email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนและการติดตามอ่านค่ะ ^^

( 2 ) ความรุนแรงภายในห้องนอน

ชื่อตอน : ( 2 ) ความรุนแรงภายในห้องนอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 132.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
( 2 ) ความรุนแรงภายในห้องนอน
แบบอักษร

 

ดวงตาคู่สวยผ่านกรอบแว่นสายตาหนาเตอะกำลังพิจารณาชายหนุ่มรุ่นใหญ่ตรงหน้าเธออย่างถี่ถ้วน... เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณพ่อของเธอและคุ้นเคยกับครอบครัวนี้เป็นอย่างดี... เพราะว่าเขากำลังจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว 

" สวัสดีค่ะ ลุงนพ " มือเล็กเรียวสวยยกขึ้นพนมพร้อมกล่าวคำทักทายอย่างสุภาพ 

" วันนี้ลุงมารับ แพรกับหนูป่านไปทานข้าวนอกบ้าน " มือใหญ่ของชายหนุ่มลูบลงบนศีรษะเล็กของเธออย่างเอ็นดู 

" หนูขึ้นไปตามคุณแม่ก่อนนะคะ... ลุงนพนั่งรอสักครู่ค่ะ " 

 

' ก๊อก ก๊อก ' กำปั้นน้อยๆ เคาะลงบนบานประตูห้องนอนของคุณพ่อ ซึ่งตอนนี้คุณแม่ของเธอเป็นเจ้าของอยู่ และในอนาคตผู้ชายที่นั่งรออยู่ด้านล่างคงต้องเข้ามาอยู่ในห้องนอนแห่งนี้ 

" ลุงนพมารับแล้วค่ะ " เสียงหวานเอ่ยออกไปอย่างเรียบๆ 

" เข้ามาก่อนสิ น้องป่าน " แพรไหม หญิงสาวในวัยสามสิบปลายๆ บอกลูกสาวของเธอให้เข้ามาในห้อง 

" ป่านไม่ชอบลุงนพหรือคะ? " คุณแม่ของสายป่านเปิดประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของบุตรสาวย่นยู่อย่างเอาแต่ใจ 

" ไม่ใช่ค่ะ... แค่หนูยังไม่คุ้นกับสถานะใหม่ของลุงนพ " 

" น้องป่านโกรธ เรื่องที่แม่จะแต่งงานใหม่หรือคะ? " แพรไหมยังคงถามลูกสาวต่อ เพราะหลังจากสายป่านทราบเรื่องที่เธอจะใช้ชีวิตร่วมกับ ' นพดล ' หรือ ลุงนพของสายป่าน... ลูกสาวของเธอก็เปลี่ยนไป 

" หนูแค่กังวลเรื่องผลสอบที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าค่ะ " 

" งั้นก็ช่างเถอะ น้องป่านไปแต่งตัวได้แล้วค่ะ... เดี๋ยวลุงนพจะรอนาน " 

" ป่านขอไม่ไปนะคะคุณแม่ หนูปวดศีรษะ " 

" ป่าน... งั้นน้องป่านพักผ่อนนะคะ " แพรไหม ชะงักคำพูดและยอมตามใจสายป่าน ไม่ได้บังคับฝืนใจให้ลูกสาวของเธอออกไปทานข้าวนอกบ้านด้วยตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก 

หญิงสาวกลับมาห้องนอนของตัวเอง ทิ้งร่างของเธอลงบนเตียงนอน ฝังใบหน้าเล็กๆ จมหายไปกับหมอนนุ่มใบใหญ่... 

. 

. 

/ Saipan Talk / 

" เฮ้อ~~~ " ฉันผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงได้ทำตัวไม่น่ารักแบบนั้น 

สำหรับลุงนพ... ฉันไม่ได้รังเกียจที่ท่านจะมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ตอนเด็กฉันชอบออดอ้อนท่านอยู่เสมอ ท่านเป็นลุงแท้ๆ ของฉัน... เมื่อมีเวลาท่านจะแวะเวียนมาหาหรือซื้อของฝากจากเมืองนอกมาให้ฉันอยู่เสมอ 

จนกระทั่งเมื่อห้าปีที่ผ่าน ช่วงที่คุณพ่อป่วยหนักและเสียชีวิตลง พวกเราได้ลุงนพเข้ามาช่วยจัดการเรื่องทุกอย่างเพราะตอนนั้นเราสองคนแม่ลูกทำอะไรกันไม่ถูกด้วยความเศร้าโศกเสียใจจากการจากไปของคุณพ่อ 

 

ลุงนพเสนอให้พวกเราสองคนแม่ลูก ย้ายไปพักอาศัยบ้านคุณปู่และคุณย่า... แต่เป็นคุณแม่ที่ปฏิเสธเพราะต้องการอยู่บ้านหลังนี้... ลุงนพจึงต้องหาแม่บ้านที่ไว้ใจได้มาอยู่กับพวกเราอีกหลายคน เพื่อไม่ให้บ้านหลังนี้เงียบเหงาจนเกินไป 

ท่านห่วงความปลอดภัยของเราสองคนแม่ลูก เพราะอยู่กันแค่ผู้หญิงเพียงลำพัง... จากนั้นลุงนพยังคงแวะเวียนมาเสมอจนกระทั่งทราบถึงความสัมพันธ์บางอย่างที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคุณแม่และลุงนพ 

ลุงนพ ผ่านชีวิตคู่มาแล้วแต่หย่าร้างกันไปตั้งแต่ลูกชายของท่าน ' พีรภัทร หรือพี่พีท ' อายุได้สามขวบ ซึ่งตอนนั้นฉันยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ... ภรรยาของลุงนพเป็นคนต่างชาติ 

เมื่อหย่ากันเรียบร้อย... เธอถึงได้กลับไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก โดยทิ้งให้พี่พีทอยู่กับคุณลุงแทน... ลุงนพไม่ได้แต่งงานใหม่ จนกระทั่งฉันได้รับทราบข่าวดีของท่าน ซึ่งผู้หญิงที่ท่านจะแต่งงานด้วยอีกครั้ง คือคุณแม่ของฉันเอง 

ฉันเริ่มต่อต้านเล็กๆ กับคุณแม่ เมื่อลุงนพจะพาพวกเราไปเที่ยวหรือมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณปู่ จากที่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับลุงนพ ฉันทำตัวห่างเหินขึ้นมาทันที 

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เป็นเพราะฉันหวงคุณแม่ไม่อยากให้ท่านแต่งงานใหม่ หรือเป็นเพราะฉันหวงลุงนพกันแน่... ท่านเป็นคนอบอุ่นไม่ต่างจากคุณพ่อของฉันเลยสักนิด ดูแลห่วงใยฉันอยู่เสมอ จนฉันคิดเสมอว่าเมื่อโตขึ้นไป ฉันอยากได้คนรักที่เป็นเหมือนคุณพ่อและลุงนพ 

. 

. 

#วันประกาศผลสอบ 

" แย่ๆๆ เข้าไม่ได้สักที เว็บล่มตลอด " เสียงหวานของทรายเพื่อนสนิทบ่นขึ้นมาทันที เมื่อพยายามกดเข้าไปในเว็บแห่งหนึ่ง 

" ใจเย็นค่ะ... ทรายได้แน่นอน " ฉันปลอบคนที่กำลังลุ้นมากจนเหงื่อในมือเล็กเปียกชื้น เธออยากเข้าคณะแพทย์และชวนให้ฉันเข้าไปเรียนด้วย 

" ป่านไม่ตื่นเต้นหรือไง เราลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย " 

" นิดหน่อย ไม่อยากลุ้นมากกลัวผิดหวังน่ะสิ " 

ฉันไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับการสอบครั้งนี้เท่าไร เพราะฉันไม่ได้อยากเรียนคณะนั้น มีเพียงแค่คุณแม่ของฉันและทราย ที่อยากให้ฉันเข้าไปเรียนให้ได้ 

ในการสอบที่ผ่านมาฉันทำข้อสอบอย่างเต็มที่ มีแค่ในกลุ่มของวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ฉันตุกติกไม่ยอมทำเพียงแค่ฝนลงไปมัวๆ ทิ้งดิ่งลงบนกระดาษคำตอบนั้น... ถ้าการมัวทำข้อสอบในวันนั้นทำให้ฉันได้ขึ้นมา ฉันสิจะเหงื่อแตกกว่าเพื่อนของฉันแน่นอน 

 

" กรี๊ดป่าน ดูๆๆๆ ทรายทำได้แล้ว " เสียงหวานของทรายกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ... นิ้วมือเรียวสวยชี้ไปที่หน้าจอของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เธอติดคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัยที่เธอใฝ่ฝันแน่นอนเมื่อรวมคะแนนแล้ว 

" ของป่านล่ะ " ใบหน้าแสนสวยของเธอหันมาถามด้วยความดีใจและต้องการทราบผลของฉันเช่นกัน 

" ป่านไม่ติด " ฉันตอบออกไปเรียบๆ เพราะถึงแม้คะแนนรวมของฉันจะอยู่ในระดับที่เข้าศึกษาต่อคณะแพทย์ได้ แต่ในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์คะแนนของฉันไม่ถึงตามเกณฑ์ ขาดไปเพียงแค่ หนึ่งคะแนนเท่านั้น 

" ป่าน... " ทรายทำหน้าเศร้าทันที เหมือนว่าตัวเองเป็นคนสอบไม่ผ่านเสียอย่างนั้น หยาดน้ำใสเอ่อคลอรอบดวงตาทำท่าจะร้องไห้จนฉันต้องปลอบเธอ 

" ไม่เป็นไร... ป่านจะเข้าเรียนคณะบัญชีแทน เราน่าจะได้อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน " ทรายกับฉันสัญญาว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน และฉันต้องพยายามให้ได้แน่นอนเพราะคณะบัญชีเป็นคณะที่ฉันต้องการเข้าไปเรียน 

" ป่าน เข้าเภสัชฯ ไปก่อนดีไหม แล้วปีหน้าสอบใหม่อีกครั้ง " เสียงหวานของเธอยังคงชวนให้ฉันวนเวียนอยู่กับการแพทย์ 

" ไม่ดีกว่า ป่านชอบคำนวณมากกว่า " 

" แล้วแบบนี้น้าแพร จะว่าอะไรไหม " เธอเอ่ยถึงคุณแม่ของฉันขึ้นมา จริงสินะฉันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ทั้งที่พอจะทราบผลล่วงหน้าแต่ฉันยังหาคำพูดแก้ตัวไม่ได้เลย 

. 

. 

@บ้านสายป่าน 

คุณแม่กับลุงนพกำลังนั่งรอฉันอยู่ในห้องนั่งเล่น... ฉันเริ่มรู้สึกถึงความเงียบและกดดันที่ส่งผ่านมาจากคุณแม่ในขณะนี้ 

" กลับมาแล้วค่ะ " ฉันทำลายความเงียบนั้นด้วยการกล่าวทักทาย 

" ทำไมถึงไม่พยายามให้มากกว่านี้คะ สายป่าน " คุณแม่คงทราบถึงผลสอบที่ประกาศวันนี้แล้วแน่ๆ เธอถึงได้ดุฉันเสียงเขียว 

" หนูขอโทษค่ะ " ฉันไม่นึกเสียใจกับการสอบไม่ผ่านครั้งนี้ แต่เสียใจกับท่าทีและคำพูดของคุณแม่มากกว่า 

เพราะถ้าหากฉันตั้งใจสอบเข้าคณะนั้นจริงๆ แล้วผลออกมาคือไม่ผ่าน กลับมาบ้านแล้วยังต้องโดนคนที่เรารักต่อว่า แทนที่จะปลอบโยนหรือให้กำลังใจ... ฉันคงเสียใจกว่าที่เป็นอยู่ 

 

" ปีหน้าค่อยพยายามใหม่แล้วกัน " 

" หนูขอเรียนคณะบัญชีได้ไหมคะ ป่านคงไม่เหมาะกับเรียนหมอ " ฉันรวบรวมความกล้าและขอเรียนในคณะที่ตัวเองชอบ 

" ทำไม? " คุณแม่ทำเสียงเข้มถามฉัน 

" ป่านกลัวเลือดค่ะ " ฉันตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับมองไปทางลุงนพ 

" แต่... " เสียงคุณแม่หยุดลงกะทันหันเมื่อมือใหญ่ของลุงนพบีบลงบนมือของคุณแม่ 

" เรียนบัญชีก็ดีนะ จบแล้วค่อยมาช่วยงานลุง แพรอย่าฝืนใจลูกเลยครับ " 

" แพรแค่อยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ ได้เรียนคณะดีๆ เท่านั้นเอง " 

" แล้วแพรเคยถามลูกไหมครับ ว่าลูกอยากเรียนอะไร? " 

" พี่นพ! แต่แพรหวังดีกับลูกนะคะ " 

เสียงของคุณแม่กับลุงนพ กำลังถกเถียงกันเรื่องของฉันอยู่ จนคุณแม่เริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และเดินหนีขึ้นไปบนห้องนอน 

 

" ไม่ต้องคิดมากลูก... น้องป่านอยากเรียนบัญชีก็เรียนไป เดี๋ยวลุงคุยกับแม่ของเราให้ " ลุงนพยังคงเข้าใจฉันไม่ต่างจากคุณพ่อ เพราะเวลาฉันมีเรื่องขัดแย้งกับคุณแม่ขึ้นมา คุณพ่อจะเข้ามาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้ 

" แม่เรานี่ดื้อเหมือนกันนะ " เสียงของคุณลุงบ่นไม่ได้จริงจังอะไร แววตาของท่านอ่อนโยนแฝงด้วยความอบอุ่นเมื่อพูดถึงคุณแม่ 

ลุงนพเดินตามคุณแม่ขึ้นไปบนห้องนอน ส่วนฉันแยกกลับมาอยู่ห้องของตัวเอง.... อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้านอน 

. 

. 

' ตึง! ปึง ปัง เพล้ง ' เสียงดังตึงตัง เสียงของหล่นแตก ดังมาจากทางห้องนอนของคุณแม่ที่ติดกับห้องนอนของฉัน 

" หรือว่าทะเลาะกัน? " ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองทำให้เรื่องทุกอย่างในวันนี้บานปลายจนคุณแม่กับลุงนพต้องทะเลาะกันเสียงดัง 

' อ๊ะ~~~ แพรเจ็บนะ ' เสียงของคุณแม่ดังมาแผ่วๆ ใกล้กับผนังห้องนอนของฉัน พร้อมกับเสียงของกระทบกันเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงจนดังตึงตังอยู่หลายครั้ง 

' แล้วแพรดื้อทำไม ฮึ ' ลุงนพทำเสียงดุใส่คุณแม่ จนกระทั่งมีเสียงตึงตังขึ้นภายในห้องนอนนั้นอีกครั้ง 

ฉันรีบเดินออกจากห้องนอนทันทีเพื่อจะห้ามไม่ให้ลุงนพกับคุณแม่ทะเลาะกัน... ลุงนพที่อ่อนโยนตามใจฉัน ไม่เคยตีฉันเลยสักครั้งเดียว ตอนนี้กลับลงมือรุนแรงใส่คุณแม่ของฉัน 

ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวคุณลุงมาก ฉันไม่น่ายอมให้คุณแม่แต่งงานใหม่กับลุงนพเลย... ผิดกับคุณพ่อที่ไม่เคยต่อว่าหรือลงมือรุนแรงกับคุณแม่... ฉันไม่เคยได้ยินเสียงทะเลาะกันจากห้องนอนของพวกท่านเลยสักครั้งตั้งแต่ฉันจำความได้ 

 

เสียงตึงตังเงียบลงไปได้สักพัก ฉันยืนเอาหูแนบกับประตูห้องนอนของคุณแม่... เพื่อฟังเสียงจากภายใน ' ไม่ใช่คุณแม่ของฉันถูกตีจนสลบไปแล้วนะ ' 

" อื้อ... อ๊า " เสียงหายใจหอบอย่างกระชั้นถี่ของคุณแม่และลุงนพดังแทรกเสียงเนื้อกระทบเนื้ออยู่ภายในห้อง 

 

" ทำอะไรครับ สายป่าน " เสียงทุ้มของใครบางคนดังอยู่ด้านหลังของฉัน จนฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ 

" พี่พีท! " ฉันหันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขามีส่วนคล้ายลุงนพ แต่ส่วนใหญ่จะเหมือนคุณแม่ของพี่พีทที่เป็นชาวต่างชาติมากกว่า และยิ่งดวงตาสีเทาพราวระยับคู่นั้นเป็นสิ่งที่ฉันมองเท่าไรก็ไม่เบื่อ ฉันชอบดวงตาของพี่พีทมากที่สุด 

" ป่านจะเข้าไปห้าม... ลุงนพกับคุณแม่ทะเลาะกันเสียงดังเลยค่ะ " 

" ทะเลาะ? " พี่พีททวนถามอีกครั้งพร้อมกับแนบใบหน้าหล่อๆ ของเขาชิดติดกับประตูบานนั้น 

" หึ ๆ " เสียงหัวเราะหลุดออกมาจากริมฝีปากหนาที่กำลังยกยิ้มมาทางฉัน 

" พี่พีทหัวเราะทำไมคะ... รีบช่วยป่านห้ามดีกว่า " ฉันเดินเบียดตัวพี่พีทเข้าไปใกล้ประตูห้องนอนเพื่อจะเคาะเรียกคนข้างใน แต่ถูกมือหนาของเขายึดไว้เสียก่อน 

" ป่านไม่รู้จริงๆ หรือว่าเขากำลังทำอะไรอยู่? " มือหนายังคงยึดข้อมือเล็กของฉันไว้แน่นพร้อมทั้งพาฉันเดินมาหน้าห้องนอนของตัวเอง 

" ลุงนพตีแม่ป่านนะคะ ป่านได้ยินชัดเจน ไหนจะเสียงข้าวของตกแตกบนพื้นอีก " 

" ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่กำลังเมคเลิฟกันอยู่ คงเร่งทำน้องให้ป่านมั้ง " 

หลังจากประโยคนี้จากพี่พีทจบลง... ฉันนิ่งอึ้งไปทันที ความรุนแรงที่ฉันได้ยินก่อนหน้า เพราะว่าพวกเขากำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน? ฉันพอเข้าใจเรื่องเพศศึกษามาบ้างถึงกระบวนการปฏิสนธิภายใน แต่ฉันไม่เคยรู้ถึงกระบวนก่อนหน้าว่าต้องทำแบบไหนหรือต้องมีจังหวะอย่างไรในกระบวนการนั้น 

 

" หรืออยากให้พี่สอน? " ดวงตาสีเทาแฝงเล่ห์กลคู่นั้นจ้องมองฉันเหมือนตอนยังเป็นเด็ก... เวลาเขาคิดจะกลั่นแกล้งฉัน 

" ไม่ค่ะ พี่พีทไม่ต้องมาแกล้งป่านเลย นิสัยขี้แกล้งของพี่ยังไม่เลิกอีกนะคะ ป่านโกรธพี่แล้ว " ยิ่งนึกถึงนิสัยเกเรของคนตรงหน้าฉันถึงได้โมโหหนัก ปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างแรง 

สมัยตอนฉันยังเป็นเด็ก... พี่พีทชอบมาเล่นกับฉันอยู่บ่อยๆ และฉันติดเขาแจ จนมีอยู่วันหนึ่ง เราไปเที่ยวเล่นในสนามเด็กเล่น 

ฉันเข้าไปมุดเล่นในถังใบยาวที่เป็นเหมือนอุโมงค์ และนอนเล่นอยู่ในนั้นไม่ยอมออก พี่พีทอยากเล่นบ้างแต่ฉันไม่ยอมออกไปเอง เขาเลยให้เพื่อนๆ ของเขาปิดทางออกทั้งหัวและท้าย 

 

ภายในนั้นมืดสนิทขึ้นมาทันทีเพราะไม่มีแสงจากภายนอกส่องเข้าไป... เนื่องจากตัวของเด็กผู้ชายหลายคนกำลังปิดกั้นบริเวณนั้นอยู่... ฉันใช้มือน้อยๆ ของฉันดันและตีร่างของพวกเขาแต่ไม่เขยื้อนหรือเปิดทางให้ฉันได้ออกไปเลย 

ความกลัวเข้าปกคลุมภายในจิตใจ ฉันหอบหายใจแรงขึ้นเพราะว่าหายใจไม่สะดวก.. มันทรมานและความรู้สึกหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นทุกที 

' พี่พีท ป่านกลัว ช่วยป่านด้วย ' ฉันร้องเรียกชื่อเขา เพื่อจะได้ปล่อยฉันออกไป 

' ดื้อกับพี่ก่อนนะ พี่บอกให้ออกทำไมไม่ออก ฮา ฮ่า ' เสียงพี่พีทดังจากด้านนอก หัวเราะอย่างสนุกที่แกล้งฉันได้ 

' ปล่อยป่าน ป่านหายใจไม่ออก ' มือเล็กของฉันทุบลงไปบนถังนั้นจนเกิดเสียงดังก้องอยู่ภายใน จนฉันอ่อนแรงและเงียบไปในที่สุด 

ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่ออยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ลุงนพพาฉันไปหาหมอ ส่วนพี่พีทถูกลุงนพทำโทษ ยืนหน้าหงอยอยู่ข้างๆ เตียงนอน 

' น้องป่าน... พี่ขอโทษครับ ' เขาเอ่ยขอโทษออกมาด้วยความสำนึกผิด หลังจากนั้นฉันแทบจะไม่ค่อยได้เจอกับเขาอีกเลยเพราะเขาถูกส่งให้ไปอยู่โรงเรียนประจำ... 

ความคิดเห็น