facebook-icon

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่ผมเคยมีมันหายไปแล้วเมื่อเจอเขา มาเฟียฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่สนใจใคร เอาแต่ใจ ถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ และผมก็กำลังหลงกลเขาเข้าอย่างจัง

ตอนที่ 8 : แค่ที่ระบายอารมณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : แค่ที่ระบายอารมณ์

คำค้น : #ที่ระบาย #ปากเสีย #งานแต่ง #หมอกาย #มาเฟีย #ไทป์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 66.6k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : แค่ที่ระบายอารมณ์
แบบอักษร

#ไทป์  

 

       ผมยอมรับว่าร่างบางใส่ชุดนี้แล้วดูน่ารักมาก และวันนี้ก็เป็นวันสำคัญของผม หึ ผมอยากจะดูหน้าเธอว่าถ้าเธอเจอร่างบางไปกับผมจะทำหน้ายังไง 

 

       “ไปได้แล้วไหม? รีบคนอื่นดูตัวเองก่อนไหม” ขี้โวยวายจริงๆ 

 

        “ไปเดี๋ยวนี้แหละ รีบขนาดนั้นเชียว?” ผมตอบแล้วทำหน้ากวนใส่ร่างบาง

 

        “ชิ” เถียงไม่ได้ชอบเดินหนี ฮ่า ฮ่า น่ารักแหะ ร่างบางเดินตรงไปขึ้นรถทันที

 

        ระหว่างทางผมกับร่างบางไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย ร่างบางมัวแต่มองออกไปข้างนอกรถ ร่างบางไม่รู้หรอกครับว่าเรากำลังจะไปงานคนรักเก่าของผม แต่ไหนๆก็หลวมตัวมาแล้วก็ถือว่าช่วยกัน....

 

         ........

 

         ........

 

        ตอนนี้ผมกับร่างบางนั่งรถมานานพอสมควร น่าจะใกล้ถึงสถานที่จัดงานแล้ว ผมเลยบอกให้ร่างบางเตรียมตัว 

 

         “เตรียมตัวด้วยนะ เราจะถึงงานกันแล้ว” ร่างบางหันมามองผมแล้วผงักหัว ทำไมไม่พูดอะไรเลยนะ ร่างบางแปลกๆปกติจะชอบเถียงกับผม 

 

         “เป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายหรอ” ผมถามร่างบางออกไปร่างบางเหมือนจะเหม่อๆ

 

         “เปล่า แค่รู้สึกไม่อยากมางานนี้สักเท่าไหร่” กดเสียงต่ำแบบนี้แสดงว่าไม่อยากมาจริง 

 

          “ทำไมหละงานน่าสนุกออก” มันน่าสนุกจริงๆครับ

   

          “สนุกคุณคนเดียวอะดิ ผมไม่สนุกกับคุณหรอกนะ ผมไม่รู้จักกับใครสักคน” ร่างบางกังวลเรื่องนี้สินะ 

 

         “มางานกับฉัน รู้จักฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว” ผมไม่ได้สนใจใครมากมายอยู่แล้ว

 

         “อืม” ร่างบางไม่ตอบอะไรมากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก วันนี้สงสัยกินยาลืมเขย่าขวด 

 

         ลูกน้องของผมขับรถไม่นานก็ถึงสถานที่จัดงานร่างบางเหมือนจะเกร็งๆ ผมเลยลงรถแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ร่างบาง

 

        “ลงมาได้แล้ว จะกลัวทำไมเรามางานแต่งงานนะไม่ใช่งานศพ ไม่มีผี” ผมตั้งใจจะพูดแบบนี้จริงๆ

 

        “พูดอะไรองคุณเนี่ย มางานมงคลนะทำไมพูดแบบนี้” ยอมคุยกับผมแล้วหละสิ

 

        “ฉันพูดความจริง” ผมตอบแล้วทำหน้ากวนใส่ร่างบางอีกครั้ง การแกล้งร่างบางทำให้ผมอารมณ์ดี

 

        “ปากคุณนี่มัน....เอาที่คุณสบายใจเลย” เถียงไม่ได้สะบัดหน้าหนีผมอีกละ

 

        "หมับ)))" ผมจับแขนของร่างบางคล้องกับแขนของผม นี่ก็ถึงเวลาที่ร่างบางจะต้องเดินเข้าไปในงานแล้ว

 

        "พรึบ)) ทำอะไรของคุณเนี่ย ผมเดินเองได้ ทำไมต้องเดินคล้องแขนกันด้วย” ม้าเริ่มพยศ

 

       “เดี๋ยวนายจะหลง คนมันเยอะ” ความจริงผมอยากทำเพราะแบบนี้เพราะอะไรกันแน่ผมยังไม่เข้าใจตัวเอง

 

       “ผมไม่ใช่เด็กสามขวบนะที่จะกลัวหลงพ่อ/แม่” ดูทำหน้าแล้วพูดมันน่าจับปากดึงสักที 

 

       “ให้ทำอะไรก็ทำ อย่าดื้อ” ดื้อจริงๆม้าตัวนี้เดี๋ยวกลับไปสงสัยต้องปราบพยศสักหน่อยละ

 

       “ชิ ก็เดินไปสิ” สุดท้ายก็ต้องยอมผม ผมเลยพาร่างบางเข้างานทันที ผมเลือกเดินไปทิศทางที่คู่บ่าวสาวยืนอยู่ หึดูสิเธอเห็นหน้าผมมากับร่างบางจะทำหน้ายังไง 

 

       “ไทป์)))” เสียงแหลมรีบเรียกผมขึ้นทันทีที่เห็นผม ลืมผัวแก่ที่ยืนอยู่ข้างๆเลยหละสิ ไม่ปล่อยให้เสียเวลา

 

       “ยินดีด้วยนะครับคุณฟาน นี่ของขวัญครับ” ผมเลือกที่จะเมินหลินแล้วหันไปพูดกับคุณฟานแทน 

 

       เธอชื่อหลิน คนที่ทำให้ผมเกือบลืมไปแล้วว่าทุกวันนี้ผมมีอะไรต้องทำมากเกินกว่าจะมามัวเสียใจเพราะผู้หญิงอย่างเธอ 

 

        “ขอบคุณครับคุณไทป์ ขอบคุณมากนะครับที่ให้เกียรติมางานสองเราทั้งสองคน" 

 

        “ยินดีครับ ผมขอให้คุณอยู่กันอย่างมีความสุขนะครับ อ่อลืมบอกครับ ของบางอย่างที่ได้มาง่ายๆบางครั้งมันก็ไร้ค่านะครับคุณฟาน ” ผมไม่ลืมที่จะพูดแขวะผู้หญิงที่กำลังมองร่างบางอย่างสงสัย 

 

        “แล้วนี่ใครคะไทป์ หลินไม่เคยเห็น เดี๋ยวนี้คุณควงผู้ชายหรอค่ะ.....” พูดแล้วเว้นแบบนี้เดี๋ยวได้เจอฤทธิ์ของร่างบาง 

 

        “นี่....ผมกายครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณหลิน คุณฟาน” นั้นไงยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ เหมือนกับร่างบางจะมองออกว่าผมกับหลินเคยเป็นอะไรกันมาก่อน

 

      “สวัสดีครับคุณกาย/สวัสดี” หลินตอบกลับร่างบางสั้นๆ สีหน้าของเธอตอนนี้ดูไม่สบอารมณ์อย่างมาก คงคิดว่าผมจะลืมเธอไม่ได้หละสิหึ 

 

      “แล้วไม่ทราบว่าคุณกายเป็นอะไรกับไทป์คะ” มาดูกันครับว่าร่างบางจะตอบยังไง 

 

      ..........เงียบ........

 

       ..........

 

        "หมับ)) เป็นเมียครับคุณหลิน คุณหลินมีอะไรสงสัยจะถามอีกไหมครับ” หลินกับคุณฟานดูจะตกใจมากที่ร่างบางตอบไปแบบนั้น คงคิดว่าคนอย่างผมนะหรอจะมาชอบเพศเดียวกัน 

 

       “คุณกายคงอำเล่นใช่ไหมคะ” หลินยังไม่ยอมแพ้ร่างบางยังถามต่อ เดี๋ยวผมว่าต้องมีอะไรแน่ๆร่างบางแสบจะตายผมอยู่ด้วยทุกวันผมรู้ดี 

 

        "ฟอดดด)))" ร่างบางหอมแก้มผม 

 

        O_O  

 

       “ไม่ได้อำเล่นครับคุณหลิน นี่ของจริง ผมรักไทป์มาก” ร่างบางเรียกชื่อของผม ร่างบางไม่เคยเรียกแบบนี้มาก่อน มันทำให้ใจผมเต้นเร็วแปลกๆที่ได้ยินร่างบางพูดแบบนี้

 

        หลินทำหน้าไม่พอใจร่างบางเป็นอย่างมาก แต่เธอจะทำอะไรได้ถ้าไม่เกรงใจคนที่ยืนงงอยู่ข้างๆ ก็เอาสิผมว่าผมควรยุติการถาม ตอบแบบนี้สักที 

 

        “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอไปหาที่นั่งก่อนนะครับ เมียผมคงจะหิวแล้ว ปกติจะทานอาหารตรงเวลา” ผมพูดแล้วหันไปยิ้มมุมปากให้หลิน

 

        “เชิญคุณไทป์กับ..เออ..แฟนตามสบายเลยนะครับ” คุณฟานคงอึ้งอยู่ 

 

        “ครับ ปะไปกันเถอะที่รัก คุณน่าจะหิวแล้วนะครับ” ผมรีบสวมกอดเอวของร่างบางเดินไปหาที่นั่ง ซึ่งลูกน้องของผมหาให้ไว้ก่อนแล้ว เป็นไงหละครับร่างบางแสบไหมหละครับ นี่ขืนยืนคุยกันนานกว่านี้มีหวังได้สนุกกันแน่ 

 

         “สนุกไหมที่ปั่นหัวแฟนเก่าของคุณได้” ว่าแล้วร่างบางต้องมองออก 

 

         “ก็ดีนะ นายก็ทำได้ดีนะรู้หน้าที่ดีหนิ ไม่ต้องให้สั่งเลย” ผมพูดชอบร่างบางออกไปทำไมร่างบางทำหน้าโกรธหละ 

 

        “คุณสนุก แต่ผมไม่สนุกด้วยหรอกนะ การเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องที่น่าเอามาคิดสนุก” ยาวเชียว อารมณ์ไหนอีกวะเนี่ยเหมือนโกรธผมสะงั้น 

 

       “เอาหนะคิดสะว่าซ้อมละครก็แล้วกัน” ร่างบางเมินอีกแล้วครับ เรื่องเมินนี่งานถนัดเลย 

 

        ผมกับร่างบางนั่งในงานได้พักใหญ่ตอนนี้ก็ถึงช่วงพิธีการแล้ว ให้บ่าวสาวเริ่มเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เคารพบรรพบุรุษ เคารพพ่อแม่ แล้วเคารพกันและกัน เสร็จพิธีไหว้แล้วก็ต่อด้วยให้บ่าวสาวไปเปลี่ยนชุดสำหรับงานฉลอง

 

       ผมนั่งมองงานพิธีแล้วนึกย้อนถึงตัวเอง ดีนะที่ไม่ขอผู้หญิงคนนี้แต่งงานไปก่อน ไม่งั้นผมคงจะคิดผิดจนตัวตาย....

 

      ผมละสายตาจากงานพิธีหันมามองร่างบาง ตาจะปิดแล้วนะนั้น คงจะง่วงเต็มทีแล้ว 

 

      “กลับกันไหม? นายดูไม่ไหวแล้วนะ” ผมเลยเอ้ยปากถามร่างบางออกไป ผมก็ไม่อยากอยู่แล้ว

 

       “อืมกลับกัน” ไม่โวยวายแหะแถมใช้น้ำเสียงเรียบเชียว 

 

       “กลับกันอาเฉิน” ผมหันไปบอกลูกน้องให้รู้ตัว แต่ยังไม่ทันที่ผมกับร่างบางจะเดินออกไปก็มีอะไรลอยมาแต่ไกล จะโดนหัวร่างบางไหนเนี่ย 

 

       “เห้ย)) O_O หมับ))" 

 

       ช่อดอกไม้โดนหัวร่างบางเลย ร่างบางตกใจรับช่อดอกไม้ที่หลินโยน หึหน้าเหวอไปแล้วเพราะคนทั้งงานมองมาทางผมกับร่างบาง 

 

       “สงสัยจะต้องมีข่าวดีเร็วๆนี้ใช่ไหมเนี่ยไอหยาง” ผมพูดแซวขึ้นแล้วหันหน้าไปยกยิ้มมุมปากใส่อาหยาง 

 

       “ไอบ้า พรึบ)) เอาไปเลยนะ ไม่ได้อยากได้โว้ย” เขินหละสิ เดี๋ยวผมต้องแกล้งต่ออีกนิด 

 

       ผมเดินตามร่างบางเข้ามาในรถ ดูร่างบางจะอารมณ์เสียเป็นพิเศษ ยิ่งน่าแกล้ง

 

       “เขินฉันหรอ” ผมขึ้นรถมาได้ก็หันไปแซวร่างบางทันที 

 

       “ใครเข.....ใครเขินคุณกัน” รีบเถียงออกมาเร็วเชียวนะ

 

        “ไม่เขินก็ไม่เขินแต่...อะดอกไม่นี่มันเป็นของนาย นายรับมันได้” 

 

        “รับมันได้ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิ์ได้แต่งงาน” ร่างบางนี่เถียงคำไม่ตกฝาก

 

         “แล้วอยากแต่งงานไหมหละ? “ ผมแกล้งถามร่างบางต่อ 

 

         “ไม่อยาก เพราะตอนนี้อยู่ในสถานะที่ะบายอารมณ์ของคุณอยู่ แต่ถ้าวันไหนคุณเบื่อผมแล้วผมก็อาจจะอยากแต่งขึ้นมาก็ได้” คำตอบของร่างบางทำเอาผมสะอึกไปแล้ว ผมไม่เคยคิดที่จะเบื่อร่างบางเลยเป็นเพราะอะไรกันแน่วะ 

 

       “หึยังไม่เบื่อตอนนี้หรอก” 

 

        “เมื่อไหร่คุณจะปล่อยผมไปสักที ผมทำผิดมากนักหรอคุณถึงได้มายุ่งกับชีวิตของผมของผมขนาดนี้” ผมเริ่มจะโมโหกับคำพูดของร่างบางแล้วนะครับ 

 

       “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น หรืออาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้เพราะนายต้องทนอยู่กับคนอย่างฉัน” ผมตอบเอาแต่ใจตัวเองผมยังไม่ได้คิดว่าจะปล่อยร่างบางไปตอนไหน 

 

       “ใช่สิ ผมมันเป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ของคุณ คุณเคยถามผมไหมว่าผมอยากได้สถานะแบบนี้จากคุณไหม คุณต่างหากมอบสถานะนี้ให้ผมโดยที่ผมไม่ได้อยากได้มันมาเลย ‘ไอคนไม่มีหัวใจ’“ ด่าแบบนี้เดี๋ยวได้เจอดีแน่  

 

        "หมับ))" ผมคว้าเข้าที่ข้อมือของร่างบาง ชักจะยั่วโมโหผมมากไปแล้วนะ 

 

        “โอ้ยปล่อยเจ็บ บีบแรงไปแล้วนะ” เจ็บนะสิดี จะได้จำว่าไม่ควรพูดประชดประชันผม 

 

        “ปล่อยแน่ แต่ปล่อยที่ห้องก็แล้วกันนะ คืนนี้ช่วยรับทำหน้าที่เป็นที่ระบายอารมณ์ของฉันด้วยนะ หึ” 

 

        ยิ่งร่างบางไม่พูดกับผม เงียบใส่ผมก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมอีก

 

        “ไม่พูดก็ดีเก็บเสียงของนายเอาไว้มานอนครางให้ฉันฟังก็พอ” ผมเริ่มจะหมดความอดทนกับคำพูดของร่างบางแล้ว พยศดีนักใช่ไหมจะปราบให้หายพยศเลย............

 

             *****************************

#กาย#ไทป์ 

 

        บางครั้งผมก็มานั่งคิดนะว่าทำไมผมถึงยังทนอยู่กับไอบ้าไทป์นี่อยู่ได้ ทนเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ไอหมาบ้านี่อยู่ได้ ถ้าผมจะหนีทำไมจะหนีไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงยังทนอยู่ให้ไอบ้าไทป์ดูถูกอยู่แบบนี้ผมจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน....... 

 

         วันนี้เป็นวันที่ผมต้องไปงานแต่งงานกับไอบ้าไทป์ ทีแรกผมนึกว่างานแต่งงานของหุ้นส่วน หรือเพื่อนสนิทอะไรแบบนี้ ที่ไหนได้มางานแต่งของแฟนเก่า  

 

          ถามว่าทำไมผมถึงรู้นะหรอ สังเกตได้ไม่ยากเลย คุณหลินอะไรนั้นดูตกใจที่เห็นผมไปกับไอบ้าไทป์ ตั้งคำถามจี้เลยว่าเป็นอะไรกัน อีกอย่างที่ทำให้ผมรู้เลยก็คือ...ผมตอบเธอไปว่าเป็นเมียไอบ้าไทป์ สีหน้าเธอดูอึ้งไปเลย แล้วแน่ชัดไปกว่านั้นตอนผมเจอไอบ้าไทป์ครั้งแรกมันเมา แสดงว่ามันต้องเสียใจเรื่องนี้แน่ 

 

        “จะไม่พูดด้วยจริงๆใช่ไหม” หาเรื่องผมอีกแล้วขยันหาเรื่องจริงๆผมเหนื่อยที่จะตอบละ  

 

         “ไม่มีอะไรจะพูด” ก็ผมไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ อีกอย่างมันพึ่งจะว่าผมไป ตอนนี้มาถามว่าจะไม่พูดจริงๆใช่ไหมนี่มันเป็นไบโพล่าไหม 

 

        “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม” ผมไม่เข้าใจว่าไอบ้าไทป์มันต้องการอะไรกันแน่  

 

        ตอนนี้รถจอดสนิทที่คอนโดพอดีก่อนลงจากรถผมเลยพูดกระแทกหน้าแม่งไปที  

 

        “ทุกวันนี้ยังได้ไม่พออีกหรอ ที่คุณทำกับผมมันยังไม่พออีกหรอ ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่จะต้องมาคอยทำอะไรตามที่คุณสั่ง ถึงผมจะเป็นที่ระบายอารมณ์ของคุณก็จริง ‘จำไว้นะว่าผม...เกลียด...คุณ!!!’ ทนไม่ไหวแล้วครับจะโดนอะไรก็ช่างหัวแม่งมันเถอะ ไอคนไม่มีหัวใจ  

 

         “นายครับ ทำไมไปว่าคุณกายแรงขนาดนั้นครับ คุณกายเสียใจนะครับ” ไอเฉินพูดขึ้นหลังจากร่างบางลงจากรถเดินเข้าตึกไปแล้ว

 

         “แล้วจะให้กูทำยังไง ให้กูปล่อยไปนะหรอ? ไม่มีทาง เพราะกูยังไม่เบื่อ” ผมบอกอาเฉินออกไปลูกน้องผมนี่เป็นคนดีจริงๆใส่ใจความรู้สึกของทุกคน(ก็เค้าเป็นคนมีหัวใจไงไทป์) 

 

        “นายครับ นายไม่สังเกตหรอครับว่าทุกวันนี้คุณกายทนอยู่กับนายเพราะอะไร ผมว่าคนอย่างคุณกายถ้าจะหนีนายไปทำไม่ยากเลยนะครับ นายอย่าให้อารมณ์ และคำพูดที่นายเกลียดใครอีกคน มาทำร้ายความรู้สึกของใครอีกคนให้เจ็บปวดสิครับ” เตือนกูเป็นพ่อกูเลยนะไอเฉิน 

 

        ผมไม่ได้พูดตอบอะไรตอบกลับไอเฉิน ผมเลือกที่จะนั่งสงบสติอารมณ์ คิดถึงคำพูดที่ร่างบางพูดออกมาแล้วทำไมกูจะต้องมารู้สึกผิดกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยวะ 

 

        .........

 

        .........

 

        ผมเดินลงมาจากรถหลังจากคิดเรื่องของร่างบางสักพักใหญ่ ผมเดินขึ้นมาข้างบนห้องทันทีหวังว่าร่างบางจะยังคงไม่นอนหรอกนะ 

 

        "แกร็ก)))" ผมเปิดประตูเข้ามาในห้อง หืมเปิดแอร์เย็นอีกแล้ว หลับไปแล้วหรอเนี่ย!! แสดงว่าผมคิดอะไรเพลินๆสะนาน 

 

         “นาย นาย” ไม่ตื่นแล้วครับ คงจะเพลียจริงๆก่อนจะกลับจากงานเลี้ยงตาจะปิดอยู่แล้ว ผมเลยเลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย วันนี้ผมพูดไม่ดีมากขนาดนั้นเลยหรอ? (ยังไม่รู้ตัว)

 

         อาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินมาล้มตัวลงนอนข้างๆร่างบาง ผมค่อยๆใช้แขนโอบกอดร่างบางจากด้านหลังกลัวร่างบางจะตื่น ตอนนี้น่าจะหลับไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว 

 

        "จุ๊บ)) ฉันขอโทษที่พูดแบบนั้น” ผมจุ๊บท้ายทอยของร่างบางแล้วพูดขอโทษออกไป แต่ร่างบางคงไม่ได้ยินที่ผมพูดหรอก หวังว่าตื่นขึ้นมาร่างบางจะไม่เงียบใส่ผมอีกนะ ไม่งั้นผมคงต้องทำร้ายร่างบางอีกแน่ ผมไม่ชอบถูกเมิน........

*********************************

#ปากเสีย 

#โดนเมิน

#ที่ระบายอารมณ์

           **ปากแบบนี้ไงสมควรโดนเมิน คำก็ที่ระบาย สองคำก็ที่ระบาย แต่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เนี่ยมันสวนทางกับคำพูดนะไทป์ ไรท์ขึ้นเลย สมควรปล่อยให้อยู่คนเดียวไหมแกอะ ไรท์ควรจะให้อภัยดีไหมจ้ารีดทุกคน หรือหาคนใหม่ให้กายดีู ^^ **  

           

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว