facebook-icon

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่ผมเคยมีมันหายไปแล้วเมื่อเจอเขา มาเฟียฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่สนใจใคร เอาแต่ใจ ถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ และผมก็กำลังหลงกลเขาเข้าอย่างจัง

ตอนที่ 16 : คำปลอบโยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 : คำปลอบโยน

คำค้น : #หวงเก่ง #ปลอบโยน #หมอกาย #ไทป์ #มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2563 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 : คำปลอบโยน
แบบอักษร

#ไทป์ 

 

         หลังจากลอยกระทงสมใจร่างบางแล้ว ผมก็พาร่างบางกลับมานอนที่โรงแรม  

 

         และเช้านี้ก็เป็นอีกเช้าหนึ่งที่ผมตื่นขึ้นมามีร่างบางนอนอยู่ในอ้อมกอด ผมชักจะติดร่างบางแล้วสิ แต่ต้องปลุกร่างบางแล้วหละ เดี๋ยวจะโวยวายอีกเพราะต้องไปอบรม 

 

         "ฟอด))) ตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็เข้าอบรมสายหรอก”  หอมแก้มสักที  

 

        “อือ..มาหอมแก้มทำไมเนี่ย!” หึหอมแก้มแค่นี้ทำเป็นมาหงุดหงิดใส่ เดี๋ยวจะไม่ได้ไปอบรม  

 

        “อยากหอมแก้มเมียทำไม มีปัญหาอะไรไหม?” ดูสิร่างบางจะตอบยังไง 

 

        “เอาที่คุณสบายใจก็แล้วกัน ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ฮ่า ฮ่า ร่างบางไม่เถียงผมครับ คงจะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะผมแน่นอน  

 

        “ถ้าเอาที่สบายใจงั้นขออีกสักฟอดละกันนะ ฟอด)))” ผมหอมแก้มร่างบางอีกที 

 

         “ไอบ้า! ทำแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ" ดูหน้าร่างบางครับทั้งโกรธ ทั้งเขิน หน้าแดงไปหมดละ  

 

         “ใครจะกล้าแกล้งเมียของตัวเองกัน” ผมแค่อยากให้ร่างบางโวยวายครับ เวลาโวยวายแล้วน่ารัก เห้ย!นี่กูมาถึงจุดที่มานั่งชมผู้ชายละหรอเนี่ย  

 

         “.......” ไม่เถียงผมกลับมาด้วยครับ กระทืบเท้าเดินไปเข้าห้องน้ำเลย   

 

          “ให้เข้าไปอาบน้ำให้ไหมจะได้เร็ว” ผมยังคงแกล้งร่างบางต่อ  

 

          “ยุ่ง" หน้าหงิกแล้ว 

 

          พอร่างบางเข้าห้องน้ำ ผมก็แอบนอนต่ออีกสักนิด วันนี้ผมมีเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทของพ่อ ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ  

 

         ........ 

 

         ........ 

 

        “คุณ! ตื่นขึ้นมาอาบน้ำเร็ว เดี๋ยวผมสาย” เสียงร่างบางปลุกผมให้รีบ  

 

         “อืม...จุ๊บ))” ผมเลยถือโอกาสจุ๊บร่างบางไปทีตอนโน้มตัวลงมาปลุกผม  

 

         “อี้..ฟันก็ไม่แปลงมาทำแบบนี้อีก” ทำท่ารังเกียจผัวตัวเองเชียวนะเมีย เดี๋ยวจะเอาให้จมเตียง  

 

         “แล้วไง จุ๊บเมียไม่จำเป็นต้องแปลง” ผมตอบร่างบางออกไป จุ๊บกับผัวแค่นี้ทำเป็นมาองมาอี้  

 

         “เออดี คำก็เมีย สองคำก็เมีย หลงผมเข้าแล้วหละสิ” พูดจี้ใจดำมาก ไม่ตอบครับไปอาบน้ำดีกว่า  

 

         “หึ....” ดูท่าร่างบางจะหงุดหงิดไม่น้อยที่ผมไม่ตอบคำถาม  

 

         “หนีหรอ ไม่กล้าตอบหละสิ” ดูพูดเข้าเดี๋ยวเถอะจะโดนดี  

 

         “ใครหนี! ถ้าอยากฟังฉันจะบอกให้ก็ได้ว่า ‘อาจจะ’ ” ผมพูดแค่นั้นแล้วรีบเข้าห้องน้ำ ผมรู้ว่าร่างบางน่าจะกำลังประมวลผมกับคำพูดของผมอยู่ 

 

         “นี่คุณกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องนะ” นั้นไงผมว่าแล้ว ที่เงียบไปนี่คือกำลังประมวลผมอยู่ 

 

         ผมไม่ได้ตอบอะไรร่างบางอีกรีบอาบน้ำจัดการกับตัวเอง ส่วนเสื้อผ้าผมคิดว่าผมน่าจะใส่ของร่างบางได้

 

         ..........

 

         ..........

 

         "แกร็ก)))"

  

         O_O วันนี้ร่างบางใส่เสื้อสีขาวซึ่งมันค่อนข้างบางมากผมไม่ชอบ

 

         “ไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้ายังอยากไปอบรม” ผมขู่ร่างบางออกไป เรื่องอะไรจะให้ใครเห็นร่างกายของเมียตัวเอง

 

          “เปลี่ยนทำไม นี่ก็ดีอยู่แล้ว” เถียงกลับมาทันทีเคยยอมผมที่ไหนกัน

 

         “ไปเปลี่ยนเป็นสีดำ ถ้ายังอยากไปอบรม” ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน

 

         “หึย))) เออ! เปลี่ยนก็ได้ วันหลังผมจะซื้อแต่สีดำมาใส่ก็แล้วกัน” ประชดประชันเก่ง 

 

        “ก็ดี เดี๋ยวฉันจะพาไปซื้อใหม่ทั้งหมด ใส่สีดำอย่างน้อยมันก็ไม่ได้เห็นเนื้อหนังของนายมาก” ผมไม่ยอมร่างบาง เมียเสนอมาทั้งทีเข้าทางสิครับ 

 

        “ผมประชด” ร่างบางพูดออกมา แต่ผมเอาจริง ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าของร่างบางให้เป็นสีดำให้หมดแม่งเลย

 

        “แต่ฉันเอาจริง” คนอย่างไทป์ไม่เคยพูดเล่นๆ ยิ่งเป็นร่างบางด้วยแล้วหึ

 

        “คุณจะบ้าหรือยังไงกัน ใส่แต่สีดำชีวิตผมมืดมนพอดี ใส่แค่สีเข้มๆก็ได้แล้วไหมหละ” ต่อรองเก่ง

 

         “ไม่ได้ นายพูดมาทั้งทีเดี๋ยวฉันจะสนองให้ แล้วเตรียมเก็บเสื้อผ้าเก่าๆทิ้งได้เลยนะครับ ‘เมีย’" ขอเน้นเพื่อข่มร่างบางสักหน่อย  

 

        “ชิ” เดินไปเปลี่ยนแล้วครับ ท่าทางแบบนี้มันทำให้ผมยิ่งหมั่นเขี้ยว

 

         ......

 

         ......

 

         “พอใจคุณหรือยัง?” ร่างบางหายไปในห้องน้ำสักพักก็ออกมาพร้อมกับชุดดำทั้งชุด น่ารักมาก ร่างบางเข้ากับชุดดำจริงๆ แต่อย่างร่างบางใส่ชุดไหนก็โอเคทั้งนั้น

 

         “พอใจแล้ว ถ้าใส่แบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องได้เปลี่ยนแล้วหละ” จริงนะครับ ถ้าร่างบางใส่แบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้เปลี่ยนใหม่อีกครั้งหรอกครับ  

 

         “คุณก็รีบไปแต่งตัวเลย จะมายืนโชว์อะไรแถวนี้” มีการแขวะผมด้วยเก่งจริงๆเดี๋ยวนี้  

 

         “เอาเสื้อสีขาวของนายที่ใส่เมื่อกี้มาให้ฉันใส่แทน” ร่างบางทำหน้างงใส่ผม  

 

         “เดี๋ยวนะ ไม่ให้ผมใส่แต่คุณจะเอามาใส่เองเนี่ยนะ?” ร่างบางนี่ใช้เวลาประมวลข้อมูลเร็วขึ้นหนิ  

 

         “ก็นายใส่มันดูไม่ดี” ผมพูดไปอย่างงั้นแหละครับ ที่จริงร่างบางใส่ออกมาดีจนผมรู้สึกหวง  

 

         “ครับพ่อคนหล่อ พ่อคนดูดีไปหมด หึยย))” เวลาร่างบางโกรธนี่คือความสุขของผมเลยนะเนี่ย  

 

         “ขอบคุณที่ชมฉัน เอาเสื้อมาได้แล้ว” ผมสั่งร่างบางยื่นเสื้อสีขาวมาให้ผม 

 

         ใส่เสื้อเสร็จ แต่งตัวเสร็จ ก็ถึงเวลาที่ต้องพาร่างบางไปอบรมแล้ว 

 

          “ไปกันเถอะเดี๋ยวนายจะไปสาย” ผมบอกร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าหงิกรอผมอยู่ 

 

          “ก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะไป อ่อวันนี้ผมไปช่วยงานที่โรงพยาบาล Cxxx เลยนะ คุณไปส่งผมที่นั้นได้เลย” ช่วยงานหรอ? อย่างงี้ร่างบางก็เจอผู้คนมากมายหละสิ ทำไมรู้สึกเหมือนไม่อยากให้ไปแล้ววะ 

 

          “ไหนบอกมาอบรมแล้วทำไมต้องไปช่วยงาน” ผมถามอย่างสงสัย  

 

          “อบรมก็ส่วนหนึ่ง ช่วยงานก็อีกส่วนหนึ่ง มันก็ต้องมีปฏิบัติจริงด้วย ไม่ได้แค่มาอบรมธรรมดานะ” ร่างบางบอกผม  

 

          “อืม ..ไม่ไปได้ไหม?” ผมลองทำหน้าเศร้าๆถามร่างบางออกไป  

 

          “เป็นอะไรไม่สบายหรือยังไงกัน แปะ))” ร่างบางเอามือวัดไข้ผมไปเรียบร้อย 

 

        “ไม่ได้เป็นอะไร รีบไปเถอะ” ถึงแม้จะไม่อยากให้ไปก็ตาม แต่ก็เพื่อตัวของร่างบาง ผมจะมาเห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่ได้ ที่สำคัญผมกำลังหัวใจเต้นแรงกับสิ่งที่ร่างบางทำ 

 

         ........ 

 

         ........ 

 

         ผมมาส่งร่างบางที่โรงพยาบาลตามที่ร่างบางบอก ที่นี่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยและบริการดีมาก  

 

         “ขอบคุณที่มาส่งผมนะ ขับรถดีๆ”  

 

         “อย่าไปไหน อย่าอ่อยใคร แล้วก็อย่าให้ใครเข้าใกล้เป็นอันขาด” ผมจะรอดูสั่งไว้แบบนี้ยังจะไปไหนได้อีกไหม  

 

         “รู้แล้วหนะ! ไม่ใช่เด็กสามขวบถึงจะพูดรอบเดียวไม่รู้เรื่อง ไปละนะเจอกันตอนเย็น” เถียงเก่งนี่ต้องยกให้เลยเดี๋ยวนี้  

 

         “รู้แล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องพูดมาก ตอนเย็นจะมารับไปนอนบ้านฉัน” ผมสั่งร่างบางออกไปทันที  

 

         “.....” ไม่ตอบครับแต่ร่างบางเป็นคนฉลาด น่าจะไม่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวแน่นอน  

 

         หลังจากร่างบางลงไปจากรถผมก็ขับรถเข้าไปบริษัทของพ่อผมทันที วันนี้กะจะไปช่วยท่านทำเอกสารแล้วก็จะกลับไปนอนที่บ้านเลย 

 

       ....... 

 

       ...... 

 

          ******************************** 

#กาย 

 

         บ้าบอจริงๆไอบ้าไทป์สั่งๆอยู่ได้ ทำอะไรตามใจตัวเองตลอด จะเอาผมไปนอนที่บ้านอีกแล้ว 

       

          แต่ได้มีโอกาสเห็นไอบ้าไทป์ตอนนอนก็น่ารักดีหรอกนะ พอตื่นขึ้นมานี่อยากจะเอายานอนหลับใส่น้ำให้กินให้หลับต่อ ผู้ชายอะไรไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด กวนตีน เย็นชากับทุกคน แต่ก็ยกเว้นครอบครัวนะ   

 

 

         และตอนนี้ผมก็อยู่หน้าโรงพยาบาลที่ผมต้องมาทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมรีบไลน์ถามหมอต้นทันที  

 

        “ทางนี้ครับกาย” กำลังจะไลน์หาอยู่แล้วเชียว ทักผมขึ้นมาสะก่อนพอดี   

 

         “สวัสดีคับหมอต้น มาเร็วนะเนี่ย แล้วนี้หมอต้นได้อาจารย์หมอท่านไหนหรอ”  

 

         “ผมได้อาจารย์หมอผู้หญิงครับกาย เห็นเค้าบอกว่าฝีมือเก่งมาก” ดีจริงๆ  

 

         “ดีถ้าอย่างงั้นเราไปกันเลยเนาะหมอต้น” ชวนเค้านะแต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าได้อาจารย์หมอท่านไหน 

 

         หมอต้นก็ไม่ได้ถามอะไรผมเกี่ยวกับเรื่องของเมื่อวาน คาดว่าว่าหมอต้นน่าจะไม่กล้าถามผม 

 

         ตัดเรื่องนี้ไปก่อน ตอนนี้พอผมมารู้ทีหลังว่าผมได้อยู่กับอาจารย์หมอคนเดียวกับหมอต้น ถือว่าเป็นความโชคดี อย่างน้อยเราก็รู้จักกัน เราเลยมีเวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆร่วมกันมากขึ้น  

 

          ........ 

 

          ....... 

 

          ผมกับหมอต้นได้มีโอกาสช่วยอาจารย์หมอไปหนึ่งเคสของวันนี้ แล้วก็ถึงเวลาต้องกลับไปพักสักที \o/ 

 

          “กายไปหาอะไรกินกันไหมครับ” เสียงหมอต้นชวนผมไปหาอะไรกิน นี่ถ้าเป็นตอนยังไม่ได้เจอกับไอบ้าไทป์นะผมกะโดดตามหมอต้นไปแล้ว แต่นี่ไปไม่ได้โดนดักทางไว้ก่อนแล้ว 

 

         “เออ...ออหมอต้น กายขอโทษด้วยนะครับ พอดีวันนี้ผมมีนัดแล้ว คงจะไปกับหมอต้นไม่ได้ครับ”  

 

         “ไม่เป็นไรครับกาย ถ้าอย่างงั้นเรากลับกันเถอะครับ” ยัง ยังจะรอเดินลงมาด้วยกันอีก ผมละเสียวสันหลังวาบแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ 

 

         “ครับ” ผมกับหมอต้นเดินลงมาจากตึกด้วยกัน เราคุยกันเรื่องการผ่าตัดวันนี้.....หันมาอีกที 

 

          “มาได้ไงเนี่ย! แล้วทำไมไม่บอกก่อน” ไอบ้าไทป์มารอผมอยู่ก่อนแล้วครับ ทำหน้าหงิกเชียวเห็นผมเดินมากับหมอต้น 

 

          “ขับรถมา อยากมาเซอร์ไพรส์ ‘เมีย’" เน้นจังนะคำว่าเมียต่อหน้าคนอื่นเนี่ย  

 

          “หมอต้นครับ ถ้าอย่างงั้นวันนี้ผมตัวกลับก่อนนะครับเอาไว้เจอกันวันพรุ่งนี้ครับ” ผมบอกลาหมอต้น 

 

          “อุ้ย” หันไปเห็นหน้าไอบ้าไทป์แม่งอย่างโหด มองหมอต้นตาเขียวปั๊ด มันเป็นอะไรของมันวันนี้อย่างกับหมาบ้า

 

         “เป็นอะไรของคุณ หน้านิ่งเชียว” ผมแกล้งถามออกไป

 

          “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปอ่อยใคร” นั้นไงเอาอีกแล้วผมหละปวดประสาท มาหาว่าผมไปอ่อยหมอต้นอีกแล้ว

 

         “ไม่ได้อ่อยสักหน่อย” ปากไอบ้าไทป์นี่จะพูดดีไม่ได้เลยสักครั้ง

 

         “แล้วทำไมต้องเดินลงมาด้วยกัน” ยัง ยังสงสัย 

 

          “พอดีได้อาจารย์หมอคนเดียวกันที่จะสอนการเรื่องผ่าตัดให้กับผู้ป่วย พองานเสร็จก็เลยเดินลงมาพร้อมกัน” ผมพูดอธิบาย ก่อนที่คนบ้าแถวนี้จะหงุดหงิดไปมากกว่านี้

 

          “อืม กลับบ้านเลยนะคุณ แม่น่าจะรออยู่” เอาแม่มาอ้างเชียวนะ 

 

         “ครับๆ อย่าอารมณ์เสียดิ มันไม่มีอะไรจริงๆ” ผมไม่รู้ว่าไอบ้าไทป์จะอารมณ์เสียอะไรกันนักกันหนา กะอิแค่เดินลงมาพร้อมกับเพื่อน

 

         “หึ” เกลียดการทำเสียงในลำคอว่า ‘หึ’ ของมันจริงๆ แล้วไอบ้าไทป์ก็ออกรถทันที  

 

         ระหว่างทางผมกับไอบ้าไทป์ไม่มีการคุยอะไรกัน ด้วยความเหนื่อยจากงานของวันนี้มันทำให้ผมง่วงมาก ผมเลยปรับเบาะรถนอนแม่งเลย......

 

         ........

 

         ........

 

         “จุ๊บ)) ถึงแล้วตื่นได้แล้ว” ไอบ้าไทป์นี่เริ่มตอดเล็กตอดน้อยละ หน้ามันคงฉาบด้วยปูนนะถึงไม่อายเลย

 

         “อื้อ...มาจุ๊บทำไมเนี่ย! แล้วนี่ถึงแล้วหรอผมยังง่วงอยู่เลย” ผมบอกไอบ้าไทป์ออกไปง่วงจริงๆวันนี้ 

 

          “อืมถึงแล้ว ถ้าง่วงงั้นก็ขึ้นไปนอนดีๆบนห้อง” 

 

          “แล้วก็ลงจากรถได้แล้ว แม่มารอแล้วนะ” สั่งต่ออีกเดี๋ยวจะฟ้องแม่

 

          ผมรีบก้าวขาลงจากรถทันทีไม่สนละง่วงด้วย กะว่าไหว้ทักทายแม่เสร็จ จะขออนุญาตท่านขึ้นนอนเลย อาจจะเสียมารยาทนิดหนึ่ง แต่วันนี้กายไม่ไหวจริงๆ 

 

          “สวัสดีครับแม่” ผมไหว้ทักทายแม่ของไอบ้าไทป์ 

 

          “สวัสดีคะลูกกาย ทำไมทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนแบบนั้นหละลูก?” แม่สังเกตขนาดนี้ สีหน้าของผมคงจะบ่งบอกออกมาชัดเจนมากว่าง่วง

 

          “พอดีผมง่วงนิดหน่อยครับแม่” ผมตอบท่านไปตามตรงที่จริง ใจจริงไม่ได้ง่วงแค่นิดหน่อยนะครับง่วงมาก

 

          “ถ้าอย่างงั้นก็ขึ้นไปนอนก่อนนะลูก เดี๋ยวให้พี่เค้าคุยกับแม่ก่อน แล้วจะให้ตามขึ้นไป" แม่ไอบ้าไทป์ทำไมดีขนาดนี้

 

         “ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะครับแม่ ผมขอโทษด้วยนะครับที่เสียมารยาทนอนก่อนเจ้าของบ้านครับ” ผมขอโทษแม่ออกไป

 

           “ไม่เป็นไรคะลูก เรื่องแค่นี้เอง” 

 

            “ขอบคุณครับแม่” 

 

          ผมรีบเดินขึ้นบนห้องทันที วันนี้เหนื่อยมาก เพลียด้วย เห็นเตียงแล้วต้องกระโจนใส่ให้สะใจภาพตัด.......

 

          .........

 

          .........

 

          ไม่รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นไอบ้าไทป์นั่งคิ้วขมวดชนกัน อารมณ์ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

         

          “เป็นอะไร? ทำไมทำหน้าแบบนั้นครับ” ผมอดไม่ได้ที่จะถามออกไป ผมก็ไม่ได้หวังว่าจะได้คำตอบกลับมา

          

         “น้องชายฉันหายไปไหนไม่รู้ ฉันเป็นห่วงน้อง” พูดออกมาแล้วทำหน้าสงสารเชียว ไอบ้าไทป์เป็นคนหวงน้องมาก

 

         “น้องคุณไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อผม น้องคุณเข้มแข็งกว่าที่คุณคิดนะ” แล้วทำไมผมต้องมาปลอบใจคนอย่างไอบ้าไทป์ด้วยเนี่ย 

 

         “ฉันเป็นห่วงน้อง นายก็รู้ว่าการที่เข้าไปยุ่งกับมาเฟียมันอันตรายมากแค่ไหน” อันนี้ไม่เถียงเพราะอันตรายจริงๆ

 

        “แต่ในเมื่อคุณให้โอกาสเค้าได้ดูแลน้องของคุณ คุณก็ต้องเชื่อใจเค้าด้วย อีกอย่างคนเรามันก็ต้องมีพลาดกันบ้างเพราะเราอยู่ในที่สว่าง เราไม่สามารถรู้หรอกว่าในที่มืดจะมีคนมากน้อยแค่ไหนที่จ้องจะทำร้ายเรา” ผมพยายามพูดให้ไอบ้าไทป์รู้สึกดี

 

       "หมับ)) ขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหม” ขอแบบนี้แล้วผมจะปฏิเสธอะไรได้

 

       “ไม่ต้องคิดมากนะคุณ ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ” ผมพูดปลอบไอบ้าไทป์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะยังเครียดๆอยู่

 

       “น้องฉันหายนะ จะให้ใจเย็นๆไม่คิดมากได้ยังไงกัน” ผมเข้าใจความรู้สึกของไอบ้าไทป์ตอนนี้นะครับ แต่เครียดมากเกินไปก็ใช่ว่าจะทำให้อะไรมันดีขึ้นมา

 

         “แต่ผมว่าแฟนน้องคุณต้องหาน้องคุณเจอแน่ๆ เพราะเค้ารักน้องคุณมากนะ” ผมพูดบอกไอบ้าไทป์

 

        “อืมฉันจะเชื่อที่นายพูด” ไอบ้าไทป์ยังคงกอดผมแล้วตอบออกมา ตอบแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกดีเป็นบ้าเลยผม

 

        “ถ้าอย่างงั้นไปอาบน้ำแล้วก็มานอนก่อนนะ” 

 

         พอไล่ไอบ้าไทป์ไปอาบน้ำสำเร็จ ผมก็นั่งเขี่ยโทรศัพท์รอจน....

 

           "แกร็ก)))"

 

         “ยังไม่นอนอีกหรอ? อย่าบอกนะว่ารอนอนพร้อมฉัน” จะนอนได้ยังไงมีคนยังอาบน้ำไม่เสร็จ

 

         “ใครบอกคุณว่าผมรอคุณ ผมเล่นเกมส์อยู่ต่างหาก” อ้างไปอย่างงั้นแหละครับ ที่จริงง่วงจะตายอยู่แล้ว แต่รอไอบ้าไทป์ไง เห็นเครียดๆเลยไม่อยากชิ่งหนีหลับก่อน

 

        “นายง่วงไม่ใช่หรือไง? ทำไมไม่นอนก่อน” เหมือนไอบ้าไทป์มันมีจิตสัมผัส มันน่าจะรู้ว่าผมยังไม่นอนเพราะอะไร 

 

        “ง่วง! แต่เจ้าของห้องยังไม่นอนจะนอนได้ยังไง” แถเข้าไป

 

        “หึงั้นก็นอนได้แล้ว มานี่มา” พูดจบไอบ้าไทป์ก็เดินมา นอนลงบนเตียง แล้วอ้าแขนเป็นเชิงบอกผมให้ขยับเข้าหาอกแกร่งของมัน ไอร่างกายบ้านี่ก็เสือกทรยศผมขยับไปหาไอบ้าไทป์อย่างว่าง่ายสะงั้น

 

        พอได้นอนซบกับอกแกร่งของไอบ้าไทป์มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นยังไงไม่รู้ แถมไอบ้าไทป์ก็ยังเอามือมาลูบผมของผมอีกยิ่งสบายไปกันใหญ่ ผมคิดว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าภาพตัดแน่...........

 

          ‘รักไม่จำเป็นต้องบอกผ่านทางคำพูดเสมอไป’ 

 

           ******************************** 

#ปลอบโยน  

#เริ่มรู้สึกดี 

#หวงเก่ง  

          **หลง หลงหมอกายเต็มๆนะไทป์ นับวันยิ่งหวงหนักมากนะแก ไรท์ว่าอีกหน่อยจะพบคนกลัวเมียหนึ่งอัตราแน่**  

          **มาแล้วจ้าทุกคนอย่าพึ่งหนีไรท์ไปไหนกันนะจ้า ไรท์ไม่ได้มาอัพหลายวัน เอาตอนสบายๆไปก่อนนะจ้า ความหวานอาจจะไม่ค่อยมีแต่อ่านตอนนี้ก็ฟินดีนะจ้า ชอบก็อย่าลืมกดถูกใจ คอมเม้น ติดตาม เป็นกำลังใจในการมโนให้ไรท์กันด้วยนะจ้า รักรีดทุกคน** 

          

         

 

      

 

          

           

 

          

   

         

 

         

 

      

         

 

         

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว