ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วกับการใช้ชีวิตในป่า 2 เดือน หรือ 3 เดือนขุนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน จำได้ว่าตอนที่หมีพาออกจากหมู่บ้านหนวดไม่ได้ครึ้มขนาดนี้ ขุนในชุดชาวบ้านธรรมดายื่นใบหน้าส่องผ่านน้ำตกเมื่อเห็นใบหน้าตัวเองแล้วรู้สึกท้อแท้ยิ่งนัก
โจร คนป่า คือสิ่งที่เขาคิดในยามนี้
มีดสั้นค่อยๆ โกนหนวดออกแต่เพราะความไม่คมจึงออกยากต้องกดเข้าเนื้อจนได้บาดแผล เขาคลำคางที่เรียบดังเมื่อหลายเดือนก่อนอย่างยินดี เหมือนกับว่าไม่ได้เจอตัวเองคนเก่ามานานแล้ว
เสียงฝีเท้าที่มาจากด้านหลังคือหมีในร่างมนุษย์แต่ตอนนี้เขามีรอยแผลเป็นเด่นชัดคาดผ่านดวงตาซ้ายเกิดจากการต่อสู้กับสิงโตในตอนนั้น ในมือถือใบตองที่มีเนื้อสัตว์ปรุงสุกมากมายเพราะเป็นของที่ชาวบ้านนำมาให้หรือจะเรียกให้ถูกคือเป็นของที่นำมาบูชา
เพราะในตอนที่พวกเขาออกมาจากหมู่บ้านได้เดินทางย้ายที่อยู่ไปเรื่อยจนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งกำลังเกิดการต่อสู้กับหมู่บ้านอื่นที่มาปล้นพอดี ตอนแรกขุนไม่ได้สนใจช่วยเหลือแต่เมื่อนึกดูแล้วการหาของกินในป่านั้นยากเย็นเพราะขุนได้กินแค่ผลไม้หากให้การช่วยเหลือและขอเครื่องบรรณาการสักเล็กน้อยคงไม่เป็นไร
จนกระทั่งทุกวันนี้ไม่ต้องบอกขอสิ่งใดพวกชาวบ้านก็นำมาให้เองอย่างนับถือเสมือนเทพเจ้า ส่วนเรื่องที่หมีสามารถกลายร่างได้นั้นย่อมปิดไว้ ไม่เช่นนั้นจากเคารพคงเปลี่ยนเป็นขับไล่แทน
“วันนี้ได้เยอะอีกตามเคย”
“อืม”
หมีมองหน้าขุนแล้วย่นคิ้ว “แบบเดิมดีแล้ว”
“แกจะให้ฉันซกมกต่อไปหรือไง แกเองก็ไม่ต่างจากฉัน มาเดี๋ยวโกนให้”
“ไม่เอา”
“แกอย่าให้ฉันเหนื่อยนักเลย กว่าจะรักษาหมัดหายรู้ไหมฉันต้องเสียเวลาหาสมุนไพรหมักตัวแกแค่ไหน ช่วยดูแลตัวเองหน่อยเถอะ!”
เมื่อหมีได้ยินเขาหน้ามุ่ยแต่ก็ยอมยื่นคางให้ขุนโกน แน่นอนว่าได้เลือดไม่ต่างกันเหมือนคู่บ้าที่ทำร้ายตัวเองจนบาดเจ็บ หมีใช้ลิ้นเลียเลือดของขุนอย่างแผ่วเบาเลียจนขุนต้องผลักออกเพราะรำคาญ
“ฉันหิวแล้วกินกันเถอะ”
ขุนหยิบไก่มากิน ส่วนหมียังคงนิ่งทำท่าจะอ้วกเมื่อมองอาหาร
“แกไม่เคยชินกับการกินของสุกจริงๆ ไม่กินก็ไปล่าสัตว์เถอะ”
“ไม่”
หมีหยิบไก่แล้วยัดเข้าปากเขาเคี้ยวเหมือนครั้งแรกที่กินไม่มีผิด พะอืดพะอม ทำท่าเหมือนเคี้ยวของเน่าเสียจนขุนรู้สึกอึดอัดแทน เพราะตั้งแต่หมีพาขุนมาถึงที่นี่เขาก็ค่อยๆ เรียนรู้ในการกินของสุก เขาบอกว่าขุนกินอะไรก็จะกินแบบนั้นแม้บางครั้งจะทนไม่ไหวต้องหนีไปหาสัตว์มากินเองก็ตามแต่ก็ดีกว่ากัดกระชากขาสดๆ ทุกมื้อเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองนั้นไม่ต้องพูดถึงให้มากความเพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่ามันเปลี่ยนไป ไม่อย่างนั้นหมีคงไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อขุนและไม่อย่างนั้นขุนคงไม่ยอมให้นอนกอด เพียงแค่พวกเขาไม่แสดงออกมากมาย
“หืม” ขุนย่นคิ้วเมื่อเห็นดอกไม้สีแดงวางอยู่ในใบตอง เขาไม่ได้ยินดีซ้ำยังโกรธพลางมองหมีอย่างไม่พอใจเพราะดอกไม้นี้ไม่มีทางที่หมีจะเด็ดมาแน่นอนและขุนเคยเห็นหญิงสาวในหมู่บ้านชอบเก็บกันมาประดับร่างกาย ทั้งดอกไม้ยังแฝงไปด้วยความหมายอีกอย่างก็คือหากหญิงสาวชมชอบคนไหนจะมอบดอกไม้นี้ให้
“ได้มาอีกแล้วเหรอ”
“ใช่”
“คนเดิมหรือคนใหม่”
“จำหน้าไม่ได้แล้ว”
ขุนไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมานอกจากนิ่งเฉยไม่อยากทำท่าทางขี้หึงหวงทำเพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น หลังจากมื้ออาหารจบลงขุนก็เหลาไม้เพื่อทำฉมวกทิ่มปลาและไว้เป็นอาวุธ ตั้งแต่ขุนมาอยู่ที่นี่ก็ฝึกการป้องกันตัวมากขึ้นไปเรียนกับคนเก่งๆ ในหมู่บ้านบ้าง ส่วนหมีแค่ยืนมองก็สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วเขาจึงไม่ได้ต่อสู้แบบมั่วไร้ทิศทางอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว
ฉึก!
ไม้ถูกปักลงกลางลำตัวงูที่กำลังเลื้อยพอดีขุนเดินเข้าไปหาแล้วใช้มีดสั้นตัดคอมันจนขาด กระทืบจนหัวงูแหลกเหลวเขาไม่ได้จะกินมันแต่ตอนนี้กำลังโกรธต่างหากจนต้องหาที่ระบาย เพราะแม้หมีจะค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองแต่ยังห่างไกลจากคำว่ามนุษย์เขายังไม่รู้ผิดถูกหลายอย่าง
โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ขุนยอมรับว่าเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ดีผ่านชายหญิงมามากแต่เมื่อได้แต่งงานก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางแม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตสามีภรรยากันเลยก็ตาม เขาถือคติความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน แต่ว่าตอนนี้นอกจากแมนแล้วเขาต้องมาเจอหมีที่จะไปเอาใครก็ได้โดยไม่รู้สึกผิดยิ่งกว่า
เหลือบมองหมีที่กำลังอาบน้ำในน้ำตก เขารู้ว่าเจ้านั่นคงไปทำอะไรมาแน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่อาบน้ำตอนนี้
ฉึก!
ขุนขว้างไม้ลงไปในน้ำตกใกล้กับที่หมีกำลังนั่งอยู่มันลงปักอยู่ด้านหน้าพอดี ใจจริงอยากปักให้ถูกส่วนนั้นด้วยซ้ำมันจะได้ใช้การไม่ได้ไปเลย หมีไม่ได้สนใจเพียงนั่งนิ่งแช่น้ำเหมือนเดิม
ขุนถอดเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปน้ำเอ่ยถามเสียงเย็นชา
“แกไปทำอะไรมา”
หมีสะท้านเล็กน้อยเมื่อขุนจับบีบที่แก่นกายเบาๆ มันเป็นการตรวจสอบและอยากรู้ว่ายังแข็งได้อีกหรือเปล่า เมื่อรู้สึกว่ากำลังขยายใหญ่ขึ้นขุนก็ยกยิ้มอย่างพอใจแต่ก็สมเพชตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากตรวจสอบว่าเพิ่งใช้งานกับคนอื่นมามากแค่ไหน
และในขณะนั้นเองหมีก็กระโจนเข้าหาขุนทันที แขนนั้นกอดแน่นไม่ยอมปล่อยฟันเขี้ยวที่ยังแหลมคมแม้อยู่ในร่างมนุษย์ขบกัดที่ลำคอจนเกิดรอยแผล
“อึก แกใจเย็นๆ”
“ไม่!”
“เดี๋ยวก่อน! มันยังเข้าไม่ได้ อื้อ!”
ขุนร้องลั่นเมื่อหมีจับขาข้างหนึ่งเขายกขึ้นแล้วค่อยๆ สอดเข้าไป แน่นอนมันเข้าไม่ได้แต่หมีใช้นิ้วช่วยขยายรอบขอบจนในที่สุดมันก็ค่อยๆ เข้าไป นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทำแบบนี้เพราะขุนจะฮีทเดือนละครั้งและวันนั้นคือวันที่พวกเขาจะเสพสุขกันแบบนี้
หรือเพราะน้อยเกินไปหมีจึงไม่พอ
ขุนขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงข้อนี้
ถึงจะน้อยไปแต่ก็ไม่มีสิทธิ์นอกใจฉัน!
ขุนกัดที่หลังคอหมีอย่างโมโหแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หมีกระแทกเข้ามาพอดีจึงเป็นเขาที่ร้องแทน เสียงดังสวบสาบของน้ำและแรงกระแทกจากการร่วมรักมันทำให้คนที่ถูกกระทำไม่กล้าที่จะส่งเสียงไปมากกว่านี้แต่หมีนั้นไม่ยอมเขายกตัวขุนขึ้นจนขาทั้งสองลอยเหนือน้ำ
ใบหน้าของขุนแดงเรื่อด้วยความเจ็บปวด
“ไม่เอาท่านี้มันลึกเกินไป”
หมีไม่สนใจเขายกตัวขุนขึ้นลงราวกับเบาดั่งขนนก ขุนรู้สึกว่าตอนนี้เขากำลังเล่นเครื่องผาดโผนที่ขึ้นลงตลอดเวลา ช่วงล่างเจ็บบ้างแต่ก็เสียวบ้างเสียงคราวที่กลั้นมาตลอดค่อยๆ เล็ดรอดออกมา
“ร้องสิ ฉันอยากได้ยิน”
“ไม่!”
หมีไม่พอใจเดินพาขุนไปที่โขดหินแล้วให้ยืนหันหลังในขณะที่แท่งนั้นยังคาอยู่ ช่วงที่ขุนหมุนตัวหันหลังนั้นเขารู้สึกเสียวสะท้านมากมายเหมือนมีบางอย่างกำลังหมุนอยู่ในร่างกาย
“อึก..อา..หมีช้าๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”
“ฉันไม่ชอบช้า เร็วๆ มันดีกว่า” เขาจับก้นของขุนบีบแน่นและยึดจับเพื่อกระแทก คนถูกทำกัดฟันแต่สุดท้ายก็หลุดเสียงครางดังลั่นป่าเพราะตอนนี้แก่นกายของเขากำลังถูไถกับก้อนหินจนส่วนปลายหัวเยิ้มใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที
เสียงน้ำที่ถูกกระทบยังดังไม่เท่าเสียงก้นที่ถูกกระแทก อารมณ์ของขุนเตลิดไปไกลแอบรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่รู้สึกดีเพราะหมีมันเริ่มรู้จุดไหนที่เขาชอบ แต่ฝีมือที่ทำให้ฝ่ายที่อยู่ข้างล่างสุขสมนั้นยังห่างชั้นขุนมาก เพราะหมีมันเน้นแรงและตามใจตัวเองอย่างเดียว ผิดกับขุนที่จะเล้าโลมจนฝ่ายรับอ่อนระทวยและมีความสุขไปพร้อมๆ กัน
ขุนรู้สึกจุกท้องทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยกันเพราะอีกฝ่ายทำแรงเกินไป ขนาดเขาตัวใหญ่ยังเจ็บแล้วผู้หญิงที่ทำกับหมีจะระบมขนาดไหนเขายังนับถือผู้หญิงในถ้ำพวกนั้นที่ยังวิ่งหนีได้อย่างรวดเร็วแม้หลังจากนั้นนอกจากช่อแก้วแล้วพวกเธอต่างต้องนอนซมเพราะเดินไม่ไหว
“อึก..ก..” ขุนเม้มปากรู้สึกหัวขาวโพลนจากนั้นก็ปลดปล่อยออกมาจนเลอะโขดหิน ส่วนหมียังคงกระแทกแล้วใช้ฟันกัดเข้าที่หลังคอของขุนอีกครั้ง
“อื้อ! ทำไมแกต้องกัดทุกครั้งเลยวะ เดี๋ยวผ้าที่พันขาด”
หมีไม่ตอบแต่มองอย่างพึงพอใจมันทำให้รู้สึกถึงการครอบครอง หมียังคงกระแทกอยู่อย่างนั้นจนสุดท้ายก็ปลดปล่อยเข้ามาในตัวของขุน ช่องทางนั้นตอดรัดสั่นระริก เมื่อหมีถอนออกน้ำบางส่วนก็ไหลตามออกมา
“แฮ่ก..ก..แกมันไม่คิดจะทำเบาๆ บ้างหรือไง”
“ฉันไม่เคยทำเบาๆ”
ขุนถอนหายใจทรุดลงแนบโขดหินอย่างหมดแรง กุมท้องตัวเองที่ยังคงจุก ส่วนหมีนั้นนั่งลงแช่น้ำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันทำให้ขุนรู้สึกหงุดหงิด
“แกไปเอากับใครมา”
ขุนที่แนบใบหน้ากับโขดหินเอ่ยถามเสียงแหบแต่ว่ามันแฝงไปด้วยความโกรธ
“เอื้องฟ้า”
น้ำเสียงที่ตอบกลับมานิ่งเรียบไม่ได้รู้สึกผิดใดๆ มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าหมีนอกใจเขาจริงและไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้มันผิดปกติ ขุนรู้ว่าหมียังขาดความเป็นมนุษย์อยู่มากและบางทีสำหรับหมีสถานะของขุนคงไม่ต่างผู้หญิงคนอื่นมากนักแม้จะพิเศษที่สามารถให้อยู่ใกล้ได้แต่เมื่อพูดถึงเรื่องเพศขุนอาจถูกจัดอยู่ในหมวดเดียวกัน
“ชอบเธอเหรอ”
“ไม่”
“แล้วทำไมถึงทำแบบนั้น”
“เพราะเธออยากทำและฉันก็อยากทำ”
ขุนกำมือแน่น ค่อยๆ ลุกจากโขดหินแล้วนั่งลงพิงแทน เขาโกรธจนขบกรามแน่นแต่ว่าไม่โวยวายใดๆ เพราะหมีมันโง่เรื่องนี้ เคยพูดไปแล้วว่าควรรักเดียวใจเดียวแต่มันกลับบอกว่ามันไม่ใช่มนุษย์แล้วจะให้ขุนทำอะไรได้นอกจากหาบทเรียนให้
ขุนเดินไปยังที่อื่นเพราะหากอยู่ใกล้หมีในตอนนี้เขาอาจไม่สามารถยั้งหมัดไว้ได้
ไอ้ตัวบัดซบ!
หลังจากทั้งสองแต่งตัวกันเสร็จได้ไม่นานตัวแทนหมู่บ้านสองคนได้มาเชิญไปร่วมงานเลี้ยงเพราะวันนี้เป็นวันดีพวกเขากำลังบูชาพระจันทร์ ขุนไม่อยากไปแต่ก็ตอบรับคำเชิญเพราะเขามีบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ เมื่อทั้งสองเดินไปถึงหมู่บ้านทุกสายตาต่างมองอย่างเทิดทูนบางคนก้มกราบ ยกมือไหว้ คงมีแต่ขุนที่รู้สึกไม่ดีและรีบห้ามปราม ส่วนหมีนั้นเดินผ่านอย่างไม่สนใจ
โต๊ะของทั้งสองถูกตั้งอยู่ด้านหน้าสุดใกล้การทำพิธีบูชา ขุนนั่งลงบนพื้นที่มีไม้กระดานรองไว้และไม่รั้งรอที่จะหยิบอาหารมากิน ในขณะที่หญิงสาวหลายคนต่างมองพวกเขาเป็นตาเดียวและมีหลายคนที่มองขุนอย่างแปลกใจคล้ายสงสัยว่าใครกัน
นั่นเพราะตอนนี้ขุนได้โกนหนวดเคราออกแล้วจึงเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงซึ่งหล่อเหลาจนไม่อาจละสายตาแม้แต่เอื้องฟ้าก็มองเช่นกัน ทั้งขุนยังให้ความรู้สึกน่าเข้าใกล้กว่าหมีไม่แปลกที่พวกเธอจะส่งสายตาเสน่หามาให้
หมู่บ้านแห่งนี้ให้อิสระผู้หญิงในการเลือกคู่อย่างมาก จะเรียกว่าหัวสมัยใหม่หรือว่าถดถอยดีแต่ช่างแตกต่างจากหมู่บ้านที่เขารู้จักนัก ผู้หญิงเป็นแค่เครื่องมือทางเพศจนเขานึกถึงช่อแก้วไม่รู้ว่าตอนนี้จะหลุดพ้นอย่างที่เขาขอหรือยัง
กินอาหารกันจนอิ่มพิธีจริงจึงเริ่ม ทุกคนต่างนั่งกุมมือต่อพระจันทร์ที่เห็นรำไร ส่วนหมีกับขุนนั้นเพียงยืนมองอยู่ในมุมหนึ่งเพราะพวกเขาไม่บังคับให้ทำแค่มาร่วมพิธีก็ดีใจมากแล้ว หมียืนมองนิ่งแล้วหาวเล็กน้อยจนขุนยกยิ้ม
เขาเพิ่งเห็นหมีหาวครั้งแรก!
“กลับไปแกจะนอนเลยไหม”
“อือ”
หลังจากพิธีเสร็จสิ้นและทั้งสองกำลังจะเดินออกไปเอื้องฟ้าก็เดินมาหาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สายตานั้นมองขุนอย่างพึงใจแต่ว่าถึงขุนจะหล่อเหลาเพียงใดหากเทียบหมีถือว่ายังด้อยกว่า ไม่เพียงแค่นั้นทั้งร่างกายและส่วนนั้นของหมีมันทำให้เธอติดใจอย่างมาก
“คุณขุนฉันจำคุณไม่ได้เลยค่ะ”
ขุนเพียงพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณหมีวันนี้เราทำกันอีกรอบดีไหมคะ”
“ได้”
เอื้องฟ้ายิ้มแล้วรีบเดินนำไปทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วนี้มันทำให้ขุนจุกในอกยิ่งกว่าถูกทุบเสียอีก เขามองทั้งสองคนที่เดินเข้าไปในป่าและหมีไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ เลยทั้งที่เขายืนหัวโด่
“ไอ้หมี ไอ้เลวเอ๊ย! ทำไมคู่แห่งโชคชะตาฉันถึงเป็นแกวะ!” ขุนไม่อาจยอมรับได้ทำไมโอเมก้าอย่างเขาจะต้องรู้สึกช้ำใจอย่างมากเมื่อห่างกันทั้งยังต้องรักแค่คู่ของตัวเองแต่อัลฟ่ากลับไปมีใครก็ได้
“เอ่อ..คุณขุนใช่ไหมคะ”
ขุนหันไปมองตามเสียงเห็นหญิงสาวชาวบ้าน5คนเดินมาหาเขาอย่างเอียงอาย บางคนส่งสายตาร้อนแรงมาให้และนั่นจึงทำให้ขุนรู้จุดประสงค์ทันที
“ครับ”
“พวกเรา5คนอยากนอนกับคุณค่ะ”
ขุนนิ่งเงียบแล้วพยักหน้าอย่างยินดีเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคาดไว้แล้วว่าต้องเกิดขึ้นถึงตอบรับคำเชิญมาร่วมพิธี พวกเธอต่างดีใจและรีบเดินตามขุนที่นำไปยังทิศทางเดียวกับหมี
เสียงครางดังระงม ขุนหยุดเท้าทันทีเมื่อได้ยินและเมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นพวกเขากำลังทำรักกันอยู่ รู้สึกใบหน้าชาตัวแข็งทื่อ จับอกตัวเองที่ปวด ในตอนนั้นเขาทรมานแทบตายเพราะอยากเจอแต่ตอนนี้เขากำลังทรมานเพราะคนที่อยากเจอกำลังมีอะไรกับคนอื่น
“เอ่อ..คุณขุนคะ”
ขุนรีบปรับสีหน้าหันไปมองพวกเธอ “ตรงนี้ล่ะ”
“ค่ะ!”
พวกเธอต่างยินดีและรีบถอดเสื้อผ้าส่วนขุนเพียงร่นกางเกงลงเล็กน้อยซึ่งตอนนี้เขาต้องการนอกใจหมีจริงๆ ทั้งที่คราแรกแค่คิดประชดแต่ถ้าหมีทำบ้างเขาก็จะทำเช่นกัน เมื่อเรือนกายของพวกเธอเผยให้เห็นหญิงสาวหน้าแดงแต่ก็ไม่รอช้าที่จะปรนเปรอขุน พวกเธอต่างดูดเลียส่วนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหน้าท้องแต่ยังไม่มีใครกล้าที่จะใช่ร่างกายกลืนกินแก่นกายนี้แม้หญิงสาวของหมู่บ้านจะได้รับอิสระแต่ฝ่ายชายก็ต้องยอมรับเสียก่อนดังนั้นจนกว่าขุนจะพูดอนุญาตพวกเธอจะไม่ทำอะไรเกินเลยนอกจากปรนเปรอภายนอกให้
ขุนครางเมื่อถูกดูดตรงส่วนนั้นขณะที่สติกำลังล่องลอยเสียงตวาดก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ไปให้พ้น!!”
ร่างกายพวกเธอสะท้านเฮือกอย่างหวาดกลัวเมื่อถูกตวาดไล่และเจ้าของเสียงนั้นได้ยืนอยู่ตรงหน้าปล่อยพลังกดดันออกมาจนร่างกายเหล่าหญิงสาวสั่นเทา ส่วนขุนที่กำลังนอนหลับตานั้นปรือตื่นเห็นหมีที่เปลือยท่อนบนยืนอยู่ด้วยสีหน้าทะมึน
“ฉันบอกว่าไปให้พ้นอย่ายุ่งกับเขา! ไปซะ!” หมีตวาดอีกครั้งพวกเธอไม่รอช้าที่จะหยิบเสื้อผ้าแล้ววิ่งหนีไปทันที ส่วนขุนนั้นค่อยๆ ลุกนั่งอย่างเย็นชา
“แกมายุ่งอะไรกับฉัน”
“นายกำลังทำอะไร”
“แล้วแกล่ะกำลังทำอะไร”
“ฉันถามนายอยู่”
“ฉันก็ถามแกอยู่เหมือนกัน ว่าแกทำห่าอะไรไป! ไม่สิต้องถามว่าเอาเสร็จหรือยัง!”
หมีนิ่วหน้าเขาไม่ได้สนใจคำพูดของขุนแต่สนใจเหตุการณ์เมื่อครู่มากกว่า ขุนกำลังนอกใจเขา โอเมก้าคนนี้เป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น!
“นายคือโอเมก้าของฉัน ห้ามนอกใจเด็ดขาด”
ขุนลุกใส่กางเกงแล้วยืนแค่นหัวเราะ สายตาเหลือบมองไปยังที่หมีกับเอื้องฟ้าเคยอยู่และตอนนี้มันไร้ผู้คนไม่รู้ว่าเธอไปไหนแล้ว แต่คำพูดที่หมีบอกมันสร้างความประทับใจสุดๆ จนต้องกัดฟันกรอด
ปึก!
หมัดของขุนต่อยเข้าที่มุมปากหมีอย่างจังอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านใดๆ แต่ก็กำหมัดต่อยสวนกลับมา มันทำให้ขุนนั้นเซจนเกือบล้ม พวกเขาต่างมองหน้ากันนิ่งและเป็นขุนที่เดินหนีจากไป ต้องการหนีห่างจากหมีให้เร็วที่สุดเขาไม่อยากประสาทกินตอนนี้!
“จะไปไหน”
‘….’
“ฉันถามจะไปไหน!”
“อย่าตามมา!”
หมีเพิ่มความเร็วเท้าและจับแขนของขุนได้ทันที เมื่อกระชากหันกลับมาก็เห็นขุนย่นคิ้วหน้าตาน่าเกลียดด้วยความโมโหแต่ดวงตาที่แดงก่ำนั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ
หมีอึ้งชั่วครู่
“ร้องไห้เหรอ”
“ไม่ได้ร้อง!”
“ร้องสิเพราะฉันเห็น ใครทำอะไรนายบอกฉันสิ”
ขุนอยากจะหัวเราะให้บ้า เป็นคนทำให้เขาเป็นแบบนี้แล้วยังถามอีกเหรอว่าใครทำ เขาถูกแมนนอกใจไม่เคยมีความเจ็บช้ำอาจเจ็บลึกบ้างเล็กน้อยที่มันไม่ให้เกียรติกันแต่คนตรงหน้าเป็นถึงคู่แห่งโชคชะตาแต่กลับนอกใจซึ่งหน้าแบบนี้จะให้เขาไม่รู้สึกเสียใจได้ยังไง
“แกไม่รู้จริงๆ เหรอว่าตัวเองทำอะไรลงไป!”
“ฉันทำอะไร”
“หมี! แกฟังนะฉันเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตแบบมนุษย์มาโดยตลอด มนุษย์ที่ปกติเขารักเดียวใจเดียว”
“แต่ฉันเป็นหมี”
“ถ้าอย่างนั้นแกจะบอกว่าจะไม่มีฉันคนเดียวงั้นเหรอ”
หมีนิ่ง เขามองขุนที่ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธและเสียใจแต่น้ำตาที่เคยมีกลับแห้งเหือดไปแล้ว คล้ายคนตรงหน้าไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้เห็น
“ฟังฉัน ในเมื่อแกมีคนอื่นได้ ฉันก็มีได้เหมือนกัน”
“นายห้ามมี”
“ตรรกะเชี่ยไรวะ! แกมีได้แต่ฉันมีไม่ได้! ทำไมไม่คิดถึงใจฉันบ้าง” น้ำเสียงประโยคท้ายอ่อนลงแทบกลืนหายไปในลำคอ ขุนเม้มปากกระพริบตาถี่ๆ เพื่ออดกลั้นน้ำตาไว้
หมีรับรู้ถึงความเศร้านั้นเเต่เขาไม่เข้าใจทำไมต้องห้ามไม่ให้ผสมพันธุ์กับคนอื่น ตนเองไม่ใช่มนุษย์เขาคือหมีต่างหากทำไมต้องทำตามข้อห้ามนั้นด้วย แต่ว่าหากขุนมีคนอื่นเขาไม่มีทางยอมเด็ดขาก
ความคิดของหมีมันเริ่มตีกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยถ้าแกเลิกไม่ได้ เราก็จบกันฉันยอมตายดีกว่าต้องมาเห็นแกไปเอาใครต่อใครอีก” ขุนพูดจริงจังจ้องมองดวงตาสีดำของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละหากจ้องจนทะลุได้คงทำไปนานแล้ว
“ฉันจะเลิก”
“แกแน่ใจนะว่าเลิกได้”
“ฉันเลิกได้เพราะฉันไม่อยากให้นายตาย” น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่จริงจัง
ขุนเอื้อมไปดึงผมด้านหน้าของหมีแล้วกระชากให้ก้มลงจากนั้นเขาก็จูบทันที หมีนั้นกระพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่สื่อ ขุนสอดลิ้นเข้าไปเมื่อเห็นว่าหมีทำไม่เป็นเขาก็กระยิ้มกระย่องในใจแล้วลุกล้ำหนักหน่วงจนหมีเริ่มไม่ไหวจึงละออก
“อึก แฮ่ก..ก.. นายทำอะไร”
“นี่แกไม่รู้จักจูบใช่ไหม” ขุนเลียริมฝีปาก
“มันคืออะไร นี่คือการต่อสู้ของมนุษย์ด้วยงั้นรึ”
ไอ้หมีมันไม่รู้จักจูบจริงๆ สินะ ทั้งยังบอกว่าเป็นการต่อสู้อีก
“ถ้าแกทำอะไรผิดฉันจะจูบแกดีไหม”
หมีทำสีหน้าหวาดกลัวเล็กน้อยแต่ขุนรู้สึกพอใจมากแล้วถกเสื้อตัวเองขึ้น “ต่อไหม หรือแกทำกับมันจนเหนื่อยแล้ว”
“ฉันหมีนะไม่ใช่มนุษย์ ฉันไม่รู้จักเหนื่อย”
เพียงเท่านั้นบทรักอันร้อนแรงก็ปะทุขึ้นพื้นดินเป็นรอยแผ่นหลังของขุนเพราะถูกกระหน่ำจนเกือบเกิดเป็นหลุมบ่อ กว่าจะเสร็จสิ้นเหงื่อก็ไหลอาบตัวเหมือนอาบน้ำไม่มีผิด เมื่อนอนกอดกันจนหายเหนื่อยจึงใส่เสื้อผ้าแล้วพากันเดินกลับไปเส้นทางเดิมเพื่อจะไปยังที่อยู่ของตนเองแต่ว่ากลับเห็นเอื้องฟ้ายืนรออยู่ท่าทางเธอคงจะสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นถึงถูกไล่
“คุณหมี”
ขุนมองเสื้อผ้าเธอที่หลุดลุ่ยบ่งบอกว่ารีบร้อนแต่งตัว เอื้องฟ้าเดินมาหาหมีด้วยใบหน้าแดงก่ำท่าทางมีความอยากทางเพศสูง
“ฉันไม่อยากกลับเพราะรู้สึกอารมณ์ยังค้าง คือว่าต่อกันดีไหมคะ”
หมีมองเธอนิ่ง ส่วนขุนมองอย่างเย็นชาเขากำลังรอว่าหมีกำลังจะทำอะไรต่อไป
เอื้องฟ้าเมื่อเห็นหมีนิ่งก็เดินเข้ามากอด
ปึก!
“กรี๊ดดด”
หมีผลักเธอจนปลิวกระแทกต้นไม้หลังแทบหัก เอื้องฟ้ากรีดร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวดไม่อาจลุกนั่งได้ในทันที
“ฉันเคยบอกว่าถ้าไม่เกี่ยวกับการผสมพันธุ์อย่ามาถูกตัวฉัน อีกอย่างฉันจะไม่ทำแบบนั้นกับเธออีกแล้ว”
“อึก..ทะ..ทำไม..”
หมีไม่ได้ให้คำตอบแต่เดินไปพร้อมกับขุน เอื้องฟ้ามองทั้งสองอย่างไม่เข้าใจหยาดน้ำตาเต็มใบหน้าหากแต่เมื่อเธอเห็นขุนหันมายกยิ้มให้อย่างมีเลศนัยเธอก็ขนลุกชันทันทีเมื่อความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว
หรือทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกัน
เอื้องฟ้ารู้สึกตัวเองโง่มากไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เธอทำให้หมีโกรธและถูกขุนเกลียดแล้ว
หากแต่ในขณะนั้นเสียงกรีดร้องที่มาจากหมู่บ้านก็ดังขึ้น มันเหมือนกับตอนนั้นที่มีคนมาปล้น ทั้งสองคนไม่รอช้ารีบวิ่งไปทันที เสียงร้องไห้ดังระงม เพลิงโหมกระหน่ำทำลายบ้านหลายหลัง ขุนมองหมู่บ้านที่กำลังไฟลุกโชนอย่างตกใจ สายตามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังฆ่าฟันชาวบ้านเขาก็กำมือแน่นด้วยความโกรธ เมื่อหมีเห็นขุนวิ่งไปเขาก็วิ่งตามทันที
ปึก!
ผัวะ
เมื่อทั้งสองคนลงสนามรบศัตรูก็ถูกซัดจนลุกไม่ขึ้นไปหลายคน พวกมันที่เห็นก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ
“พวกแกอีกแล้ว! พวกแกเป็นใครกันแน่วะ ทำไมต้องมาขวางพวกข้านัก!”
ขุนหักนิ้วตัวเองเบาๆ เพื่อบริหาร
“หมีมันถามว่าเราเป็นใคร บอกมันไปซิว่าเราเป็นใคร”
หมีมองขุนแล้วขมวดคิ้วเบาๆ “แล้วเราเป็นใคร”
ขุนถอนหายใจเพราะหมีไม่รับมุขเลย
“เฮ้ พวกแกอยากรู้ใช่ไหมว่าพวกเราเป็นใคร จะบอกให้พวกเราคือคู่ป่าเถื่อน จำไว้ให้ดีล่ะ!”
ปึก!