email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว ก้อนเนื้อที่อก...ข้างซ้าย 2

ชื่อตอน : ในรอยร้าว ก้อนเนื้อที่อก...ข้างซ้าย 2

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว ก้อนเนื้อที่อก...ข้างซ้าย 2
แบบอักษร

 “นี่คุณ! จะให้...!” 

 ‘จุ๊บ!’ ยังพูดไม่จบเลย เรียวปากของแอรอนก็จุ๊บจูบน้อยๆลงที่ริมฝีปากของเธอ ดวงตาของมุทิตาก็ถึงกับเบิกโผเมื่อจู่ๆ เข้าก็ฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากเธอในขณะที่เธอนั้นไม่ได้ทันตั้งตัวอะไรเลยสักนิด! อีตาบ้า! เอาอีกแล้วนะ!  

“อืม ใช้ได้ ก็ไม่ได้เหม็นนี่นา”  

 

 “ไอโรคจิต!” 

 “นี่เธอกล้าด่าเจ้านายตัวเองเหรอ ไม่กลัวว่าฉันจะเอาไปบอกแม่เธอหรือยังไง”  

 “เชิญตามสบาย! บอกเสร็จแล้วคุณก็เลิกทำตัวลุ่มล่ามกับฉันสักที เราไม่ได้เป็นอะไรกัน กรุณาอย่าทำแบบนี้!” แม้ว่าหัวใจเธอมันจะสั่นไหวแต่มุทิตาก็ต้องข่มมันไว้เพราะเขารักคนอื่น เขาไม่ได้รักเธอ... 

”จะไม่เป็นได้ยังไง ต้องให้ฉันทวนความจำหน่อยมั้ย ว่าเรา...” 

 “เพลี๊ยะ!” มืออวบสะบัดลงที่ใบหน้าของแอรอนอย่างแรงจนเขานั้นหน้าชาไปข้างหนึ่ง แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่โต้กลับใดๆ มุทิตาที่เห็นว่าเขานึกเงียบไป เธอก็ถือโอกาสรีบเดินหนีออกมาทันที แต่ทว่าเดินกระทืบเท้าเดินหนีออกมาได้ไม่นานก็เป็นต้องตกใจเมื่อจู่ๆร่างของตนเองก็ลอยหวือขึ้นเสียอย่างนั้น 

 “คิดว่าตบฉันแล้วจะเดินหนีไปได้ง่ายๆเหรอ” แอรอนคว้าร่างของมุทิตาไว้แล้วจับยกพาดบ่าของตนเองเดินตรงไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกล  

“คุณแอรอน! ปล่อยฉันลงนะ! ฉันบอกให้ปล่อย! โอ๊ย!” เขาปล่อยดังที่เธอว่า แต่จะเรียกปล่อยก็คงไม่ได้ ต้องเรียกว่ายัดสิมันถึงจะถูก เขาจับเธอยัดลงรถของเขาจนก้นนั้นมันกระแทกเข้ากับเบาะนั่ง “หยุด! อย่าริอาจออกมาเชียวนะ” เขารู้ทันว่ามุทิตานั้นจะทำอะไรจึงบอกให้หยุดเสีย แล้วตัวเองก็รีบวิ่งไปขึ้นรถทันที 

 “เมื่อไหร่คุณจะเลิกยุ่งกับชีวิตฉันสักที คุณรู้บ้างมั้ยว่าฉันเหนื่อย...เหนื่อยที่ต้องคอยรองรับอารมณ์ของคุณ” จู่ๆก็พูดขึ้นมา น้ำตานั้นไหลพรากเต็มสองข้างแก้ม แอรอนที่เห็นมุทิตาร้องไห้เขาก็อึ้ง จู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมาเขาแทบจะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี “ฉะ...ฉัน” หึ! ยามนี้คล้ายว่ามีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอของแอรอน 

 “คุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันอยู่ที่นี่สองสามวันเดี๋ยวก็กลับไปให้คุณต่อว่าต่อแล้ว แต่ตอนนี้ขอร้อง ให้ฉันได้อยู่กับคนที่ฉันรักและเขารักฉันบ้าง” ใช่...คนเหล่านี้เธอรักพวกเขาและพวกเขาก็รักเธอ ไม่เหมือนกับคนตรงหน้าที่แม้ว่าเธอจะรักมากแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันสนใจ ดังนั้น เธอจึงจำเป็นที่จะต้องหลีกหนีความรู้สึกของตัวเองเสีย พอถึงตอนจบ เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก... 

 “ไม่ ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไปกับเธอ” 

 “เพื่ออะไรคะ คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร!!!” เธอสุดจนจะกลั้นแล้วจริงๆ เสียงใสที่ตะโกนกร้าวออกมามันดังจนลั่นรถ สาวเจ้าปะทุและระบายน้ำตาให้ไหลออกมาจนแทบจะหมด นี่มันกี่ครั้งแล้วที่เธอต้องร้องไห้เพราะผู้ชายคนนี้ มันครั้งที่เท่าไหร่แล้ว... 

 “เพราะฉันอยากอยู่ใกล้เธอไง!!!” แอรอนสวนกลับทันควัน! มุทิตาได้ยินก็ต้องนิ่งงัน 

 “เพราะฉันอยากอยู่ใกล้เธอมุทิตา ฉันไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรแต่ฉันอยากจะอยู่ใกล้ๆเธอ” ความรู้สึกที่ยามขาดสาวเจ้าไปมันทำให้ดวงใจเขากระสับกระส่าย เต้นช้าราวกับว่าไร้เรี่ยวแรงเมื่อไม่มีมุทิตาอยู่ใกล้ หัวใจได้แต่เฝ้าฝันหา... 

 “.......” มุทิตาเงียบไป เธอไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร  

 “ฉันขาดเธอไม่ได้นะ ฉันอยากจะอยู่ใกล้ๆเธอให้มากกว่านี้ อยากจะรู้จักให้มากกว่านี้” แอรอนพูดออกมาแทบจะหมดเปลือก ก่อนวันที่จะมาที่พัทยาพร้อมกับสาวเจ้า เขานอนคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองอยู่นานจนพล่านทำให้นอนไม่หลับเพราะทั้งสมองและหัวใจเข้ามันกำลังทำงานหนัก ว่าตนนั้นคิดเช่นไรกับหญิงสาวกันแน่ มันเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์เจ้านายที่ชังลูกน้องเท่านั้นหรือ 

 “ที่ขาดไม่ได้มันคืออะไรกันแน่คะ คุณขาดฉันไม่ได้หรือคุณขาดคุณกัณฑ์ไม่ได้กันแน่ คุณถามความรู้สึกของตัวเองดีแล้วใช่มั้ย” มีแต่คำลวงๆเท่านั้นที่เขาพูดมา! 

 “มันคือเธอมุ สิ่งที่ฉันพูดทั้งหมดคำตอบมันคือ...เธอ แค่คนเดียว...” น้ำเสียงเขาอ่อนนุ่มแสดงออกถึงความจริง 

 “คุณกำลังต้องการแค่ใครสักคน หัวใจที่ด้านปอดของคุณมันไม่ได้ต้องการฉันเลยสักนิด คุณไม่ได้ต้องการฉัน คุณไม่มีเคยมีความรู้สึกดีๆอะไรให้กับฉันเลย คุณเคยถามมันบ้างหรือเปล่าว่าคุณยังเป็นคนอยู่มั้ย? ทำไมถึงได้ใจดำกับฉันได้อย่างนี้ ฮึก! ฮือ!” เพราะเธอไม่อยากเจ็บ แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกมามันจะทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง แต่ใครจะรู้เล่าว่าเขานั้นอาจจะเพียงแค่ต้องการใครสักคนแต่หาได้เต็มเปี่ยมไปด้วยรักอย่างที่เธอมีให้เขา... 

 “พรึบ!”  

 แอรอนดึงร่างอวบที่กำลังร่ำไห้เข้ามาไว้ในอ้อมกอดของเขา เรียวแขนหนานั้นกอดรัดเธอไว้แน่น แรงสะอื้นของมุทิตามันทำให้เขาอยากจะด่าทอตัวเอง อยากจะเกลียดตัวเองที่ตลอดเวลาทำให้เธอต้องเป็นเช่นนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยจะคิดเลยว่าผู้หญิงที่หัวรั้นเละชอบทำอะไรตรงข้ามกับคำสั่งอย่างเธอจะเข้ามามีผลต่อหัวใจของเขาได้มากขนาดนี้ และความรู้สึกที่เขามีมันไม่เหมือนที่มีให้กับกัณฑ์ธิราเลยสักนิดเมื่อคิดดูดีๆแล้วความรู้สึกที่เขามีให้กัณฑ์ธิรามันก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกพี่ชายและน้องสาวเพราะสาวเจ้านั้นแบกรับอะไรหลายอย่างไว้เพียงแค่คนเดียวในตอนนี้ แถมเขายังกระทำเธอแทบจะเจ็บแสบ...นานวันเข้าก็เริ่มสงสารและเริ่มรักแบบห่วงใย...แต่สำหรับมุทิตา... 

 “ฉันรักเธอนะ ฉันรักเธอ” กอดรัดไว้แน่นและพูดได้อย่างเต็มปากและวันนี้มันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อผู้หญิงคนนี้กำลังจะละลายหัวใจและปมแผลของเขาให้หลุดออกจากมารดาของตัวเองเพราะยามที่เห็นมุทิตาและแม่ของสาวเจ้ามันทำให้เขาก็เป็นอีกคนที่รู้ว่าตัวเองก็ต้องการและอยากได้ความรักจากแม่มากแค่ไหน ยามที่เห็นสองแม่ลูกนี้หยอกล้อกันอย่างสนุกสนานมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกอิจฉาขึ้นมา  

 อีกคนที่ได้แต่ฟังน้ำตามันก็ยิ่งไหลเอ่อออกมามากกว่าเดิมเมื่อเขาพูดคำนี้ เธอจะแน่ใจได้มากหรือเปล่าว่าเขารู้สึกดั่งที่พูดจริงๆ...เธอเชื่อเขาได้ใช่มั้ย? 

 ขณะที่สองร่างกำลังโอบกอดกันอยู่นั้นก็ไม่ทันได้รู้เลยว่าการกระทำของทั้งสองมันกำลังตกอยู่ในสายตาของใครสักคน “ตักตวงความสุขกันให้พอ ต่อจากนี้กูจะทำให้มึงเหมือนตกนรกทั้งเป็นไอแอรอน!” เสียงเคืองแค้นของนิธิที่แอบดูอยู่ในที่ลับตาคน นิธิแอบตามแอรอนและมุทิตามาได้ก็เพราะว่าในวันนั้นมันลักลอบดูความเคลื่อนไหวที่บ้านของแอรอนอยู่พอดีพอเห็นว่ากำลังมีการขนของขึ้นรถและขับออกไป นิธิก็ไม่รีรอที่จะตามไป 

 

 หลังจากที่ไปบ้านป้าของมุทิตาเสร็จสิ้นเธอก็บอกว่าขอแวะอีกทีหนึ่ง และตอนนี้แอรอนก็นั่งอยู่ในรถราวๆเกือบยี่สิบนาทีจะได้แล้ว ส่วนสาวเจ้านั้นก็ไปยืนชูคอชะเง้อตามองหาใครสักคนอยู่นอกรถโน้น! บอกว่าจะลงไปด้วยก็ไม่ให้ลง รู้มั้ยว่าอยู่ในนี้มันร้อนแม้ว่าจะเปิดแอร์ก็เถอะ แต่ขึ้นชื่อว่าแดดประเทศไทยแล้วไม่มีอะไรยับยั้งได้จริงๆ ร้อนจนตับจะแลบได้อยู่แล้ว แล้วยิ่งมุทิตาที่เพิ่งจะฟื้นไข้ขึ้นมาออกไปยืนแบบนั้นเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะว่ายังไง! คิดขึ้นได้ก็เป็นห่วงหมายจะเปิดประตูออกไปจากรถแต่ทว่ามันก็มีอันทำให้เขาต้องชะงัก ห่างสายตาไปได้ไม่ถึงนาทีก็นอกใจเขาเสียแล้ว! อีกอย่างถามว่าจะมาหาใครก็ไม่ยอมบอกกัน!  

 ตอนนี้แอรอนกำลังเห็นมุทิตายืนกอดอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งรัดกันแน่นราวกับว่าโหยหากันมานาน แถมใบหน้าของสาวเจ้านั้นยังยิ้มแป้นไม่เหมือนกันกับที่อยู่กับเขาเลยสักนิด คิดแล้วมันหน้าโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะคำขู่ที่สาวเจ้าทิ้งไว้ก่อนจะออกไปยืนรอด้านนอก ‘ถ้าคุณทำอะไรคนที่ฉันจะไปหา รับรองเลยว่าชาตินี้ฉันจะไม่มีวันญาติดีกับคุณเด็ดขาด! แถมยังจะตัดตอนน้องชายคุณด้วย!’ คำสั่งกรรมสิทธิ์หาได้ทำให้เขามีปากมีเสียง ตอนนี้ทำตัวนิ่งๆคงจะดีที่สุดสำหรับแอรอน ดรอฟ พัฒธรากรณ์รุณ แล้วล่ะ 

 “คิดถึงที่สุดเลยไอพี่ชาย” ละออกจากอ้อมกอดของเมธนัญพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานก็รีบบอกด้วยความคิดถึงทันที แถมยังยังจุ๊บเข้าที่แก้มของเมธนัญไปอีกฟอดหนึ่ง จนคนที่ดูอยู่หาได้รู้เรื่องอะไรอย่างแอรอนต้องเบิกตาโผอย่างแรง นี่! เธอกล้าหอมแก้มชายอื่นตาหน้าเขาเหรอ! “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” หงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ถ้าทำไปกลัวว่าน้องชายมันจะไม่อยู่กับตนไปจนตายน่ะสิ

 “ทำตัวเป็นเด็กไปได้” เมธนัญชายภูมิฐานรูปร่างดีพวกด้วยตำแหน่งพี่ชายของมุทิตาสาวร่างอวบที่ต่างกันสิ้นเชิง จะมีที่เหมือนกันก็ตรงที่หัวรั้นพอๆกันเนี่ยแหละ

 “เอาน่าก็เด็กแค่กับพี่แล้วก็แม่เท่านั้นแหละ”

 “ครับ ไอน้องสาว แล้วนี่มายังไงล่ะ เห็นแม่บอกอยู่ แต่พี่ลางานไม่ได้ โทษทีนะ”

 “นั่งเครื่องบินมามั้งถามได้ หนูก็ต้องเหาะมาสิ” แม้ว่าอายุจะเข้าเลขสองแล้วแต่สำหรับเธอการที่ได้อยู่กับแม่และพี่ชาย เธอนั้นคือไอเด็กอ้วนตัวอวบเมื่อตอนยังเด็กเท่านั้นแหละ แม้โตขึ้นทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแต่ทว่าความรักที่เธอมีต่อสองคนนี้มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิดเดียว

 “ตลกล่ะไอเด็กนี่” แล้วทั้งสองก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่กันจนแอรอนที่นั่งอยู่ในรถนึกหมั่นไส้ อะไรจะสนุกสนานกันขนาดนั้น!

 “ขอบคุณนะคะที่เฉียดเวลาออกมาหาน้อง”

 “ขอบคุณอะไรกัน เป็นพี่เองซะมากกว่าสิที่ต้องขอบคุณเราที่ไม่โกรธพี่ที่ไม่ค่อยจะมีเวลาเลย”

 “พี่ทำไปก็เพื่อหนูกับแม่ ใครมันจะไปโกรธพี่ชายสุดหล่อตัวเองได้ลงคอล่ะ” พูดเสร็จเธอก็โผเข้ากอดเมธนัญอีกรอบ เธอรู้ เธอเข้าใจ ที่พี่ชายตัวเองต้องหัวหมุนแบบนี้ก็เพราะเธอนั้นแหละ เป็นแบบนี้แล้วใครมันจะไปโกรธลงกัน “แหม่ ปากหวานเชียวนะ”

 “ก็ต้องแน่สิ เผื่อว่าจะได้ทริปบ้างไรบ้าง” มุทิตายิ้มคืนให้พี่ชายของตนเอง หยอกล้อกันสนุกสนานจนลืมรถในรถไปชั่วขณะ

 “ไม่มีหรอกไอดื้อ! เอาล่ะพี่ลงมานานแล้ว เดี๋ยวต้องขึ้นไปทำงานต่อแล้ว”

“ถ้าเป็นไปได้วันนี้กลับมากินข้าวที่บ้านด้วยนะคะ” เธอยากทานอาหารให้พร้อมหน้าพร้อมตา นานๆทีจะเจอกัน เธอควรตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุด พี่ชายของ “อืม! ได้สิแต่อาจจะช้าสักหน่อยนะ”

 “ไม่เป็นไร หนูรอได้”

 “ถ้าอย่างนั้นพี่ไปแล้วนะ แล้วเจอกัน” จากนั้นเมธนัญก็เดินเข้าบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ไป มุทิตาเมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินหายไปแล้ว เธอจึงเดินกลับไปยังรถที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามบริษัทที่เมธนัญทำงาน แต่ว่าระหว่างทางแดดที่มันส่องแรงมากทำให้มุทิตานั้นเกิดอาการหน้ามืดอย่างเฉียบพลัน! “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ” พี่ผู้หญิงใจดีที่เห็นท่าทีของสาวเจ้าที่เหมือนจะเป็นลมก็รีบเข้ามาสอบถามทันที “ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” สติเธอพอจะมีบ้าง ยังดีที่มือนั้นคว้าเสาแถวนั้นไวได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงจะล้มตรึงลงไปแน่ๆ

 แอรอนที่นั่งมองมุทิตาอยู่ในรถก็ร้อนรนใจทันที เขาไม่รอช้าที่จะเปิดประตูรถออกไปแล้วตรงไปที่สาวเจ้า แม้ใบหน้ามันจะยังมุ่ยอยู่บ้างเล็กน้อยเพราะเกิดอาการน้อยใจปนหึงหวงที่มุทิตาทำแบบนั้นกับผู้ชายคนนั้นแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ มุทิตายืนนิ่งอยู่เกือบนาทีจะได้ก่อนที่จะทรงตัวแล้วจะก้าวเดินใหม่อีกรอบ แต่ทว่า...ยามที่ปล่อยมือออกจากหลักยึด อาการเดิมมันก็กลับมา แอรอนเห็นว่ามุทิตาเริ่มจะทรงตัวไม่อยู่เท้าเรียวหนาก็รีบสาวประชิดตัวเธอทันที แล้วช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นท่ามกลางสายตาผู้คนที่อยู่ตรงนั้นนับสิบๆคนที่กำลังมองมาที่ทั้งสอง คนเหล่าต่างพากันอมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับการกระทำของแอรอน “ว๊าย! คุณแอรอน”

 “อย่าดิ้น เดี๋ยวร่วง” เขาบอกเสียงเรียบๆ ก่อนที่จะอุ้มสาวเจ้าเดินกลับไปที่รถที่จอดอยู่ฝังตรงข้าม ครั้นเมื่อมาถึงรถแอรอนก็วางมุทิตาลงที่เบาะข้างคนขับก่อนที่ตนเองนั้นจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยท่าทีมาดมั่น 

 “เป็นยังไงบ้าง หายหน้ามืดหรือยัง” แอรอนห่วงใยกลัวว่าไข้ที่เพิ่งจะสางไปมันจะกลบมาเล่นงานสาวเจ้าอีก 

 “ดีขึ้นแล้วค่ะ” อาการหน้ามืดของเธอมันเริ่มหายไปบ้างแล้วเพราะได้อยู่ในที่ร่ม “ดี...แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” 

 

มาเเล้วจ้าาาา 

งื้ออออออ แอรอนของเรามันร้ายยยยยย 

กว่าจะพูดออกมาได้ว่ารักเขาก้เล่นซะเเม่คุณเจ็บปางตาย 

เเบบนี้มันน่านัก!!! 

ปล.อย่าลืมคอมเม้นให้ไรท์ด้วยนะคะขอเยอะๆๆๆๆมากๆๆๆ หุหุ 

ความคิดเห็น