้มีหมาตัวหนึ่งขวางเธอไว้ ฉะนั้นเธอจะไปเรียกรถที่อื่น 

เดินไปได้เพียงสองก้าว ก็ได้ยินร่างใหญ่ข้างหลังเรียกเธอ “คุณเฉียวครับ ท่านประธานให้ผมนำยามาให้” 

ยา? 

เฉียวซือมู่หยุดชะงัก ความโกรธในใจปะทุขึ้นมาอีกรอบ ผู้ชายเฮงซวยคนนั้น รังแกเธอแล้วยังส่งคนมาดูถูกเธออีกรอบงั้นเหรอ? เธอคิดว่าชายร่างใหญ่คนนั้นนำยาคุมมาให้เธอ 

“ไม่จำเป็น ฉันไปซื้อเองได้” พูดจบเธอก็เดินจากไป แต่ความเจ็บระหว่างขาก็ทำให้เธอก้าวเดินได้ไม่เร็วนัก 

ชายร่างใหญ่ยังเดินตามเธอมา และมาขวางเบื้องหน้าเธออีกรอบ “คุณเฉียวครับ ท่านประธานบอกว่าต้องนำยามาส่งให้ถึงมือคุณครับ อย่าทำให้ผมลำบากเลย” 

น้ำเสียงของชายร่างใหญ่คนนี้เรียบๆ ซื่อๆ คำพูดสองสามประโยคทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยินหมด 

ทุกคนต่างใช้สายตา ‘ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้’ มองมายังเฉียวซือมู่ เธอโกรธเคืองเป็นอย่างมาก “งั้นนายก็ลำบากซะ หลีกไป เลิกขวางฉันได้แล้ว” 

ชายร่างใหญ่สีหน้ายังคงไร้อารมณ์ คล้ายว่าเคยชินกับเรื่องพวกนี้ไปเสียแล้ว เขายื่นมือออกมาดึงแขนของเฉียวซือมู่ไว้ แล้วแขวนถุงยาไว้บนข้อมือของเฉียวซือมู่ หลังจากนั้นจึงหมุนตัวจากไป 

เฉียวซือมู่โกรธจัด เธอยกมือขึ้นจะปาถุงยานี้ทิ้ง แต่เพียงแค่ยกมือขึ้นก็รู้สึกแปลกๆ หากว่าเป็นยาคุม ก็ไม่น่าจะหนักขนาดนี้ 

พอเปิดดูถึงได้พบว่าข้างในเป็นยาแก้เคล็ด ยาภายนอก ยาห้ามเลือด ไม่ว่าจะเป็นแบบแปะ แบบทา หรือแบบกินก็มีหมด ที่ไม่มีก็คือยาคุม 

เฉียวซือมู่ตะลึง ความโกรธในใจมลายหายไปทันที 

ผู้ชายคนนั้นละเอียดอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ 

แต่ทว่า ตอนนี้เธอไม่มีใจจะไปคิดเรื่องข้อมือที่เจ็บ ตอนนี้เธอต้องการเพียงแค่กลับบ้านเท่านั้น 

พอขึ้นรถแท็กซี่แล้ว เธอก็โทรศัพท์หาบรรณาธิการเพื่อขอลาหยุด แต่บรรณาธิการไม่ตอบตกลง เธอก็ไม่พูดอะไรมาก กดวางโทรศัพท์ไปทันที 

ยังไม่ทันถึงประตูบ้าน เธอก็รู้สึกผิดปกติ บอดี้การ์ดหน้าประตูล่ะ แล้วทำไมประตูใหญ่ถึงมีอะไรแปะอยู่ด้วย 

เธอจ่ายเงินและรีบร้อนลงจากรถ วิ่งไปที่หน้าประตูบ้าน พบว่าประตูใหญ่ของบ้านมีแถบกระดาษใหญ่ๆ แปะอยู่สองแผ่น บนกระดาษเขียนไว้ว่า ‘ขายแล้ว’ 

เกิดอะไรขึ้น? 

ฉับพลันนั้น สายตาของเธอก็ฉายแววของความตื่นตระหนก 

“แม่คะ แม่…แม่อยู่บ้านไหม? อาจง เปิดประตูให้ฉันหน่อย!” เธอใช้แรงทุบบานประตู แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมา 

‘เกิดเรื่องแล้ว’ ในตอนนี้สมองของเธอมีเพียงแค่สามคำเท่านั้น 

เธอล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา คิดจะกดโทรศัพท์หาแม่ ทว่าบังเอิญมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาพอดี 

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกดรับสาย 

“สวัสดีค่ะ คุณคือคุณเฉียวซือมู่หรือเปล่าคะ? แม่ของคุณบาดเจ็บหนัก ตอนนี้ทางเรารับเข้ามารักษา รบกวนคุณรีบมาที่โรงพยาบาลที่หนึ่งของเมือง…” 

‘ตุบ’ เสียงของตกดังขึ้นมา เป็นโทรศัพท์มือถือที่ตกลงพื้น 

‘แม่บาดเจ็บหนัก กำลังช่วยชีวิตอยู่…เป็นไปได้ยังไง?’ 

ตอนที่หยิบมือถือขึ้นมา มือของเธอสั่นระริก พอยืนขึ้นมาแล้วนั้น เธอถึงได้ร้องไห้โหออกมา และออกวิ่งอย่างบ้าคลั่ง วิ่งไปขวางหน้ารถแท็กซี่ไว้ราวกับไม่ต้องการชีวิตอีกแล้ว หลังจากขึ้นรถแล้วก็เร่งให้คนขับรถรีบเพิ่มความเร็วรถอีก… 

พอเฉียวซือมู่ไปถึงโรงพยาบาล แม่ของเฉียวซือมู่ก็ถูกส่งไปที่ห้องไอซียูแล้ว 

“พวกเราต่อกระดูกหักของแม่คุณให้แล้ว ม้ามแตกก็ทำการผ่าตัดแล้ว แต่ว่าเลือดคั่งในสมอง พวกเรายังไม่กล้าลงมือผ่าตัด ตำแหน่งที่เลือดคั่งอยู่น่าเป็นห่วง การผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องให้คุณเซ็นชื่อ พวกเราถึงจะปรึกษากันเรื่องการผ่าตัดให้แม่คุณ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอยู่ที่ประมาณห้าแสนกว่า พวกเราไม่สามารถตัดสินใจเองได้ หากคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะให้แม่คุณทำการผ่าตัด ก็เซ็นชื่อรับรองและไปชำระเงินนะครับ” คุณหมออธิบายอาการด้วยน้ำเสียงสงบ ราวกับเห็นเรื่องแบบนี้จนเคยชินแล้ว 

“ค่ะ อีกสักครู่ฉันจะไปชำระยอดที่ค้างให้หมด” เฉียวซือมู่ไม่มีกะจิตกะใจไปถือสาอะไรเขา เพียงแค่ถามออกไปด้วยความกระสับกระส่าย “งั้นถ้าพวกคุณไม่ทำการผ่าตัดให้แม่ฉัน ท่าน…ท่านจะมีอันตรายถึงชีวิตไหมคะ?” 

“ตอนนี้ยังครับ” คุณหมอตอบกลับมา “แต่ว่า คุณรีบตัดสินใจดีกว่าครับ” 

เฉียวซือมู่ยังอยากพูดอะไรอีก แต่คุณหมอก็เดินจากไปแล้ว 

เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดปลอดเชื้อ เฉียวซือมู่ก็เดินเข้าไปในห้องไอซียู เดินไปจนถึงหน้าเตียงของแม่ 

แม่ดูแลตัวเองดีมาตลอด อายุจะห้าสิบปีแล้ว แต่ใบหน้าไม่มีริ้วรอยใดๆ ทว่ายังอิ่มเอิบ และร่างกายกระปรี้กระเปร่า 

แต่ว่าตอนนี้ แม่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าขาวซีด เบ้าตาเว้าลึก ทั้งร่างกายพันไปด้วยผ้าก็อซ ดูราวกับแก่ไปอีกสิบปี 

“แม่คะ...” ฉับพลันนั้น น้ำตาของเฉียวซือมู่ก็พรั่งพรูออกมา 

หลังจากร้องไห้ ความเคียดแค้นก็ผุดขึ้นในใจของเธอ 

ใครเป็นคนทำให้แม่เธอตกอยู่ในสภาพนี้ เธอจะต้องเอาคืนเป็นพันเท่า 

เฉียวซือมู่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงห้าชั่วโมงแล้ว แม่ของเธอถึงฟื้นจากการสลบไสล 

“แม่…” เธอพูดออกมาคำแรก น้ำเสียงแหบแห้ง สะอึกสะอื้นในลำคอ 

“มู่มู่…” จ้าวซินฉือยกมือขึ้น น้ำตาไหลออกมา พลางมองสำรวจลูกสาวของตัวเอง เมื่อแน่ใจแล้วว่าลูกสาวปลอดภัย เธอถึงพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “โชคดีที่ลูกไม่เป็นอะไร โชคดี โชคดีเหลือเกิน…” 

เฉียวซือมู่รีบกุมมือของแม่ มืออีกข้างก็ช่วยแม่เช็ดน้ำตา กลั้นน้ำตาไว้แล้วปลอบแม่ “ใช่ค่ะ หนูไม่เป็นไร แม่คะ อย่ากลัวนะ หนูจะหาทางรักษาแม่เอง” 

แต่น้ำตาของจ้าวซินฉือกลับไหลไม่หยุด ลูกสาวของเธอจะเอาเงินที่ไหนมารักษาเธออีก คนที่ตามทวงหนี้ยังสาวตัวไปไม่ถึงลูกสาว จึงยังไม่ได้ทำร้ายเธอ เท่านี้ก็ต้องขอบคุณฟ้าขอบคุณสวรรค์แล้ว 

เฉียวซือมู่เห็นแม่ร้องไห้เสียใจขนาดนี้ก็ร้อนใจจนร้องไห้ตาม “แม่…อย่าร้องไห้สิคะ หนูกลัวนะ” 

“มู่มู่ พวกเราไม่มีเงินเหลือมารักษาแล้ว” 

“หมาย…หมายความว่ายังไงคะ?” เฉียวซือมู่กลั้นน้ำตาไว้ ถามด้วยน้เสียงตกใจ “บ้านเราไม่ขาดเงินนี่คะ พ่อยังไม่รู้เหรอคะ เรารีบโทรศัพท์หาพ่อ ให้พ่อเอาเงินมาก็ได้” 

จ้าวซินฉือดึงมือของลูกสาวไว้ ส่ายศีรษะด้วยท่าทางเจ็บปวด 

“พ่อของลูก…มีเมียน้อยได้สามปีแล้ว” 

“คะ?” 

“เขาปิดบังพวกเรามาตลอด เมื่อวานแม่ก็เพิ่งรู้ แค่กๆ…” จ้าวซินฉือรีบพูดเกินไป จนไอออกมา 

เฉียวซือมู่รีบลูบไปที่หน้าอกของเธอ และป้อนน้ำให้เธอดื่ม ถึงทำให้เธอหยุดไอได้ แต่มันก็ยังกระทบกระเทือนไปถึงบาดแผล จ้าวซินฉือเจ็บจนใบหน้าขมวดเกร็ง 

“แม่…” เฉียวซือมู่สงสารผู้เป็นแม่อย่างมาก เป็นไปได้ก็อยากเจ็บแทนแม่ 

จ้าวซินฉือกลับกดความเจ็บปวดเอาไว้ ในสายตาเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “เฉียวเจิ้นหวาไม่ใช่คน เมียน้อยคนนั้นก็ไม่ใช่คน ธุรกิจของตระกูลเฉียวอยู่ในมือของคนชั่วพวกนั้นตั้งนานแล้ว เฉียวเจิ้นหวาไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรผิดอะไรถูก เป็นกบอยู่แต่ในกะลา บริษัทก็ขาดทุนเรื่อยๆ นางจิ้งจอกคนนั้นร้ายกาจมาก ปลอมแปลงบัญชีจนเรียบร้อย แต่หล่อนก็ได้แค่ความพ่ายแพ้ หล่อนไม่รู้หลักการดำเนินการอะไรเลย ยังไงเรื่องพวกนี้ก็ต้องถูกจับได้สักวัน เมื่อวานเงินทุนหมุนเวียนโครงการสำคัญที่สุดของบริษัทไม่คล่อง ราคาหุ้นตกฮวบ ตระกูลเฉียวล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืน ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความสามารถอะไรเลยสักอย่าง เก่งกาจแต่เรื่องหลอกลวงคนอื่นไปทั่ว หล่อนผลักความผิดทั้งหมดไปให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท แม้กระทั่งใส่ความว่าแม่เคลื่อนย้ายเงินทุนของโครงการ…แล้วพ่อของลูกก็พานางจิ้งจอกหนีไปในคืนนั้นแล้ว” 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว