ความเห็นของทุกท่านคือกำลังใจของนักเขียน อ่านแล้วคิดยังไง รู้สึกยังไง อย่าเก็บไว้คนเดียวครับ มาแชร์กันดีกว่า

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : แฟนตาซี,โลกอนาคต,ไซไฟ,ซูเปอร์ฮีโร่,วายร้าย,superhero,villain,Sci-fi,fantasy,action,แอ็คชั่น,หนุ่มหล่อ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2560 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

มันเป็นคืนปกติที่เต็มไปด้วยเสียงระเบิด แสงสว่างจากเพลิงที่พวยพุ่งสู่ฟากฟ้ารัตติกาล ย้อมมันให้เป็นสีส้มอมน้ำเงินราวกับลางร้าย ผู้อยู่อาศัยย่านธุรกิจของแทนเจล่าซึ่งเข้าใจกันดีว่าเป็นย่านอันตรายที่สุดของเมืองต่างรู้ดีว่าสิ่งเดียวที่พวกเขาควรทำคือล็อคประตูหน้าต่างบ้านตัวเองให้แน่นหนา และภาวนาให้ไม่มีใครสักคนกระเด็นทะลุแผ่นไม้ เหล็ก คอนกรีตหรือวัสดุใดก็ตามของบ้านพวกเขาเข้ามา

สิ่งที่ทำให้ย่านธุรกิจนี้อันตรายไม่ใช่การจี้ปล้นบนถนน คนขับรถเลือดร้อนไร้มารยาทอาจนับว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุได้เหมือนกัน ส่วนฝุ่นควัน มลภาวะในอากาศกับขยะที่ทิ้งไม่เป็นที่เป็นทางจัดเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนต้องเจอประจำอยู่แล้ว แต่วายร้ายตัวเอ้นี่สิ เป็นอะไรที่คิดไม่ถึงเลยทีเดียว

ในรอบสามทศวรรษที่ผ่านมา เมืองแทนเจล่าเผชิญกับปัญหาการโจมตีของวายร้ายหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น บลิซซาร์ดเดี้ยน ชายผู้มีร่างกายโปร่งแสงและมีพลังในการขโมยความร้อนจากสภาพแวดล้อม หรือเดธมิสท์ หญิงสาวผู้ชั่วร้ายซึ่งควบคุมปริมาณสารประกอบในอากาศได้ แม้แต่จ้าวแห่งความน่าจะเป็นที่รู้จักกันในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังในยุคแปดศูนย์ก็มีถิ่นกำเนิดจากที่นี่เช่นกัน

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงโลกที่ขับเคลื่อนด้วยซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายตัวฉกาจ โลกที่คนบินได้หรือสัตว์พูดได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่พวกเขาถูกแยกด้วยความเป็นวีรบุรุษหรือการใช้พลังอำนาจพิเศษเพื่อตัวเอง สงครามระหว่างธรรมะและอธรรมที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน...

บูลบาเรียนเพิ่งตามร่างสวมผ้าคลุมเข้ามาในอาคารระหว่างก่อสร้างตอนที่คาร์ดินี่ มิราคูลัสยิงปืนไฟพกพาสวนกลับมา แม้ว่าอาวุธชิ้นนี้จะเป็นวัตถุโบราณจากยุคสงครามอ่าวครั้งใหญ่เมื่อห้าสิบปีก่อนก็ตาม ถึงอย่างนั้นมันก็ทรงอานุภาพพอที่จะย่างผู้ชายตัวใหญ่ๆ สักคนเป็นบาร์บีคิวกึ่งสุกกึ่งดิบได้ในชั่วพริบตา

เพียงทว่าบูลบาเรียนไม่ใช่แค่ผู้ชายตัวใหญ่ทั่วๆ ไป เขานั้นมีดีกรีเป็นถึงซูเปอร์ฮีโร่ที่มีใบประกาศมืออาชีพ และที่สำคัญคือเขามีผิวหนังซึ่งทนทานต่อพลังงานความร้อนในระดับสูง เพราะอย่างนั้นเขาจึงยังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพวยควันได้เมื่อเปลวอัคคีดับลง และเครื่องแบบพิคโคเทคโนโลยีรัดรูปสีแดงเลือดหมูกับดำเผยให้เห็นมัดกล้ามใหญ่โตก็ไม่มีร่องรอยมากไปกว่าคราบเขม่าบนเนื้อผ้าเป็นตาถี่ๆ เท่านั้น

บูลบาเรียนย่อตัวลงคำราม เตรียมพุ่งใช้เขากระทิงโง้งบนศีรษะชนใส่คาร์ดินี่ แต่ทันใดนั้นเองกำปั้นเท่าลูกตุ้มทุบตึกก็กระเด้งออกจากปืนใหญ่ปากกระบอกกว้างสองเมตรที่ตั้งรอท่าในความมืดอยู่แล้ว ลูกเหล็กอัดกับศีรษะชายเขายาวจนแตกเป็นเสี่ยงๆ... แต่เป็นลูกเหล็กนะ ไม่ใช่หัวของบูลบาเรียน

ชายร่างยักษ์สะบัดศีรษะอย่างมึนงง ก่อนหันมาเจอกับบุรุษผู้สวมหมวกทรงสูงครึ่งซ้ายเป็นสีดำส่วนครึ่งขวาเป็นสีแดง รูปร่างสูงโปร่งคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีเขียวตัวโคร่ง ฝ่ายนั้นเหวี่ยงหมัดเล็กๆ ใส่หน้าบูลบาเรียนเต็มแรงโดยคาดว่าการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวจะส่งผลอะไรกับซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้ได้บ้าง ทว่าอย่างเดียวที่หมอนั่นทำได้ก็คือกระโดดโหยงพร้อมสะบัดมือเร่าๆ ด้วยความเจ็บปวด พนันว่าการชกหน้าเขานั้นไม่ต่างอะไรจากการต่อยก้อนหินก็ไม่ปาน

“เมื่อไหร่จะรู้จักจำนะ เจ้าอาชญากรกระจอก! ข้าคือจอมพลังคงกระพัน บูลบาเรียน**!**การจู่โจมพื้นๆ แบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก รู้ไว้ซะ!” บูลบาเรียนกระชากเสียง คว้าข้อมือคาร์ดินี่ซึ่งไว้หนวดคางแพะบิดดังกร๊อบ ทำเอาอีกฝ่ายร้องโหยหวน จากนั้นบูลบาเรียนก็ออกหมัดตามไป แต่ยังไม่ทันที่กำปั้นแข็งๆ จะเสยดั้งจมูกวายร้ายซึ่งแต่งตัวเหมือนนักมายากลเพี้ยนๆ จนยุบไปอีกด้าน ผ้าคลุมสีสดก็โบกสะบัดมาตวัดรอบข้อมือเขา กางแผ่ออกบดบังทัศนวิสัยของชายสวมเขากระทิงร่างใหญ่ และเมื่อบูลบาเรียนปัดผ้าคลุมออกไป เขาก็ไม่เห็นร่างแบบบางของคาร์ดินี่อีก

ความเงียบงันทอดตัวลง โอบล้อมหนุ่มซูเปอร์ฮีโร่ร่างยักษ์ในความมืดสลัวของอาคารเก่าที่เต็มไปด้วยเศษขยะและอุปกรณ์ก่อสร้าง

แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไอ้ขี้ขลาด**!**”

บูลบาเรียนก้มลง สิ่งที่เขาถืออยู่เป็นมือของคาร์ดินี่ที่ถูกบิดจนหลุดออกมา ไม่สิ มันคือแบบจำลองรูปมือต่างหาก และเป็นของเทียมที่มีสายเชือกกำลังลุกไหม้ตรงปลายต่อออกมา

เขาไม่มีเวลาเหลือพอสบถด้วยซ้ำตอนที่เชือกไหม้มาจนสุดถึงขั้ว แล้วชายผู้มีเขากระทิงก็ถูกกลืนหายเข้าไปในการระเบิดครั้งใหญ่

ย้อนกลับไปราวสามนาทีก่อน บนถนนด้านนอก รถตู้สีขาวหักเลี้ยวด้วยความเร็วสูงเข้ามาจากถนนสายหลัก พาหนะคันนั้นไต่ขึ้นไปบนทางเท้า ไฟท้ายชนกับเสาบอกทางก่อนกลับมาอยู่บนถนนเรียบๆ อีกครั้ง วินาทีต่อมา แสงไฟเล็กกว่าสาดส่อง จากนั้นบิ๊กไบค์คันสีเงินวาวก็ทะยานตามมาติดๆ บนนั้นมีหญิงสาวผมสีบลอนด์ยาว กระแสลมพัดผมสยายไปด้านหลัง หล่อนแต่งกายด้วยชุดผ้ามันเลื่อมสีเขียวกับแดงแนบเรือนร่าง โดยมีลวดลายดาวตกสีทองพาดผ่านจากบ่าไปยังเข็มขัดสีขาวตรงเอวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หล่อนคือคอสมิกเกิร์ล หรือฉายา สาวน้อยพลังดาวตก คู่หูซูเปอร์ฮีโร่ของมนุษย์กระทิงบูลบาเรียนนั่นเอง

“จากคอสมิกเกิร์ลถึงศูนย์ ตอนนี้สามารถตามรถตู้สีขาวของคนร้ายทันที่ถนนหมายเลขสิบสอง กำลังจะเข้าปะทะในอีกสามวินาที” หญิงสาวพูด โดยไมโครโฟนในรูปนาโนชิปซึ่งติดหลังหูจะจับแรงสั่นสะเทือนและแปลงเป็นเสียงไปยังปลายทาง

“รับทราบ กำลังอัพเดตสถานะ” เสียงตอบจากอีกฝ่ายดังจากลำโพงจิ๋วไร้สายในหู คอสมิกเกิร์ลขบฟันแน่น รับรู้ถึงแรงสะเทือนจากแถวๆ สะดือ พลังงานก่อตัวขึ้นข้างในในรูปคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอตระหนักว่าตนมีเวลาไม่มากนักที่จะสละมอเตอร์ไซค์ก่อนที่รังสีคอสมิกเข้มข้นจากตัวเธอจะแผดเผามันเป็นจุณ

หญิงสาวกดปุ่มสีแดงเล็กๆ ข้างที่จับด้านขวา พาหนะสองล้อสั่นสะเทือน จากนั้นแท่งโลหะสีเงินก็กางออกจากตัวถังด้านหน้าทั้งสองด้าน ขาตั้งโลหะบิดงอลงเป็นรูปตัวแอล และทันทีที่มันทิ่มลงถูกพื้นคอนกรีต ส่วนปลายก็แยกออกเป็นตัวยึดสามขาเล็กๆ ที่มีระบบเจาะในตัว สกรูทั้งหกถูกยิงฝังในเนื้อถนนในชั่วเสี้ยววินาที แต่แทนที่ขาตั้งจะหยุดมอเตอร์ไซค์ในทันทีทันใด มันกลับหลุดจากกันเป็นสองส่วนเผยให้เห็นแกนกลางซึ่งเป็นสลิงเส้นหนา สายสลิงเหล็กถูกดึงผ่านระบบรอกภายในขาตั้งที่หมุนกลับในทิศตรงข้ามเพื่อชะลอความเร็ว ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะเสียดสีดังโหยหวน

การหยุดกะทันหันทำให้คอสมิกเกิร์ลกระเด็นหลุดจากรถไปข้างหน้าในฉับพลัน อันที่จริง นั่นเป็นความตั้งใจของเธอเองด้วยซ้ำ หญิงสาวปล่อยตัวตามสบายครู่หนึ่ง รับรู้ถึงกระแสอากาศที่ไหลผ่านร่างกาย จากนั้นเธอก็ลุกโพลงเจิดจ้า แสงสีแดงทองปะทุจากทุกรูขุมขนของเธอพร้อมกับความร้อนระอุหลายพันองศาแบบที่คนทั่วไปคงกลายเป็นเยลลี่รสเนื้อไปแล้ว นี่คือรังสีคอสมิก เป็นพลังที่หญิงสาวเกิดมาพร้อมกับมัน เธอไม่รู้หรอกว่าความสามารถนี้มีแหล่งกำเนิดจากตรงไหน หรือกระบวนการทำงานเป็นอย่างไร ก็แค่ว่าหากต้องการ ตัวเธอสามารถสร้างปฏิกิริยาได้พอๆ กับเตาปฏิกรณ์เลยทีเดียว

ยังไม่ทันที่ใบหน้าหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของคอสมิกเกิร์ลจะแนบไปกับพื้นคอนกรีตเย็นชืด เธอก็ทะยานไปข้างหน้าราวกับสวมไอพ่นพกพาเอาไว้ มันมีสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเรียกขานเธอด้วยฉายาสาวน้อยพลังดาวตก นั่นเพราะในชั่วระยะเวลาหนึ่ง นอกจากตัวเธอจะแผ่พลังงานแรงสูงคล้ายกับรังสีดวงอาทิตย์แล้ว เธอยังบินได้อีกน่ะสิ!

คอสมิกเกิร์ลทิ้งมอเตอร์ไซค์ให้ชะลอจนหยุดนิ่งติดกับตัวยึดไว้ข้างหลัง เพียงอึดใจเดียวเธอก็พุ่งปราดแซงรถตู้สีขาวของโจรปล้นธนาคารอ้อมไปดักข้างหน้า รถไม่มีทีท่าจะชะลอความเร็วลงเลย แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ หญิงสาวเร่งพลังงานในตัว และบินตรงใส่ยานพาหนะความเร็วสูงคันนั้น

เสียงการปะทะดังสนั่นบ่งบอกถึงระดับความรุนแรงแบบที่ต้องมีใครสักคนเละเป็นโจ๊กแน่ๆ แผ่นเหล็กเหนือกันชนทะลุเข้าไปเมื่อเจอกับสัมผัสอุณหภูมิสูงของหญิงสาวเข้า คอสมิคเกิร์ลแผ่รังสีไปทำลายเครื่องยนต์ รถยังคงวิ่งต่ออีกช่วงสั้นๆ เธอพยายามใช้ส้นเข็มสูงห้านิ้วยันพื้นต้านแรงเฉื่อยกระทั่งรถหยุดสนิท หญิงสาวชักมือออกจากรูบนแผ่นเหล็กหน้ารถ วิ่งตรงไปที่ประตูข้างคนขับแล้วกระชากหลุดทั้งบาน

ทว่าแทนที่เธอจะพบกับคนขับสวมหมวกไอ้โม่งอย่างที่คาดไว้ ไม่ก็โดนยิงสวนด้วยช็อตกันอะไรทำนองนั้น หรืออย่างน้อยก็เป็นไอ้โม่งที่ฉี่ราดจากการชนเมื่อครู่ แต่เปล่าเลย สิ่งที่รอเธออยู่ตรงที่นั่งคนขับกลับเป็นหุ่นลองเสื้อเปลือยครึ่งท่อน ส่วนด้านล่างเป็นเครื่องจักรบางอย่างต่อเชื่อมตรงกับเบรก คันเร่งและคลัทช์ มันถึงกับมีระบบรอกไว้ใช้ดึงพวงมาลัยด้วยซ้ำ บนหน้าปัดรถมีจอภาพขนาดสี่คูณสองจุดห้านิ้วติดตั้งอยู่ น่าจะเป็นระบบจีพีเอสดัดแปลงสำหรับควบคุมรถให้วิ่งตามเส้นทางตามที่โปรแกรมเอาไว้

ยังไม่ทันที่คอสมิกเกิร์ลจะประมวลผลสิ่งที่เห็น ศีรษะของหุ่นลองเสื้อผู้ชายที่ถูกเลื่อยจากคอก็หมุนมามองเธอ(หรือทำเป็นมอง ยังไงมันก็เป็นแค่หุ่นนะ ให้ตายสิ! น่าขยะแขยงชะมัด) เสียงหัวเราะดังขึ้นจากปากที่เป็นเพียงลวดลายพร้อมกับสเปรย์พ่นพรวดใส่หน้าเธอ หญิงสาวร้องกรี๊ด มือกุมหน้าก้าวถอยหนีอย่างหวาดกลัว จู่ๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าก็มืดบอดลง ความเจ็บปวดพุ่งสูงขึ้น

เธอคาดว่ามันคงจะมีหมัดหนักๆ ลอยตามมา พวกคนร้ายก็อย่างนี้แหละ ชอบฉวยโอกาส

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คอสมิกเกิร์ลกรีดเสียง เร่งพลังเป็นทวีคูณ แล้วบังคับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นไปออกันด้านหลังกะโหลกตำแหน่งเบ้าตาทั้งสองข้าง รังสีคอสมิกเผาผลาญพิษของสารเคมีจนสิ้นทั้งยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหาย เมื่อเธอลดมือลง นัยน์ตาสีเหลืองทองก็กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง หยาดน้ำตาไหลผ่านแก้มวูบหนึ่ง หยดแหมะลงพื้นแล้วลุกเป็นไฟ

ถนนรอบตัวเธอยังคงว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย

เธอตรงไปยังรถตู้คันนั้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มุ่งที่ประตูด้านหลังแทน สาวซูเปอร์ฮีโร่ชูกำปั้นไปข้างหน้า จากนั้นรังสีเข้มข้นก็ระเบิดออกมาในรูปลำแสงเข้าละลายประตูรถกลายเป็นของเหลว

คอสมิกเกิร์ลตาเบิกกว้าง

ภายในรถตู้ไม่มีเงินที่ถูกปล้นจากธนาคารเลยแม้แต่เหรียญเดียว กระทั่งระเบิดสักลูกก็ไม่ใช่ นี่ถ้าเธอไม่ได้ไปถึงธนาคารตอนที่สัญญาณเตือนภัยดังลั่นจนปลุกคนทั้งถนนได้ในนาทีที่คนร้ายสวมหน้ากากไอ้โม่งสีดำสามคนวิ่งหอบถุงเงินขึ้นรถพอดิบพอดี เธอคงไม่เชื่อแล้วละว่ามีการปล้นเกิดขึ้นจริง ก็รถคันนี้น่ะเธอติดตามมาตลอดสามกิโลเมตรโดยไม่ได้ละสายตาสักนิด แล้วมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง

“โว้ว ดูเหมือนเธอจะมีแฟนคลับตัวยงเลยนะ” เสียงทะเล้นของโอเปอเรเตอร์ดังจากเครื่องมือสื่อสารในหูเธอ

“ไม่ตลกเลยนะ ไมเคิล” คอสมิกเกิร์ลกระซิบตอบ “นายก็เห็นใช่ไหม”

“ใช่ ดอกไม้... เต็มไปหมดเลย” อีกฝ่ายพูด หญิงสาวได้ยินเสียงรัวแป้นพิมพ์คลอมาด้วย “กำลังสแกนหาพิษ รังสี หรืออะไรก็ตามที่อาจเป็นอันตราย... โอเค ผลเป็นลบ นี่ก็แค่ดอกไม้เฉยๆ เท่านั้น ว่าแต่เมื่อกี๊เธอไม่เป็นไรใช่ไหม ที่เจ้าหุ่นสยองนั่นพ่นสีสเปรย์ใส่น่ะ”

“อื้ม! ตกลงนั่นเป็นสีงั้นหรือ” คอสมิกเกิร์ลค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้รถตู้อย่างระมัดระวัง ตรงหน้าเธอคือช่อดอกไม้อัดแน่นจนเต็มพื้นที่เก็บของด้านหลัง มีกุหลาบแดง ทิวลิปสีเหลืองกับใบเฟิร์นเขียวสด พวกมันทั้งหมดถูกจัดเรียงเป็นลายดาวตก... สัญลักษณ์ซูเปอร์ฮีโร่ของเธอ “นี่มันหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่า ผมชื่นชมในความพยายามของคุณน่ะสิ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเธอ คอสมิกเกิร์ลหันขวับไปแล้วยิงรังสีเข้มข้นใส่หมอนั่นในทันใด เธอจำเสียงนี้ได้ น้ำเสียงยียวนกวนประสาทแบบนี้ เธอไม่มีทางลืมแน่นอน!

ทว่าอย่างเดียวที่ถูกเปลี่ยนเป็นเยลลี่ยืดๆ ก็คือผิวถนน เธอทันเห็นผ้าคลุมสีเขียวสดโบกสะบัด ก่อนที่คาร์ดินี่จะไปปรากฏตัวบนทางเท้าอีกฟากห่างไปราวหกเมตร ชายผอมบางสวมหมวกทรงสูงโบราณสีดำกับแดงผู้นี้เป็นอาชญากรชื่อกระฉ่อนซึ่งใช้ความสามารถทางมายากลในการโจรกรรม เดิมทีหมอนี่เป็นวายร้ายที่ออกอาละวาดในเมืองทางตะวันออกของแทนเจล่า จากนั้นจึงย้ายที่หากินมาเป็นเมืองนี้ประมาณเดือนก่อน กระทั่งบัดนี้เธอกับบูลบาเรียนก็ยังไม่สามารถจับกุมมันได้เลย ไม่มีใครที่มีความสามารถพอจะทำเช่นนั้น

“นายเอาเงินไปไว้ที่ไหน” คอสมิกเกิร์ลถามเสียงแข็ง พลังในร่างไหลวูบวาบพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อตามอารมณ์กราดเกรี้ยวของเธอ “คิดจะทำอะไรกันแน่ คาร์ดินี่”

“ถามเยอะจังนะ คนสวย” อาชญากรลูบหนวดเป็นระเบียบเหนือริมฝีปากสีอ่อนด้วยมือสวมถุงมือสีขาว พลางควงไม้เท้าที่จู่ๆ ก็โผล่มาอยู่ในมืออีกข้างขณะเดินส่ายอาดๆ มาหาเธอ “เอาเป็นว่า เงินพวกนั้นจะไปอยู่ในคลังสมบัติของผมในอีก... สาม สอง.. และหนึ่ง เรียบร้อย เงินในบัญชีผมเพิ่งเพิ่มขึ้นอีกสิบล้านเหรียญสดๆ ร้อนๆ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งโกรธสิ” เขากระดิกนิ้วพร้อมทำเสียงจุ๊ๆ เป็นจังหวะเดียวกัน “ไม่ใช่ว่าเธอยังอยากรู้เป้าหมายอื่นของผมงั้นหรือ”

“เดี๋ยวก่อนนะ” ไมเคิล โอเปอเรเตอร์หนุ่มร้องผ่านมาทางหูฟัง “หมอนั่นเพิ่งจะ-”

แล้วแสงเจิดจ้าก็ปะทุจากอาคารห้าชั้นที่กำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมเกือบสุดปลายถนน แรงระเบิดถีบโครงเหล็กนั่งร้านถล่มพ่วงเอาสแลนลงมาด้วย เปลวไฟปะทุผ่านกระจกหน้าต่างกับบานประตูชั้นล่างสุด และทำให้กระจกของชั้นสองกับอาคารข้างเคียงแหลกละเอียด คอสมิกเกิร์ลรู้สึกถึงแรงสะเทือนใต้เท้าเธอได้ทั้งที่อยู่ห่างกันเลยทีเดียว

“...ยัดระเบิดใส่มือบูลบาเรียน” ไมเคิลพูดต่อจนจบด้วยเสียงแผ่วค่อยกว่าเดิม

“บางคนก็ไม่รู้จักเข็ดนะ ชอบโดนระเบิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” คาร์ดินี่ยิ้มหยัน

“นายทำอะไรเขาไม่ได้หรอก” คอสมิกเกิร์ลกำหมัดแน่น ยกขึ้นเตรียมยิงพลังใส่นักมายากลคนชั่วตรงหน้า “บูลบาเรียนไม่ได้ฉายาจอมพลังคงกระพันมาโดยไม่มีเหตุผล เพราะว่านายไม่มีทางทำให้เขาเลือดออกได้น่ะสิ”

“เรื่องนั้นผมเข้าใจ” ฝ่ายตรงข้ามเอ่ย ท่าทีสบายอกสบายใจของเขาทำให้หญิงสาวสังหรณ์ใจไม่ดี “แต่ใช่ว่าเขาจะคงกระพันได้ตลอดเวลานี่นา”

คอสมิกเกิร์ลหนาวสันหลังวาบ มันรู้งั้นหรือ*!?!*

เธอหันหลัง กำลังจะพุ่งไปทางตึกที่ชั้นล่างเพิ่งระเบิดไปหมาดๆ แต่กลับต้องชะงักเสียก่อน

“ถามหน่อยสิ พวกซูเปอร์ฮีโร่อย่างเธอน่ะชอบเป็นข่าวใช่หรือเปล่า” คาร์ดินี่ว่าพลางผายมือไปยังท้องฟ้าที่ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินข้ามยอดตึกมา สัญลักษณ์ตัวเลขข้างลำบอกว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ของช่องข่าวทางโทรทัศน์ แต่บางอย่างดูไม่ถูกต้อง และเธอไม่ต้องใช้เวลามากก็สามารถรู้ได้ว่าความรู้สึกหน่วงๆ ในท้องนั้นเกิดจากอะไร

ผู้ประกาศข่าวกับตากล้องถูกมัดข้อเท้าห้อยแกว่งไกวจากพาหนะทางอากาศลำนั้น โดยหนุ่มช่างกล้องมีกล้องถ่ายภาพโทรทัศน์ผูกกับมือสองข้างไว้ด้วยเพื่อให้เก็บภาพถนนเบื้องล่างได้ ขณะเดียวกัน ชายสวมหน้ากากไอ้โม่งสีดำสองคนยืนเกาะที่จับอยู่ในห้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์ พวกเขาถือมีดในมือท่าทางชัดเจนว่าพร้อมตัดเชือกทิ้งได้ทุกเมื่อ

“พรุ่งนี้เช้า ข่าวทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับจะนำเสนอวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ คอสมิกเกิร์ล วีรสตรีหรือแค่สาวน้อยเสียสติในชุดแฟนซีรัดรูป”

หญิงสาวไม่ทันตอบ ตอนนั้นเองที่ร่างเงาตะคุ่มของบูลบาเรียนปรากฏขึ้นในกองเพลิง “แก! ไอ้ขี้ขลาด! มาเจอกันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายสิเฟ้ย!”

“ขอบอกให้รู้นะว่าผมเองก็อยากทำแบบนั้น เชื่อสิ” คาร์ดินี่ยกมือกุมอก ถอนหายใจอย่างเสแสร้ง “แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็เป็นแค่อาชญากรคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”

หัวทองเหลืองของไม้เท้าในมือนักมายากลกระเด้งเปิด เผยให้เห็นปุ่มกดสีแดงดูไม่น่าไว้ใจข้างใน ลมหายใจคอสมิกเกิร์ลขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนก “จงเลือกเอา สาวน้อย คู่หูของเธอหรือชีวิตคนบริสุทธิ์สองคน”

อย่า**!!!**” หญิงสาวตะโกน

สายไปเสียแล้ว คาร์ดินี่กดปุ่มบนหัวไม้เท้า จากนั้นระเบิดซึ่งติดไว้ตรงเสาทุกชั้นของอาคารร้างก็ทำงานพร้อมกัน ถนนทั้งสายสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมขึ้น เพลิงปะทุสูงหลายสิบเมตร หอบเอาเศษคอนกรีตปลิวว่อน ตึกทั้งหลังแยกจากกันประหนึ่งมีสัตว์ประหลาดยักษ์เติบโตพรวดพราดจากข้างในแล้วถล่มลงในเวลาอันรวดเร็ว ฝังซูเปอร์ฮีโร่จอมพลังเอาไว้ข้างใต้ ลมร้อนรุนแรงพัดปะทะคอสมิกเกิร์ลไม่ต่างจากสายลมของทะเลลาวา ผลักเธอซึ่งหูอื้อจากเสียงของการระเบิดให้เซแซดๆ แต่ยังไม่ล้ม

ความร้อนไม่ใช่ปัญหาของหญิงสาว ทว่ากับบูลบาเรียนนั้นคนละเรื่องกันเลย เขาอาจมีอำนาจพิเศษทนทานต่อการโจมตีทางพลังงานแทบทุกชนิดก็จริง แต่นั่นก็มีของเขตของมันอยู่ เช่นเรื่องระยะเวลาในการใช้เป็นต้น และถ้าเธอไม่รีบลุยไฟเข้าไปช่วยคู่หูเธอออกมาภายในสิบวินาทีข้างหน้านี้ เธอก็ไม่อยากคาดเดาชะตากรรมของเขาเลย

แทบจะวินาทีเดียวกัน เชือกถูกตัด แล้วนักข่าวกับตากล้องก็ร่วงจากเฮลิคอปเตอร์ เสียงโหยหวนของทั้งคู่รั้งคอสมิกเกิร์ลไม่ให้กระโจนเข้าไปช่วยบูลบาเรียนออกจากซากตึกที่กำลังลุกไหม้

“คอสมิกเกิร์ล” ไมเคิลเรียกเธอ น้ำเสียงสิ้นหวังไม่ต่างจากความรู้สึกตอนนี้ของเธอเท่าไหร่

จงเลือกเอา สาวน้อย คู่หูของเธอหรือชีวิตคนบริสุทธิ์สองคน...

เธอจินตนาการรอยยิ้มเยาะเย้ยของไอ้นักมายากลโรคจิตนั่นได้เลย แต่เธอไม่มีเวลาพอที่จะไล่ตามไปจัดการมันได้

แล้วซูเปอร์ฮีโร่สาวก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า

เลือกช่วยผู้บริสุทธิ์มากกว่าเพื่อนงั้นหรือเขาคิดช่างสูงส่งเสียจริง

คาร์ดินี่ละสายตาจากคอสมิกเกิร์ลที่บินตรงไปหานักข่าว จากนั้นก็หยิบนาฬิกาพกออกมา เขามีเวลาไม่มากถ้าจะไปให้ทันรถไฟขบวนสุดท้าย ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะไปที่ไหนต่อดี เขาเพิ่งเอาชนะสองซูเปอร์ฮีโร่มืออาชีพของเมืองแทนเจล่าได้ แต่เขาก็ยังไม่ได้คิดเลยว่าอยากจะให้ใครเป็นคู่มือรายถัดไปของเขา

สายลมพัดวูบ หอบเอากระดาษเก่าๆ แผ่นหนึ่งมาเสียบใต้รองเท้า คาร์ดินี่ก้มลงหยิบมันขึ้นมา แล้วรอยยิ้มก็คลี่บนใบหน้าเรียบเนียนหล่อเหลาของเขา

“เหตุผลเดียวที่ผมไม่จัดการกับคุณ คุณคนลึกลับ ก็เพราะคุณเพิ่งจะชี้จุดหมายใหม่ที่น่าสนใจให้ผม” เขาเอ่ย หากใครมาเห็นเขาในตอนนี้คงคิดว่าเขากำลังพูดกับตัวเองเป็นแน่ แต่ที่จริง คู่สนทนาของคาร์ดินี่แฝงตัวอยู่ในความมืดของตรอกแคบๆ ข้างหลังนักมายากลจอมวายร้ายต่างหาก และเป็นผู้ที่ส่งกระดาษใบนั้นมาให้เขา

“สถานีต่อไป ฟิวเจอร์ซิตี้ เมืองหลวงแห่งซูเปอร์ฮีโร่” คาร์ดินี่มิราคูลัสบอกตัวเอง

จากนั้นเมื่อเขาสะบัดผ้าคลุม ถนนสายนั้นก็เหลือแต่ความว่างเปล่า


ebooks.in.th

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/141205/912051809-member.jpg

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว